หลังมื้ออาหารได้จบลง อ๋องจินอู่ก็เริ่มตั้งคำถามกับองค์หญิงหยางเซียงทันที เพราะตอนนี้ในใจของเขาคิดหาวิธีร้อยแปดพันเก้าไว้สำหรับตามหาฉีซื่อไว้แล้ว
“หยางเซียง ตอนนี้เ้าจะบอกข้าได้หรือยังว่าเ้าไปรู้อะไรมาเกี่ยวกับฉีซื่อหลังจากที่เขาออกจากเมืองหลวงไป” อ๋องจินอู่ไม่รอช้า เขาตั้งคำถามทันที
“ท่านอ๋อง ท่านใจเย็นๆ ก่อน หม่อมฉันยังไม่ทันได้เกริ่นนำ ก็ตั้งคำถามซะแล้ว แบบนี้หม่อมฉันจะตอบยังไงเพคะ” องค์หญิงหยางเซียงพูดกลับพลางมองไปยังฮ่องเต้หวังให้เขาช่วย แต่ครั้งนี้ฮ่องเต้กลับไปสบตานางเลยแม้แต่น้อย
“เ้าอย่ามาเล่นลิ้น รู้อะไรก็พูดแบบนั้น ไม่ต้องมาลวดลาย” อ๋องจินอู่เริ่มทำเสียงดุ เพราะตอนนี้เขารอไม่ได้อีกแล้ว อยากจะกระโจนออกจากจวนขี่ม้าออกตามหาให้รู้เื่กันไป
“จินอู่ เื่ที่องค์หญิงหยางเซียงจะบอกเ้า ก่อนอื่น เ้าต้องรู้จุดประสงค์ของพวกเราก่อนว่า พวกเราหวังดีและเป็ห่วงเ้า” ฮ่องเต้ที่นั่งนิ่งมาสักพักเริ่มเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น
“พวกท่านหมายความว่าอย่างไร”
“พวกเราไม่ได้รู้อะไรมาทั้งนั้น ก่อนหน้าที่องค์หญิงหยางเซียงพูดไปทั้งหมดนั้น นางเพียงแค่โกหกเพื่อให้เ้ายอมกินข้าวกินปลาก็เท่านั้น” ในที่สุดฮ่องเต้ก็ยอมบอกความจริงแก่อ๋องจินอู่
ทันทีที่อ๋องจินอู่ฟังจบ เขาก็ไม่ได้อาละวาด หรือต่อว่าอะไรแต่เขากลับไปนั่งที่เตียงนอนของตนเงียบๆ และบอกให้ฮ่องเต้และองค์หญิง หยางเซียงกลับไปก่อน เขาอยากจะพักผ่อน ซึ่งทั้งคู่ก็ไม่ได้คัดค้านอะไรยอมจากไปแต่โดยดี
............................................................
เวลาค่ำ ณ ร้านบะหมี่
บรรยากาศคืนนี้ที่ร้านบะหมี่ครึกครื้นเป็อย่างมาก เพราะวันนี้มีการแสดงจากคณะนางรำที่ตี้ไหลข่าไปว่าจ้างมา ดังนั้นวันนี้เลยมีทั้งแขกที่มาดูการแสดงและแขกที่มากินอาหารที่ร้านมารวมอยู่ด้วย
“ฝ่ายบาทเพคะ นี่เป็คณะนางรำที่ทางตี้ไหลข่าไปจ้างมา เดือนละ2ครั้งเพคะ ดูซิเพคะ แต่ละคนงดงามทั้งนั้นเลย” องค์หญิงหยางเซียงบอกแต่ฮ่องเต้ ที่ตอนนี้เขาก็ซื้อตั๋วเข้าชมการแสดงด้วย
เพราะหลังจากที่พวกเขาออกมาจากจวนอ๋องจินอู่ฮ่องเต้ก็ไม่ยอมเสด็จกลับวังแถมยังจะตามองค์หญิงยางเซียงกลับมาที่ร้านอีกด้วย ทำให้วันนี้เขาได้ดูอะไรดีๆ ต่อในตอนค่ำ
“เ้าพูดข้าแบบนี้หมายความว่าอย่างไร” ฮ่องเต้ถามองค์หญิงหยางเซียงที่เอาแต่แนะนำนางรำคนนั้นคนนี้ไม่หยุด
“หม่อมฉันก็แค่นำเสนอสตรีที่งดงามให้พระองค์ยังไงละเพคะ เพราะหลายปีมานี้หลังพระองค์อภิเษกแล้วก็ยังไงไม่มีข่าวดีเสียที...”
