เย่เทียนรู้ดีถึงประโยชน์ของเขตแดนลับดาบสวรรค์
ศิลาดาบสวรรค์ภายในเขตแดนลับดาบสวรรค์นั้นสามารถเพิ่มความเร็วในการทำความเข้าใจเต๋าแห่งดาบได้อย่างมาก และเมื่อเย่เทียนเข้าสู่เขตแดนลับดาบสวรรค์ เขาสามารถยกระดับขอบเขตเต๋าแห่งดาบจาก 50% เป็น 51% ได้ภายในเวลาหนึ่งเดือน และเขาคาดว่าเขาอาจจะมีความหวังที่จะเพิ่มขอบเขตเต๋าแห่งดาบได้สูงขึ้นกว่านั้น
เขตแดนลับดาบสวรรค์ต้องการเพียง 30 คะแนนในการแลกเปลี่ยนโควตา เย่เทียนจึงรีบแลกเปลี่ยนมันโดยไม่ลังเล
และวันนี้ก็เป็นวันที่เขตแดนลับดาบสวรรค์เปิดขึ้นอีกครั้ง เย่เทียนก็เดินทางมาถึงบริเวณที่เขตแดนลับดาบสวรรค์ตั้งอยู่
เมื่อเขามาถึง หลายคนก็เข้ามาทักทายเขา
จะอย่างไรแล้วชื่อเสียงในปัจจุบันของเขาก็เพิ่มขึ้นมาก เพราะตอนนี้เขาได้กลายเป็น 1 ใน 2 ของบุตรแห่งสวรรค์ไร้เทียมทานบนดาวสีเงิน
เย่เทียนเดินทางมาถึงก่อนเวลาที่เขตแดนลับดาบสวรรค์จะเปิดออก เขาจึงรั้งรออยู่นอกขอบเขตแดนลับดาบสวรรค์
ทันใดนั้นกลิ่นอายที่แข็งแกร่งก็พุ่งมาจากระยะไกล และในพริบตาชายหนุ่มในเสื้อคลุมสีม่วงปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคน
เมื่อเห็นชายหนุ่มผู้นี้ ระดับเทพและเทพที่แท้จริงหลายคนก็ทักทายเขาด้วยความเคารพ “คารวะท่านเทพดาบม่วง!”
จากการทักทายนี้ ทำให้เย่เทียนรู้ว่าตัวตนระดับเทพที่แท้จริงผู้นี้มีความแข็งแกร่งในอันดับต้นๆ ในหมู่ระดับเทพที่แท้จริงด้วยกัน
“เทพดาบม่วง?”
เย่เทียนเริ่มสนใจบุคคลนี้ขึ้นมา แต่แน่นอนเขาสนใจพรสวรรค์ด้านดาบของอีกฝ่ายเท่านั้น
ระดับเทพที่แท้จริงที่แข็งแกร่ง บางทีคนผู้นี้อาจจะมีพรสวรรค์ด้านดาบระดับตะวันก็เป็นได้
เย่เทียนหลอมรวมกับพรสวรรค์ด้านดาบระดับตะวันมาแล้ว 2 ครั้ง หากเขาสามารถคัดลอกพรสวรรค์ด้านดาบระดับตะวันมาอีกครั้ง พรสวรรค์ด้านดาบของเขาจะยกระดับขึ้นอีกขั้น ดังนั้นตอนนี้เขาจึงกระตือรือร้นที่จะตรวจสอบพรสวรรค์ของเทพดาบม่วงผู้นี้มาก
หลังจากเทพดาบม่วงมาถึงและเห็นว่าเขตแดนลับดาบสวรรค์ยังไม่เปิดออก เขาจึงยืนรอคอยอยู่กลางอากาศอย่างเงียบๆ ในขณะที่เย่เทียนเองก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าใกล้เทพดาบม่วง เมื่อเข้าใกล้เขาในระยะหนึ่งพันเมตร เขาจึงกระตุ้นพรสวรรค์ในการคัดลอกตรวจสอบพรสวรรค์ของเทพดาบม่วงทันที
[มนุษย์ : เก้อหมิง
พรสวรรค์ในการบ่มเพาะ : ระดับบรรพกาล
พรสวรรค์ด้านพละกำลัง : ระดับลึกลับ
พรสวรรค์ด้านการป้องกัน : ระดับลึกลับ
พรสวรรค์ด้านความเร็ว : ระดับลึกลับ
พรสวรรค์แสงสีม่วง : ระดับพระเจ้า
พรสวรรค์ด้านดาบ : ระดับตะวัน]
“เป็นพรสวรรค์ด้านดาบระดับตะวันจริง ๆ ด้วย!”
เย่เทียนตื่นเต้นอย่างมาก เขาคัดลอกพรสวรรค์ด้านดาบตะวันของเทพดาบม่วงในทันที
หลังจากนั้นอีกครึ่งวัน ในที่สุดเขตแดนลับดาบสวรรค์ก็เปิดขึ้น
ผู้ฝึกยุทธ์หลายคนเข้าไปในเขตแดนลับดาบสวรรค์ เย่เทียนเองก็เช่นกัน
หลังจากเข้าสู่เขตแดนลับดาบสวรรค์ เย่เทียนยังไม่ได้มุ่งหน้าไปยังศิลาดาบสวรรค์ในใจกลางของเขตแดนลับดาบสวรรค์ทันที แต่เลือกสถานที่ไร้ผู้คนเพื่อหลอมรวมพรสวรรค์ด้านดาบที่เขาเพิ่งคัดลอกมาก่อน
เขาต้องการที่จะหลอมรวมพรสวรรค์ด้านดาบระดับตะวันก่อนที่จะใช้ศิลาดาบสวรรค์เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
“หลอมรวม!”
เย่เทียนเริ่มหลอมรวมพรสวรรค์ในทันที
ทันใดนั้นความเจ็บปวดที่แหลมคมราวกับกำลังฉีกกระชากร่างกายของเขาเป็นชิ้นๆ ก็ปรากฏขึ้นจากภายในร่างกายของเขา แต่เย่เทียนก็ยังคงอดทนอย่างเงียบๆ เขารู้ว่าพรสวรรค์ด้านดาบของเขากำลังเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นแม้ว่ามันจะเจ็บปวดแค่ไหน เขาก็ต้องอดทนไว้ให้ได้
ประมาณครึ่งชั่วโมงผ่านไป ความเจ็บปวดภายในร่างกายของเย่เทียนก็ค่อยๆ ลดลง
ในเวลานี้พรสวรรค์ด้านดาบระดับตะวันได้รับการหลอมรวมสำเร็จแล้ว
เย่เทียนจึงเร่งรีบตรวจสอบพรสวรรค์ด้านดาบของเขา
[พรสวรรค์ด้านดาบ : ระดับไร้ที่เปรียบ]
เมื่อเห็นพรสวรรค์ด้านดาบระดับไร้ที่เปรียบนี้ เย่เทียนก็แสดงรอยยิ้มแห่งความตื่นเต้นออกมา
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ด้วยพรสวรรค์ด้านดาบระดับไร้ที่เปรียบนี้ เราสามารถใช้ศิลาดาบสวรรค์เพื่อยกระดับขอบเขตเต๋าแห่งดาบได้รวดเร็วยิ่งกว่าเดิมแล้ว!” เย่เทียนกล่าวด้วยความตื่นเต้น
หลังจากพักผ่อนอยู่ชั่วครู่ เย่เทียนก็บินไปยังศิลาดาบสวรรค์ตรงใจกลางเขตแดนลับดาบสวรรค์
เมื่อเขามาถึง ผู้คนที่อยู่รอบๆ ต่างนั่งขัดสมาธิใช้ศิลาดาบสวรรค์แล้ว
ดังนั้นเย่เทียนจึงเลือกก้อนหินขนาดใหญ่ก่อนจะนั่งลง จากนั้นก็เริ่มใช้ศิลาดาบสวรรค์เพื่อทำความเข้าใจเต๋าแห่งดาบ
“พรสวรรค์ด้านเวลา!”
“พรสวรรค์ด้านความเข้าใจ!”
ด้วยความช่วยเหลือของพรสวรรค์ทั้งสองนี้ รวมไปถึงพรสวรรค์ด้านดาบระดับไร้ที่เปรียบ ความเร็วในการทำความเข้าใจของเย่เทียนเพิ่มขึ้นอย่างมาก
วันแล้ววันเล่าค่อยๆ ผ่านไป ในวันที่สี่เย่เทียนได้ประสบความสำเร็จในการยกระดับขอบเขตเต๋าแห่งดาบของเขาจาก 50% เป็น 51%
ในวันที่เก้า เย่เทียนยกระดับขอบเขตเต๋าแห่งดาบไปถึง 52%
ในวันที่สิบห้า เย่เทียนยกระดับขอบเขตเต๋าแห่งดาบไปถึง 53%
ในวันที่ยี่สิบสอง เย่เทียนยกระดับขอบเขตเต๋าแห่งดาบไปถึง 54%
ในที่สุด วันนี้เป็นวันที่เขตแดนลับดาบสวรรค์กำลังจะปิดตัวลง
และเย่เทียนยังใช้ประโยชน์จากช่วงเวลานี้ยกระดับขอบเขตเต๋าแห่งดาบของเขาจนกลายเป็น 55% ได้สำเร็จ
เมื่อขอบเขตเต๋าแห่งดาบของเขามาถึงห้าสิบ 50% เย่เทียนก็สามารถฝึกฝนทักษะดาบระดับเหนือเทพ ดาบเทวะไร้ตัวตนไปจนถึงขั้นแรกได้
ดังนั้นคราวนี้ การเข้าสู่เขตแดนลับดาบสวรรค์เกินกว่าเป้าหมายที่เขาตั้งไว้อย่างสมบูรณ์
แน่นอน เหตุผลที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าเย่เทียนได้ยกระดับพรสวรรค์ด้านดาบระดับตะวันของเขากลายเป็นพรสวรรค์ด้านดาบระดับไร้ที่เปรียบ
มิฉะนั้นเขาคงจะสามารถยกระดับขอบเขตเต๋าแห่งดาบได้เพียงแค่ 52% เท่านั้น
เมื่อเขตแดนลับดาบสวรรค์กำลังจะปิดตัวลง ทุกคนจึงทยอยออกจากเขตแดนลับดาบสวรรค์ และหลังจากที่เย่เทียนออกจากเขตแดนลับ เขาก็มุ่งหน้ากลับไปยังเมืองฉินเฟิงทันที
หลังจากเขากลับมา เย่เทียนก็ตั้งใจที่จะฝึกฝนทักษะดาบเทวะไร้ตัวตน
สำหรับทักษะดาบระดับเหนือเทพนี้ เขาคาดหวังกับมันเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อเขาฝึกฝนทักษะดาบระดับเหนือเทพนี้ ความแข็งแกร่งของเขาอาจเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
เมื่อถึงตอนนั้น เขาจะสามารถปลดโซ่ตรวนพันธนาการของบุตรแห่งสวรรค์ 7 ดารา ก้าวเข้าสู่บุตรแห่งสวรรค์ 8 ดารา กลายเป็นบุตรแห่งสวรรค์ไร้เทียมทาน 8 ดาราอย่างสมบูรณ์
เวลาผ่านไปทีละนิด ด้วยพรสวรรค์ด้านดาบระดับไร้ที่เปรียบ การฝึกฝนทักษะดาบของเย่เทียนก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว
แม้ว่าทักษะดาบเทวะไร้ตัวตนจะยากมากที่จะฝึกฝน แต่ในที่สุดเย่เทียนก็สามารถฝึกฝนทักษะดาบเทวะไร้ตัวตนได้สำเร็จในเวลาเพียง 20 วัน
ในวันที่ประสบความสำเร็จในการฝึกฝนทักษะดาบเทวะไร้ตัวตน เย่เทียนก็ทำลายพันธนาการ กลายเป็นบุตรแห่งสวรรค์ 8 ดารา
แต่ในเวลานี้เย่เทียนยังอยู่ในระดับล่างในหมู่บุตรแห่งสวรรค์ไร้เทียมทาน 8 ดาราด้วยกัน
ความแข็งแกร่งในตอนนี้เย่เทียนเกือบจะยังไม่ถูกนับว่าเป็นบุตรแห่งสวรรค์ไร้เทียมทาน 8 ดาราเลยด้วยซ้ำ
เย่เทียนจึงฝึกฝนทักษะดาบเทวะไร้ตัวตนต่อไป ภายใต้ความพยายามของเขา หลังจากผ่านไปอีก 1 เดือนในที่สุด ทักษะดาบเทวะไร้ตัวตนของเย่เทียนก็มาถึงขั้นแรก ส่งผลให้ความแข็งแกร่งของเขาพุ่งทะยานขึ้นอีกครั้ง
ในวันต่อมาเย่เทียนได้พบกับผู้ฝึกยุทธ์ระดับเทพผู้หนึ่งที่มีพรสวรรค์ด้านกระบี่ระดับตะวันภายในเมืองฉินเฟิง
ดังนั้นเขาจึงแอบคัดลอกพรสวรรค์ด้านกระบี่ระดับตะวันของอีกฝ่ายมา
เขาคัดลอกพรสวรรค์ด้านกระบี่ระดับตะวันนี้มาไม่ใช่สำหรับตัวเขาเอง จะอย่างไรแล้วตอนนี้พรสวรรค์ด้านดาบของเขาก็อยู่ในระดับไร้ที่เปรียบแล้ว พรสวรรค์ด้านกระบี่ระดับตะวันนี้ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับเขา
แต่เขาคัดลอกมันมาเพื่อภรรยาของเขาจักรพรรดิจันทรา!
