อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

    บทที่ 147 ถล่มรังผู้มีอิทธิพล

    บทที่ 147 ถล่มรังผู้มีอิทธิพล




    คนเหล่านี้มีอาวุธครบมือ คงไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนลูกล่อลวงมาถูกฆ่าที่นี่ ซูหยวนเห็นคราบเลือดตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว ถึงจะเป็นคราบแห้งเกรอะกรังแล้วก็ตาม ทว่า...จากที่ตรวจสอบดู เธอพบว่าในบรรดาคนเหล่านี้ ไม่มีผู้ใช้พลังอยู่เลย แม้แต่พวกที่ตัวใหญ่เสียงดังนี้ก็ตาม




    “โจมตี!”


               


    ปัง!!


                


    ค้อนขนาดใหญ่ถูกขว้างออกมาก่อน ซูหยวนขยับหลบเพียงเล็กน้อยก็พ้นการโจมตีของอีกฝ่ายแล้ว ความเร็วไม่มากนัก อาศัยแค่แรงจากกล้ามเนื้อธรรมดาๆ ย่อมจัดการกับผู้ใช้พลังไม่ได้ 




    “เด็กคนนี้หลบได้ในทันที วิเคราะห์แล้วน่าจะไม่ใช่นักล่าธรรมดาๆ แต่น่าจะเป็นผู้ใช้พลังงานด้วย”




    “ชิ! มีเรื่องยุ่งยากแล้วสิ” คนร่างใหญ่ถมน้ำลายลงพื้นอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะหยิบลูกกลมๆสีน้ำเงินออกมา




    “เตรียมปิดจมูกเอาไว้ล่ะ!” เขาหันไปตะโกนใส่พวกลูกน้องของตน อย่างไรก็ตาม...ดวงตากลับมีประกายขบขันอยู่ในนั้นด้วย


                


    ปุ้ง!!


                


    ระเบิดควันพุ่งออกมา ทว่าถ้าสังเกตให้ดี ลูกน้องของพวกมันไม่มีใครปิดจมูกไว้ตามคำสั่งเลย นี่แน่นอนแล้วว่าเป็นกลลวงทั้งนั้น ที่พวกเขาปิดไม่ใช่จมูก แต่เป็นดวงตาต่างหาก!




    “สาวน้อย เริ่มแสบตาหรือยัง... ฮ่าๆ” เสียงของชายร่างใหญ่ดังอย่างต่อเนื่อง ในความคิดของมัน...เชื่อว่าเด็กสาวจะต้องถูกควันพิษทำลายดวงตาไปแล้ว แต่ที่มันไม่คาดคิดก็คือ...




    “แต่ถ้าพวกแกไม่ลืมตา จะแสบที่ขาเอานะ...” เสียงเล็กๆกระซิบจากด้านหลัง ทั้งๆที่มีควันลอยฟุ้งหนาแน่นทั่วทั้งบริเวณ เนื่องจากมันเป็นตรอกขนาดเล็ก เพียงพอให้คนเดินสวนกันได้เท่านั้น ควันที่ใช้จึงไม่ค่อยกระจายออกไป และเป็นผลให้พวกเขาไม่สามารถลืมตาได้


                


    แต่ทำไม....


                


    ฟวับ!!




    “อ้าก!!”




    “ฉันก็เตือนแล้ว ว่าถ้าไม่ลืมตา...ขาจะแสบเอาได้นะ” ซูหยวนพึมพำออกมา คำพูดของเธอเหมือนต้องการตำหนิว่าพวกเขาเป็นตัวโง่งมอย่างไรอย่างนั้น


                


    คนที่ถูกตัดขาลืมตาโพล่งตั้งแต่ที่ถูกตัดแล้ว แต่เพราะเขาทำแบบนั้น...ตาของเขาจึงถูกพิษเข้าไปซ้ำอีก คราวนี้ทั้งเจ็บขาและแสบตาไปพร้อมๆกัน


                


    ซูหยวนมองดูเลือดที่ไหลอย่างต่อเนื่องด้วยรอยยิ้ม คนพวกนี้โง่หรือเปล่า...บอกให้ลืมก็ลืมจริงๆน่ะหรอ?


