ตอนที่ 113 ไปช่วยงานที่คลีนิก
ตอนที่ 113 “หนูอยู่ต่อไม่ได้เหรอคะพี่หมอดนัย” คนไข้มอปลายของดนัยหนูมิกะกำลังพูดออดอ้อนงอแงไม่อยากออกจากโรงพยาบาล “แผลเริ่มแห้งแล้วน้องมิกะจะอยู่ต่อทำไมล่ะครับสามารถกลับไปพักที่บ้านและไปโรงเรียนได้แล้ว” ดนัยพูดพลางยิ้มให้เธอ “แต่หนูอยากอยู่เจอหน้าพี่หมอดนัยนี่นา” มิกะบอก “ฮ่ะๆกลับบ้านเถอะเชื่อพี่หมอนะอยู่ต่อก็รังแต่จะเปลืองเงินค่าห้องพิเศษแถมคุณพ่อคุณแม่พวกท่านต้องลางานมาเฝ้าหนูอีกนะ” ดนัยบอกพลางมองไปที่พ่อแม่ของมิกะที่ยิ้มหน้าเจื่อนเพราะความเอาแต่ใจของลูกสาวพวกเขา “ก็ได้หนูเข้าใจแล้วแต่หนูขออีเมลส่วนตัวไว้ติดต่อพี่หมอดนัยได้มั้ยคะ” มิกะพูดพลางทำตาปิ้งๆใส่ เฮ้อ...เป็นหมอเจ้าของไข้นี่เหนื่อยจังดีนะปกติเราอยู่แผนกศัลยกรรมเลยมีหน้าที่แค่ผ่าตัดอย่างเดียวแต่ช่างเถอะเราไม่ค่อยได้ใช้อีเมลอยู่ละให้น้องมิกะไปแล้วกัน ดนัยได้แต่คิดในใจก่อนจะเอาอีเมลให้เธอไปเพราะเขาไม่ค่อยจะได้ใช้อีเมลในการติดต่อสื่อสารอยู่แล้ว ดนัยหยิบสมุดโน๊ตออกมาก่อนขะเขียนอีเมลลงไปและฉีดกระดาษโน๊ตส่งให้มิกะ “นี่จ๊ะอีเมลของพี่หมอ” ดนัยพูด “ขอบคุณค่ะพี่หมอดนัย” มิกะยิ้มด้วยความดีใจ “เอาล่ะถ้าออกจากโรงพยาบาลไปแล้วช่วงนี้อย่าพึ่งทำกิจกรรมที่ใช้แรงนะแล้วก็ระวังเรื่องการอาบน้ำด้วยอย่าให้แผลโดนน้ำรู้มั้ยเดี๋ยวจะเป็นแผลเป็น” ดนัยบอกข้อปฏิบัติตัวหลังออกจากโรงพยาบาลไป “ค่ะพี่หมอดนัย” มิกะพยักหน้า “ถ้าอย่างไรผู้ปกครองไปจ่ายเงินที่แผนกการเงินได้เลยนะครับเดี๋ยวผมจะเรียกพยาบาลมาพามิกะตามลงไปเองครับเจอกันที่ด้านล่างเลย” ดนัยบอก “ขอบคุณค่ะคุณหมอ/ขอบคุณครับคุณหมอ !!x2” พ่อและแม่ของมิกะกล่าวขอบคุณดนัยก่อนทั้งคู่จะไปจัดการจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาล ส่วนดนัยก็จัดการเรียกพยาบาลมาพามิกะออกไปจากห้องหลังจากจัดการเรื่องนี้เสร็จดนัยก็กลับไปที่ห้องพักศัลยแพทย์ทันที ห้องพักศัลยแพทย์ แกร๊ก !! ดนัยเปิดประตูเข้าไปภายในห้องพักนั้นมีแค่ฮิคาริเท่านั้นที่นั่งเขียนเอกสารอยู่ “คนอื่นล่ะ” ดนัยเดินไปนั่งที่โต๊ะพลางถามฮิคาริ “มีผ่าตัดกันหมดว่าแต่คนไข้นายล่ะ” ฮิคาริตอบก่อนจะถามถึงคนไข้ของดนัย “กลับบ้านวันนี้แหละผู้ปกครองกำลังไปจ่ายเงินที่แผนกการเงินอยู่” ดนัยบอก “งั้นเหรอว่าแต่ถ้ามีการยืมหมอโรงพยาบาลเราอีกคราวหน้าฉันคงต้องพิจารณาแล้วสิว่าจะส่งนายออกไปดีมั้ยเพราะนายออกไปทีไรเกิดแต่เรื่องทุกที” ฮิคาริพูด “เกิดเรื่องเพราะฉันที่ไหนเล่าคนจะเจ็บจะป่วยมันเป็นเรื่องธรรมชาติ” ดนัยได้ยินแบบนั้นถึงกับเหงื่อตก จะว่าไปก็มีแต่เรื่องจริงแฮะตอนกลับไทยไปเที่ยวภูเขาก็เจอหน้าผาถล่ม ไปเที่ยววัดตอนค่ำก็เจอพลุระเบิด นี่กลับมาญี่ปุ่นยังเจอตอนไปเป็นหมอประจำทริปทัศนะศึกษาอีก สงสัยวันหยุดคราวหน้าต้องไปทำบุญซะหน่อยแล้วว่าแต่โตเกียวมีวัดไทยไหมหว่าเดี๋ยวลองหาข้อมูลดูดีกว่า ดนัยคิดในใจเขาเองก็รู้สึกว่าช่วงนี้ตัวเองไปไหนก็มีแต่เรื่องอย่างที่ฮิคาริว่าจริง “ว่าแต่บ่ายนี้นายมีผ่าตัดช่องท้องนี่เตรียมตัวหรือยัง” ฮิคาริถาม “อืมเตรียมตัวเรียบร้อย” ดนัยพยักหน้าและเมื่อเขานึกถึงการผ่าตัดช่องท้องจู่ๆภาพของหมอยานางีตะก็แว่บเข้ามา “เออฮิคาริฉันถามอะไรหน่อยสิ” ดนัยถาม “จะถามอะไรล่ะ” ฮิคาริสงสัยว่าดนัยจะถามอะไร “เรื่องคลีนิคของหมอยานางีตะน่ะหมอคนนั้นเขาเป็นใครกันแน่” ดนัยพูด “อ๋อ...เป็นหนึ่งในหมอที่ฉันนับถือเรื่องฝีมือคนนึงน่ะ” ฮิคาริบอก “หนึ่งในหมอที่เธอนับถือเรื่องฝีมืองั้นเหรอ !!” ดนัยเบิกตากว้างเพราะที่ฮิคาริพูดแบบนี้หมายความว่าหมอยานางีตะจะต้องมีฝีมือสูงมากน่ะสิ “ใช่ตอนเรียนจบใหม่ๆฉันเคยได้หมอยานางีตะฝึกการใช้มีด กรรไกรและการเย็บแผลให้เรียกว่าเป็นอาจารย์อีกคนของฉันก็ได้” ฮิคาริบอก “การใช้มีด กรรไกรและการเย็บแผลงั้นเหรอถ้าอย่างนั้นเขาก็เป็นศัลยแพทย์น่ะสิ !!” ดนัยอุทานออกมาพลางนึกถึงสิ่งที่เขาเห็นในตอนผ่าตัดนั่น “ใช่แล้วหมอยานางีตะเคยเป็นหัวหน้าแผนกศัลยแพทย์ของโรงพยาบาลที่ประเทศอเมริกาในรัฐบอสตันก่อนจะกลับมาเปิดคลีนิกที่ญี่ปุ่น” ฮิคาริบอกถึงประวัติการทำงานของเขา หัวหน้าแผนกศัลยแพทย์จากโรงพยาบาลในอเมริกา !! ดนัยที่ได้รู้ก็ตกใจเพราะนึกไม่ถึงว่าหมอยานางีตะจะเคยเป็นหัวหน้าแผนกศัลยแพทย์ในโรงพยาบาลที่ต่างประเทศมาก่อน “ว่าแต่นายถามถึงทำไมเหรอ” ฮิคาริสงสัยว่าดนัยถามถึงหมอยานางีตะทำไม “ก็ฉันสงสัยหลังจากห็นฝีมือการผ่าตัดของเขาน่ะสิการใช้มีด การใช้กรรไกรและการเย็บแผลนั่นจากที่เห็นฝีมือดีกว่าเธออีกแถมความเร็วในการผ่าตัดเองก็สุดยอดเธอรู้มั้ยว่าเขาใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีก็ผ่าตัดช่องท้องเสร็จแล้วฉันก็เลยสงสัยว่าเขาอาจจะเคยเป็นศัลยแพทย์มาก่อนน่ะสิแต่ว่าฝีมือดีขนาดนั้นทำไมถึงไปเปิดคลีนิคอายุรกรรมกันนะ” ดนัยพูดด้วยความสงสัยและไม่เข้าใจเพราะถ้าฝีมือดีขนาดนั้นไม่ว่าจะไปทำงานที่โรงพยาบาลไหนโรงพยาบาลนั้นก็ต้องรีบรับเข้าทำงานอยู่แล้ว “เดี๋ยวสิดนัยนี่นายจะบอกว่าคนไข้ของนายที่ฉันให้ส่งไปที่คลีนิกของหมอยานางีตะนั้นเป็นฝีมือการผ่าตัดของเขางั้นเหรอ !!” ฮิคาริอุทานออกมา “อืมก็ใช่น่ะสิ” ดนัยพยักหน้า “บ้าน่านี่หมอยานางีตะเขากลับมาจับมีดแล้วงั้นเหรอฉันก็นึกว่าเขาแค่ให้นายยืมใช้ห้องผ่าตัดเฉยๆเสียอีก !!” ฮิคาริพูดด้วยสีหน้าตกใจเป็นอย่างมาก “เธอพูดแบบนี้หมายความว่าไงหมอยานางีตะเคยเลิกจับมีดงั้นเหรอมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นน่ะ” ดนัยที่เห็นฮิคาริพูดแบบนั้นก็ถาม “ฉันเองก็ไม่รู้รายละเอียดมากนักหรอกแต่เห็นว่าเขาทำภรรยาตายคาเตียงผ่าตัดตอนที่ยังทำงานอยู่ที่อเมริกาได้ข่าวอีกทีก็กลับมาเปิดคลีนิกที่ญี่ปุ่นแล้วฉันเองก็เคยแวะไปหาอยู่ตอนที่กำลังจะเปิดโรงพยาบาลตอนนั้นฉันไปชวนหมอยานางีตะมาทำงานด้วยกันแต่ว่าเขาก็ปฏิเสธมาเพราะบอกว่าเลิกจับมีดแล้ว” ฮิคาริบอกเธอนั้นเคยไปชวนหมอยานางีตะมาทำงานด้วยกันแล้วก่อนที่โรงพยาบาลทาเคนากะสาขาโตเกียวจะสร้างเสร็จแต่ทว่ากลับโดนปฏิเสธกลับมา “งั้นเหรอตอนนั้นเห็นเขาบ่นง่วงสงสัยตอนนั้นเขาจะง่วงจริงๆมั้งเลยลงมือเองเพราะเห็นหลังจากผ่าตัดเสร็จก็เผ่นไปนอนเลย” ดนัยบอกพลางนึกถึงตอนที่หมอยานางีตะบ่นง่วงๆแล้วก็แย่งหน้าที่ผ่าตัดหลักไปเองเฉย “งั้นเหรอหมอยานางีตะเขายังไม่ทิ้งมีดไปสินะ” ฮิคาริยิ้มออกมา “เธอลองไปชวนเขามาทำงานกับเราอีกรอบสิฝีมือดีขนาดนั้นให้ไปเป็นหมออายุรกรรมเสียดายฝีมือแย่เลยถ้าเขากลับมาเป็นศัลยแพทย์จะต้องช่วยคนได้เยอะกว่าเป็นอายุรแพทย์เป็นแน่” ดนัยบอกฮิคาริได้ยินแบบนั้นก็เงียบไปเธอกำลังคิดว่าจะไปชวนหมอยานางีตะมาทำงานด้วยกันอีกครั้งดีมั้ย “อืม...ถ้าอย่างนั้นวันหยุดฉันจะส่งนายไปช่วยทำงานที่คลีนิกหมอยานางีตะแล้วกันระหว่างนั้นนายก็ลองชวนเขามาทำงานกับเราดู” ฮิคาริครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนจะตัดสินใจส่งดนัยไป “วันหยุดฉันเนี่ยนะนี่เธอไม่คิดจะให้ฉันพักผ่อนเลยหรือไง !!” ดนัยเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “เอาน่ายังไงวันหยุดนายก็แค่นอนพักผ่อนอยู่แล้วนี่นาคลีนิกเองก็เปิดเป็นเวลาบ่ายๆก็ปิดแล้วไม่ได้งานหนักเหมือนที่โรงพยาบาลสักหน่อย” ฮิคาริบอก ถึงงานจะไม่หนักแต่นั่นมันวันหยุดที่ฉันใช้สำหรับพักผ่อนนะเห้ย !! ดนัยโวยวายอยู่ในใจ “ไม่อยากได้ความรู้เพิ่มเติมจากหมอยานางีตะหรือไงนายน่ะถึงแม้เขาจะเป็นศัลยแพทย์แต่ความรู้ด้านอายุรกรรมเขาก็ไม่ธรรมดานะจากที่เคยได้ยินเคยถูกทาบทามให้เป็นหัวหน้าแผนกอายุรกรรมด้วยไม่แน่บางที่การที่นายไปช่วยที่คลีนิกนั่นอาจจะได้ประสบการณ์ดีๆกลับมาด้วยก็ได้” ฮิคาริพูด อึก...