การเกิดใหม่อีกครั้งของนักอัญเชิญอสูร

    ตอนที่ 58 ผู้ตรวจการของเมืองแห่งนักประดิษฐ์

    คฤหาสน์คุณชายนักประดิษฐ์
           หลังจากกลับมาที่คฤหาสน์ หวังเหว่ยได้ใช้ทักษะเทพหลอมสร้าง เพื่อหลอมสร้างศาสตราวุธประเภทค้อนและศาสตราวุธประเภทมีดสั้นสองเล่ม โดยใช้แร่โลหะหินเหล็กในการหลอม
           วูม วูม
           เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง หวังเหว่ยได้หลอมสร้างศาสตราวุธประเภทค้อนระดับมหากาพย์และศาสตราวุธประเภทมีดสั้นระดับมหากาพย์สองเล่มเสร็จเรียบร้อย
           ฟู่ววว
           “เอาล่ะ ในตอนนี้คงจะใกล้มืดค่ำแล้ว ข้าควรรีบเอาศาสตราวุธเหล่านี้ไปมอบให้กับเฟิงเค่อและเฟิงเป้า” หวังเหว่ยกล่าวกับตนเองเบาๆ จากนั้นเขาได้ออกจากห้องพัก และไปหาเฟิงเค่อกับเฟิงเป้าที่กำลังนั่งพักผ่อนอยู่ที่โซฟาภายในห้องรับแขกของคฤหาสน์
           “นายท่าน” เฟิงเค่อและเฟิงเป้ากล่าวทักทายหวังเหว่ย เมื่อเห็นเขาเดินเข้ามาภายในห้องรับแขก
           “ช่วงนี้พวกเจ้าทั้งสองทำงานได้ดีมาก ข้ามีรางวัลเล็กน้อยจะมอบให้ เฟิงเค่อนี่คือศาสตราวุธประเภทค้อนระดับมหากาพย์ ข้าตั้งชื่อให้ค้อนนี้ว่า "ค้อนเหล็กปฐพี" ข้ามอบให้กับเจ้าเฟิงเค่อ
           ส่วนเฟิงเป้านี่คือศาสตราวุธประเภทมีดสั้นระดับมหากาพย์สองเล่ม ข้าตั้งชื่อให้มีดสั้นทั้งสองเล่มนี้ว่า "มีดคู่วายุ" ข้ามอบให้กับเจ้าเฟิงเป้า” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้นำค้อนเหล็กปฐพีมอบให้กับเฟิงเค่อ และนำมีดคู่วายุมอบให้กับเฟิงเป้า
           “ขอบคุณนายท่านขอรับ” เฟิงเค่อและเฟิงเป้ากล่าวพร้อมกัน
           “ตั้งใจทำงานของพวกเจ้าให้ดี เฟิงเค่อเจ้ายังไม่มีแหวนมิติใช้เก็บศาสตราวุธของเจ้า เจ้ารับแหวนมิติวงนี้ไป สำหรับแผ่นเหล็กทหารรับจ้าง เจ้าเก็บเอาไว้ในแหวนมิติของเจ้าได้เลย หลังจากเสร็จสิ้นการรับสมัครทหารรับจ้างแล้ว เจ้าค่อยนำแผ่นเหล็กทหารรับจ้างมาคืนให้กับข้า” หวังเหว่ยได้มอบแหวนมิติที่ได้มาจากป้อมปราการมังกรทิศตะวันตกให้กับเฟิงเค่อหนึ่งวงหลังจากกล่าวจบ
           “รับทราบขอรับนายท่าน” เฟิงเค่อได้เก็บค้อนเหล็กปฐพีและแผ่นเหล็กทหารรับจ้างเอาไว้ภายในแหวนมิติทันที หลังจากสวมใส่แหวนมิติเอาไว้ที่นิ้วของตนเองเรียบร้อยแล้ว
           “เอาล่ะ ข้ามีงานให้พวกเจ้าทั้งสองทำ ปกติเหล่าชนชั้นสูงภายในเมืองมักจะชอบออกมาสังสรรค์กันตามร้านอาหาร ข้าจะให้เงินพวกเจ้าคนละ100เหรียญทอง ให้พวกเจ้าทั้งสองออกไปสืบหาข่าวสารต่างๆ จากเหล่าชนชั้นสูงของเมืองที่ออกมาสังสรรค์กันตามร้านอาหาร”
           “รับทราบขอรับนายท่าน” เฟิงเค่อและเฟิงเป้ากล่าวกับหวังเหว่ยด้วยท่าทางตื่นเต้นดีใจที่จะได้ออกไปเที่ยว ทั้งสองคนรีบรับเงิน100เหรียญทองจากมือของหวังเหว่ยอย่างรวดเร็ว จากนั้นพวกเขาทั้งสองได้ไปหาจินลั่วหลินหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างหมายเลขหนึ่งภายในที่พักของเขา
           หวังเหว่ยหัวเราะออกมาเล็กน้อยเมื่อได้เห็นท่าทางของทั้งสองคน จากนั้นหวังเหว่ยได้กลับเข้าไปในห้องพักของตนเองและเริ่มต้นหลอมเม็ดยาสมุนไพรช่วยดูดซับพลังปราณอสูรระดับยอดเยี่ยมความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วนนับร้อยเม็ด จากนั้นเขาได้นอนหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า ส่วนกลุ่มทหารรับจ้างหมายเลขหนึ่งทั้ง1,000คน ได้พักผ่อนอยู่ในที่พักชั่วคราวที่ได้ช่วยกันสร้างขึ้น
           “ท่านจินลั่วหลิน ท่านพอจะรู้หรือไม่ว่าเหล่าชนชั้นสูงของเมืองมักจะไปสังสรรค์กันที่ใด” เฟิงเป้ากล่าวถามจินลั่วหลินหลังจากเข้ามาถึงภายในที่พักของเขา
           “เหล่าชนชั้นสูงของเมืองมักจะไปสังสรรค์กันที่ร้านอาหารหลงซูลี่ ซึ่งเป็นร้านอาหารที่มีชื่อเสียงที่สุดภายในเมืองขอรับท่านอาจารย์เฟิงเค่อ ท่านอาจารย์เฟิงเป้า” จินลั่วหลินกล่าวตอบเฟิงเค่อและเฟิงเป้า จากนั้นเขาได้บอกถึงสถานที่ตั้งของร้านอาหารหลงซูลี่ให้กับทั้งสองคน
           “พวกข้าขอตัวออกไปพบปะสังสรรค์เพื่อทำความรู้จักกับเหล่าชนชั้นสูงของเมืองก่อน ไว้มีเวลาพวกเราค่อยมาสังสรรค์กันท่านจินลั่วหลิน” เฟิงเค่อกล่าวกับจินลั่วหลิน
           “ร้านอาหารหลงซูลี่ เป็นสถานที่รวมตัวของเหล่าชนชั้นสูงที่ร่ำรวยด้วยขอรับ หากท่านอาจารย์ทั้งสองต้องการพูดคุยเรื่องการค้า สถานที่แห่งนี้เหมาะสมมากขอรับ” จินลั่วหลินกล่าวแนะนำเฟิงเค่อและเฟิงเป้า
           “พวกข้าเข้าใจแล้ว ขอบคุณสำหรับคำแนะนำของท่าน” หลังจากกล่าวจบเฟิงเค่อและเฟิงเป้าได้เดินออกจากคฤหาสน์คุณชายนักประดิษ์ฐ์และไปยังร้านอาหารหลงซูลี่ในทันที
           เวลาหนึ่งชั่วโมงผ่านไป เฟิงเค่อและเฟิงเป้าได้มาถึงยังหน้าร้านอาหารหลงซูลี่ ซึ่งร้านอาหารแห่งนี้มีทั้งหมดสามชั้น โดยชั้นที่หนึ่งเป็นสถานที่สังสรรค์ของเหล่าชนชั้นสูงภายในเมือง ชั้นที่สองเป็นสถานที่สังสรรค์ของเหล่าผู้มีตำแหน่งระดับสูงและพ่อค้าที่ร่ำรวยภายในเมือง ชั้นที่สามเป็นสถานที่พักส่วนตัวของเจ้าของร้านอาหารหลงซูลี่
           “ร้านอาหารแห่งนี้ช่างดูหรูหราสมกับเป็นร้านอาหารของชนชั้นสูง” เฟิงเป้ากล่าว
           “จริงของเจ้าพวกเราควรเปิดตัวกันอย่างไรดีให้ดูน่าสนใจ ?” เฟิงเค่อกล่าวถามเฟิงเป้า
           “เรื่องนี้ข้ายกให้เจ้าเป็นคนจัดการข้าจะเดินตามเจ้าเข้าไป” เฟิงเป้ากล่าวตอบเฟิงเค่อ
           “ข้าเข้าใจแล้วเช่นนั้นเจ้าเดิมตามข้ามา” หลังจากกล่าวจบเฟิงเค่อได้ถอดเสื้อคลุมของตนเองออก จากนั้นเขาได้ใช้มือข้างซ้ายถือเสื้อคลุมขึ้นไปวางพาดไว้บนไหล่ของตนเอง
           เฟิงเป้าได้เบิกตากว้างขึ้นทันทีเมื่อเห็นเฟิงเค่อถอดเสื้อคลุมออกท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น
           "ทั้งๆที่หิมะกำลังตกหนัก แต่เจ้านี่กลับถอดเสื้อคลุมออก ข้าจะไปทำตามคนบ้าแบบนี้ได้ยังไง" เฟิงเป้าคิดในใจขณะส่ายหัวไปมา
           เฟิงเค่อได้หันมามองเฟิงเป้าที่กำลังส่ายหัวเล็กน้อย จากนั้นเขาได้เดินเข้าไปภายในร้านอาหารหลงซูลี่ด้วยใบหน้าที่จริงจัง โดยมีเฟิงเป้าเดินตามเข้าไป
           หญิงสาวชนชั้นสูงภายในร้านได้หันไปมองเฟิงเค่อด้วยความตกตะลึง เนื่องจากใบหน้าที่คมเข้มจนเด่นสะดุดตา บวกกับผิวสีแทนและร่างกายที่กำยำล่ำสัน ซึ่งสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนเนื่องจากเขาถอดเสื้อคลุมออก ทำให้ไม่มีเหล่าหญิงสาวชนชั้นสูงคนใดละสายตาไปจากเฟิงเคอแม้แต่คนเดียว
           ในขณะที่เฟิงเค่อและเฟิงเป้าเดินเข้ามาภายในร้าน ได้มีหญิงสาวเผ่าพันธุ์มังกรอายุราว30ปีคนหนึ่งลงมาจากชั้นบนและเดินเข้ามาหาเฟิงเค่ออย่างรวดเร็ว
           “ข้าชื่อซูฮวาหลงเป็นเจ้าของร้านอาหารแห่งนี้ ข้าพึ่งเคยพบเห็นท่านเป็นครั้งแรก ข้าขอทราบชื่อของท่านได้หรือไม่ ?” ซูฮวาหลงกล่าวถามเฟิงเค่อ
           ในทันทีที่เหล่าหญิงสาวชนชั้นสูงได้เห็นซูฮวาหลงลงมาต้อนรับเฟิงเค่อด้วยตนเอง พวกนางจึงได้หันไปพูดคุยกันต่อโดยไม่หันมามองเฟิงเค่ออีก
           “ข้าชื่อเฟิงเค่อ ข้าพึ่งมาอยู่ที่เมืองนี้ได้ไม่นาน” เฟิงเค่อกล่าวตอบซูฮวาหลง
           “เช่นนั้น ขอให้ข้าได้เลี้ยงอาหารท่านสักมื้อ เชิญท่านตามข้ามาทางนี้”
           “คือ เอ่อ...” เฟิงเป้ากล่าวออกมา ขณะที่มองเฟิงเค่อและซูฮวาหลงกำลังเดินไปด้วยกัน
           เฟิงเค่อได้หันไปมองเฟิงเป้า จากนั้นเขาได้กล่าวออกมา “ข้าเกือบลืมไปเลย นี่คือน้องชายของข้าเฟิงเป้า ข้าขอให้เขาไปนั่งโต๊ะเดียวกับเราได้หรือไม่ ?” เฟิงเค่อกล่าวถามซูฮวาหลง
           “ได้แน่นอนขอเชิญท่านทั้งสองทางนี้” ซูฮวาหลงหันไปมองเฟิงเป้าเล็กน้อย จากนั้นนางได้พาเฟิงเค่อและเฟิงเป้าไปนั่งที่โต๊ะส่วนตัวของนางที่อยู่ภายในชั้นที่สามของร้านอาหาร
           หลังจากทั้งสามนั่งที่โต๊ะ ซูฮวาหลงได้ให้พนักงานของร้านออกไปเตรียม ไวน์องุ่นและอาหารขึ้นชื่อของทางร้าน มาให้กับเฟิงเค่อและเฟิงเป้า
           “เฟิงเค่อ ท่านมีคนรักหรือยัง ?” ซูฮวาหลงได้กล่าวถามเฟิงเค่อด้วยท่าทางเอียงอาย
           เฟิงเค่อตัวแข็งทื่อในทันทีหลังจากได้ยินคำกล่าวของซูฮวาหลง
           "เพื่องานของนายท่าน" เฟิงเค่อคิดในใจ
           “ยะ ยังไม่มี ข้าสนใจแต่เรื่องการหลอมสร้างเท่านั้น” เฟิงเค่อกล่าวตอบอย่างตะกุกตะกัก
           ดวงตาของซูฮวาหลงวาวโรจน์ขึ้นทันทีหลังจากได้ยินที่เฟิงเค่อกล่าว
           เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง พนักงานของร้านได้นำไวน์องุ่นและอาหารขึ้นชื่อของทางร้านอีกหลายอย่าง มาวางบนโต๊ะที่ทั้งสามนั่ง จากนั้นพนักงานของร้านได้กลับไปทำงานของตนเองต่อ ซูฮวาหลงได้รินไวน์องุ่นให้กับเฟิงเค่อพร้อมยิ้มให้กับเขา ส่วนเฟิงเป้าได้หยิบไวน์องุ่นอีกขวดมารินให้กับตนเอง
           “พวกเรามาดื่มด้วยกันท่านเฟิงเค่อ” ซูฮวาหลงได้ยื่นแก้วไวน์องุ่นให้กับเฟิงเค่อด้วยรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ของนาง จากนั้นนางได้ชนแก้วไวน์องุ่นกับเฟิงเค่อเบาๆ และยกแก้วไวน์องุ่นขึ้นดื่มในทันที
           เฟิงเค่อเห็นดังนั้นจึงได้ยกแก้วไวน์องุ่นขึ้นดื่มด้วยเช่นกัน ส่วนเฟิงเป้าที่เห็นทั้งสองคนดื่มไวน์องุ่นก็ได้ยกแก้วไวน์องุ่นของตนเองขึ้นดื่มเช่นกัน
           หลังจากนั้นทั้งสามคนได้ดื่มไวน์องุ่นด้วยกันอยู่นานนับชั่วโมง โดยซูฮวาหลงได้รินไวน์องุ่นให้แต่เฟิงเค่อเพียงคนเดียวเท่านั้น ส่วนเฟิงเป้าต้องรินไวน์องุ่นด้วยตนเอง
           เวลาผ่านไปอีกครู่หนึ่งเฟิงเป้าได้เริ่มสื่อสารทางจิตกับเฟิงเค่อ “นางค่อนข้างสนใจเจ้ามากกว่าข้า ข้าจะกลับไปที่คฤหาสน์ก่อน เจ้าลองสอบถามข่าวสารต่างๆ ภายในเมืองจากนางดูหลังจากที่ข้ากลับไป”
           “อืม ข้าเข้าใจแล้ว ไว้พบกันที่คฤหาสน์” เฟิงเค่อกล่าวกับเฟิงเป้าผ่านการสื่อสารทางจิต
           “ข้าขอตัวกลับก่อนพอดีมีงานที่ยังทำคั่งค้างอยู่ พี่เฟิงเค่อไว้พบกันที่คฤหาสน์” เฟิงเป้าได้ลุกขึ้นทันทีหลังจากกล่าวจบและเดินออกจากร้านอาหารหลงซูลี่ด้วยความรู้สึกน้อยใจเล็กน้อย เนื่องจากตนเองไม่ได้รับความสนใจ
           “เจ้ารู้จักคุณชายที่พึ่งเดินออกไปจากร้านหรือไม่ ?” เหวินหนิงถังบุตรสาวของผู้นำตระกูลเหวินกล่าวถามเพื่อนชนชั้นสูงของนาง
           “ข้าเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ข้าจะลองส่งคนไปสืบดูว่าเขาเป็นใคร” เพื่อนชนชั้นสูงของเหวินหนิงถังกล่าวตอบ
           หลังจากเฟิงเป้ากลับไปแล้ว เฟิงเค่อนึกขึ้นได้ว่าเขาต้องหาข้อมูลข่าวสารของเมืองนี้ เขาจึงกล่าวกับซูฮวาหลงว่า “ข้าพึ่งมาถึงเมืองนี้ได้ไม่นานนัก ท่านพอจะบอกเล่าข่าวสารต่างๆ ภายในเมืองให้ข้าฟังได้หรือไม่ ?”
           “ท่านอยากรู้เกี่ยวกับเรื่องอะไรบ้างล่ะ? ข้ารู้เรื่องราวต่างๆภายในเมืองนี้มากมายนัก เพราะเหล่าชนชั้นสูงที่มาสังสรรค์กันภายในร้านมักจะบอกเล่าเรื่องราวต่างๆให้ข้าฟัง” ซูฮวาหลงกล่าวตอบเฟิงเค่อ
           เฟิงเค่อที่ได้ยินดังนั้นจึงได้กล่าวกับนางว่า “ข้ากำลังจะเปิดร้านขายอุปกรณ์วิเศษภายในคฤหาสน์ของข้า ในวันนี้ข้าพึ่งรับสมัครทหารรับจ้างในราคาที่สูงกว่าปกติเท่าตัว มีข่าวสารใดบ้างที่ข้าควรจะรู้”
           “หรือว่า! ท่านคืออาจารย์ผู้ทรงเกียรติของสถาบันอัคคีหมอก” ซูฮวาหลงกล่าวถามเฟิงเค่อด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
           “ใช่แล้ว ข้าคืออาจารย์ผู้ทรงเกียรติของสถาบันอัคคีหมอก” เฟิงเค่อพยักหน้าเล็กน้อยขณะกล่าว
           “ข้าดีใจยิ่งนักที่ได้พบกับท่าน ท่านอาจารย์เฟิงเค่อ ข้าขอแนะนำตัวเองอีกครั้ง ข้าซูฮวาหลง มีตำแหน่งเป็นผู้ตรวจการของเมืองแห่งนักประดิษฐ์ หากในอนาคตท่านต้องการความช่วยเหลือเรื่องใด ภายในเมืองแห่งนักประดิษฐ์ท่านสามารถมาหาข้าได้” ซูฮวาหลง อายุ31ปี ระดับเลเวล48 คลาสอาชีพนักรบผู้เชี่ยวชาญ กล่าวแนะนำตัวกับเฟิงเค่อ
           “ตำแหน่งผู้ตรวจการ ตำแหน่งนี้ใหญ่แค่ไหน ?” เฟิงเค่อกล่าวถามนางด้วยความสนใจใคร่รู้
           "บางทีเขาคงจะมัวสนใจแต่เรื่องการหลอมสร้าง เลยไม่มีเวลาสนใจเรื่องอื่นเลยสินะ ถึงได้ไม่รู้จักตำแหน่งผู้ตรวจการ" ซูฮวาหลงคิดในใจ
           “อืม... ข้ามีอำนาจภายในเมืองแห่งนี้เป็นรองเพียงท่านเจ้าเมืองเท่านั้น” ซูฮวาหลงกล่าวตอบเฟิงเค่อ