                


    ฟวับ!!




    “อ๊าก!! หนี หนีเร็ว!” เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นต่อเนื่อง จนกว่าควันพิษจะสลายไป คนที่ถูกซูหยวนตัดเส้นเอ็นขาก็มีมากกว่า 5 คนแล้ว




    “นังเด็กสารเลวนี่!!” เมื่อควันพิษจางลง พวกเขาก็รีบลืมตาขึ้นมาทันที สิ่งที่พวกเขาพบก็คือ...ภาพของเด็กสาวที่ไม่ได้ลืมตาเหมือนกัน แต่เธอจำเป็นต้องคิดมากด้วยหรอ?


                


    คนทั้งหมดนี้ไม่มีใครเป็นพันธมิตรฝ่ายเธอ ดังนั้นต่อให้สุ่มเดินเข้าไปแล้วก็ใช้ดาบฟัน สุดท้ายก็โจมตีศัตรูได้ทั้งนั้น! ไม่ต้องพูดถึงประสาทสัมผัสของซูหยวนดีมากๆ ใครขยับเล็กน้อยเธอก็เข้าหาได้แล้ว ดังนั้นต่อให้ไม่ต้องเปิดตา เธอก็ยังฆ่าคนได้อยู่ดี




    “มีอะไรจะเล่นอีกไหมล่ะ” ซูหยวนส่ายหน้าเล็กน้อย เธอยังไม่ทันได้สนุกด้วยซ้ำ พวกเขาก็เริ่มหนีแล้ว




    “ไป ไปเปิดกรงให้ไอ้พวกนั้นออกมา!!”




    “หืม?” ซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเธอยังไม่ต้องรีบจบเกมนี้สินะ พวกเขาก็ยังมีไพ่ลับในมืออยู่อีก แต่ก็นะ...เธอเองก็คาดหวังเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ ถ้าพวกเขาไม่มีอะไรซ่อนอยู่ คงจะไม่มีความกล้ามากขนาดนี้หรอก


                


    ตู้ม!!


                


    ร่างสีดำพุ่งสวนออกมาทันทีหลังจากที่คนของอันธพาลพวกนี้ไปเปิดกรงให้มัน เดิมทีซูหยวนคาดหวังว่าจะได้เห็น “สัตว์กลายพันธุ์” เหมือนกับสุนัขปีศาจกลายพันธุ์ครั้งก่อน แต่เธอไม่ได้คิดเลยว่าภาพที่เห็นนั้นจะน่ารังเกียจมากกว่าที่คิด




    “แฮร่!!” เสียงคำรามออกมาจากปากของอีกฝ่าย ซูหยวนมองดูสิ่งมีชีวิตที่เหมือนกับมนุษย์ หากแต่ไม่ใช่มนุษย์เสียทีเดียว เพราะแขนของมันมีถึง 4 ข้าง ซึ่งถ้ามันดูปราดเปรียวและเข้ากันได้ดีเหมือนมนุษย์ ก็อาจจะเป็นที่น่าอิจฉาของผู้คนก็ได้ ทว่า...ภาพที่เห็นไม่ได้เป็นแบบนั้น


                


    แขนของมันทั้งสี่ข้างราวกับไม่ต้องการอยู่รวมกันในที่เดียว พวกมันพยายามต่อสู้กันเอง เกิดเป็นภาพที่น่าเกลียด เพราะเศษเลือดเนื้อกระจัดกระจายไปรอบๆ หากไม่ใช่เพราะแขนนั้นมันฟื้นตัวขึ้นเรื่อยๆได้ เชื่อได้เลยว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตตรงหน้าคงจะตายไปนานแล้ว




    “ตัวทดลองที่ผิดพลาดงั้นหรอ” ซูหยวนอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ หากเจ้าตัวนี้เป็นมนุษย์ทดลองที่ผิดพลาด เช่นนั้น...ตอนนี้คนทดลอง สามารถหาวิธีที่ประสบความสำเร็จได้แล้วหรือยัง




    “แฮร่!!”




