สุดยอดนักผจญภัย

    ร้านแลกเปลื่ยนของไลท์

    ที่ชั้นสาม ร้านแลกเปลื่ยนส่วนมากจะมีสินค้าอยู่อย่างละชิ้นสองชิ้น ไม่เหมือนที่ชั้นหนึ่งที่หนึ่งร้านจะมีไม่ต่ำกว่าสิบชิ้น ส่วนชั้นที่สองก็มีอยู่สี่ถึงห้าชิ้น 

    ไลท์ได้ทำการแลกเปลื่ยนสมบัติหลายอย่างกับสมบัติที่มีพลังเวทย์

    “ น่าเสียดายที่ไม่มีหัวใจแห่งธาตุให้กับพวกเดซี่ ” ไลท์พึมพำออกมา 

    “ แต่ก็มียังมีสมบัติที่มีพลังเวทย์อยู่ไม่ใช่หรอแค่นี้ก็นับว่าดีแล้วล่ะ ส่วนหัวใจแห่งธาตุก็ค่อยดูในงานประมูลก็ได้ไม่แน่ว่าจะมีหัวใจแห่งธาตุโผล่ออกมาหลายชิ้นก็ได้ ” เบเรียลหัวเราะขึ้น

    “ แต่สมบัติเหล่านี้ก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้พวกนั้นแข็งแกร่งขึ้น ” ไลท์ถอนหายใจออกมา

    “ แต่ก็อย่างว่าแหละหัวใจแห่งธาตุนั้นหายากมากๆแถมยังต้องเข้าไปหาในดันเจี้ยนอีกด้วย ” เบเรียลส่ายหน้าเบาๆ 

    หลังจากที่ทำการแลกเปลื่ยนสมบัติเสร็จแล้วไลท์ก็พาคนอื่นๆลงมาที่ชั้นสอง จากนั้นเขาก็ลองไปเปิดร้านแลกเปลื่ยนดูบ้าง ไม่แน่ว่าอาจจะได้สมบัติที่มีพลังเวทย์อีกก็ได้

    “ ท่านไลท์จะต้องลงทะเบียนก่อนครับ ซึ่งทางเราแค่ต้องการทราบว่าท่านไลท์จะนำสมบัติอะไรมาแลกเปลื่ยน เพื่อป้องกันไม่ให้มีคนขโมยสมบัติไปครับ ” เจ้าหน้าที่ทริกเกอร์พูดขึ้น

    “ งั้นฉันต้องลงทะเบียนที่ไหนงั้นหรอ? ” ไลท์ถามขึ้น

    “ เดี๋ยวผมไปตามหนึ่งในผู้ดูแลงานมาก่อนนะครับ ” เจ้าหน้าที่ทริกเกอร์พูดก่อนที่จะวิ่งไปหาผู้ดูแลงานแลกเปลื่ยน

    ผู้ดูแลงานแลกเปลื่ยนมีอยู่สามคนด้วยกัน ซึ่งทั้งสามซึ่งทั้งสามก็เป็นจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์

    ไม่นานเจ้าหน้าที่ทริกเกอร์ก็เดินมาพร้อมกับชายวัยกลางคนในชุดของจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์

    “ ท่านไลท์ ผมชื่อมาโชเล่ย์ เป็นหนึ่งในผู้รับผิดชอบงานแลกเปลื่ยนในครั้งนี้ครับ ” มาโชเล่ย์พูดพร้อมกับยื่นมือมาข้างหน้า

    “ สวัสดีครับ ” ไลท์ยิ้มและจับมือกับมาโชเล่ย์

    “ เห็นทริกเกอร์บอกว่าท่านไลท์ต้องการที่จะตั้งร้านแลกเปลื่ยนสมบัติงั้นหรอครับ? ” มาโชเล่ย์พูดขึ้น

    “ ใช่แล้วล่ะ ” ไลท์พยักหน้า

    “ งั้นก็ตามผมมาเลยครับ ” มาโชเล่ย์พูดพร้อมกับพาไลท์และคนอื่นๆไปที่ห้องส่วนตัวข้างชั้นสี่

