ขุนสามีให้อ้วนพี ท่านจะได้มีแรงตบตีกับญาติเหล่านั้น

    บทที่ 37 โปรดปราน

    บทที่ 37 โปรดปราน

             

            เข้าวัง?!ฉีเมี่ยวใจเต้นรัวตึกตัก สถานที่ซึ่งราวกับเทพนิยายเช่นวังหลวงนี้ก็เคยเห็นเพียงในโทรทัศน์ถ้าให้นางได้สัมผัสด้วยตนเอง นางรู้สึกไม่มั่นใจ อย่างไรเสียทุกอย่างที่นี่ก็ไม่ใช่เด็กเล่นขายของทำธุระในวังผิดพลาดเล็กน้อยเกรงว่าคงต้องสูญเสียชีวิตน้อยๆ

            ไป๋ซีอวิ๋นเห็นท่าทางใบหน้าน้อยๆขาวซีดของนาง ทำให้เขารู้สึกสงสารถึงกระดูกจริงๆ จึงกุมมือของนางไว้ก่อนพูดกับปิงเหลียนว่า“รู้แล้ว เจ้าไปบอกอานลู่โหวฮูหยิน นางเตรียมพร้อมแล้วให้นางไปก่อนเมี่ยวเอ๋อร์ไปตามลำพัง ไม่ไปกับนาง เชิญนางไม่ต้องรอ”

            ปิงเหลียนยิ้มทำความเคารพถอยออกไป

            ไป๋ซีอวิ๋นก้มหน้าก็เห็นภรรยาตัวน้อยของเขาเงยหน้ามองเขาด้วยนัยน์ตางามพร่ามัว

            “ว่าอย่างไร”

            “อาจาว ไม่ไปกับแม่สามี ทางนางจะ...”

            “เมี่ยวเอ๋อร์ พวกเราไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อให้ผู้อื่นดู ชีวิตนี้ของข้าสนใจเพียงเจ้ามีความสุขหรือไม่ในเมื่อนางทำให้เจ้าไม่มีความสุข เหตุใดต้องฝืนเอาใจผู้อื่น ยิ่งกว่านั้นมารดาของข้าเองเป็นอย่างไรข้าย่อมรู้ดีที่สุดเจ้าไปกับนาง แม้เจ้าเต็มใจ ข้าก็ไม่วางใจหรอก”

            น่าดีใจเกินไปแล้ว!

            คนดีเช่นนี้นางจะปล่อยให้เขาเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้อย่างไร!

            ฉีเมี่ยวอดไม่ได้ที่จะโอบเอวผอมบางของเขาขณะกำลังจะเอ่ยปากก็ได้ยินไป๋ซีอวิ๋นพูดต่อด้วยเสียงทุ้มต่ำ “เจ้าไปหยิบเสื้อผ้าให้ข้า ข้าไปพร้อมกับเจ้า”

            ฉีเมี่ยวเงยหน้าทันที

            “ในวังกฎเกณฑ์เข้มงวด เจ้าไม่เคยเข้าวังย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะประหม่า ว่านกุ้ยเฟยเป็นแม่บุญธรรมของข้าดีร้ายข้ายังเปิดทางได้หน่อย ข้าพาเจ้าไปเข้าเฝ้าแม่บุญธรรม” ไป๋ซีอวิ๋นหยิกสองแก้มของฉีเมี่ยวเบาๆ อดไม่ได้ที่จะจูบบนริมฝีปากแดงของนางสักหน่อย“เหตุใดจึงอึ้งไปเช่นนี้ คิดอะไรอยู่”

            “อาจาว ขอบคุณท่านมาก” ฉีเมี่ยวซบหน้าลงบนหน้าอกเขา

            ไม่สนใจแล้วนางไม่อยากรู้ว่าไป๋ซีอวิ๋นลักลอบคบกับเจ้าของร่างเดิมถึงขั้นใดกันแน่! บุรุษดีๆ ที่จริงใจต่อนางเช่นนี้ แม้ไม่ทะลุมิติมาก็ไม่แน่ว่านางจะได้เจอ บัดนี้ในเมื่อเจอแล้วนางรู้วิชาแพทย์ ซ้ำยังมีเลือดที่มีประโยชน์ ต่อให้ทุ่มเทสุดชีวิตก็ต้องรักษาเขาให้หายดี

