King - of - Element

    ตอนที่ 40


       ฟิ๊ว...ฉึก...อ๊าก...!!เสียงร้องโหยหวนของผู้เล่นที่ได้รับความเจ็บปวดจากการโจมตีด้วยกริชคู่เล่มงามจากลาซาร์คผู้ซึ่งมีตำแหน่งเป็นถึงองครักษ์พิทักษ์ราชันย์ของราชันย์น้ำแข็งลีออนผู้ยิ่งใหญ่ การโจมตีของเขานั้นรวดเร็ว และพลิ้วไหวดั่งสายน้ำ ผู้เล่นจำนวนไม่น้อยเลยที่ต้องถูกสังเวยจนสลายกลายเป็นแสงไปด้วยการโจมตีเพียงแค่ไม่กี่ครั้งของเขา “นี่พวกแกทำบ้าอะไรอยู่ ร่ายดีบัพให้มันเซ่!” แอสซาซินคนพี่ตะโกนสั่งลูกน้องอย่างเดือดดานที่ทำอะไรก็ไม่ได้ดั่งใจซักอย่าง พรีซคนสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่ได้ยินดังนั้นก็รีบร่ายสกิลดีบัพใส่ลาซาร์คตามคำสั่งหัวหน้าทันที แต่ชั่งน่าเสียดายนักที่พรีซคนนี้ไม่สามารถทำแบบนั้นได้ เพราะเป้าหมายที่จะร่ายดีบัพใส่นั้นได้เข้ามาประชิดตัวจากข้างหลังเพียงชั่วพริบตา และจากนั้น ฉั๊วะ!!พรีซคนนั้นถูกฟันหัวขาดกระเด็นออกจากบ่าไปไกล พร้อมกับร่างกายที่กลายเป็นแสงหายไปในทันทีท่ามกลางสายตาทุกคู่ของศัตรูที่จ้องเขม่งมาที่ลาซาร์ค แต่ชั่วพริบตาเขาหายลับไปจากระยะสายตาและกลายเป็นเงาดำหายไปอีกครั้ง “มันหายไปอีกแล้ว! บ้าเอ้ย ไวนักนะ!” กลุ่มศัตรูพยายามใช้ทักษะค้นหาแต่กลับไม่สามารถตรวจหาตำแหน่งของลาซาร์คได้แม้แต่น้อย เมื่อลาซาร์คหายไปนานๆเข้า พวกผู้เล่นฝั่งศัตรูก็เริ่มหวาดระแวง ความเหนื่อยล้าที่ตั้งท่าป้องกันเตรียมรับการโจมตีที่ไม่รู้ว่าจะโผล่เข้ามาเมื่อไหร่เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เวลาก็ล่วงเลยผ่านไปพร้อมกับความกดดันที่ค่อยๆถาโถมเข้าหากลุ่มศัตรู และทันใดนั้นเองพื้นดินบริเวณที่พวกเขายืนอยู่ค่อยๆถูกคลุมด้วยเงาหนาสีดำเข้ม มันค่อยๆขยายอาณาเขตเป็นวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆจนครอบคลุมพวกศัตรูทั้งหมด พวกเขาไม่สามารถเคลื่อนไหวใดๆได้เลยราวกับถูกพันธนาการเอาไว้ ทักษะเองก็ไม่สามารถใช้งานได้ราวกับถูกบางอย่างปิดกั้น พวกเขาพยายามดิ้นรนเอาตัวรอดแต่เหมือนจะสายไปแล้วเมื่อร่างกายของพวกเขาค่อยๆถูกเงาหนาบนพื้นดินสูบลงไปอย่างช้าๆ โดยที่ไม่สามารถขัดขืนได้แม้แต่น้อย “อ๊ากก นี้มันทักษะบ้าอะไรเนี่ย!” “ใครก็ได้ ทำอะไรซักอย่างที!” “บ้าเอ้ย! ใช้ทักษะอะไรไม่ได้เลย” “อ๊ากก!!” ไม่นานเสียงแอะอะโวยวายก็เงียบหายไปพร้อมกับร่างกายของพวกเขาที่ค่อยๆถูกเงาสูบลงพื้นดินไปในที่สุด “ฟู่ววว” ลาซาร์คพ่นลมหายใจออกมาเพื่อผ่อนคลายอารมณ์พร้อมกับร่างกายที่เหนื่อยหอบเล็กน้อย ทักษะที่เขาใช้นั้นมาจากกริชระดับ SSS ซึ่งมันจะเปลี่ยนมานาของเขาเองให้กลายเป็นกลุ่มเงาหนาเพื่อสูบเป้าหมายให้หายไป ยิ่งเป้าหมายมีจำนวน และระดับมากเพียงใด ก็จะยิ่งใช้มานาของตัวเองไปมากขึ้นเท่านั้น ลาซาร์คต้องการจัดการทางนี้ให้เรียบร้อยโดยไว เพื่อที่จะได้ตามไปสมทบกับราชันย์ของเขาที่ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว เขาพลางตรวจดูรอบๆให้มั่นใจว่าไม่หลงเหลือศัตรูอยู่อีกแล้ว จากนั้นเขาจัดการวางกองกำลังเล็กน้อยไว้คุ้มกันจุดเกิดก่อนที่จะกลายเป็นเงาลอยหายไปในอากาศเพื่อมุ่งหน้าไปยังสนามรบใหญ่ด้านนอก....ท่ามกลางสนามรบที่เต็มไปด้วยการต่อสู้ไม่รู้จบ ทักษะนาๆชนิดสุดแสนอลังการต่างถูกเรียกใช้กันอย่างไม่หวงแหนความสามารถ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อป้องป้องบางสิ่ง เพื่อแย่งชิงบางอย่าง เพื่อสร้างโอกาส เพื่อผลาญทุกสิ่ง ทุกคนล้วนมีเป้าหมายของตัวเองอย่างชัดเจน ไม่มีใครผิดที่เลือกข้างนี้ ไม่มีใครถูกเพื่อเลือกข้างนั้น ท้ายที่สุดแล้วผมลัพธ์มันก็มีแค่สองอย่างนั่นคือ แพ้ กับชนะ หรือว่าอยู่ ไม่ก็ตาย “เคย์! ดึงความสนใจให้ฉันที” จอมเวทย์สาวโรซาเรีย หนึ่งในองครักษ์พิทักษ์ราชันย์ตะโกนบอกเคย์เพื่อนร่วมทีมให้ดึงความสนใจในขณะที่เธอกำลังร่ายเวทย์บทใหญ่อยู่กลางสนามรบโดยมีผู้เล่นฝั่งเดียวกันกางวงล้อมคุมกันอยู่ เคย์ไม่พูดอะไรต่อเขาเพียงผงกหัวให้เท่านั้น เขาเหวี่ยงดาบใหญ่เท่าตัวไปรอบตัว 360 องศา จากช้าๆจนเพิ่มความเร็วไปเรื่อยๆ จนตอนนี้ตัวเขากลายเป็นจุดศุนย์กลางพายุขนาดใหญ่เคลื่อนตัวไปหาศัตรูอย่างช้าๆ ทุกที่ที่เขาผ่านไปล้วนมีผู้เล่นตกตายกลายเป็นแสงอย่างช่วยไม่ได้จากความแรงของทักษะ แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่สามารถยืดหยัดทนรับการโจมตีนี้ไหวเนื่องจากได้รับความช่วยเหลือจากผู้เล่นสายสนับสนุนได้อย่างทันควันนั่นเอง พวกเขาพยายามโจมตีสวนไปแต่การโจมตีพวกเขากลับถูกสะท้อนออกมาจนหมด มีบ้างที่สามารถเจาะทะลวงเข้าไปข้างใน แต่ก็ไม่สามารถสร้างความเสียหายได้มากพอที่จะหยุดพายุการโจมตีนั้นได้ และวินาทีที่ทั้งสนามรบกำลังมุ่งความสนใจไปที่พายุดาบหมุนขนาดใหญ่อยู่ จู่ๆบนท้องฟ้ากลับแตกออกเป็นรอยร้าวกว้างพอที่ทุกคนจะตกใจกลัว และสังเกตเห็นได้ ดวงตาดวงโตสีแดงฉานค่อยๆแทรกออกมาจากรอยร้าวนั้น ศัตรูที่ได้เห็นดวงตานั้นต่างติดสถานะหวาดกลัวจนไม่สามารถขยับร่างกายของตัวเองได้ดั่งใจนึก แต่นี่เป็นเพียงอย่างแรกที่พวกเขาโดน ของจริงมันกำลังจะเริ่มต่อจริงนี้เมื่อดวงตาบนท้องฟ้าเกิดแสงเรืองรองรอบๆมันคล้ายกับกำลังจะปลดปล่อยพลังงานบางอย่างออกมา ตู้มมม!!!ลำแสงทำลายล้างขนาดใหญ่ถูกปลดปล่อยออกมาจากดวงตาบนฟ้าลงสู่ผืนดิน เกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั่วพื้นที่ บนพื้นหิมะกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่เมื่อลำแสงส่งลงมาถึง ผู้เล่นที่โดนลำแสงนี้โจมตีกลับกลายเป็นแสงหายไปจนราบเป็นหน้ากองทันที ผู้เล่นฝั่งเดียวกันต่างส่งเสียงเฮลั่นเมื่อในที่สุดกำลังเสริมสุดแกร่งก็ปรากฏตัวในสนามรบเสียที ว่ากันว่าช่วงเวลาที่ยินดีปรีดา และแสนมีความสุขมักผ่านไปไวเสมอเมื่อกลางสนามรบของทางฝั่งของผู้ท้าชิงนั้นมีหญิงสาวร่างเล็กปรากฏตัวขึ้น แต่ที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือเธอกำลังยืนอยู่บนศรีษระของมันติคอร์ สัตว์ในเทพนิยายโบราณ อีกทั้งในโลกเสมือนแห่งนี้มันยังเป็นมอนสเตอร์ระดับสูงอีกด้วย “นั่นมัน รึว่าจะเป็น...ราชันย์แห่งพืช!” เคย์เป็นคนมองออกคนแรก ผู้เล่นด้านหลังเมื่อรู้ว่าบุคคลนั้นเป็นใครต่างขาสั่นด้วยความหวาดกลัวกันถ้วนนา โฮกกกก!!เสียงคำรามลั่นของมันติคอร์ชั้นสูงสร้างความหวาดหวั่นให้กับผู้เล่นที่ได้ยินเป็นอย่างยิ่ง พวกเขาต่างติดสถานะหวาดกลัวในทันทีที่ได้ยินเสียงคำรามของมัน ราชันย์แห่งพืช ‘เมย์’ เป็นที่รู้จักกันในนามนักอัญเชิญที่แข็งแกร่งที่สุด ว่ากันว่ามอนสเตอร์ที่เธอสามารถอัญเชิญได้ทั้งหมดมีกำลังรบเทียบเท่ากับกองทัพขนาดกลางๆถึงใหญ่เลยทีเดียว ว่าแล้วราชันย์แห่งพืชก็เริ่มลงมือทันที เธอยกมือขึ้นมาทำท่าทางคล้ายกับกำลังจะเรียกอะไรซักอย่างหนึ่ง วินาทีนั้นเอง รอบๆตัวของเธอปรากฏมอนสเตอร์ระดับสูงต่ำน้อยใหญ่นาๆชนิดแทรกออกมาจากช่องว่างของอากาศ ตอนนี้พวกมันกำลังหิวกระหายเป็นอย่างมากหลังจากที่ไม่ได้กินอะไรมาเป็นเวลานาน ทันทีที่พวกมันเห็นผู้เล่นตรงหน้า พวกมันรับรู้ได้ในทันทีว่านั่นเป็นเหยื่อที่มันต้องขย้ำให้จมดินเสีย โดยที่ไม่ต้องออกคำสั่งใดๆ ฝูงมอนสเตอร์นับร้อยพันต่างพากันพุ่งเข้าจู่โจมเหล่าผู้เล่นอย่างกระหายเลือดในทันที โครก!! กัซ!! โฮกก!! อ๊ากก!! เสียงคำรามลั่นของเหล่ามอนสเตอร์ที่กำลังไล่ขย้ำเหล่าผู้เล่นอย่างบ้าระห่ำ เสียงกรีดร้องร้องของพวกผู้เล่นที่กำลังต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดจากการโจมตีที่ไม่คาดฝันนี้ พวกเขาต่างถอยมาตั้งหลักอยู่ก้าวหนึ่งเพื่อตั้งรับการบุกที่รุนแรงครั้งนี้ “บ้าเอ้ย ทำไมพวกมันแข็งแกร่งแบบนี้เนี่ย!” โรซาเรียพูดขึ้นขณะที่กำลังร่ายสกิลใส่ฝูงมอนสเตอร์ “เธอก็น่าจะรู้ความสามารถของผู้อัญเชิญดีนะ พวกนั้นจะช่วงชิงร่างกาย และจิตวิญญาณของมอนสเตอร์ที่ถูกกำราบลงได้เอามาเป็นของตัวเอง ยิ่งมอนสเตอร์ระดับสูงที่ยากต่อการได้มา หากพวกมันถูกอัญเชิญออกมาอีกครั้ง มันจะได้รับบัพบางอย่างทำให้แข็งแกร่งกว่าเดิม และผลลัพท์มันก็เป็นอย่างที่พวกเรากำลังเผชิญกันอยู่ตอนนี้ไงล่ะ” เคย์ร่ายยาว ในมือพลันเหวี่ยงดาบยักษ์พุ่งเข้าใส่มอนสเตอร์ตัวสูงใหญ่ตัวหนึ่งจนมันกลายเป็นแสงหายไป “แต่นึกไม่ถึงว่าจะมีเยอะขนาดนี้นี่ ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะสามารถอัญเชิญมาได้มากขนาดนี้” “เธอถึงถูกเรียกว่า ราชันย์ไงล่ะ!!” สถานการณ์ของฝั่งพันธมิตรราชันย์น้ำแข็งกำลังเสียเปรียบอย่างมาก พวกเขาเสียทั้งไอเทม ระดับ กำลังใจ และอื่นๆอีกมากมายไปกับการต่อสู้ที่ไม่รู้จบนี้ พวกเขาได้แต่หวังเพียงแค่ใครซักคนที่เข้ามา และพร้อมจะจบสงครามครั้งนี้ไปเสีย และเสมือนฟ้าจะมีตา เมื่อจู่ๆก็มีเสียงทุ้มเสียงดึงดังขึ้นท่ามกลางสนามรบ พร้อมกับกลุ่มก้อนน้ำแข็งที่ค่อยๆกระจายขึ้นไปบนตัวของเหล่ามอนสเตอร์ในขณะที่พวกมันกำลังไล่ฆ่าพวกผู้เล่นอยุ่จนแข็งค้าง และแตกสลายกลายเป็นแสงไปในทันที “เมย์! เป็นเธอเองงั้นหรอที่ร่วมมือกับพวกนั้นน่ะ!” ราชันย์น้ำแข็งลีออนตะวาดใส่ราชันย์แห่งพืชทันทีที่ปรากฏตัวออกมา เขาไม่คิดเลยว่าราชันย์อีกคนที่ร่วมมือเพื่อโค่นเขาจะเป็นคนใกล้ตัวที่เขารู้จักมาตั้งแต่เริ่มเล่นเกมแบบนี้ “อย่าโวยวายเป็นเด็กเลยหน่าลีออน นายก็น่าจะรู้เหตุผลดีนี่” เมย์พูดปัดๆออกไปราวกับกำลังเลี่ยงที่จะตอบคำถามของลีออนตรงๆ “เหอะ! นั่นสินะ ยังไงตอนนี้เราก็เป็นศัตรูกันแล้ว ไม่มีเหตุผลที่ต้องคุยอะไรกันอีก!” ลีออนไม่พูดอะไรต่อพร้อมกับกระชับดาบดำเล่มหนาระดับ L ในมือไว้แน่น ก่อนจะพุ่งใส่เมย์โดยปราศจากความลังเลใดๆ “นายล็อคเป้าผิดแล้วลีออน คู่ต่อสู้ของนายไม่ใช่ฉัน แต่เป็นเขา!” เกร๊งง!!!