เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 5 บทที่ 150 น้ำแข็งนิรันดร์

            ขณะที่ชายวัยกลางคนในชุดสีฟ้าและเมิ่งฉิงกำลังต่อสู้พัวพันกันอยู่นั้นทุกคนก็มองออกว่า หญิงสาวที่งดงามคนนี้กำลังไล่ต้อนชายวัยกลางคนอยู่!!!

            แม้กระบวนท่าของเมิ่งฉิงจะดูธรรมดา แต่ทุกครั้งที่ร่างอันสง่างามของนางเคลื่อนไหวนางจะปลดปล่อยพลังโจมตีที่แข็งแกร่งออกมา ซึ่งพลังอันเยือกเย็นของนางสามารถแช่แข็งชายในชุดสีฟ้าได้แม้ว่าชายวัยกลางคนจะมีจิตวิญญาณพายุและสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว ทว่าท่ามกลางความเยือกแข็งนี้ความเร็วของเขากลายเป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์ เขาไม่สามารถฝ่าความเยือกแข็งเหล่านี้ไปได้

            “ช่างเป็นหญิงสาวที่แข็งแกร่งอะไรเช่นนี้ นางเป็นใครกัน? ทำไมนางถึงอยู่กับหลินเฟิง?”

            ฝูงชนประหลาดใจ หญิงสวยผู้งดงามคนนี้แข็งแกร่งมากทีเดียว

            ชายในชุดฟ้าไม่ได้ดูน่าเกรงขามอีกต่อไป ความหยิ่งยโสที่เคยปรากฏอยู่บนใบหน้าได้สลายไปในพริบตา 

            “คมมีดพายุ!”

            ชายวัยกลางคนพลันตะโกนออกมา ทันใดนั้นร่างของเขากลายเป็นพายุ กล่าวได้ว่าเขากับพายุได้กลายเป็นหนึ่งเดียวกันสายลมแรงได้พัดฝุ่นละอองลอยฟุ้ง ขณะเดียวกันจิตสังหารก็ปกคลุมไปทั่วบริเวณพายุลูกนี้ราวกับมังกรที่กำลังทะยานขึ้นสู่ฟ้า และสิ่งที่ทำให้ทุกคนหวาดกลัวคือเสียงเสียดสีอันแหลมคมของมีดที่ดังก้องไปในอากาศ คมมีดพายุเหมือนเคียวเกี่ยววิญญาณที่พร้อมสังหารทุกคนที่ขวางหน้า

            “ช่างเป็นเคล็ดวิชาที่ทรงพลังอะไรอย่างนี้”

            เมื่อฝูงชนเห็นชายวัยกลางคนกลายเป็นพายุก็อดไม่ได้ที่จะพรั่นพรึงในใจแม้จะยืนอยู่ไกลๆ แต่พวกเขาก็ยังคงรู้สึกได้ถึงพลังที่แข็งแกร่งจากคมมีดพายุ

            คมมีดพายุระเบิดพลังที่แข็งแกร่งออกมา ขณะที่โจมตีไปยังเมิ่งฉิง อีกทั้งยังปล่อยคมมีดพายุบางส่วนโจมตีหลินเฟิงด้วย

            “หึ”

            เป็นครั้งแรกที่เมิ่งฉิงร้องหึออกมาอย่างเบื่อหน่าย สายตาเย็นชาของนางส่องประกายขึ้นวูบหนึ่งก่อนจะปลดปล่อยลมปราณอันเยือกเย็นออกมา

            “หัวใจดุจหิมะ ดินแดนอันเยือกเย็น น้ำแข็งนิรันดร์”

            เมิ่งฉิงกล่าวขณะเดินไปหาชายวัยกลางคนอย่างช้าๆ ร่างบอบบางดูสง่างามขึ้นมาทันตาชั้นน้ำแข็งปรากฏขึ้นทั่วร่างของนาง ขณะที่ความหนาวเย็นได้ปกคลุมไปทั้งบรรยากาศ ทุกอย่างรอบตัวเมิ่งฉิงพลันถูกแช่แข็ง