เคยถูกทาบทามให้เป็นหัวหน้าแผนกอายุรกรรมด้วยงั้นเหรอแบบนั้นก็ต้องเก่งเรื่องอายุรกรรมมากน่ะสิน่าสนใจแฮะประสบการณ์จากหมอที่เคยเป็นถึงหัวหน้าแผนกศัลยแพทย์และเคยถูกทาบทามให้เป็นหัวหน้าแผนกอายุรกรรมถ้าได้รับประสบการณ์จากคนแบบนั้นเราต้องได้ประโยชน์มากแน่ๆ ดนัยคิดในใจก่อนจะตัดสินใจ “เออก็ได้เอาก็เอาติดต่อส่งฉันไปช่วยงานที่นั่นได้เลย” ดนัยบอก “โอเคเข้าใจแล้วเดี๋ยวจัดการให้แต่นายคงไม่ทำให้ที่นั่นเกิดเรื่องใช่มั้ยพ่อเทพแห่งความซวย” ฮิคาริยิ้มออกมาพลางแซวฉายาของดนัยที่เธอแอบตั้งให้ “ฉันไม่ใช่เทพแห่งความซวยสักหน่อยยัยบ้า !!” ดนัยถลึงตาใส่เธอ สัปดาห์ต่อมา ตอนนี้ดนัยกำลังยืนอยู่หน้าคลีนิกอายุรกรรมยานางีตะซึ่งฮิคารินั้นได้ติดต่อส่งเขามาช่วยที่คลีนิกเรียบร้อยแล้วซึ่งยานางีตะก็ไม่ได้ปฏิเสธและให้ดนัยมาช่วยงานได้ทุกวันหยุดของเขา “เอาล่ะขอให้ได้ประสบการณ์ดีๆจากที่นี่ด้วยเถอะ !!” ดนัยพูดออกมาก่อนจะเดินเข้าไปในคลีนิก “สวัสดีครับหมอยานางีตะผมนายแพทย์ณัฐดนัยจากโรงพยาบาลทาเคนากะครับ !!” ดนัยเดินเข้าไปในคลีนิกก่อนจะเห็นยานางีตะนอนเหยียดยาวอยู่ที่โซฟา “โอ้มาแล้วเหรอมาๆเข้ามาก่อน” ยานางีตะกวักมือเรียกดนัยก่อนจะลุกขึ้นจากโซฟาและเดินเข้าไปข้างหลังคลีนิกก่อนจะเดินกลับออกมาพร้อมไม้กวาดและไม้ถูพื้นในมือ หมับ !! ยานางีตะยัดไม้กวาดและไม้ถูพื้นใส่มือดนัย “เอ่อ...นี่คืออะไรเหรอครับ” ดนัยทำหน้างงเพราะไม่เข้าใจว่าเอาไม้กวาดและไม้ถูพื้นมาให้เขาทำไม “ไม่รู้จักไม้กวาดกับไม้ถูพื้นหรือไง !!” ยานางีตะมองดนัยเหมือนกับเห็นตัวประหลาด “รู้จักสิครับแต่ว่าเอามาให้ผมทำไม ??” ดนัยถาม “ก็เอาไปทำความสะอาดไงเล่าเอาล่ะรีบไปทำความสะอาดซะฉันจะไปนอนข้างบนหน่อยมีคนไข้มาก็ฝากจัดการตรวจให้ด้วยล่ะฮิคาริบอกว่านายมีประสบการณ์อายุรกรรมมาจากตอนไปเป็นพนักงานชั่วคราวที่ออสเตรเลียมาแล้วนี่นาฉันรับนายมาช่วยเพื่อให้ทำงานแทนฉันนี่แหละเรื่องยาก็หาๆในตู้นั่นเอาไม่ยากหรอก !!” ยานางีตะพูดพลางชี้ไปที่ตู้เก็บยาก่อนจะเดินขึ้นไปชั้นสองเพื่อขึ้นไปนอนทันที ดนัยที่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่อ้าปากค้างเขาอุส่ามาช่วยงานที่นี่ในวันหยุดของเขาเพื่อหวังว่าจะได้ประสบการณ์ดีๆจากคนที่เคยเป็นหัวหน้าแผนกศัลยกรรมและเคยถูกทาบทามให้เป็นหัวหน้าแผนกอายุรกรรมแท้ๆแต่ไหงตอนนี้เขาถึงต้องมาทำความสะอาดและทำงานแทนเจ้าตัวที่หนีไปนอนล่ะเนี่ย !! จบ...