    เบเรียลและคนอื่นๆรอไลท์อยู่ที่หน้าห้อง

    ภายในห้องทำงานของมาโชเล่ย์ มีข้าวของไม่กี่ชิ้นเท่านั้น 

    ไลท์นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของมาโชเลย์

    “ ท่านไลท์ต้องการนำสมบัติอะไรมากแลกเปลื่ยนบ้างครับ? ” มาโชเล่ย์ถามออกมาด้วยความสนใจ เขารู้ว่าตัวตนระดับท่านไลท์จะต้องนำสมบัติหลายชิ้นมาแลกเปลื่ยนแน่ๆ และก็เป็นอย่างที่เขาคิดสมบัติที่ท่านไลท์วางเอาไว้บนโต๊ะนั้นมีจำนวนมากกว่าห้าสิบชิ้นและแต่ละชิ้นก็สามารถอยู่ที่ชั้นสองได้ทั้งหมด 

    “ สมบัติที่ท่านไลท์จะแลกเปลื่ยนมีเท่านี้ใช่ไหมครับ แล้ววัตถุประสงค์ของท่านไลท์ต้องการอะไรหรอครับ เช่นแลกเปลื่ยนเป็นสมบัติแบบไหนอะไรยังไง ” มาโชเล่ย์พูดขึ้น

    “ เอาเป็นว่าสมบัติที่ต้องการแลกส่วนใหญ่จะต้องมีพลังเวทย์สะสมอยู่ด้านใน ยิ่งมีพลังเวทย์เยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งดี ” ไลท์พูดขึ้น

    มาโชเล่ย์พยักหน้าจากนั้นเขาก็หยิบแผ่นป้ายออกมาและเขียนเอาไว้ว่า แลกเปลื่ยนกับสมบัติที่มีพลังเวทย์สะสมอยู่

    มาโชเล่ย์ยื่นแผ่นป้ายให้กับไลท์

    “ ท่านไลท์สามารถนำป้่ายนี้มาวางไว้ที่ร้านแลกเปลื่ยน ทีนี้ทุกคนก็จะรู้ว่าท่านไลท์ต้องการแลกเปลื่ยนสมบัติกับอะไร ” มาโชเล่ย์พูดขึ้น

    ไลท์มองดูแผ่นป้ายในมือพร้อมกับพยักหน้ารับเบาๆ 

    “ เดี๋ยวผมจะจัดหาตำแหน่งที่วางร้านแลกเปลื่ยนให้กับท่านไลท์ในทำเลดีๆเลยแล้วกัน ” มาโชเล่ย์พูดขึ้น

    “ ขอบใจมากคุณมาโชเล่ย์ ” ไลท์พูดขึ้น 

    หลังจากนั้นมาโชเล่ย์ก็จดรายชื่อสมบัติที่ไลท์นำมาแลกเปลื่ยน

    “ จริงสิคุณมาโชเล่ย์ ถ้าหากผมต้องการเพิ่มสมบัติที่จะนำมาแลกเปลื่ยนผมก็ต้องมาหาคุณมาโชเล่ย์อีกครั้งใช่ไหม? ” ไลท์ถามออกมา เพราะถ้าหากเขาแลกเปลื่ยนสมบัติหมดแล้ว แล้วเขาจะนำสมบัติมาเพิ่มอีกจะต้องทำอย่างไร

    “ ใช่แล้วครับ ว่าแต่ท่านไลท์มีสมบัติอีกงั้นหรอครับ ท่านไลท์ก็ลงทะเบียนล่วงหน้าไปก่อนเลยดีไหมครับจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาตามตัวผมด้วย แล้วก็อีกอย่างงานแลกเปลื่ยนสมบัติก็เหลือเวลาอีกไม่กี่วันแล้วก่อนที่จะจบลง ” มาโชเล่ย์พูดขึ้น