            ดินแดนอันเยือกเย็น น้ำแข็งนิรันดร์

            เมิ่งฉิงโจมตีไปที่คมมีดพายุ ทันใดนั้นพายุที่หมุนอยู่กลางอากาศก็ค่อยๆ เคลื่อนที่ช้าลงก่อนที่จะถูกความหนาวเย็นแช่แข็งอย่างรวดเร็ว จากนั้นพายุกลางอากาศก็เริ่มหยุดนิ่งอยู่กับที่จนกลายเป็นผลึกน้ำแข็งในที่สุด

            ความหนาวเย็นเริ่มรุกรานเข้าสู่ร่างของชายวัยกลางคนที่กลายเป็นพายุผลึกน้ำแข็งค่อยๆ แพร่กระจายไปในสายลมที่บ้าคลั่ง

            เสียงแช่แข็งดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพียงไม่กี่วินาทีคมมีดพายุก็กลายเป็นผลึกน้ำแข็งทั้งหมด

            ทันใดนั้นเสียงร้องโหยหวนของชายวัยกลางคนก็ดังขึ้นมาจากพายุฉับพลันก็มีเงาสีดำๆ บางส่วนพุ่งออกมาจากพายุที่ถูกแช่แข็ง

            พายุลูกนั้นถูกห่อหุ้มไปด้วยความเย็นเยือกหากชายวัยกลางคนยังถูกแช่แข็งนานกว่านี้ เกรงว่าคงต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย สายตาชั่วร้ายมองเมิ่งฉิงอย่างอาฆาตขณะที่ใบหน้าของเขาก็ถูกปกคลุมไปด้วยผลึกน้ำแข็ง

            ชายชุดฟ้าไม่คาดว่าเด็กสาวคนนี้จะมีพลังที่น่าหวาดกลัวขนาดนี้ น่าหวาดกลัวจริงๆ!

            แต่เมิ่งฉิงไม่สนใจเขาและรีบวาดมือออกไปอีกครั้งคราวนี้นางโจมตีไปที่สมาชิกของตระกูลไป๋ ทำให้ร่างของพวกเขาหนาวสะท้านอยู่กับที่

            มีเพียงหลินเฟิงเท่านั้นที่ไม่รู้สึกอะไรเลย

            “ดาบแห่งความตาย”

            หลินเฟิงกวัดแกว่งดาบอีกครั้ง หมอกสีดำพวยพุ่งออกมาจากดาบ หลินเฟิงลงมือสังหารสมาชิกตระกูลไป๋อีกครั้งคริสตัลน้ำแข็งถูกชโลมไปด้วยเลือดสีแดง ท่ามกลางโลหิตที่สาดกระเซ็นร่างของสมาชิกตระกูลไป๋ก็ล้มลงทีละคนๆ

            ชายวัยกลางคนในชุดฟ้ารู้สึกโกรธแค้น เมื่อเห็นว่าหลินเฟิงกำลังเข่นฆ่าสมาชิกตระกูลไป๋อย่างไร้ความปรานีแต่เพราะความแข็งแกร่งของเมิ่งฉิง ทำให้เขาไม่กล้าขยับเข้าไปใกล้พวกเขา

            นางเป็นคนที่น่ากลัวจริงๆ

            ดาบของหลินเฟิงยังคงสังหารสมาชิกของตระกูลไป๋คนแล้วคนเล่า เพียงไม่นานสมาชิกของตระกูลไป๋ทุกคนก็นอนตายอยู่บนพื้นสุดท้ายก็เหลือแค่คนเดียว

            ชายสวมหน้ากากสีทองที่กำลังยืนตัวสั่นอยู่ ก็คือไป๋เจ๋อนั่นเอง

            ภายใต้หน้ากากทองคำนั้น ดวงตาของเขาไม่ได้แสดงถึงความเกลียดชังหรือความโหดร้ายอีกต่อไปมีเพียงความหวาดกลัวเท่านั้นที่ปรากฏอยู่ในแววตา

            ผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งทุกคนที่มาสมทบเขาจากตระกูลไป๋ ล้วนนอนจมกองเลือดอยู่แทบเท้าของเขาและชายที่อยู่ในชุดสีฟ้าก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ได้แต่ดูพวกของตัวเองถูกเข่นฆ่าต่อหน้าคนแล้วคนเล่า

            หลินเฟิงยกดาบยาวขึ้นมา ขณะที่เลือดไหลรินจากปลายดาบของเขาหลินเฟิงเดินไปหาไป๋เจ๋ออย่างเชื่องช้า

            ตุบ!

            ในเวลานั้นไป๋เจ๋อล้มตัวคุกเข่าลง ขาของเขาสั่นเทาไปด้วยความกลัวเขาเกลียดหลินเฟิงจากก้นบึ้งหัวใจ แต่ตอนนี้เขากำลังจะตาย!!!

             “ครั้งสุดท้ายที่ข้าพบกับเจ้า ข้าไม่ได้สังหารเจ้า นั่นไม่เพียงพอที่ข้าจะแสดงความเมตตาต่อเจ้าหรือ?” หลินเฟิงกล่าวอย่างไม่แยแส

            ดาบที่เต็มไปด้วยเลือดของหลินเฟิงเริ่มขยับเข้าไปใกล้ไป๋เจ๋อที่กำลังส่ายหัวราวกับกำลังพยายามปลุกตัวเองจากฝันร้ายนี้ เขารีบคลานไปข้างหลังขณะมองไปที่หลินเฟิง

            “ครั้งก่อนเจ้าบอกว่าจะทำให้ข้าเป็นทาส เจ้าไม่ได้หยุดการกระทำของตัวเองเพื่อต่อชีวิตของเจ้าและยังยั่วยุข้าอีกตอนนี้เจ้าอยู่เบื้องหน้าข้าทำไมเจ้าไม่พยายามลองสังหารข้าเหมือนครั้งที่แล้วดูล่ะ?”

            หลินเฟิงยังคงกล่าวต่อ

             “มีเส้นทางที่เจ้าไม่ควรเดิน แต่เจ้าได้เลือกเส้นทางสู่ชีวิตหลังความตาย ดังนั้นข้าจะช่วยให้เจ้าบรรลุเป้าหมายนั้น”

            ดาบของหลินเฟิงเรืองแสงอีกครั้ง และเลือดของไป๋เจ๋อก็สาดกระเซ็นไปในอากาศ

            ร่างของไป๋เจ๋อตกกระแทกพื้นอย่างรุนแรง แต่วิญญาณของเขาไม่ได้อยู่ในโลกนี้อีกแล้ว

            หลินเฟิงเงยหน้ามองชายวัยกลางคนในชุดสีฟ้าที่อยู่ไกลๆ เขาก็พูดอย่างเย็นชาว่า “ถ้าเจ้าไม่กล้าเข้ามา ก็ไปให้พ้นหน้าข้าซะ เจ้าไม่จำเป็นต้องมาขายหน้าอยู่ที่นี่”

            “เจ้าจะต้องเสียใจจากการกระทำในวันนี้!”

            ชายในชุดฟ้ากล่าวขณะมองหลินเฟิง

            “ไม่จำเป็นต้องขู่ข้า เจ้ามาที่นี่ในวันนี้เพื่อสังหารข้า ดังนั้นข้าจึงต้องสังหารทุกคนที่ต้องการชีวิตของข้าครั้งต่อไปเจ้าจะกลับมาพร้อมกับคนอื่นๆ อีกมากมายที่พยายามจะสังหารข้า แลัวมันยังไง? ถึงแม้เจ้าจะพาคนจำนวนมากมาด้วย แต่พวกมันก็จะนอนกองอยู่ใต้ฝ่าเท้าของข้า” หลินเฟิงกล่าวอย่างไม่แยแส เขายังคงพูดต่อ “ถ้าเจ้าไม่อยากได้รับความอัปยศเจ้าควรจากไปซะ เจ้าแค่คิดผิดที่มาที่นี่และทำให้ตัวเองได้รับความอัปยศ ทุกคนล้วนเห็นว่าเจ้าเป็นคนโง่เขลาจงระลึกถึงแต่ละคำพูดของข้าที่พูดกับเจ้า ข้าจะสังหารสมาชิกของตระกูลไป๋ทุกคนที่อยู่เบื้องหน้าข้าโดยไม่มีความเมตตาใดๆตระกูลไป๋ของจากมันจบแล้ว ข้าจะกวาดล้างตระกูลไป๋ต่อไป”