            นางก็ไม่คิดว่าอนาคตเขาจะเปลี่ยนไปหรือไม่เพียงเพื่อการปฏิบัติอย่างจริงใจของเขาในยามนี้ นางก็เต็มใจใช้ความจริงใจตอบแทนความจริงใจของเขา

            ฉีเมี่ยวไปหาชุดแพรแขนเสื้อยิงธนูสีม่วงมาสวมให้ไป๋ซีอวิ๋นใช้หัวเข็มขัดหยกขาวรัดเข็มขัดให้เขา จากนั้นตนเองก็เปิดตู้ลิ้นชักไม้แดง เลือกเสื้ออ่าวแพรเมฆาสีม่วงสว่างแขนกว้างปกเสื้อสมปรารถนาจากในนั้นคู่กับกระโปรงแพรแปดชิ้นเมฆาสีฟ้าอ่อนประดับดอกบัวทองผ้าสิบมงคล

            เปลี่ยนเสื้อผ้าเหมาะสมมายืนอยู่ตรงหน้าไป๋ซีอวิ๋นกลับเห็นคนผู้นั้นยิ้มแย้มมองนาง รอยยิ้มคล้ายมีความหมายลึกซึ้ง

            ฉีเมี่ยวกระแอมเล็กน้อยพูดอย่างเก้อเขิน “ข้าแค่รู้สึกว่า สีนี้ใส่แล้วสวย”

            “อืม สวยมาก”ไป๋ซีอวิ๋นชื่นชมอย่างไม่ปิดบังแม้แต่น้อย

            ชุดกระโปรงเสื้ออ่าวนี้ในความเพียบพร้อมแฝงด้วยความสง่างามสดใสแต่ไม่สูญเสียความเรียบหรู เผยเห็นทรวดทรงปราดเปรียวของนางอย่างเต็มที่ ที่สำคัญที่สุดคือเห็นเสื้อผ้าของนางกับเขาแล้วก็รู้ว่าคู่กัน

            ฉีเมี่ยวหน้าแดงกว่าเดิม

            ไป๋ซีอวิ๋นจูงมือฉีเมี่ยวลุกขึ้นฉวยมือเลือกปกเสื้อผีเสื้อทองฝังหยกจากกล่องเครื่องแป้งสวมให้นาง จากนั้นหยิบปิ่นระย้าทองคำหงส์คาบมุกปักเฉียงไว้ตรงหลังศีรษะนางยิ้มพูด “ไปเถอะ อย่าให้ว่านกุ้ยเฟยรอนาน”

            “อืม!” ฉีเมี่ยวแก้มแดงเรื่อออกไปก่อน

            ไป๋ซีอวิ๋นคิดชั่วครู่หยิบถุงเงินผ้าทองามจากลิ้นชักมาสอดไว้ในแขนเสื้อ กำลังจะออกไป กลับเห็นภรรยารักของเขาย้อนกลับมาอีกยิ้มหวานประคองเขาไปทางเดินด้วยกัน

            ก่วนจวินเยี่ยนยังคงสวมชุดแดงดูท่าเตรียมพร้อมออกไปข้างนอกแล้ว “พี่รอง รถม้าเตรียมพร้อมแล้ว”

            “ขอบคุณเจ้ามาก” ฉีเมี่ยวกล่าวขอบคุณ

            ก่วนจวินเยี่ยนเชิดคางส่งเสียงฮึดฮัดแล้วก็สาวเท้าเดินไปก่อน

            กลุ่มพวกเขาออกมาจากประตูข้างไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าอานลู่โหวฮูหยินรอที่ประตูใหญ่หรือไม่

            ในรถม้าปูเบาะนั่งหนานุ่มไป๋ซีอวิ๋นเอียงตัวพิงหมอนอิงกึ่งนอนสบายๆ ฉีเมี่ยวนั่งข้างกายเขาระหว่างทางเลิกม่านหน้าต่างขึ้นมุมหนึ่งมองข้างนอกอย่างสงสัยเงียบๆ

            สิ่งก่อสร้างที่มีกลิ่นอายโบราณกำแพงสีชมพูกระเบื้องสีดำ ชายคาสูงโค้งแต่ละแถวเรียงราย คนเดินถนนกลุ่มละสองสามคน คนที่ตั้งแผงค้าขายมีทั้งหญิงและชายไม่เหมือนกับในความรู้ความเข้าใจเมื่อก่อนว่าสตรีไม่อาจเปิดเผยตัวตน