    “ไอ้ตัวน่ารังเกียจเอ้ย!! นังนั่นก็คือเหยื่อของแก ไปจัดการมันซะ แล้วฉันจะให้ยาแก้คันกับแก!”




     ชายร่างใหญ่ตะโกนขึ้นมา เจ้ามนุษย์ทดลองที่ผิดพลาดมองซ้ายมองขวา มันแสดงท่าทางว่าเข้าใจคำพูดของอีกฝ่าย ความต้องการยาปรากฏขึ้นให้เห็น จากที่มันกำลังต่อสู้กับตนเอง เวลานี้ก็หันมาต้องการขู่ซูหยวนแทนแล้ว




    “แฮร่!!” ซูหยวนไม่ได้ขยับแม้ว่าเจ้าตัวประหลาดนั้นจะส่งเสียงขู่เธอ เห็นท่าทางของเด็กสาวไม่ยี่หระแบบนี้ ยิ่งทำให้เจ้าตัวทดลองส่งเสียงมากกว่าเดิม


                


    ราวกับถูกท้าทายความสามารถ มนุษย์ทดลองที่ผิดพลาดพ่นน้ำลายออกมาก่อนจะเคลื่อนไหวด้วยแขนทั้งสี่ของมัน ความเร็วนี้มากกว่าการใช้เท้าของพวกสัตว์กลายพันธุ์มาก กระโดดเพียงครั้งเดียวก็สามารถประชิดตัวคนได้แล้ว


                


    ปัง!!


                


    ไม่มีใครคาดคิดว่าการโจมตีที่รุนแรงและรวดเร็วจะออกมาเป็นแบบนี้ ซูหยวนไม่เพียงแค่เอามีดพร้าออกมาได้ทันเวลาเท่านั้น เธอยังใช้ด้านคมเพื่อโจมตีกลับอีกด้วย


                


    ฟวับ!!


                


    น่าเสียดายที่แรงปะทะก่อนหน้านี้ทำให้ร่างของมนุษย์ทดลองกระเด็นออกไปเล็กน้อยแล้ว ทำให้การโจมตีของซูหยวนสร้างบาดแผลให้กับมันเท่านั้น เมื่อรวมกับการฟื้นฟูแขนของมัน เซลล์ที่ถูกโจมตีก็ประสานเข้าหากันแทบจะทันทีจนไม่สามารถมองเห็นบาดแผลได้อีกต่อไป




    “มัน...นังเด็กนั่นซ่อนอาวุธไว้มากมายแบบนั้นได้ยังไง” ถึงจะสงสัย แต่พวกเขาจะหาคำตอบได้อย่างไร


                


    ถ้าไม่ใช่เพราะพลั่วของเธอมันใหญ่เกินไป ซูหยวนก็คงจะเอาออกมาใช้แทนแล้ว อย่างน้อยๆเธอก็ถนัดมากกว่า แถมระยะโจมตีก็ยังหวังผลได้ด้วย 


                


    หากเปลี่ยนจากมีดพร้าเป็นพลั่ว คงจะแทงจนแขนของมันขาดเป็นสองท่อน!!




    “แฮร่!” ยิ่งเจ็บปวด ร่างกายของมนุษย์ทดลองก็ยิ่งคันคะเยอ มันพยายามเกาแขนที่ขาดของตัวเอง เซลล์มากมายกำลังทำหน้าที่ ไม่น่าแปลกใจเลยที่สีหน้าของมันจะแย่กว่าเดิม และเพราะแบบนั้น...




    “ยา ยา...” เจ้ามนุษย์ทดลองที่ผิดปกติร้องเรียกหาทางออก มันไม่สามารถได้รับยาได้ หากทำภารกิจไม่สำเร็จ ดังนั้นสายตาของมันจึงยิ่งเปลี่ยนไปมากขึ้น




    “อะ ไอ้บ้านั่นกำลังจะเข้าสู่สถานะผิดปกติแล้ว!!”