การโจมตีอันทรงพลังของลีออนถูกหยุดไว้ก่อนที่จะถึงตัวเมย์ ชายสวมเกราะหนาสีฟ้าขาว ในมือถือขวานขนาดเท่าตัวกำลังต้านการโจมตีของลีออนเอาไว้อย่างอยู่หมัด ทั้งสองจ้องตากันครู่หนึ่งก่อนจะถอนการโจมตีกลับไป “อาวุธระดับ L งั้นหรอ เหอะ! เป็นแกเองสินะที่จะมาเอาตำแหน่งราชันย์ของฉันไป” ลีออกมองแวบเดียวก็รู้ว่าขวานยักษ์ที่หยุดการโจมตีของเขาได้นั้นไม่ธรรมดาเลย และแน่นอนผู้เล่นคนนี้เองก็แข็งแกร่งไม่แพ้กันด้วย “กระผมขอแนะนำอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ผมสไปค์ ชายที่จะมาโค่นแกลงยังไงล่ะ ฮ่าๆๆ” สไปค์หัวเราะร่าราวกับโรคจิตก่อนจะพุ่งเข้าโจมตีใส่ลีออนด้วยความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม การโจมตีของพวกเขานั้นรุนแรงจนผู้เล่นรอบๆนั้นต้องยอมถอยเพื่อทิ้งระยะห่างกันโดนลูกหลงไว้เป็นบริเวณกว้าง ลานหิมะที่เต็มไปด้วยเหล่าผู้เล่น และมอนสเตอร์มากมาย บัดนี้เหลือเพียงผู้เล่นแค่สองคนเท่านั้นที่ต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายโดยการเดิมพันทุกสิ่งเอาไว้ข้างหลัง “เก่งสมกับเป็นราชันย์จริงๆ งั้นเจอนี่หน่อยเป็นไง!” สไปค์พูดพร้อมกับเรียกใช้งานทักษะบางอย่าง เขากระโดดตัวสูงพร้อมฟาดขวานในมือลงพื้นหิมะเข้าเต็มแรงจนเกิดเป็นแท่งน้ำแข็งแหลมคมพุ่งออกมาจากพื้นเข้าโจมตีลีออนโดยไม่ทันตั้งตัวจากใต้หิมะ แต่ลีออนกลับใช้ไหวพริบของตัวเองหลบการโจมตีเหล่านั้นได้แบบไม่ยากเย็นนัก “ยังหรอกน่า!” สไปค์งัดขวานขึ้นมาพร้อมกับแผ่นน้ำแข็งหนาขนาดใหญ่ก่อนที่จะส่งมันเข้าโจมตีลีออนขณะที่เขากำลังหลบแท่งน้ำแข็งที่ถาโถมใส่เขาไม่มีหยุด การโจมตีของสไปค์ที่ไม่ปล่อยช่องว่างให้ลีออนได้พักเหนื่อยทำให้เขาต้องออกแรงแกว่งดาบเพื่อทำลายก้อนน้ำแข็งที่พุ่งเข้ามาให้หมดไปเสีย และเมื่อได้โอกาสก็ถึงเวลาที่เขาจะเริ่มโต้กลับ ลีออนก้มตัวลงใช้ดาบปักลงกับพื้นหิมะ ตัวดาบส่องแสงเรืองรองพร้อมกับทั่วทั้งสนามรบเกิดสั่นไหว บนพื้นหิมะเกิดรอยแตกน้อยๆทั่วพื้นที่พร้อมกับบางอย่างที่กำลังแทรกตัวขึ้นมา เกร็กๆ!อัศวินน้ำแข็งระดับสูงจำนวนมากค่อยๆแทรกตัวขึ้นมาจากพื้นหิมะ ทั้งตัวถูกสร้างขึ้นจากหิมะ และน้ำแข็ง พวกมันดูทรงพลัง น่าเกรงขาม พวกมันคือกับอัศวินที่ไร้ซึ่งวิญญาณของตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว ทันทีที่พวกอัศวินน้ำแข็งปรากฏตัวขึ้นมา พวกมันต่างมุ่งเป้าไปที่ศัตรูของพวกมันทันทีอย่างไม่เกรงกลัว มอนสเตอร์อัญเชิญของราชันย์แห่งพืชที่เหลืออยู่ไม่มากกำลังถูกโจมตีอย่างหนักจนเริ่มจะเสียเปรียบบ้างแล้ว แต่เมย์กลับไม่ทำอะไรแม้ว่ามอนสเตอร์อันเชิญของเธอจะเริ่มถูกสังหารไปก็ตามที ทางด้านของสไปค์นั้นกำลังถูกอัศวินน้ำแข็งนับสิบตัวรุมจู่โจมอยู่ พวกมันแต่ละแข็งแกร่งเทียบเท่าผู้เล่นระดับไฮคลาสเลยทีเดียว พวกมันไล่ต้อนผู้ท้าชิงตำแหน่งราชันย์จนถึงขนาดที่ทำให้สไปค์นั้นถอยหลังกลับไปตั้งหลักได้แม้ว่าเขาจะโดนรุมก็ตามที ลีออนเห็นดังนั้นก็เตรียมพร้อมที่จะเข้าไปประสมโรงกับอัศวินน้ำแข็งของเขาเพื่อโจมตีสไปค์ แต่ในใจเขากลับฉุดคิดบางอย่างว่าอะไรต่างๆมันง่ายเกินไป เมย์ไม่เคลื่อนไหวแม้ว่าอัศวินน้ำแข็งจะไล่สังหารมอนสเตอร์ของเธอไปเรื่อยๆ สไปค์เองก็ไม่ได้มีสีหน้าร้อนใจใดๆแม้ว่าจะถูกไล่ต้อนเหมือนกัน ‘แปลกเกินไป’ แต่นี้ไม่ใช่เวลาที่ลีออนจะมาคิดเล็กคิดน้อย เขาเพียงแค่ต่ออสู้ย่างสุดกำลังก็พอแล้วไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ตาม ลีออนพุ่งเข้าหาศัตรูของเขาด้วยความเร็วสูงสุดพร้อมกับกองทัพอัศวินน้ำแข็งที่ตามหลังเขามาติดๆ แต่แล้วช่วงเวลาก่อนที่เขาจะถึงตัวศัตรู ท้องฟ้าพลันเกิดแสงจ้าส่องประกายลงมาจนสัมผัสได้ถึงพลังงานอันมหาศาลพร้อมกับความอบอุ่นที่รู้สึกได้ท่ามกลางอากาศอันหนาวเหน็บ กองทัพอัศวินน้ำแข็งกำลังถูกแสงส่องจนสลายหายไปอย่างง่ายดายราวกับเนยแข็งที่โดนความร้อนโดยไม่เหลือเค้าโครงของความแข็งแกร่งเมื่อครู่แม้แต่น้อย พวกมันถูกจัดการลงเพียงแค่สัมผัสกับแสงปริศนา พร้อมกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มสวมเกราะสีขาวดูสง่า หากใครสังเกตุเห็นก็คงคุ้นหน้าคุ้นตาเขาเป็นอย่างดี บุคคลคนนั้นพลันปรากฏออกมาท่ามกลางแสงสว่างราวกลับการมาของพระเจ้ายังไงยังงั้น จากนั้นคำพูดเบาๆก็ถูกเปล่งออกมาพร้อมกับสีหน้าเรียบเฉยนั้น “ยังจัดการไม่เสร็จอีกงั้นหรอ.......พวกสวะ!” ลีออนได้ยินดังนั้นถึงกับคิ้วขมวดเลือดขึ้นหน้าอย่างฉับพลัน พร้อมกับตะโกนอย่างสุดเสียงเพื่อให้เสียงของเขาได้ส่งถึงคนนั้นๆที่กำลังลอยตัวอยู่บนฟ้า “คริสสส!!!” . ...