หอกคือจุดอ่อนของหอกของผู้กล้าที่เสียสละ อาจจะพูดแบบนั้นได้ เพราะหากใช้หอกในการตอบสู้ความสามารถของหอกจะไม่ถูกลดทอนเลยแม้แต่น้อย แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะใช้หอกเป็นอาวุธได้ เพราะหอกเป็นอาวุธที่มีกระบวนท่าแตกต่างจากดาบและอาวุธอื่นๆ หากรู้ถึงจุดอ่อนจึงเปลี่ยนมาใช้หอกเพื่อต่อสู้แทน โดยที่ปกติแล้วใช้ดาบ ก็ดูเหมือนจะเป็นความคิดที่โง่เขลาเกินไปหน่อย
เมื่อเควินยอมแพ้ในการเอาชนะการป้องกันของดอกกุหลาบที่เป็นทักษะของเรเชล ปีเตอร์ จากหน่วยที่ 1 จึงเสนอตัวเป็นคนต่อมาทันที ไม่ใช่เพราะเขาไม่เชื่อในความสามารถของเควิน ปีเตอร์รู้ความสามารถของเควินและอัลติโน่เป็นอย่างดี เพราะพวกเขารู้จักและสนิทกันตั้งแต่ยังอยู่ในสถาบันการทหาร เป็นกลุ่มที่ฝึกซ้อมด้วยกันและเข้าร่วมกองทัพในเวลาไล่เลี่ยกัน ถึงจะไม่ได้อยู่หน่วยเดียวกันแต่ก็ยังติดต่อกันอยู่เสมอ
เมื่อเห็นเพื่อนโจมตีด้วยทักษะที่รุนแรงถึงขนาดนั้นแต่ยังไม่สามารถทำอะไรได้ ปีเตอร์จึงอยากพิสูจน์ด้วยตนเอง เมื่อเป็นการโจมตีเพียงฝ่ายเดียวยิ่งเข้าทางเขาที่เป็นผู้มีความสามารถในด้านเวทมนต์ ถึงแม้เขาจะขึ้นชื่อในเรื่องความเร็วในการใช้เวทมนต์ มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่มีเวทมนต์ที่จำเป็นต้องใช้เวลาร่ายอยู่เลย
ปีเตอร์ลองใช้ทักษะเก่งของเขาใส่เรเชลอย่างรวดเร็วทันที
! ปั้งง
! ตึ้มม
เมื่อเห็นว่าไม่ได้ผล ปีเตอร์หยุดมือก่อนที่ วงเวทมนต์ขนาดใหญ่จะปรากฏขึ้นต่อหน้าปีเตอร์ อักขระบนวงเวทมนต์ถูกเขียนลากโยงไปมา เมื่อต่อกันเสร็จเวทมนต์จึงจะใช้ออกมาได้ ไม่รู้เพราะตั้งใจหรือเพราะทักษะจำเป็นต้องใช้เวลา แต่ผ่านไปหลายนาทีดูเหมือนว่าจะยังไม่มีวี่แววว่าจะเสร็จ ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครขัดการกระทำของปีเตอร์
เพราะเหงื่อที่ไหลออกมาบนหน้าผากของปีเตอร์ภายในห้องที่เย็นเฉียบเช่นนี้ บ่งบอกได้ถึงความเหนื่อยล้าจากการใช้สมาธิชั้นสูงและการสูญเสียพลังงานจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง เหมือนกับว่าจะเป็นการโจมตีเพียงครั้งเดียวเพื่อตัดสินทุกอย่างให้จบลง แต่พอมองเช่นนี้แล้วไม่แน่ว่าทักษะประเภทนี้จะสามารถเอามาใช้จริงได้หรือไม่
อักขระเป็นวงเวทเริ่มที่จะส่องแสงสว่างและเชื่อมต่อกันเร็วมากขึ้น ไฟลุกโชนปรากฏขึ้นกลางวงเวท ทำให้บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนเป็นร้อนแรงวูบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรูปลักษณ์ของน้ำ ดิน และลม เมื่อครบทั้งสี่ธาตุ วงเวทเคลื่อนตัวตรงไปด้วยความเร็วพุ่งเข้าปะทะกับการป้องกันของดอกกุหลาบ
! ชี่ๆ ชี่ๆ ชี่ๆ