พรสวรรค์ด้านกระบี่ของจักรพรรดิจันทราเป็นเพียงระดับสูงสุด ยากที่จะเพิ่มระดับต่อไป
ดังนั้นเย่เทียนจึงคัดลอกพรสวรรค์ด้านกระบี่ระดับตะวันมา จากนั้นก็วางแผนที่จะใช้ทักษะช่วงชิงพรสวรรค์ในการคัดลอก ช่วงชิงพรสวรรค์ของตัวเองก่อนจะมอบมันให้แก่จักรพรรดิจันทรา
วิธีนี้เป็นไปได้อย่างแน่นอน
จะอย่างไรแล้ว เขาก็สามารถคัดลอกพรสวรรค์ได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นแม้ว่าเขาจะช่วงชิงพรสวรรค์ของตัวเอง มันก็ไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อตัวเขา
วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกที่สุด มิฉะนั้นหากจะรอช่วงชิงพรสวรรค์ด้านกระบี่ระดับตะวันจากศัตรู มันจะเป็นเรื่องที่เสียเวลาและยากลำบากเกินไป
แต่วิธีนี้ไม่สามารถใช้ได้กับพรสวรรค์ในการบ่มเพาะ มันจำเป็นต้องรอช่วงชิงมันจากศัตรูเท่านั้น
ท้ายที่สุดเขาไม่สามารถช่วงชิงพรสวรรค์ในการบ่มเพาะของตัวเองได้ ด้วยพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับโกลาหลของเขา มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพบเจอ
แต่พรสวรรค์ด้านกระบี่นั้นแตกต่างกัน แม้ว่าเขาจะมอบมันให้แก่จักรพรรดิจันทรา เขาก็ไม่ได้สูญเสียสิ่งใดไป
“ทักษะช่วงชิงพรสวรรค์!”
เย่เทียนใช้งานทักษะช่วงชิงพรสวรรค์ของพรสวรรค์ในการคัดลอก จากนั้นเขาก็เก็บพรสวรรค์ด้านกระบี่ระดับตะวันไว้ในตราประทับพรสวรรค์
เย่เทียนเลือกสมบัติวิญญาณที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับหญ้ารูปกระบี่ออกมา จากนั้นนำมันมอบให้แก่จักรพรรดิจันทรา
“เยว่เอ๋อร์ ผมพบสมบัติบางอย่างที่เหมาะสำหรับคุณ มันสามารถเพิ่มระดับพรสวรรค์ด้านกระบี่ของคุณได้!” เย่เทียนกล่าว
“จริงเหรอ?”
จักรพรรดิจันทรารู้สึกประหลาดใจปนตื่นเต้นเล็กน้อย
พรสวรรค์ด้านกระบี่ระดับสูงสุดของเธอเมื่ออยู่บนโลกนับว่ายอดเยี่ยม แต่หลังจากเธอมาถึงดาวสีเงิน เธอก็สัมผัสได้ว่าพรสวรรค์ด้านกระบี่ของเธอนั้นธรรมดาเป็นอย่างมาก
หากเธอสามารถเพิ่มระดับให้แก่พรสวรรค์ด้านกระบี่ของเธอได้ ความแข็งแกร่งของเธอจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ดังนั้นจักรพรรดิจันทราจึงไม่ลังเลและกินสมบัติที่เย่เทียนมอบให้ในทันที เย่เทียนใช้โอกาสนี้ส่งมอบพรสวรรค์ด้านกระบี่ระดับตะวันให้แก่จักรพรรดิจันทราอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นพรสวรรค์ด้านกระบี่ของจักรพรรดิจันทราก็เริ่มเกิดการแปรเปลี่ยน