    ไลท์เห็นด้วยกับคำพูดของมาโชเล่ย์

    “ เอาเป็นว่าผมลงทะเบียนสมบัติเพิ่มด้วยก็ได้ ” ไลท์พยักหน้าก่อนที่จะนำสมบัติอีกประมาณหนึ่งร้อยชิ้นออกมา

    คิ้วของมาโชเล่ย์ถึงกับกระตุก เพราะเขาไม่คิดเลยว่าสมบัติของไลท์จะมีมากขนาดนี้ แต่ก็ช่วยไม่ได้ใครใช้ให้ไลท์แข็งแกร่งจนสามารถเอาชนะแม่ทัพปีศาจได้เป็นจำนวนมากขนาดนั้น เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกที่ไลท์จะมีสมบัติธาตุมืดเป็นจำนวนมาก

    ภายในทวีปมนุษย์ สมบัติธาตุมืดเป็นสมบัติที่หาได้ยากที่สุดเพราะการเติบโตของพวกมันจะต้องใช้ออร่าของพวกปีศาจใจการเติบโต จึงทำให้ไม่ค่อยพบเห็นได้ตามทวีปมนุษย์สักเท่่าไหร่ 

    “ เสร็จแล้วครับ เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้ว ” มาโชเล่ย์พูดขึ้นพร้อมยิ้มออกมา

    “ ขอบคุณมากคุณมาโชเล่ย์ ” ไลท์เองก็ยิ้มขอบคุณ

    ไม่นานไลท์ก็ออกมาด้านนอก

    “ พวกเธอไปเที่ยวก่อนก็ได้นะเพราะฉันจะต้องเฝ้าร้านแลกเปลื่ยน ” ไลท์พูดขึ้น

    “ ไม่เป็นไรหรอกพวกเราก็เดินเที่ยวมามากพอแล้ว พักสักหน่อยก็ได้ ” เบเรียลพูดขึ้น

    “ เข้าใจแล้ว ” ไลท์ยิ้มก่อนที่จะเดินตามมาโชเล่ย์ไป

    ที่ชั้นสอง 

    มาโชเล่ย์เลือกทำเลที่ดีที่สุดให้กับไลท์พร้อมกับสั่งให้เจ้าหน้าที่คนอื่นยกโต๊ะขนาดใหญ่มาตั้งเอาไว้ เนื่องจากสมบัติที่จะนำมาแลกเปลื่ยนนั้นมีเยอะมากๆ เพราะฉะนั้นโต๊ะเล็กๆคงจะไม่เพียงพอต่อการวางของแน่ๆ

    ทันใดนั้นโต๊ะแลกเปลื่ยนของไลท์ก็กลายเป็นจุดสนใจของทุกๆคนทันที เพราะโต๊ะของไลท์นั้นใหญ่และดูดีเอามากๆ จนทำให้คนที่นำสมบัติมาแลกเปลื่ยนพากันแสดงสีหน้าอิจฉาออกมา

    “ เจ้าบ้านั้นเป็นใครกันทำไมถึงได้โต๊ะใหญ่ๆแบบนั้น ” 

    “ ไม่เห็นจะหล่อเลยทำไมถึงมีสาวๆตามติดแบบนั้นกัน ” 

    “ นั้นไม่ใช่คนที่มีผลโวเลียนหรอ? ดูเหมือนว่าชายคนนี้จะมีสมบัติเป็นจำนวนมากเลยสินะ ” 

    เสียงซุบซิบรอบๆดังขึ้น แต่ถึงอย่างไรพวกไลท์ก็ไม่ได้สนใจอยู่ดี

    หลังจากที่จัดโต๊ะเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไลท์ก็นำสมบัติที่มากกถึงห้าสิบชิ้นมาวางไว้บนโต๊ะ 

    จำนวนสมบัติที่ไลท์นำออกมาถึงกับทำให้ผู้คนโดยรอบพากันตกใจ พวกเขาไม่คิดว่าไลท์จะนำสมบัติมาแลกเปลื่ยนเยอะขนาดนี้ 