    “อะไรนะ! ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะทำยังไง”




    “เร็วเข้า รีบไปซ่อนตัวกันก่อน มันจะต้องเสียเวลาจัดการกับเด็กนั่นอีกพักใหญ่ๆเลย”




    “ชิ! คิดไม่ถึงเลยว่าเด็กอายุแค่นั้นจะสามารถโจมตีเจ้ามนุษย์ทดลองที่ผิดพลาดได้ด้วย ดีนะที่ไม่เอาเจ้าหมายเลข 2 ออกมา ไม่อย่างนั้น...”


                


    พวกอันธพาลรีบถอยหลังกรูด ปล่อยให้ซินซินและหานฮ่าวที่บาดเจ็บหนักพยายามหนีเอาตัวรอดด้วยตัวเอง เพราะการต่อสู้นี้...บางทีอาจจะมีคนโดนลูกหลงจนตายก็ได้ ดังนั้นใครบ้างที่ต้องการจะอยู่ต่อ


                


    ซูหยวนไม่ได้สนใจพวกเขา เธอเพียงมองดูร่างกายที่ผิดปกติของเจ้ามนุษย์ทดลอง นับว่าพวกเขาเก่งกาจจริงๆ สามารถพัฒนาเซลล์ในร่างกายของมนุษย์ไปได้ขนาดนี้แล้ว พวกเขาเรียกว่าเกือบจะเป็นอมตะเลยไม่ใช่หรือ?


                


    แน่นอนว่าผลลัพธ์ของการพัฒนามนุษย์มากเกินไปก็คือ มนุษย์กำลังจะไม่ใช่มนุษย์ นี่นับเป็นเรื่องปกติ ซึ่งถ้าการกลายพันธุ์พวกนี้เป็นที่ยอมรับได้ อย่างนั้นก็ไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้ายอมรับไม่ได้...อย่างนั้นก็จะเป็นได้แค่มนุษย์ทดลองที่ล้มเหลวเหมือนกับตอนนี้




    “ยา ยา” เจ้ามนุษย์ทดลองตรงหน้าค่อยๆบ้าคลั่งทุกขณะ มันพยายามทำร้ายร่างกายตนเองไปพร้อมๆกับฟาดงวงฟาดงาไปรอบๆด้วย ท่าทางแบบนี้ทำให้ผู้พบเห็นหวาดกลัวได้จริงๆ ทว่า...ยิ่งมันเป็นแบบนี้ มันก็ยิ่งงุ่มง่ามไม่ใช่หรือ?


                


    สำหรับซูหยวนแล้ว เจ้าร่างทดลองก็ไม่ต่างอะไรกับพวกที่ไม่มีสติในการต่อสู้ ที่พวกอันธพาลพวกนั้นกลัวก็เพราะการต่อสู้แบบไม่มีสติ ทั้งยังทำร้ายตัวเองไปรอบๆนี่แหละที่จะเป็นปัญหา ไม่ใช่เพราะแข็งแกร่งขึ้น แต่การโจมตีสะเปะสะปะขึ้นต่างหาก ไม่น่าแปลกใจเลย...ที่ตัวอันตรายแบบนี้จะถูกทอดทิ้งให้เป็นของเล่นในเขตชั้นกลาง




    “ถ้าทรมานมากนัก ฉันก็จะหยุดความทรมานนี้ให้เอง” ซูหยวนหลุบตาลงเล็กน้อย ก่อนจะขยับเข้าไปหาเจ้าตัวทดลอง


                


    เธอไม่ได้รู้สึกว่าอีกฝ่ายเป็นศัตรู ความต้องการของมนุษย์คนนี้มีแค่เรื่อง “ยา” เท่านั้น เขาไม่ได้ต้องการฆ่าเพื่อความสนุกสนาน แต่ที่ฆ่าก็เพื่อหยุดความทรมานของตนเอง กับคนแบบนี้...เธอรู้สึกสงสารเขามากกว่า




