The Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา

    ตอนที่112 บุกดันเจี้ยน16 (ต้องรอดให้ได้นะ)

              เซซิเลียกับรูอันเริ่มหน้าซีดเมื่อเห็นการโจมตีของเรเวลไม่ได้ผล

              “แล้วมันยังไงล่ะ..ก็แค่ใช้มันอีกครั้งก็พอ..คราวนี้จะชาร์จนานกว่าเดิมละกัน”

              เรเวลพยายามรวบรวมอนุภาคแสงที่หอกศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง..แต่ว่าไม่มีอนุภาคแสงใดๆปรากฎขึ้นอีก

              ด้วยความตกใจอย่างกระทันหัน เขาจึงรีบมองไปยังเกจพลังเวทตัวเอง

              HP 97,400/100,000

              MP 6,400/84,100

              ‘แย่แล้ว..พลังเวทไม่พอ..'

              พลังเวทขั้นต่ำสำหรับชาร์จสกิล <หอกแห่งปาฎิหารย์> คือ 8,000 แต่ตอนนี้เหลือแค่ 6,400 เพราะการต่อสู้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ชั้นที่ 6-9 นั้นทำให้พลังเวทเหลือน้อยเต็มทีแล้ว การชาร์จสกิล <หอกแห่งปาฎิหาริย์> จึงทำได้อีกเพียงครั้งเดียวซึ่งเรเวลก็ได้ใช้โอกาสนั้นไปแล้ว เมื่อกี้นี้เอง

              “เรเวลนายใช้สกิลเมื่อกี้อีกครั้งได้ไหม ฉันจะส่ง<ดิไวน์บับเบิล>เสริมให้ มันอาจจะได้ผลมากขึ้นก็ได้”

              เซเลน่ากล่าวพร้อมกับมองลูกบอลสีแดงอีก6ลูกที่ยังโคจรรอบตัวเธออยู่ตอนนี้ หากใช้ความสามารถของบอลลูกที่7 ก็จะสามารถส่งต่อความสามารถของบอลลูกที่3 ซึ่งเพิ่มพลังโจมตีของสกิล20เท่าให้เรเวลได้ และเมื่อประสานเข้ากับสกิล <ชาร์จจิ้งแอ็คเซเลอเรชั่น> ของรูอันอีกครั้งนึงละก็..

              “ไม่ไหว..พลังเวทฉันเหลือไม่เยอะพอ”

              เรเวลกล่าวพร้อมกับเหงื่อเริ่มไหลซึมออกมาบนหน้าผากทีละหยด

              “ตอนนี้ฉันใช้สกิล<หอกแห่งปาฎิหาริย์>ไม่ได้แล้ว”

              “ว่าไงนะ!”

              เซเลน่าตะโกนลั่นด้วยความตกใจ แน่นอนว่าคนอื่นๆก็เหมือนกัน

              สกิลเพียงหนึ่งเดียวของเรเวลตอนนี้ที่สามารถใช้โค่นล้มความแตกต่างมหาศาลด้านเลเวลได้นั้น ในตอนนี้เขากลับใช้มันไม่ได้อีกแล้ว

              “ถ้างั้นจะทำยังไงดีล่ะ!?” เซเลน่าถามออกมาแบบนั้น

              “ก็เผ่นสิครับ..รออะไรล่ะ” เรเวลพูดออกมา

              "ไอความมั่นใจอยากเป็นจักรพรรดิเวทมนตร์เมื่อกี้มันหายไปไหนหมดล่ะยะ" เซเลน่ากล่าวราวกับจะแดกดัน

              "อะ..เอ่อ..นั่นมันก็..." เรเวลหลบสายตาเซเลน่าทันที

               ยัยบ้าเอ้ยยย...ถ้าสู้ไม่ไหวแล้วตายก่อน..ก็ไม่ได้เป็นจักรพรรดิเวทมนตร์เหมือนกันนั่นแหละ...แถมพลังเวทก็แทบไม่เหลือแล้วจะให้สู้ยังไงล่ะ

              “เราใช้แอเรียลบินกันไปเถอะค่ะ” เซซิเลียพูดแล้วจับมือเรเวล

              <สปาทอยด์>ถือหอก 3 ตนเดินขึ้นมาด้านหน้าแล้วจ่อปลายหอกรวมกันในทิศทางเดียว หลังจากนั้นมีบอลพลังเวทสีดำขนาดใหญ่ปรากฎขึ้นที่ระหว่างปลายหอกทั้ง3

              “แย่แล้ว..มันจะใช้การโจมตีอีกครั้งแล้ว!!!”