ดอกกุหลาบเมื่อปะทะกับวงเวทค่อยๆถูกวงเวททำลายไม่เหลือแม้แต่เศษซากและผลักดันเข้าไปอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้จะช้าเพราะติดการป้องกันของดอกกุหลาบ แต่พลังทำลายวงเวทก็มีมากเกินไปที่จะทำลาย
เรเชล มีความมั่นใจมากว่่าอีกฝ่ายคงไม่สามารถทำอะไรการป้องกันของเธอได้ เพราะฟีร่ารวมไปถึงเควินยังไม่สามารถที่จะฝ่าเข้ามาได้แม้แต่น้อย แต่พอเห็นวงเวทของปีเตอร์ที่ใช้เวลามากถึงขนาดนี้ เธอก็ไม่ได้ใส่ใจสิ่งที่เรียกว่าความมั่นใจอีก มุ่งมั่นไปที่การใช้พลังงานกับดอกกุหลาบเพื่อป้องกันอย่างเต็มที่ แม้เธอจะขึ้นชื่อว่ามีทักษะป้องกันที่แข็งแกร่ง แต่มันก็ไม่ใช่เพราะทักษะเพียงอย่างเดียว ความสามารถในการควบคุมดอกกุหลาบก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่เธอฝึกฝนมาอย่างดีและที่สำคัญคือเธอเลือกที่จะไม่ประมาท
ถึงอย่างนั้นแล้วดูเหมือนว่าการป้องกันของเรเชลไม่อาจต้านวงเวทของปีเตอร์ได้ วงเวทบทขยี้และทำลายการป้องกันของเรเชลได้อย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อเห็นว่าเรเชลยกเลิกการป้องกันและจะหลบออกจากการโจมตีของวงเวท ปีเตอร์ชิงสลายมันก่อนในทันที
เมื่อวงเวทสลาย ร่างของปีเตอร์ทรุดลงกับพื้น หอบหายใจอย่างรุนแรง จนน่ากลัว เควินรีบเข้าไปใช้ทักษะเพื่อช่วยรักษาฟื้นฟูทันที
ทุกคนต่างแปลกใจกับอาการของปีเตอร์ ทำให้ภายในห้องฝึกซ้อมเงียบสนิท หลินมองอีกฝ่ายพลางครุ่นคิดก่อนจะพูดออกมา
"อย่าใช้มันออกมาอีกจะดีกว่า" หลินพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่ตรึงเครียดและจริงจัง แน่นอนว่ามันไม่ใช่คำขู่
"แฮกๆ ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน" ปีเตอร์ไอออกมาก่อนจะพูด ดูเหมือนว่าการรักษาของเควินจะช่วยไม่ได้มากนัก
"อวัยวะภายในร่างกายนาย เหมือนมันเพิ่งจะทำงานอย่างหนักพร้อมๆกัน มันไม่ใช่สิ่งที่จะรักษาได้ด้วยทักษะแล้ว" เควินหยุดลงมือและพูดขึ้นมา
"มันคือทักษะอะไรกัน ฉันไม่เคยเห็นนายใช้มันมาก่อน"
"............."
"หากฉันเดาไม่ผิดมันน่าจะไม่ใช่ทักษะ" เมื่อเห็นว่าปีเตอร์เงียบไปหลังจากได้ยินคำถามของเควิน หลินจึงกล่าวออกมา
ปีเตอร์แปลกใจและหันไปมองหลิน เมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย จึงพยักหน้าก่อนจะพูดออกมาคำหนึ่ง "พลัง"
"พลัง ? หมายถึงพลังงาน ?" เควินถามอย่างสงสัย
"ไม่ใช่ พลัง จำเป็นต้องใช้พลังงานเช่นเดียวกับทักษะ พลังดูเหมือนจะเป็นอะไรที่อยู่เหนือกว่าทักษะมาก ฉันไม่สามารถหาข้อมูลเกีี่ยวกับเรื่องนี้ได้เลยในกองทัพ ในเมื่อฉันสามารถครอบครองมันได้ ก็หมายความว่าอาจจะมีคนอื่นได้รับมาเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่นคุณหลินที่รู้ทันทีว่ามันไม่ใช่ทักษะแต่เป็นพลัง" ปีเตอร์อธิบายออกมาอย่างยากลำบาก เพราะการหายใจของเขายังไม่ปกติ