            คำพูดของหลินเฟิงทำให้ฝูงชนล้วนสับสน เขาเป็นคนไร้ความปรานีอย่างสมบูรณ์เขากำลังวางแผนกวาดล้างสมาชิกตระกูลไป๋ทุกคนให้สิ้น

            ไม่มีใครสงสัยในสิ่งที่หลินเฟิงกล่าวออกมา เพราะเขาได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นผ่านศพของคนตระกูลไป๋ที่นอนจมกองเลือดอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขา

            ผลลัพธ์จากการรุกรานหลินเฟิงคือ ‘ความตาย’ ช่างน่าสงสารคนที่ทำให้เขาไม่พอใจจริงๆ!

            “ข้าจะจดจำคำพูดของเจ้า”

            ชายวัยกลางคนในชุดฟ้ากล่าวขณะจ้องมองหลินเฟิงอย่างชั่วร้าย เขาค่อยๆ หันกลับและเดินจากไป

            ทันใดนั้นเขากลับกลายเป็นพายุแล้วพุ่งกลับมาหาหลินเฟิงด้วยความเร็วเต็มพิกัดเขารวดเร็วอย่างมาก!

            หลินเฟิงรู้สึกประหลาดใจ เขารู้สึกได้ถึงพลังปราณของมันบนร่างกายของเขา

            หลินเฟิงพยายามหลบ แต่เขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บได้ทำให้มีเลือดไหลออกมาจากใบหน้า

            “ข้าจะกลับมาฆ่าสังหารเจ้าอย่างแน่นอน!”

            ชายสวมเสื้อสีฟ้ากล่าวก่อนจะหันหลังจากไป  ทิ้งให้ฝูงชนไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

            “บังอาจ!!!”

            เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความโกรธและเยือกเย็นราวกับหยุดเวลาได้ มันเป็นเสียงของเมิ่งฉิงลมปราณอันเยือกเย็นห้อมล้อมร่างกายของนาง แล้วนางก็หายตัวไปจากสายตาของทุกคนทันที

            ในขณะนั้นชายที่อยู่ในชุดฟ้าซึ่งกำลังจะจากไปได้หยุดลงเพราะความหวาดกลัว ทันใดนั้นลมปราณอันเยือกเย็นได้ปรากฏต่อหน้าเขาทำให้เขาต้องพยายามหลบหนีให้เร็วที่สุด นั่นเป็นสิ่งเดียวที่เขาคิดได้ในตอนนี้

             “หัวใจน้ำแข็ง”

            น้ำแข็งสีขาวถูกยิงออกมาจากร่างของเมิ่งฉิงและพุ่งตรงไปที่ชายในชุดฟ้า ทันใดนั้นจู่ๆเขาก็รู้สึกว่าอวัยวะภายในเริ่มแข็งตัว

            “เฮือก!”

            มีเลือดไหลออกจากปากของเขาแต่มันเป็น เลือดที่แข็งตัว… อวัยวะภายในของเขาได้รับความเสียหายอย่างมาก เขาไม่สามารถเอาชนะนางได้เลย ดังนั้นสิ่งที่เขาทำได้ก็คือการหลบหนีเขาแค่อยากหนีเพื่อมีชีวิตอยู่ต่อ แต่หญิงสาวคนนี้มีพลังมากเกินไป…