              ทุกคนรีบใช้แอเรียลบินหนีทันที

              ‘ไฟเยอร์แลมป์’

              ‘ไฟเยอร์แลมป์’

              เซเลน่ากับเรเวลช่วยกันใช้เวทมนตร์ไฟสร้างตะเกียงเพลิงที่ด้านหน้าเรื่อยๆเพื่อเพิ่มแสงสว่างขณะบินระหว่างทางที่เต็มไปด้วยความมืด

              ตอนนั้นเองรูอันที่อยู่ท้ายสุดถูกอะไรบางอย่างโฉบไปด้วยความเร็วสูง

              “ระ..เร..”

              ทุกคนที่เหลือซึ่งสัมผัสได้ถึงความผิดปกติจึงรีบหันไปมอง

              “รูอัน!!!”

              เมื่อได้เห็นรูอันกำลังถูกกลืนไปในปากของฮิปโปสีดำตัวหนึ่งเรเวลจึงรีบบินเข้าไปทันทีด้วยความเร่งรีบ

              “ไม่นะ!!..อย่ากินเพื่อนฉันเข้าไปนะ!!!” 

              ตอนที่รูอันกำลังจะลงไปยังท้องฮิปโปนั้นเองมีบอลพลังเวทสีดำกระแทกเข้าไปที่ฮิปโปอย่างแรง

              “อร๋ออกกก”

              ฮิปโปสำรอกรูอันออกมาพร้อมน้ำเมือกเหลวๆทันที

              แน่นอนว่าการโจมตีนั้นเป็นของ <สปาทอยด์>ซึ่งเล็งใส่พวกเรเวลตั้งแต่แรกนั่นเอง

              “รูอัน!!!” 

              เรเวลรีบบินเข้าไปโอบรูอันไว้แล้วพยายามจะบินหนีไปต่อ

              “โชคดีนะ..ที่ฮิปโปนั่นไม่ได้เคี้ยวนายก่อนจะกลืนลงไปน่ะ”

              รูอันที่ปิดตาอยู่ข้างนึงค่อยๆลืมตาขึ้นมา

              “ระ..เรเวล..ขอบคุณนะ..เกือบไปแล้ว”

              “อา..รีบไปจากตรงนี้กันเถอะ”

              ‘มานาโซน-ไฟเยอร์แอเรียล’

              เรเวลพยักหน้าให้เซซิเลียกับเซเลน่าที่อยู่ข้างหน้า..แต่ทั้ง2คนรอให้เรเวลกับรูอันมาถึงก่อนจึงค่อยบินไปพร้อมกันอีกครั้ง

              --------------------------

              [เดวิลฮิปโปโปเตมัส]  

              สัตว์ปีศาจ: LV51

              เผ่า: สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก

              รายละเอียด:

              -ฮิปโปปีศาจที่จะดุร้ายและแข็งแกร่งขึ้นเมื่อมันคลุ้มคลั่ง

              --------------------------

              ตอนนั้นเองเรเวลรู้สึกถึงแรงบางอย่างดึงตัวเองไว้ที่ขาทำให้บินไปต่อไม่ได้

              เมื่อหันไปมองก็พบว่าฮิปโปสีดำแลบลิ้นยืดยาวมาพันขาตัวเองไว้ติดกับขาของรูอัน

              “ยะ…แย่แล้ว…เหวอออออออออออ” 

              เรเวลถูกดึงกลับไปด้วยความเร็วสูงแล้วลอยเข้าปากฮิปโปทันที

              ในจังหวะที่เข้าไปนั้นเองเรเวลได้ใช้หอกของตัวเองง้างปากขนาดใหญ่ของฮิปโปเอาไว้ทำให้มันงับปากไม่ลง

              ส่วนมือของเรเวลก็จับหอกไว้อยู่

              “อึก..” 

              [เดวิลฮิปโป] ไม่ได้ใส่ใจอะไร มันใช้กล้ามเนื้อลิ้นดึงขาเรเวลกับรูอันเบาๆไปเรื่อยๆจนนิ้วของเรเวลเริ่มหลุดจากหอกทีละนิ้ว ทีละนิ้ว

              “เรเวลขอโทษนะ..ถ้านายไม่มาช่วยผม..คงก็ไม่ต้องมาเจอจุดจบแบบนี้หรอก” รูอันกล่าวพร้อมกับตีหน้าเศร้า

              “จุดจบบ้าอะไรกัน..นายเป็นเพื่อนฉันนะ..ไม่ว่ายังไงฉันก็ต้องช่วยอยู่แล้วสิ”

              เรเวลพยายามออกแรงต้านแต่สุดท้ายมือก็หลุดจากหอก ตอนนั้นเองมีเถาวัลย์จำนวนมากพุ่งเข้ามาพันมือของเรเวลเอาไว้

              “เรเวลไม่เป็นไรนะคะ!!”