“เ้าก็เลยจะแนะหญิงอื่นให้ข้า นำเข้าวังไปเพิ่มอย่างนั้นรึ” ฮ่องเต้ถามองค์หญิงหยางเซียงตรงๆ
“เพคะ หม่อมฉันอยากอุ้มหลานแล้วเพคะ” องค์หญิงหยางเซียงตอบกลับฮ่องเต้ตาใส ทำเอาคนฟังอย่างเขาะเืใจไม่น้อย
...หยางเซียง ข้าเองก็อยากมีลูก แต่ข้าทำใจไม่ได้ ที่ลูกของข้าที่เกิดมา ไม่ได้เกิดจากเ้าและข้า ดังนั้น มิสู้ไม่มีไปเลยเสียดีกว่า...
“อย่าเอาร้านของกระหม่อมมาเป็นัดดูตัวจะได้ไหมพะยะคะ” ตี้ไหลที่ยืนฟังอยู่ใกล้พูดโพล่งขึ้นมา
“ข้าก็พูดไปเรื่อย เ้าจะถือเอามาเป็จริงไม่ได้น่ะ ข้าก็แค่แนะนำฝ่าา” องค์หญิงหยางเซียงหันไปเถียงทันควัน
“ท่านหวังดี แต่ท่านถามอีกฝ่ายหรือยัง ว่า้าเช่นไร...” ตี้ไหลข่าชี้แนะ ก่อนจะเดินออกไปทางหน้าร้านเพื่อรับลมสักครู่ เพราะในร้านตอนนี้คนแน่นจนเขาหายใจแทบไม่ออก
กึก...กึก...กึก...
ตี้ไหลข่าหยุดยืนมองคนคนหนึ่ง ที่ตอนนี้เดินจูงม้ามาหยุดที่หน้าร้านแล้วสบตาเขา แต่ก็ไม่ได้จะพยายามเดินเข้าไปในร้านเหมือนอย่างเช่นทุกที แต่คราวนี้เขากลับนั้นลงที่โต๊ะหน้าร้านอย่างใจเย็น
“ตี้ไหลข่า ข้ากำลังจะออกไปนอกเมือง...”
“คนสารเลว...เอ้ย! ท่านอ๋อง....ละ แล้วท่านจะมาบอกกระหม่อมทำไมพะยะคะ”
“ข้ามีเื่จะไหว้วานเ้า...”
“ข้าไม่รับ” ตี้ไหลข่ารีบปฏิเสธทันที ไม่รอฟังจนจบ แถมตอนนี้เขายังจะเดินกลับเข้าไปในร้านอีกด้วย
“ข้าจะไปตามหาฉีซื่อ...และข้าจะพาเขากลับมาที่นี่ให้ได้” อ๋องจินอู่ะโทิ้งท้ายก่อนจะะโขึ้นอานม้า แล้วฮ่อม้าออกไปทางด่านประตูเมืองทันที
“หึ! ก็ขอให้ท่านหาให้เจอก็แล้วกัน” ตี้ไหลข่ายิ้มเย้ยใส่เบาๆ ใจหนึ่งเขาก็มั่นใจว่าอ๋องจินอู่มีทางหาเจอแน่นอน แต่อีกใจหนึ่งเขาก็หวาดหวั่นเกรงอ๋องจินอู่จะหาจนเจอเช่นกัน และถ้าเป็อย่างนั้นฉีซื่อจะรับมือยังไง
................................................................
1 เดือนผ่านไป
รุ่งอรุณยามเช้าวันใหม่ พระอาทิตย์ค่อยๆ ขึ้นมาทักทายในยามเช้าที่แสนหนาวเหน็บ ในท่ามกลางพายุที่หิมะที่โปรยปรายได้ปรากฏร่างชายผู้หนึ่ง เดินจูงม้าเดินฝ่าพายุมาเรื่อยๆ เข้ามาในหมูบ้านในแถบชนบท เขาทั้งเหนื่อยล้าและอยากจะอาบน้ำชำระกายเต็มที จึงได้แต่เดินหาโรงอาบน้ำไปเรื่อยๆ แต่จนแล้วจนรอดก็หาไม่เจอ
“คุณชายน้อย ท่านหาโรงอาบน้ำใช่หรือไม่” สตรีวัยกลางคนถามเขาจากทางด้านหลัง
“ใช่ เ้าพอจะรู้หรือไม่ว่าอยู่ที่ใด” อ๋องจินอู่ถามกลับไปทันที
“ที่นี่ไม่มีหรอกเ้าคะ แถบนี้เป็เพียงหมู่บ้านเล็กๆ นานๆ จะมีคนต่างถิ่นผ่านมา ถ้าไม่รังเกียจ ท่านมาอาบที่บ้านข้าก็ได้ เดี๋ยวข้าจะต้มน้ำให้” สตรีวัยกลางคนเสนออย่างเป็มิตร อ๋องจินอู่ยืนคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบตกลงและเดินตามสตรีผู้นั้นไปในบ้าน
เมื่อน้ำอุ่นถึงเตรียมพร้อม อ๋องจินอู่ก็เข้าแช่น้ำชำระตัวทันที ตลอด 1 เดือนนี้ เขามุ่งหน้าขึ้นทางเหนือมาโดยตลอด ตลอดทางเขาพยายามหาเบาะแสแต่สุดท้ายก็คว้าน้ำเหลวแต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่มีวันย่อท้อไม่ว่าจะผ่านไปอีกนานแค่ไหน เขาก็จะหาฉีซื่อให้พบให้ได้และเขาก็ตั้งใจว่าจะขอโทษและชดเชยทุกสิ่งทุกอย่างให้แก่ฉีซื่อเช่นกัน
อ๋องจินอู่นอนแช่น้ำไปสักพัก ในขณะที่เขากำลังผ่อนคลายอยู่นั้น เขาก็ได้กลิ่นอะไรบางอย่าง เป็กลิ่นที่เขาคุ้นเคยมาก กลิ่นนี้ลอยมาจากห้องครัว ทันทีที่เขาได้กลิ่นนี้ อ๋องจินอู่ก็รีบลุกขึ้นจากการแช่น้ำอุ่น รีบใส่เสื้อแล้ววิ่งไปตามกลิ่นนั้นทันที
“อาฉี เป็เ้าใช่หรือไม่” อ๋องจินอู่วิ่งพรวดพราดเข้าไปในครัว เพราะเขาได้กลิ่นหอมของน้ำแกง กลิ่นนี้เป็กลิ่นเดียวกันกับร้านบะหมี่ของฉีซื่อ แต่ตอนนี้คนที่อยู่ในห้องครัวกลับไม่ใช่ฉีซื่อ
“คุณชายน้อย ท่านหิวแล้วใช่หรือไม่ ดูซิ ท่านวิ่งหน้าตาตื่นมาเลย” สตรีวัยกลางคนผู้เป็เ้าของบ้านหันมาพูดกับอ๋องจินอู่ที่วิ่งเข้ามาในครัว
“กลิ่นน้ำแกงนี้ หอมมาก...” อ๋องจินอู่พูดเบาๆ
“ใช่ ข้าว่ามันหอมมาก เมื่อเกือบๆ จะ2เดือนก่อน มีคุณชายน้อยนั่งรถม้าผ่านมาแถวนี้ มาขอน้ำบ้านข้าอาบและขอค้างที่นี่ 1 คืน ก่อนจะจากไป...”
“เมื่อครู่ท่านว่าอย่างไรน่ะ...” อ๋องจินอู่แทบไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เพราะตลอด1เดือนมานี้ที่เขาพยายามตามหาเบาะแสของฉีซื่อแต่ก็คว้าน้ำเหลวมาโดยตลอด พอมาวันนี้ กลับมาได้ยินเื่ที่พอจะมีความหวังเลยแทบไม่อยากจะเชื่อ
“เมื่อเกือบ2เดือนก่อน มีคุณน้อยแบบท่านผ่านมา แถมยังมาตามหาที่พักแรมและน้ำอาบ ข้าเลยให้ที่พักพิงเขา ก่อนเขาจะไป เขาได้สอนข้าต้มน้ำแกงสูตรนี้ เขาบอกว่า ที่นี่อากาศหนาว ให้ข้าใช้สูตรนี้ต้มช่วยให้ร่างกายอุ่นขึ้น...” เมื่ออ๋องจินอู่ได้ฟังแบบนี้ เขาไม่สามารถคิดถึงใครได้แล้วนอกจากจะเป็ฉีซื่อ คนที่เขาเฝ้าตามหามาตลอด
“หน้าตาของเขาเป็เช่นไร” อ๋องจินอู่ถามอย่างร้อนรน
“รูปงามเลยท่าน ผิวขาวเนียนละเอียด พูดจานิ่มนวล ดูแล้วคงเป็คนใจดี แต่ไม่รู้ทำบางทีเขาก็ดูเศร้า...คุณชาย ท่านกำลังตามหาคนอยู่ใช่หรือไม่” สตรีวัยกลางคนถามอ๋องจินอู่กลับ เพราะดูจากท่าทางแล้วน่าจะเดาไม่ผิด
“ข้ามาตามหาคน แต่ข้าไม่แน่ใจว่าจะใช่เขาหรือไม่”
สตรีวัยกลางคนไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ นอกจากบอกให้อ๋องจินอู่ออกไปรอด้านนอก เพราะตอนนี้น้ำแกงได้ปรุงเสร็จแล้ว จะยกออกไปให้กินด้านนอก จากนั้นค่อยสนทนากันต่อถึงเื่ตามหาคน ทางด้านอ๋องจินอู่ก็ไม่ได้พูดอะไร ในทางกลับกันเขายังช่วยเ้าของบ้านหยิบจับงานที่พอทำได้ พอทุกอย่างพร้อมแล้ว อ๋องจินอู่และเ้าของบ้านก็พากันกินมื้อเที่ยงพร้อมทั้งคุยเื่ตามหาคนไปด้วย ยิ่งคุยอ๋องจินอู่ก็ยิ่งมั่นใจว่าคนที่เคยผ่านมาบ้านหลังนี้ต้องเป็ฉีซื่ออย่างแน่นอน
คืนนี้นี้อ๋องจินอู่เปลี่ยนใจขอนอนพักแรม1คืน โดยขอนอนที่เดียวกันหลับฉีซื่อที่เคยนอน โดยขอใช้ที่นอนอันเดียวกันกับที่ฉีซื่อเคยใช้ด้วย ทันทีที่ล้มตัวนอนลง หัวใจของเขาเต้นแรงและดีใจเป็อย่างมาก เพราะวันนี้เขาได้รับข่าวดีในรอบ1เดือนเลยก็ว่าได้ และคืนนี้ก็เป็คืนแรกที่เขานอนหลับสนิทด้วยเช่นกัน
ในเช้าวันต่อมา อ๋องจินอู่ตื่นแต่เช้า เตรียมตัวจะเดินทาง อ๋องจินอู่ได้ให้ทองแก่สตรีวัยกลางคนไว้ 2 ก้อนเป็การตอบแทนที่ช่วยให้ที่พักและอาหาร รวมถึงที่นอนด้วยเช่นกันโดยก่อนที่เขาจะไปเขาก็ได้ถามทางแก่สตรีวัยกลางคน จากนั้นเขาก็ออกเดินทางทันที โดยทางที่เขาไปนั้นก็คือทางเดียวกันกลับที่ฉีซื่อไปนั่นเอง