    ด้วยเหตุนี้จึงทำให้กลายเป็นที่สนใจของผู้ชมโดยรอบและต้องการมาดูว่ามีสมบัติอะไรที่ไลท์นำมาแลกเปลื่ยนบ้าง แต่พวกเขาก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าไลท์ต้องการแลกเปลื่ยนกับสมบัติที่มีพลังเวทย์เท่านั้น

    สมบัติที่มีพลังเวทย์คือสมบัติที่สามารถดูดซัพละอองมานาได้ ซึ่งสมบัติเหล่านี้นับว่าหาได้ยากแต่ก็ใช่ว่าจะหาไม่ได้เลย 

    หนึ่งในสมบัติที่จะมีพลังเวทย์นั้นจะต้องเป็นสมบัติที่อยู่มานานกว่าหนึ่งร้อยปีขึ้นไปเพราะมันได้สัมผัสกับละอองมานามานานจนทำให้มันสามารถดูดซัพละอองมานานได้เอง นอกจากนี้มันยังมีพลังเวทย์ที่บริสุทธิ์กว่ามานาคริสตัลอีกด้วย ทำให้ช่วยเพิ่มพลังบ่มเพาะได้อย่างรวดเร็ว เหมือนกับละรูปปั้นเทพธิดาที่พวกไลท์เจอในรังของแมงป่องพิษทะเลทราย

    แม้ว่าผู้คนจะสนใจสมบัติของไลท์แต่ทว่าก็ไม่มีใครอยากจะนำสมบัติที่มีพลังเวทย์มาแลกเปลื่ยน 

    “ ฉันสามารถซื้อแทนได้ไหม เพราะฉันไม่มีสมบัติที่มีพลังเวทย์อยู่เลย ” ชายหนุ่มคนหนึ่งถามออกมาด้วยความคาดหวัง

    “ แล้วนายต้องการอะไรล่ะ? ” ไลท์ถามด้วยความอยากรู้ 

    “ ฉันต้องการหญ้าครามสีรุ้งนี้ ” ชายหนุ่มชี้ไปที่หญ่าครามสีรุ้งที่อยู่บนโต๊ะ

    “ หญ้าครามสีรุ้งงั้นหรอ แล้วนายจะให้ราคาเท่าไหร่? ” ไลท์ถามออกมา

    หญ้าครามสีรุ้งเป็นหนึ่งในส่วนประกอบสำคัญของยาต้านพิษ ซึ่งยานี้จะทำให้สามารถเข้าไปในสถานที่ที่มีพิษหนาแน่นอย่างป่าพิษสังหาร ซึ่งยานี้จะอยู่ได้นานถึงสิบวันเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังสามารถช่วยให้คนที่ถูกพิษสามารถขับพิษออกมาจากร่างกายได้อีกด้วย ทำให้ยาต้านพิษนี้หาได้ยากมากๆนั่นก็เพราะหญ้าครามสีรุ้งนั่นเอง 

    ซึ่งหญ้าครามสีรุ้งเพียงหนึ่งชิ้นในท้องตลอดก็มีราคาสูงถึงสิบล้านจีเซล แน่นอนว่าราคาอาจจะสูงขึ้นกว่านั้นก็ได้ถ้าหากผู้ขายไม่ได้ร้อนเงิน

    ชายหนุ่มครุ่นคิดอยู่เล็กน้อยก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “ ฉันให้ราคาสิบสองล้าน ” 

    “ ดีล ” ไลท์ยิ้มและหยิบหญ้าครามสีรุ้งให้กับชายหนุ่ม

    “ ลองนับดูก่อนว่าครบไหม ” ชายหนุ่มตอบพร้อมกับยื่นแหวนมิติให้กับไลท์

    ไลท์พยักหน้าเป็นคำตอบ

    “ ขอบใจมาก ฉันตามหาหญ้าครามสีรุ้งมานานมากแล้ว ตอนแรกก็คิดว่าจะไม่มีใครนำหญ้าครามสีรุ้งมีขายซะแล้ว โชคดีที่เจอกับร้านของนายเข้า ตอนแรกก็คิดว่านายจะยอมให้ฉันซื้อไหมแต่ก็โชคดีไป ” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นก่อนที่จะเดินจากไปอย่างเร่งรีบ

    “ นี้สามารถใช้เงินซื้อได้ด้วยงั้นหรอ? ” ชายวัยกลางคนถามออกมาด้วยความสนใจ

    “ เงินก็เป็นสิ่งของที่ใช้แลกเปลื่ยนเหมือนกัน แต่ก็ใช่ว่าจะซื้อได้หมดมันก็แค่บางอย่างเท่านั้นที่จะใช้เงินซื้อได้ ” ไลท์ตอบ 

    ชายวัยกลางคนพยักหน้าก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “ แล้วทำไมนายไม่แยกเลยล่ะว่ากองนี้สามารถใช้เงินซื้อได้ อีกกองไว้เฉพาะแลกเปลื่ยน ” 

    “ ก็เข้าท่าดีนะ  ” ไลท์พยักหน้าก่อนที่จะทำตามที่ชายวัยกลางคนบอก

    ฝั่งที่สามารถซื้อขายด้วยเงินมีไม่ถึงสิบชิ้น ส่วนที่เหลือจะใช้ในการแลกเปลื่ยนเอาเท่านั้น  

    “ ไม่เลวเลยนิ ” ชายวัยกลางคนพึมพำออกมาก่อนที่เขาจะหยิบเอาแร่ชิ้นหนึ่งออกมาจากโต๊ะ ซึ่งแร่ที่เขาหยิบขึ้นมานั้นมาจากฝั่งที่ต้องแลกเปลื่ยนสมบัติเท่านั้นชายวัยกลางคนหยิบเอาสมบัติที่มีพลังเวทย์ออกมาชิ้นหนึ่ง ซึ่งเป็นรูปปั้นของเต่าตัวหนึ่ง 

    แม้ว่าพลังเวทย์ที่ออกมาจากรูปปั้นเต่าจะไม่ได้เยอะมากแต่ก็นับว่าดีกว่าคริสตัลมานาระดับสูงอยู่สองถึงสามเท่า

    “ ชั้นเอารูปปั้นนี้แลกกับแร่นี้ได้ไหม? ” ชายวัยกลางคนถาม

    ไลท์เหลือบมองแร่ในมือของชายวัยกลางคนจากนั้นก็มองไปที่รูปปั้นเต่า หลังจากที่ครุ่นคิดเล็กน้อยเขาก็พยักหน้ารับ เนื่องจากแร่ก้อนนั้นกับพลังเวทย์ที่แผ่ออกมาจากเต่าตัวนั้นก็อยู่ในระดับที่รับได้แม้ว่าจะขาดทุนไปเล็กน้อยก็ตาม

    “ ขอบใจมาก ” ชายวัยกลางคนยิ้มก่อนที่จะเดินจากไป

    หลังจากที่ชายวัยกลางคนเดินจากไปก็มีผู้ชมหลายคนเดินเข้ามาก่อนที่จะพูดคุยกับไลท์ บ้างก็โชคดีที่สามารถแลกเปลื่ยนได้บ้างก็ไม่สามารถแลกเปลื่ยนได้ 

    จนกระทั้งถึงตอนเย็น

    ไลท์และเบเรียลนั่งคุยกันอยู่ ส่วนทางด้านยูเทียและคารินก็ออกไปหาอะไรกิน

    มีกลุ่มชายหญิงประมาณห้าเดินชมรอบๆก่อนที่จะมาหยุดอยู่ที่ร้านของไลท์ เป็นผู้ชายสามและผู้หญิงสอง

    ไลท์มองดูด้วยความสนใจ เพราะเขาสัมผัสได้ว่า ชายหญิงกลุ่มนี้ต่างก็อยู่ในระดับSทั้งๆที่อายุของพวกเขาอยู่ในระหว่างยี่สิบถึงสามสิบปี นอกจากนี้พวกเขาต่างก็สวมชุดของสภาจอมเวทย์แต่ยังอยู่ในยศผู้ตรวจการ

    นอกจากนี้ดูเหมือนว่ากลุ่มชายหญิงเหล่านี้จะดูโดดเด่นกว่าคนรุ่นเดียวกันมาก

    “ เห้ยมาดูนี้สิ ร้านนี้ของแลกเปลื่ยนเยอะเลย ” ชายหนุ่มอายุน้อย ใบหน้าดูหล่อเหลา เส้นผมสีแดงเพลิง รูปร่างผอมเล็กน้อยพูดขึ้น 

    “ จริงด้วยๆ ทำไมถึงมีสมบัติมากมายขนาดนี้เลยเนี้ย ” หญิงสาวที่ใบหน้าน่ารัก รูปร่างอรชร เส้นผมสีม่วง พูดด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ

    จากนั้นทุกๆคนก็มองไปที่เจ้าของร้านก่อนที่จะพบว่าเจ้าของร้านเป็นชายหนุ่มที่อายุพอๆกับพวกเขา นอกจากนี้คุณเจ้าของร้านกำลังนอนตักหญิงสาวที่งดงามคนหนึ่งอีกด้วย 

    “ มันจะน่าอิจฉาเกินไปแล้วนะ ” ชายหนุ่มที่ตัวใหญ่และร่างกายกำยำพูดขึ้นด้วยความอิจฉา 

    “ ฮ่าฮ่า เจดอน ฉันบอกแล้วไงว่าไม่มีใครชอบคนตัวใหญ่แบบนายหรอก ” หญิงสาวอีกคนในกลุ่มพูดพร้อมกับหัวเราะออกมา 

    “ เงียบไปซะ เรนนี่ ” เจดอนตะโกนออกมาด้วยความโกรธ

    “ ทำไมเจดอนนายรับความจริงนี้ไม่ได้งั้นหรอ? ” หญิงสาวอีกคนก็หัวเราะออกมาเช่นกัน

    “ เหอะ พวกเธอไม่รู้จักวิถีลูกผู้ชายหรอก ” เจดอนพึมพำออกมาด้วยความไม่สนใจ

    “ ว่าแต่ร้านนี้น่าสนใจจริงๆ ” ชายหนุ่มผมน้ำเงินพูดด้วยความสนใจ

    “ นั้นสิริชาร์ด ฉันเองก็รู้สึกว่าร้านนี้น่าสนใจจริงๆ ” เรนนี่เห็นด้วย 

    ไลท์และเบเรียลมองดูกลุ่มชายหญิงกลุ่มนี้ด้วยความสนใจ

    “ เหมือนพวกเดซี่เลยเนอะไลท์ ” เบเรียลพูดพร้อมกับหัวเราะออกมา

    “ นั้นสิ เหมือนกันจริงๆ ” ไลท์เห็นด้วยก่อนที่จะหัวเราะออกมาเช่นกัน จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นมานั่งพร้อมกับหาวออกมาเล็กน้อย

    “ เอ้าจะดูก็รีบดูไม่งั้นฉันจะปิดร้านไปกินข้าวแล้ว ” ไลท์พูดขึ้น

    กลุ่มชายหญิงด้านหน้าประหลาดใจ

    “ ไม่ใช่ว่าที่นี้อีกสามชั่วโมงถึงจะปิดไม่ใช่หรอทำไมนายถึงจะกลับก่อนล่ะ? ” เรนนี่ถามออกมาด้วยความสงสัย

    “ ร้านนี้เป็นของฉัน ฉันอยากเปิดก็เปิดฉันอยากปิดก็ปิด ไม่มีใครมาบังคับฉันได้หรอก ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับนั่งเท้าคาง

    “ เป็นเจ้าของร้านที่นิสัยแย่จริงๆ ” เรนนี่พึมพำออกมาจากนั้นเธอและคนอื่นๆก็ดูของจากร้านแลกเปลื่ยนทันที

     

    คล้ายกับเรื่องสุดยอดนักผจญภัย ที่คุณอ่าน