    “ยา ยา” มนุษย์ทดลองเหมือนจะไม่มีสติอีกต่อไปแล้ว มันเร่งการเติบโตของตัวเองจนร่างกายฉีกขาด ทว่าเซลล์ในร่างก็ยิ่งเติมให้เต็มจนเท่ากับว่าร่างกายของมันมีขนาดใหญ่ขึ้นถาวร


                


    นอกจากกล้ามเนื้อที่เติบโตขึ้นแล้ว ก็ยังมีกรงเล็บและผมที่ขาวขึ้นตามการเติบโตของร่างกายด้วย ที่อันตรายที่สุดคงจะเป็นการโจมตีด้วยกรงเล็บแหลมคมที่เหมือนกับสัตว์ประหลาดของมันนี้




    “ยา!!” เมื่อขยายร่างกายจนตึงไปทั้งร่าง เจ้ามนุษย์ทดลองก็พุ่งตัวเข้ามา รอยกรีดเล็บที่กำแพงลึกเกือบ 2 นิ้ว เกิดเสียงแกร็กๆและตุบๆจากอิฐก่อสร้างตามการเคลื่อนไหวของมัน


                


    เคร้ง!!


                


    การโจมตีของกรงเล็บนั้นรุนแรงกว่าครั้งแรกมาก ไม่ใช่แค่นั้น...กรงเล็บที่ยาวมากเกือบจะทิ่มเข้ามาในดวงตาของเธอ แม้ว่าซูหยวนจะพยายามกันเอาไว้ด้วยมีดพร้าแล้วก็ตาม




    “ขอโทษทีนะ” ซูหยวนไม่ต้องการเสี่ยงอีก เธอไม่ถนัดโจมตีระยะใกล้จริงๆ หากตอนนี้ถือพลั่วอยู่คงจะพยายามเล่นกับอีกฝ่ายให้มากหน่อยเพื่อเป็นการฝึกฝน แต่ตอนนี้เธอถือแค่มีดพร้าเท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุไม่คาดฝัน ซูหยวนไม่คิดประมาท


                


    ปัง!!


                


    ฟวับ!!


                


    ซูหยวนกระโดดไปด้านหลัง อีกฝ่ายมีวิถีการโจมตีที่มาก แต่กลับงุ่มง่ามกว่าคนปกติ และนี่ก็คือจุดอ่อนของมัน


                


    หลังจากที่ซูหยวนปรากฏตัวด้านหลัง เจ้ามนุษย์ทดลองที่ขยายขนาดของตัวเองจนเกือบเต็มซอยก็ขยับตามไม่ทัน มันแหงนหน้าตามร่างของซูหยวนที่ลอยข้ามหัวตัวเองไป ก่อนจะหงายท้องล้มตึง


                


    ซึ่งจังหวะนี้เอง ซูหยวนก็ไม่ปล่อยให้เสียเปล่า เธอใช้มีดสั้นที่เพิ่งซื้อมาแทงเข้ากลางหน้าผากของอีกฝ่าย ก่อนจะใช้มีดพร้าตัดคอของมนุษย์ทดลองขาดในครั้งเดียว


                


    หัวของมันหลุดออกไป เซลล์ที่กระเด็นพยายามจะเชื่อมต่อหัวและร่างกายไว้ ทว่า...ซูหยวนไม่ปล่อยให้ทำแบบนั้น เธอเตะหัวของมนุษย์ทดลองออกไปไกลมากกว่า 5 เมตร จนสุดท้าย...เมื่อเซลล์ออกมานอกร่างกายเกิน 5 นาที มันก็ไม่สามารถดิ้นรนต่อไปได้อีก


                


    ร่างทั้งร่างค่อยๆกลายเป็นกองเลือดขนาดใหญ่ ส่งกลิ่นเหม็นคาวไปทั่วทันที




    “นังเด็กสารเลวนั่น!! มันกล้า! มันกล้าที่จะฆ่าหมายเลข 1 จริงๆ!!”




    ………………………..

    คล้ายกับเรื่องอันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน