ตอนที่ 11 ดอกไม้น้อย
เทือกเขาสามดินแดนมีอาณาเขตกว้างใหญ่ ประกอบด้วยูเาสูงเรียงรายนับร้อยลูก เพียงแต่สภาพภูมิอากาศในแต่ล่ะดินแดนนั้นมีความแตกต่าง ณ อาณาเขตของมนุษย์ที่อาเค่ออยู่นั้นอุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้หนาทึบ มีหมู่บ้านและเมืองเล็กๆกระจายอยู่โดยรอบ ั้แ่เล็กจนออกจากหมู่บ้าน ระหกระเหินจนไปติดอยู่ที่วิหารทองคำถึงเจ็ดปีกว่า นี่เป็ครั้งแรกที่อาเค่อออกผจญโลกกว้างเพียงลำพัง การใช้ชีวิตในป่าสำหรับอาเค่อมิได้มีปัญหาอันใด ความรู้ที่ท่านตาถ่ายทอดให้และความรู้ที่แลกปลี่ยนกับเหล่าซันทำให้อาเค่อไม่ต่างจากพรานไพรผู้เชี่ยวชาญผู้หนึ่ง
อาเค่อมุ่งหน้าสู่ทิศใต้โดยหลีกเลี่ยงเส้นทางสัญจรหลัก อาศัยการเดินทางในป่าล่าสัตว์เก็บพืชผักป่าดำรงชีวิต การติดอยู่ที่วิหารทองคำเป็เวลานาน ทำให้อาเค่อไม่ทราบว่าต้องเริ่มความสัมพันธ์กับผู้อื่นเช่นไร มันจึงเลือกใช้ชีวิตเช่นนี้สะดวกกว่า หลังจากเดินทางตัดผ่านป่าไม้หนาทึบมาได้ระยะเวลาหนึ่ง เมื่อพ้นอาณาเขตเทือกเขาสามดินแดนเบื้องหน้าปรากฏเป็บึงโคลนสุดสายตา มีถนนหินหลากหลายเส้นทางถูกสร้างขึ้นจากฝีมือของมนุษย์ บนถนนบางเส้นปรากฏผู้คนมากมายเดินทางขวักไขว่ บางเส้นทางก็รกร้างไร้ผู้คน นอกจากใช้ถนนเหล่านี้แล้ว ไม่มีเส้นทางอื่นที่สามารถออกจากบึงโคลนที่กว้างใหญ่นี้ไปได้
‘เห็นทีคงหลีกลี่ยงผู้คนไม่ได้อีกแล้ว’อาเค่อครุ่นคิดก่อนออกเดินไปบนถนนเส้นหนึ่งที่ผู้คนมิได้พลุ่งพล่านมากนัก
“หยุดไว้ นี่เป็ถนนตระกูลหวัง หากเ้า้าเดินทางผ่าน ต้องจ่ายมาสิบเหรียญทองแดง”ชายผู็หนึ่งก้าวมาขวางทางอาเค่อ มันกล่าวด้วยท่าทางข่มขู่
“ข้าไม่มีติดตัวสักเหรียญเดียวจริงๆ”
“หากเ้าไม่มีค่าผ่านทาง เ้าก็ต้องไปใช้ถนนเส้นอื่นแทน หลีกทางไป”อาเค่อหลบหลีกให้ผู้อื่นอย่างว่าง่าย มันเดินกลับมาครุ่นคิดที่ริมบึงโคลนอีกครั้ง
“ขออภัย ท่านเพิ่งเคยเดินทางผ่านบึงโคลนไร้ชีวิตครั้งแรกหรือ”ชายผู้หนึ่งรูปร่างสูงใหญ่ สะพายกระเป๋าสานขนาดใหญ่กว่าตนเองไว้บนแผ่นหลัง แต่งกายคล้ายพ่อค้าเอ่ยถามอาเค่อ ท่าทีเป็มิตรและรอยยิ้มบนใบหน้าทำให้มันลดความระมัดระวังลง
“ข้าเพิ่งเคยออกจากเทือกเขาสามดินแดนเป็ครั้งแรก ไม่ทราบว่ามีเส้นทางอื่นที่ใช้ข้ามบึงโคลนไร้ชีวิตนี่หรือไม่”
“เส้นทางอื่นย่อมมีแน่นอน แต่มิได้สะดวกปลอดภัยเช่นเส้นทางที่ตระกูลต่างๆสร้างขึ้นมาเท่านั้น ข้าสัญจรผ่านสถานที่แห่งนี้หลายครั้งสามารถนำทางท่านไปได้ ข้าเรียกว่าฟ่งจื่อ มิทราบท่านมีนามว่า”ฟ่งจื่อพูดจาฉะฉานน่าเชื่อถือ ทั้งยังพูดพลางยิ้มพลางอย่างเป็มิตรสร้างความไว้วางใจแก่อาเค่อระดับหนึ่ง
“เรียกข้าว่า อาเค่อ ข้าเชื่อว่าท่านสามารถนำทางข้าไปได้จริงๆ แต่ท่านจะได้ประโยชน์อะไร บอกกล่าวตามตรง ข้าไม่มีทรัพย์สินมีค่าติดตัวแม้แต่เหรียญเดียว”