            บางทีเงื่อนไขที่ว่าเท้าไม่ก้าวออกจากบ้านเช่นนี้ก็ต้องดูสถานะครอบครัวชาวบ้านทั่วไปต้องหาเลี้ยงชีพ ย่อมไม่ทันได้ห่วงเรื่องพวกนี้

            ขณะที่นางมองไปข้างนอกไป๋ซีอวิ๋นก็ชื่นชมใบหน้าด้านข้างที่ยิ้มแย้มแจ่มใสของนางเงียบๆ เพียงเที่ยวเล่นบนถนนนางยังชื่นชอบจนเป็นเช่นนี้ได้เด็กหญิงผู้นี้มีความสุขเรียบง่าย ข้อเรียกร้องไม่เคยสูง

            ไป๋ซีอวิ๋นยิ้มพูดว่า“ชอบออกมาเช่นนี้? วันหน้าพวกเราออกมาบ่อยๆเมื่อข้าสุขภาพดีขึ้น ข้าค่อยพาเจ้าไปเดินเล่นในร้านค้าของจวินอี้”

            ฉีเมี่ยวดีใจยิ่งนักพยักหน้ารัวๆ “ตกลงกันแล้วนะ ห้ามบิดพลิ้วล่ะ”

            “สาวน้อย ข้าหลอกเจ้าทำอะไร ไม่ไกลจากเมืองหลวงมีบ้านพักน้ำพุร้อนแห่งหนึ่งนั่นก็เป็นกิจการของข้า เมื่อก่อนข้าสุขภาพไม่ดีย่อมไม่มีกะจิตกะใจไปท่องเที่ยวทั่วสารทิศบัดนี้เห็นเจ้าชอบออกมาเช่นนี้ คราวหลังพาเจ้าไปที่นั่นพักอยู่ซักระยะเป็นการฆ่าเวลา”

            คนผู้นี้ยังมีบ้านพักน้ำพุร้อนด้วย?!

            “อาจาว นั่นก็เป็นกิจการส่วนตัวของท่าน?”ฉีเมี่ยวลดเสียงถาม

            ไป๋ซีอวิ๋นพยักหน้ายิ้มพูด “ข้าสุขภาพไม่ดี ย่อมไม่อาจฝึกวรยุทธ์เหมือนอาเยี่ยน และไม่อาจท่องเที่ยวทั่วสารทิศเหมือนจวินอี้ยิ่งไม่อาจไปทำงานในราชสำนัก...ไม่เพียงแต่ร่างกายข้าทนไม่ไหว แต่ผู้อื่นก็ไม่ใช้ข้าดังนั้นอยู่ว่างๆ ข้าจึงหาเงินเพื่อฆ่าเวลา หลายปีมานี้ก็พอมีสะสมอยู่บ้าง กลับไปข้าจะบอกเจ้าทีละเรื่อง” ข้าไปแล้วเจ้าจะได้รู้การมีอยู่ของกิจการพวกนี้ ไม่ให้คนนอกได้เปรียบตนเองเสียเปรียบ

            ฉีเมี่ยวมองเขาอย่างเลื่อมใส“หาเงินได้ก็สุดยอดมากแล้ว ข้ารู้ว่าท่านเฉลียวฉลาดไม่ธรรมดา”

            “นั่นมีประโยชน์อะไร ยามนั้นข้าเปิดร้านแลกเงินอิ๋น แค่อยากมีที่ให้คิดให้ข้าได้แบ่งความสนใจฆ่าเวลาเท่านั้นบริหารร้านแลกเงินจนใหญ่โตเช่นวันนี้ ข้ายังไม่ใช่นั่งกินนอนกินรอความตายทุกวัน? เงินอยู่ทางข้านี้ ที่จริงเป็นเพียงตัวเลขเท่านั้น เพราะแม้หาเงินได้ก็ไม่ใช่ข้าไปใช้กับมือไม่มีความรู้สึกสำเร็จและสนุกสนานแต่อย่างใดด้วยซ้ำ”

            “สวรรค์...”ที่แท้ซื่อจื่อของนางเป็นเจ้าของร้านแลกเงินอิ๋นผู้ซึ่งรวยล้นฟ้าในตำนาน? มิน่าล่ะวันนั้นฉวยมือโยนตั๋วเงินเป็นปึกให้นาง ยังบอกว่าขนหน้าแข้งไม่ร่วง

            “อาจาว เรื่องนี้ท่านอย่าให้พ่อสามีกับแม่สามีรู้”มิฉะนั้นคนพวกนั้นคงขูดรีดเจ้าทั้งเป็น!

            “พวกเขาไม่รู้ เรื่องนี้มีเพียงจวินอี้กับอาเยี่ยนรู้ พวกเขาล้วนเป็นบุรุษที่มีคุณธรรมคงไม่แพร่งพรายออกไป แม้แต่ทางองค์ชายรองกับว่านกุ้ยเฟยข้าก็ไม่เคยเปิดเผย”

            ฉีเมี่ยวพูดเหมือนคิดอะไรอยู่“ท่านยังบอกข้า? ไม่กลัวข้าออกไปพูดส่งเดช”

            “เจ้าไม่พูดหรอก ข้าบอกเรื่องนี้กับเจ้า เพราะกลัวเจ้าประหยัดแทนข้ามั่วซั่ว” ล้วงถุงเงินที่วันนั้นลั่วหย่งนำมาให้จากในอ้อมแขน “วันนั้นให้สิ่งนี้กับเจ้า จนถึงวันนี้เจ้ายังไม่ใช้ หมายความว่าอะไร” วางถุงเงินไว้บนหัวเข่านาง “อีกเดี๋ยวออกจากวังแล้วข้าจะพาเจ้าไปร้านขายเครื่องเงินเลือกเครื่องประดับศีรษะไปดูหน่อยว่ามีแป้งชาดแป้งน้ำที่ดีหน่อยหรือไม่ ค่อยเลือกผ้าให้เจ้าตัดเสื้อผ้า เงินพวกนี้ใช้ไม่หมดพวกเราก็ไม่กลับบ้าน”

            ฉีเมี่ยวแทบน้ำตานองหน้าท่านซื่อจื่อ เจ้าไม่ใช่ประธานจอมเผด็จการทะลุมิติมาจริงหรือ

            “อาจาว พวกเราจะฟุ่มเฟือยสิ้นเปลืองเช่นนี้ไม่ได้ สิ่งนั้น ท่าน...”

            เห็นไป๋ซีอวิ๋นหน้าขรึมไม่มีรอยยิ้มเมื่อครู่ สีหน้าก็ฟื้นคืนความ ‘บิดเบี้ยว’ ฉีเมี่ยวกลืนคำพูดประโยคหลังลงไป ก้มหน้าทำท่าทางภรรยาตัวน้อย

            ไป๋ซีอวิ๋นอยากทำดีกับนางอีกหน่อยอยากโปรดปรานนางอีกหน่อย มอบทุกอย่างที่ดีที่สุดให้นาง ชาติก่อนเขาคิดไม่ตก มักคิดว่าสตรีไม่ต้องมีส่วนร่วมกับกิจการของบุรุษดังนั้นหาเงินได้มากเพียงใด เขาก็ไม่เคยบอกฉีเมี่ยวเพราะอธิบายเรื่องร้านแลกเงินอิ๋นได้ยากดังนั้นภายหลัง เขากับลั่วหย่งตายไปทั้งคู่ อาเยี่ยนก็ท่องยุทธภพ ไม่มีคนบอกฉีเมี่ยวด้วยซ้ำว่ามีเงินก้อนนี้นางต้องอยู่จวนโหวเพื่อให้ลูกอยู่รอดต่อไปได้ แต่สุดท้ายกลับตกต่ำมีจุดจบเช่นนั้น

            ยามนั้นเขาเป็นวิญญาณล่องลอยอยู่ข้างกายนางได้แต่มองเห็นนางเจ็บปวด จะไม่ใช่ความทรมานของเขาได้อย่างไรเขานึกย้อนเสียใจที่ไม่ได้บอกทุกอย่างกับนาง!

            ดังนั้นยามนี้นอกจากไม่อาจบอกนางว่าเขาเกิดใหม่และจะมีชีวิตเพียงสี่ปีครึ่ง ที่เหลือล้วนบอกให้นางรู้ได้ทั้งหมด

            ตลอดทางเงียบงันถึงหน้าประตูวังย่อมมีคนที่ซุนกงกงเตรียมไว้มารับใช้พวกเขาเปลี่ยนเป็นรถสองล้อ ถึงตำหนักหย่งโซ่ว ก่วนจวินเยี่ยนถูกรั้งไว้ข้างนอกดื่มชาซุนกงกงต้อนรับไป๋ซีอวิ๋นกับฉีเมี่ยวเข้าประตูด้วยตนเอง

            เพิ่งเข้าห้องโถงใหญ่กลับเห็นอานลู่โหวฮูหยินจางซื่อแต่งกายตามลำดับขั้น กำลังนั่งดื่มชาบนเก้าอี้พนักพิงโค้งปูเบาะนั่งผ้าทองามดอกไม้บานสะพรั่งริมหน้าต่าง

            เห็นฉีเมี่ยวกับไป๋ซีอวิ๋นแต่งกายเช่นนี้จับมือเดินมาช้าๆจางซื่อก็หัวเราะเยาะ บุรุษผู้นี้ถูกนางปีศาจจิ้งจอกน้อยยั่วยวนจนลุ่มหลง! นางแทบอยากช่วนใบหน้านั้นของฉีเมี่ยวให้ลายพร้อย!

            “ซุนกงกง กุ้ยเฟยทรงยังไม่ว่างหรือ”จางซื่อข่มกลั้นเพลิงโทสะถามอย่างเกรงใจ

            ซุนกงกงยิ้มพูดว่า“อานลู่โหวฮูหยินโปรดรออีกเดี๋ยว กุ้ยเฟยทรงต้องดูแลธุระในหกตำหนักยุ่งยากซับซ้อน เชื่อว่าท่านคงเข้าใจ”

            จางซื่อเข้าใจแต่นั่งเฉยๆ ก็น่าเบื่อ รู้สึกเหมือนตนเองถูกกุ้ยเฟยเมินเฉย แต่นางไม่อาจคัดค้าน ได้แต่พยักหน้า

            ฉีเมี่ยวได้ยินว่ากุ้ยเฟยยุ่งอยู่ก็จะประคองไป๋ซีอวิ๋นนั่งก่อน

            ผู้ใดจะรู้ว่าซุนกงกงกลับพูดว่า“กุ้ยเฟยสั่งไว้ว่าไป๋ซื่อจื่อกับฮูหยินมาแล้ว ก็เชิญเข้ามาเข้าเฝ้าก่อน”

            ไป๋ซีอวิ๋นพยักหน้าอย่างไม่แปลกใจ“รบกวนซุนกงกง” เขาจูงมือฉีเมี่ยวเดินผ่านไปยังตำหนักหลักอย่างหนักแน่น

            ฉีเมี่ยวหันหลังมองจางซื่อที่มีสีหน้าแดงก่ำเลี่ยงไม่ได้ที่จะอึดอัดแทนนาง ว่านกุ้ยเฟยปฏิบัติแตกต่างกันอย่างชัดเจนเช่นนี้เห็นได้ชัดว่ากำลังตบหน้าจางซื่อเช่นนี้ดีจริงหรือ

            ไป๋ซีอวิ๋นคุ้นเคยกับทิวทัศน์ทุกอย่างในตำหนักหย่งโซ่วพาฉีเมี่ยวมาถึงตำหนักหลักแล้วย่อมมีนางกำนัลเข้าไปรายงาน ไม่นานก็มีกูกู[1]สูงวัยนางหนึ่งออกมายิ้มแย้มทำความเคารพ “ไป๋ซื่อจื่อและฮูหยิน กุ้ยเฟยทรงเชิญท่านทั้งสอง”

            “ขอบคุณจินฟางกูกูมาก” ไป๋ซีอวิ๋นยิ้มกล่าวขอบคุณ

            “ซื่อจื่อไม่ต้องเกรงใจ”

            จินฟางกูกูพาทั้งสองเข้าตำหนักอย่างนอบน้อมผ่านชั้นวางสมบัติมาถึงตำหนักปีก

            เห็นหญิงงามรูปร่างผอมเพรียวนั่งตะแคงบนเตียงหลัวฮั่นปูด้วยเบาะนั่งสีเขียวอ่อนริมหน้าต่างผมดุจเมฆดำ ผิวดุจหยกขาว ชุดราชสำนักสีน้ำผึ้งขับให้นางผิวขาวกระจ่างใส ปลายคิ้วเชิดขึ้นแฝงด้วยความงามแห่งความระทมทุกข์อ่อนแองามจนทำให้ฉีเมี่ยวที่เป็นสตรีเช่นกันยังละสายตาไม่ได้

            นี่ก็คือว่านกุ้ยเฟย?! มิน่า นางถึงได้รับความโปรดปรานสูงสุดในหกตำหนัก!


    [1] กูกู คำเรียกนางกำนัลอาวุโส

    คล้ายกับเรื่องขุนสามีให้อ้วนพี ท่านจะได้มีแรงตบตีกับญาติเหล่านั้น ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808