              “เซซิเลีย”

              เซซิเลียมาช่วยได้ทันแบบฉิวเฉียด เธอสละพลังเวทที่เหลือสร้างเถาวัลย์มาจับมือเรเวลไว้ แต่ก็ดึงไม่ขึ้น เซซิเลียจึงใช้ใช้มือของเธอจับมือของเรเวลแทนแล้วใช้เถาวัลย์มัดทับกันอีกชั้นให้แน่นขึ้น      

              “เซซิเลียเร็วๆหน่อย..ไอฮิปโปนี่มันปากเหม็นมาก”   

              เซเลน่ายืนอยู่บนริมฝีปากฮิปโป โดยรอบตัวและมือของเธอก็มีเถาวัลย์พันไว้เหมือนกัน หน้าที่ของเธอคือช่วยจับเซซิเลียเอาไว้ไม่ให้ตกลงไปอีกที พร้อมกับช่วยดึงขึ้นไปในตัว

              “ชิบ้าเอ้ย..ดึงไม่ขึ้นเลย..แค่ตัดลิ้นมันก็จบแล้วไหม”

              ‘ลูกที่3’

               หลังสิ้นเสียงร่าย ลูกบอลสีแดงลูกที่3ก็ดูดกลืนเข้าไปในตัวเธอ ผลลัพธ์ของบอลลูกนี้คือเพิ่มพลังโจมตีของสกิล 20 เท่า

              ‘เวทไฟ-กงจักรเพลิงสังหาร’

              เซเลน่าปากงจักรสีแดงอ้อมโค้งเข้าไปตัดลิ้นของฮิปโปที่พันใต้ขาเรเวลกับรูอัน

              ‘เคร้งงง’

              กงจักรเพลิงแหลกสลายไปในพริบตาเพราะตัดไม่เข้า

              “ชิ..ไม่ได้ผลงั้นหรอ”

              ใต้ลิ้นของฮิปโปไร้รอยขีดข่วนใดๆ เป็นอันแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างค่าสเตตัสความทนทานอันมหาศาลของLV51 กับพลังโจมตีอันน้อยนิดของ LV30

              ฮิปโปออกแรงที่ลิ้นเพื่อดึงเหยื่อเข้าไปอีกครั้ง พวกมันมองเพียงว่าเด็กน้อยพวกนี้เป็นเพียงอาหารชั้นเยี่ยมของมัน

              เถาวัลย์เริ่มฉีกขาด เซเลน่ากับเซซิเลียเริ่มต้านแรงของสัตว์ปีศาจไม่ไหวจนพวกเธอเริ่มถูกดึงเข้าไปในปากทั้งหมดพร้อมกัน

              ‘วืดดดดดดดดดด…แปล้งงงงงงงงงงงง’

              “อร้อกกกกกกก”

              ฮิปโปสำรองของในท้องทั้งหมดออกมา รวมทั้งผลักทุกคนที่อยู่ในปากมันกระเด็นออกไป

              เซเลน่า เซซิเลีย เรเวล รูอัน กระเด็นไปกลิ้งตลบบนพื้น

              [เดวิลฮิปโป] เริ่มโมโหอย่างหนักต่อการโจมตีที่ขัดขวางการกลืนเหยื่อถึง2ครั้ง

              มันรีบหันหัวไปทาง [สปาทอยด์] ทันที

              “แกร็กๆๆๆ” 

              นักรบโครงกระดูกสั่นขากรรไกร ราวกับจะบอกว่านั่นคือเหยื่อของฉัน 

              “โฮกกก..โฮกกกกก..โฮกกกกกก..”

              ฮิปโปปีศาจเริ่มคลุ้มคลั่งแล้วกระทืบพื้นอย่างรุนแรงจนอิฐสีดำแตกกระจุย

              “ทุกคนหมอบเร็วค่ะ”

              ทุกคนหมอบลงตามคำพูดของเซซิเลียเพื่อหลบเศษอิฐที่กระเด็นเข้ามา พร้อมกับใช้มืออุดหูต่อเสียงคำรามอันดุร้ายที่ดังจนแก้วหูแทบฉีก

              “ฮือออออออออออออออ…โฮกกกกกกกกกก”

              ‘เปรี้ยงง!..แปร๊บๆๆ!!..ซี่ๆๆ’

              สายฟ้าจำนวนมหาศาลเริ่มแลบไปมารอบตัวอ้วนกลมของ[เดวิลฮิปโป] 

              [สปาทอยด์] จ่อปลายหอกเพื่อเตรียมยิงบอลพลังเวทสีดำอีกครั้ง

              [เดวิลฮิปโป] อ้าปากกว้างจนขีดสุดเพื่อปล่อยสายฟ้าแห่งการทำลายล้าง

              [สปาทอยด์] ยิงบอลพลังเวทสีดำออกมา

              ‘ตู้มมมมมมมมมมมมมมม’

              เสียงปะทะกันดังระทมอย่างรุนแรงทั่วทั้งชั้นจนพื้นดินสั่นสะเทือน

              ‘ครึกๆๆ…ครืนๆๆๆๆ’

              บอลสีดำถูกสายฟ้าแห่งการทำลายล้างกลืนไปในพริบตา

              [สปาทอยด์] ที่ถือดาบพยายามวิ่งมาด้านหน้าเพื่อใช้ดาบสีม่วงสะท้อนสายฟ้ากลับไป 

              “โฮกกกก”

              ไม่นานนัก [สปาทอยด์] ตัวนั้นก็แหลกสลายไปพร้อมกับดาบทันที

              สายฟ้าแห่งการทำลายล้างยังคงพุ่งไปด้านหน้าต่อ

              ตอนนั้นเองสปาทอยด์ที่ถือโล่4 ตนก็วิ่งขึ้นมาด้านหน้าเพื่อยกโล่ป้องกันขึ้น

              ‘ตู้มมมมมม’

              โล่สีม่วงป้องกันการโจมตีได้โดยไร้รอยขีดข่วนใดๆ

              “โฮก?”

              [เดวิลฮิปโป] ตกใจเล็กน้อยต่อการโจมตีของตัวเองที่ไม่ได้ผล

              ความทนทานของโล่สีม่วงที่อัศวินแห่งโครงกระดูกถืออยู่นั้นทนทานเหนือคำบรรยาย

              “แกร็กๆๆๆ”

              “โฮกกกกกกกกกก”

              [เดวิลฮิปโป] เตรียมตัวพ่นสายฟ้าแห่งการทำลายล้างอีกครั้ง โดยคราวนี้เตรียมชาร์จสุดกำลัง

              “ตอนนี้แหละ..พวกเราค่อยๆหนีกันเถอะ”

              เซเลน่าประกาศขึ้นเบาๆ หลังจากนั้นทุกคนจึงค่อยๆใช้เท้าย่องหนีไปเงียบๆด้านหลัง [เดวิลฮิปโป] เพื่อไม่ให้มันรู้ตัว

              สายฟ้าเอ่อล้นจนแทบทะลักปากพร้อมกับพลังเวทมหาศาลราวกับกำลังบ้าคลั่ง..แต่ทว่า

              “ตู้มมมมมมมมมม”

              บอลพลังเวทของ[สปาทอยด์] นั้นมาถึงก่อน ทำให้[เดวิลฮิปโป]หน้าหงายเก๋งทันที

              แม้เลเวลของ [สปาทอยด์] จะน้อยกว่า [เดวิลฮิปโป] อยู่1 แต่ว่าการประสานงานอันดีเยี่ยมทำให้ตอนนี้ [สปาทอยด์] เหนือกกว่ามาก

              “โฮกกกกกกกกกกกกกก…โฮกกกก……..โฮกกกกกกกกกก..”

              ฮิปโปเอาเท้ากระทุ้งพื้นอย่างคลุ้มคลั่ง พร้อมกับมีสายฟ้าแลบไปมารอบตัว 

              เมื่อสู้ระยะไกลมันเสียเปรียบ มันจึงคิดว่าจะเข้าไปสู้ระยะประชิดกับอัศวินแห่งโครงกระดูกแทน

              มันถีบพื้นแล้วพุ่งไปด้วยความเร็วดุจหัวกระสุน กระทั่งพวกเรเวลไม่มีใครมองทัน

              ระยะห่างหลายกิโลเมตรถูกย่นจนเหลือ0 ในพริบตา

              [สปาทอยด์] ถือดาบ หอก โล่ นับสิบตัวร่วมมือประสานงานกันต่อสู้กับ [เดวิลฮิปโป] ที่เข้าสู่โหมดคุ้มคลั่ง

              การต่อสู้ของสัตว์ปีศาจระดับเลเวล50นั้นรุนแรงและอลังการเหนือคำบรรยาย จนพวกเรเวลมองภาพนั้นด้วยความตื่นตลึงจนลืมเวลาหนี

     

              ****

     

              “เดิมทีฉันเองก็ไม่เห็นด้วยที่จะให้มาสำรวจดันเจี้ยนอันตรายแห่งนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่เบื้องบนไม่มีใครยอมฟังเลย ทั้งที่ดันเจี้ยนนี้เพิ่งเคยมีเหตุการณ์หายสาบสูญของนักสำรวจมาตั้งหลายครั้ง..” เอเรนเอามือกุมขมับแล้วบ่นพึมพัมออกมา

              “นั่นสินะครับ” เจ้าหน้าที่ผู้ใช้เวทมิติกล่าวเสริมราวกับเห็นด้วย

              หลังจากนั้นเอเรนก็สั่งให้เจ้าหน้าที่คนนั้นพาสมาชิกห้องSที่เหลือกลับไป และให้ไปแจ้งกับเบื้องบนว่าต้องระงับการสำรวจไว้ชั่วคราวก่อนเพราะเกิดเหตุขัดข้องบางอย่าง

              “เข้าใจแล้วครับ”

              แน่นอนว่าหากแจ้งตรงๆว่ามีสมาชิกของราชวงศ์หายสาบสูญไปในดันเจี้ยนขณะสำรวจต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่นอน ซึ่งเธอต้องพยายามช่วยเด็กๆพวกนั้นก่อนที่ข่าวลือพวกนี้จะหลุดออกไป

              “อาจารย์เอเรนคะ..”

              ตอนนั้นเองอยู่ๆลูน่าก็เดินเข้ามาใกล้เอเรน

              “หืม?..มีอะไรงั้นหรอ?” 

              “หนูขอไปช่วยเรเวลด้วยได้ไหมคะ”

              “ไม่ได้หรอก..เธอต้องกลับไปที่โรงเรียนอัศวินเวทมนตร์”

              “หนูสัญญาว่าจะไม่เป็นตัวถ่วงแน่ค่ะ..เพราะฉะนั้น..”

              ลูน่าดึงเสื้อเอเรนราวกับพยายามอ้อนวอน แต่ว่าเอเรนปฎิเสธด้วยสีหน้าเย็นชา

              “ไม่ได้..เธอต้องกลับไปพร้อมกับคนอื่นๆ..เพราะฉันจะไม่ยอมเสียนักเรียนห้องของฉันไปอีกแล้ว”

              ตอนนั้นเองชีน่าก็เดินเข้ามา

              “คือว่าอาจารย์เอเรนคะ..หนูก็จะไปด้วยค่ะ”

              “นี่พวกเธอพูดไม่รู้เรื่องกันเลยหรือไง..” 

              เอเรนตะโกนขึ้นมาราวกับพยายามดุ

              “ถ้างั้นอาจารย์เอเรนรู้หรอคะ..ว่าพวกรูอันกับเรเวลอยู่ที่ไหน?” ชีน่าถามขึ้นมาแบบนั้นทำให้เอเรนอึ้งและเบิ่งตาในทันที

              ใช่แล้วล่ะ..เราไม่รู้ว่าเด็กพวกนั้นอยู่ไหน และยิ่งชั้นลึกลงไปขนาดของดันเจี้ยนก็จะใหญ่ขึ้นด้วย หากเอาแค่ชั้น17อย่างเดียวก็มีขนาดประมาณครึ่งหนึ่งของเมืองหลวงแล้ว และที่นั่นก็มีมอนสเตอร์แข็งแกร่งที่เลเวลเกือบเท่า40อยู่เต็มไปหมด  

              แต่ว่าถ้าอิงตามข้อความที่อิฐบล็อคนั้นพูดตอนสุดท้าย ดูเหมือนเด็กๆพวกนั้นจะถูกวาร์ปไปชั้นลึก ซึ่งก็ไม่ได้บอกเหมือนกันว่าชั้นที่เท่าไหร่ หากเราพุ่งไปหาตอนนี้แบบสุ่มสี่สุ่มห้า ก็ไม่ต่างจากงมเข็มในมหาสมุทรเลย

              “กึก..” เอเรนกัดฟันแล้วจับดาบคาตะนะสีดำไว้แน่น เพราะตอบคำถามของชีน่าไม่ได้

              “อาจารย์ไม่ทราบใช่มั้ยล่ะคะว่าพวกเขาอยู่ไหน…แต่ว่าหนูทราบดีค่ะว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ไหน และหากพาหนูไปด้วยจะสามารถตามหาพวกเขาได้แน่นอนค่ะ..ฉะนั้นให้หนูไปด้วยเถอะนะคะ”

              “หา?..ถ้างั้นก็บอกฉันมาตรงๆตอนนี้เลยก็ได้นะ..ว่าเพื่อนของเธออยู่ไหน..ฉันจะได้ลงไปตามหาได้เลยไงและพวกเธอก็ไม่ต้องมาเสี่ยงด้วย”

              “ไม่ได้หรอกค่ะ..เพราะความสามารถของอาร์ติเฟกซ์หนู การตามหาจะปรากฎแบบเรียลไทม์เฉพาะในความคิดหนูท่านั้นค่ะ..ถึงจะบอกไม่ได้ว่าพวกเขาอยู่ไหน..แต่หนูก็สามารถรู้ได้ว่าต้องไปทางไหนถึงจะเจอพวกเขา”

              เอเรนมองหน้าชีน่าสักพักหนึ่ง..ราวกับครุ่นคิดบางอย่าง

              “แล้วสกิลของอาร์ติเฟกซ์เธออันนั้นมันสามารถตามหาใครๆก็ได้โดยไม่มีเงื่อนไขอะไรเลยงั้นหรอ?” เอเรนถามแบบนั้น

              “ไม่หรอกค่ะอาจารย์..แต่ว่าสามารถตามหาเจ้าของของวัตถุที่เขาเคยครอบครองได้ ขอแค่มีวัตถุนั้นของเขาอยู่ ก็สามารถตามหาเจ้าของมันได้ง่ายๆ”

              “ออ..อย่างงั้นเองสินะ..รบกวนด้วยล่ะ”

              “ค่ะ”

              ชีน่าเอามือล้วงไปในกระเป๋าของตัวเอง พร้อมกับทำท่าดีใจ ..แต่ว่า

              ‘อึก..ชิบหาย!..ลืมเอามา’

              ตัวเธอลืมเอาพวกกุญแจรูุปแมวน้ำของรูอันที่เคยยกให้เธอมานั่นเอง

              ‘ยะ..แย่แล้ว..จะทำยังไงดี’

              เหงื่อของชีน่าเริ่มไหลพราก 

              หรือจะกลับไปที่ รร.อัศวินเวทมนตร์ตอนนี้ดีนะ แต่คงไปช่วยพวกนั้นช้าขึ้นไปอีกแน่

              “ว่าไงล่ะ..เธอมีของที่เพื่อนของเธอเคยครอบครองหรือเปล่า?” เอเรนถาม

              “คะ..คือ..ว่า..” ชีน่าเริ่มพูดจาตะกุกตะกัก

              “ใช้อันนี้แทนได้ไหม?” ลูน่ากล่าวพร้อมกับยื่นกำไลข้อมืออันหนึ่งให้ชีน่า

              “นี่คือ?” 

              “กำไลข้อมือของเรเวลน่ะ”

              “เอ๋?..แล้วพี่มีกำไลข้อมือของเรเวลได้ยังไงหรอคะ?”

              “เรื่องนั้นไม่ต้องถามมากหรอก..ใช้มันเพื่อตามหาเจ้าของกำไลนี้เร็วเข้า”

              “หนูเข้าใจแล้วค่ะ”

              ชีน่ายื่นมือไปสัมผัสกำไลข้อมือนั้น

              กำไลสีเขียวมรกตที่มีเครื่องหมายสัญลักษณ์ไม้กางเขนสีแดงปักลงบนปีกคู่สีขาว นับเป็นกำไลที่ดูแปลกตาอย่างยิ่ง แถมสัญลักษณ์ก็สวยและดูดีเอามากๆ

              ‘เวทน้ำ-การตามหาแห่งผู้พิทักษ์’

              หลังสิ้นเสียงร่ายอาร์ติเฟกซ์แหวนคู่สีฟ้าในมือทั้งสองข้างของชีน่าแปล่งแสงขึ้น แสงสีฟ้าเคลือบไปทั่วกำไลข้อมืออันนั้น หลังจากนั้นมีข้อมูลลูกศรปรากฎขึ้นในความคิดของชีน่า

              “ทางนั้นค่ะ”

              ชีน่าชี้ไปยังทิศทางซึ่งมีบันไดมุ่งสู่ชั้น 11 ทันที โดยบันไดนั้นไม่อาจมองเห็นได้จากตรงนี้และมีเพียงเอเรนที่เคยไปชั้น11มาก่อนเท่านั้นที่รู้

              “โฮ่..เจ๋งดีนิ..ดูท่าหากเอาเธอไปคงจะช่วยตามหาเด็กพวกนั้นได้ง่ายขึ้นจริงๆสินะ” 

              “ไว้ใจได้เลยค่ะ”

              ชีน่ายิ้มอย่างดีใจขึ้นมา แล้วส่งกำไลอันนั้นคืนลูน่าไป

              “อาจารย์คะ..หนูขอไปด้วยนะคะ..หนูสามารถใช้สกิลเทเลพอร์ทได้..จะต้องมีประโยชน์แน่ๆค่ะ”  

              “อืมฉันเข้าใจละ..ยังไงก็อยู่ใกล้ๆฉันเข้าไว้ล่ะ..เพราะมอนสเตอร์ในชั้นล่างๆลงไปนี้พวกเธอสู้มันไม่ไหวแน่ๆ”

              หลังเอเรนกล่าวจบ ก็ได้ส่งคำเชิญร่วมปาตี้ให้กับลูน่าและชีน่า

              เด็กสาวทั้งสองกดออกจากปาตี้เดิม แล้วตอบรับคำเชิญของอาจารย์ที่ปรึกษาตัวเอง

              “ขอบคุณนะคะ/ขอบคุณค่ะ”

              หลังพวกเธอเข้าร่วมปาตี้ ก็ต้องตกใจต่อเลเวลของอาจารย์ที่ปรึกษาอย่างมาก

              “เลเวล64 !!”

              “ใช่แล้วล่ะ..ฉันเคยอยู่หน่วยอัศวินเวทมนตร์มาก่อน..แต่ตอนนี้ลาออกมาแล้วล่ะนะ..” 

              ชีน่าพยายามถามเหตุผลว่าทำไมถึงลาออก เพราะเห็นอาจารย์ที่ปรึกษายังอายุน้อยอยู่เลย ไม่น่าลาออกเพราะเกษียณแน่ๆ

              “ไม่ต้องใส่ใจเรื่องของฉันหรอก..ตอนนี้รีบไปช่วยเพื่อนของเธอกันเถอะ” 

              “ขะ..เข้าใจแล้วค่ะ”  

              ชีน่าพยักหน้าแล้ววิ่งตามอาจารย์เอเรนไป

              “ฉันจะไปช่วยนายแล้วนะ..อย่าเพิ่งตายนะเรเวล”      

              ลูน่ามองกำไลข้อมืออันนั้น แล้ววิ่งตามชีน่ากับอาจารย์ที่ปรึกษาไป

              ***

              “โฮกกกกกกกกก”

              [เดวิลฮิปโป] ฟาดหางที่เปลี่ยนเป็นสายฟ้าใส่ [สปาทอยด์] จนแผ่นดินแยกหลายกิโลเมตร ร้าวลึกไปจนถึงเพดาน 

              [สปาทอยด์] หลบได้แล้วใช้หอกแทงจนเกิดช็อคเวฟ 

              [เดวิลฮิปโป] กระโดดหลบ แต่ก็ต้องเจอ [สปาทอยด์] 2 ตัวไขว้ดาบกันเป็นรูปตัว X แล้วรัวเพลงดาบใส่ราวกับคอมโบสกิลของอาร์ติเฟกซ์มนุษย์

              เพลงดาบลึกลับและรวดเร็วของอัศวินแห่งโครงกระดูกฟันรัวๆจนเลาะหนังของฮิปโปปีศาจออกจนหมด

              แม้เลเวลของ [สปาทอยด์] จะต่ำกว่าอยู่1 แต่ด้วยการประสานงานอันยอดเยี่ยม และมีจำนวนที่มากกว่านั้น ทำให้ [เดวิลฮิปโป] ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมันเลย ถึงอย่างงั้นการได้ขึ้นชื่อว่า สัตว์ปีศาจ มันไม่ได้มีความสามารถแค่นี้แน่ๆ 

              ฮิปโปสีดำ ร้องคำรามด้วยความโกรธ แล้วหุ้มร่างกายตัวเองด้วยเกราะโลหะที่เต็มไปด้วยสายฟ้าแลบไปมา จากนั้นพุ่งชน [สปาทอยด์] 3 ตัว จนร่างโครงกระดูกแตกกระจุยในพริบตา 

              [สปาทอยด์] ที่ถือดาบ และ หอกถูกกำจัดไปหลายตัว แต่สปาทอยด์ที่ถือโล่ก็วิ่งเข้ามากระแทก [เดวิลฮิปโป] จนลอยกระเด็น

              [เดวิลฮิปโป] สร้างบอลสายฟ้าขนาดใหญ่ แล้วปล่อยถล่มพื้นจนเกิดระเบิดอย่างรุนแรงและมีควันรูปดอกเห็ดผุดขึ้น

              การโจมตีของฮิปโปปีศาจนั้นทะลุพื้นดินจนข้ามทะลุชั้น และได้ยินเสียงของสัตว์ปีศาจที่ดุร้ายยิ่งกว่าคำรามขึ้นมาจากชั้นล่างจนแสบแก้วหู

              เรเวลกับเซเลน่ามองภาพนั้นอย่างตาค้าง การต่อสู้ที่ประสาทสัมผัสของตัวเองตามไม่ทัน แต่ก็รู้สึกได้ว่ามันสุดยอดเอามากๆ

              "พลังของเลเวล50 มันเหนือจินตนาการเกินไปแล้ว"

              เรเวลกำหมัดแน่นพร้อมกับมีเหงื่อไหลเต็มฝ่ามือ

              ดันเจี้ยนรอบตัวตอนนี้เริ่มมีรอยร้าวหลายจุดเกิดขึ้น

              "ก็แค่ตอนนี้เท่านั้นแหละ..."

              เซเลน่ามือสั่นเล็กน้อย

              “ทุกคนตอนนี้ไม่ใช่เวลามาชมการต่อสู้นะครับ..รีบหนีกันก่อนเถอะ”

              รูอันพยายามกล่าวเตือนหลายครั้ง ซึ่งเซซิเลียก็เห็นด้วยกับรูอันเหมือนกัน

              หลังจากพวกเขาทั้งคู่พยักหน้าให้กันแล้วจึงรีบจับมือพาเรเวลกับเซเลน่าหนีไปทันที

              “อ้ะ!!..เดี๋ยวก่อน”

              “ตอนนี้หนีจากตรงนี้กันก่อนเถอะค่ะ”

              เหล่าเด็กหนุ่มสาวพากันวิ่งหนีไปเรื่อยๆ โดยเลี่ยงการใช้แอเรียลบิน เพื่อไม่เป็นจุดเด่นเพราะไม่รู้ว่าชั้นนี้มีสัตว์ปีศาจกี่ตัวกันแน่

              เมื่อวิ่งไปตามทางลัดเลาะไปตามซอกต่างๆเข้า อยู่ๆก็เจอกับตัวอะไรบางอย่างดักรออยู่

              --------------------

              [เคออสแมนติคอร์ (เทวทูตแห่งการเริ่มต้น)]

              สัตว์ปีศาจ: LV90

              เผ่า: สัตว์ผสม

              รายละเอียด : 

              -สิ่งมีชีวิตที่ชนเผ่าโบราณดัดแปลงและสร้างขึ้น

              -ผู้พิทักษ์คริสตัลมหาเวทมนตร์แห่งความมืด

              --------------------

              พวกเรเวลมองไปยังสิ่งมีชีวิตตัวนี้ที่หัวคล้ายมนุษย์หน้าตาน่าเกลียด มีฟันแหลมคม ลำตัวเป็นสิงโต และหางเป็นแมงป่อง นอกจากนี้ยังมีแผงคอที่เป็นเปลวเพลิงสีดำลุกท่วมติดอยู่

              สิ่งมีชีวิตตัวนี้สูงเกือบ10เมตร

              “นี่มันตัวบ้าอะไรกันเนี่ย!!"

              พลังเวทมหาศาล แถมยังดูแข็งแกร่งสุดๆ สัตว์ปีศาจพวกเมื่อกี้เทียบไม่ติดเลย

              เรเวลกับเซเลน่าผงะ ค่อยๆก้าวถอยหลังแล้วล้มลง

              เซซิเลียเป็นเพียงคนเดียวซึ่งรู้รายละเอียดของสิ่งมีชีวิตชนิดนี้ แต่ไม่กล้าปริปากพูดออกมา

              ‘เลเวล90!!…นี่มันตัวอะไรกัน.…’

              ทำไมถึงได้มีสัตว์ปีศาจที่เลเวลสูงขนาดนี้..นี่มันเกินกว่าที่จินตนาการเอาไว้มากเลย...มัน...

              คำถามเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัวของเซซิเลียเต็มไปหมด

              “พวกเจ้าเป็นใครกัน.."

              สิ่งมีชีวิตปริศนาตัวนั้นพูดออกมาด้วยภาษามนุษย์

           

              

    คล้ายกับเรื่องThe Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา ที่คุณอ่าน