“เื่นั้นอธิบายได้ง่ายดายยิ่ง เส้นทางที่ข้าจะนำท่านไปหากโชคร้ายอาจมีอันตรายอยู่บ้าง เมื่อสักครู่ท่านถูกผู้คุมด่านตระกูลหวังขมขู่คุกคามกลับไม่มีท่าทีตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย แสดงว่าเป็คนมีฝีมือติดตัวระดับหนึ่ง ตอนท่านเดินกลับมาฝีเท้าหนักแน่นแ่เบาแสดงถึงกำลังภายในลึกล้ำ ข้านำทางท่าน ส่วนท่านคุ้มกันข้า ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ท่านมีความเห็นเช่นไร”ฟงจื่อตอบอาเค่ออย่างจริงใจ อาเค่อทราบดีว่าฟงจื่อผู้นี้มิได้ปิดบังอำพรางสิ่งใด วิชาควบคุมโลหิตของมันนอกจากสามารถกำหนดลมหายใจรับรู้ถึงกระแสโลหิตภายในร่างกายตนเอง ยังสามารถรับรู้ถึงกระแสโลหิตที่ไหลเวียนในร่างผู้อื่นได้ แม้ผู้คนจะปิดบังอำพรางได้ แต่ปฏิกริยาอันละเอียดอ่อนของร่างกายยากที่จะปิดบังอำพราง
“ตกลง ท่านนำทาง ข้าจะคุ้มครองความปลอดภัยให้ท่านเอง”คำตอบของอาเค่อ ทำให้ฟงจื่อยิ้มกว้างกว้างเดิม หลักจากชักนำอาเค่อไปบนถนนหินที่รกร้างเส้้นทางหนึ่งได้ไม่นาน ที่ถนนตระกูลหวังก็เกิดเื่ขึ้น
ตามปกติแล้วผู้คุมด่านของตระกูลนอกจากรายได้จากต้นสังกัดมอบให้ พวกมันยังประกอบการค้าเล็กๆเช่นการขูดรีดผู้คนที่สัญจรไปมา ครั้งนี้มีบุคคลปริศนามาสอบถามข้อมูลของคนผู้หนึ่ง เป็ชายสะพายกระเป๋าสานขนาดใหญ๋ท่าทางคล้ายพ่อค้า มันเห็นช่องทางการค้าจึงวางท่าขมขู่หวังขูดรีดทำกำไรสักหนหนึ่ง ไหนเลยจะคาดคิดถึงผลลัพธ์เช่นนี้
“มารดาเ้าเถอะ ฝีมือแค่นี้กลับกล้าขูดรีดบิดา รีบตอบมาเ้าผู้นั้นไปที่ใด”ผู้คุมด่านตระกูลหวังที่วางกล้ามเขื่องโขต่ออาเค่อ ยามนี้กลับนอนร้องโอดโอยหลั่งโลหิตโทรมกาย สถานที่แห่งนี้คือถนนที่ตระกูลหวังสร้าง มีแต่ผู้คุมด่านรังแกขูดรีดผู้คน นี้เป็ครั้งแรกที่ผู้คุมด่านได้รับาเ็ถึงเพียงนี้
“ทางนั้นๆ ชายหนุ่มลักษณะที่ท่านว่ามันไปทางนั้นกับชายหนุ่มอีกผู้หนึ่ง”ผู้คุมด่านตระกูลหวังรีบตอบอย่างรนราน คล้ายเกรงกลัวบุคคลตรงหน้าจะมอบความเ็ปแก่มันเพิ่ม
“สุนัขสวะ สุราคาราวะไม่ดื่ม นิยมดื่มสุราจับกรอก”หลังจากถีบใส่ผู้คุมด่านตระกูลหวังอีกเท้าหนึ่งด้วยโทสะ บุคคลลึกลับก็ทะยานร่างหายไปอย่างรวดเร็ว แม้แต่รอยเท้าบนพื้นถนนก็ไม่ปรากฏแม้แต่น้อย
ถนนคับแคบ ข้างทางเต็มไปด้วยพืชน้ำแทงรากขึ้นเหนือผิวดิน ใยแมงมุมปกคลุมหนาเป็ชั้นทำให้บรรยากาศรอบข้างดูลึกลับและอันตราย อาเค่อออกเดินนำหน้าตามเส้นทางที่ฟงจื่อบอก ถนนเส้นนี้แทบปราศจากร่องรอยของผู้คนทำให้อาเค่อรู้สึกไม่ไว้วางใจ ฟงจื่อเห็นเช่นนั้นจึงกล่าวขึ้น
“มิต้องกังวลมากไป ถนนนี้เป็เส้นทางอ้อมผ่านบึงทำให้ระยะทางไกลกว่าปกติถึงสามเท่า หากไม่โชคร้ายเจอสัตว์เ้าถิ่นก็ไม่มีสิ่งใดต้องกังวล”อาเค่อสะดุดกับคำ “สัตว์เ้าถิ่น’จึงเอ่ยถามกับฟงจื่อ
“สัตว์เ้าถิ่นที่ท่านว่าคือสัตว์ร้ายชนิดใดกัน”ฟงจื่อช่างเจรจาอยู่แล้ว เมื่ออาเค่อเอ่ยถามจึงวางตัวเป็ผู้ทรงภูมิความรู้
“ในอดีตบึงโคลนแห่งนี้เป็ถิ่นอาศัยของแมงมุมหนองน้ำ การเดินทางยากลำบากกว่าปัจจุบันมาก แมงมุมหนองน้ำออกล่าเป็ฝูงทั้งยังฉลาดเ้าเล่ห์ หากมิใช่ถนนที่ตระกูลต่างๆสร้างขึ้นเพื่อคุ้มครองอำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทาง ยากนักที่จะใช้เส้นทางสัญจรอื่นได้เช่นตอนนี้”ฟงจื่อจงใจหยุดครู่หนึ่งเพื่อรอให้อาเค่อเอ่ยถาม อาเค่อรับรู้ได้ถึงเจตนาของฟงจื่อจึงยินยอมตามกระแสน้ำไปเที่ยวหนึ่ง อย่างไรเสียต้องเดินทางร่วมกันอีกระยะหนึ่ง การยอมโอนอ่อนผ่อนตามบ้างมิใช่เื่เสียหายอันใด
“ในปัจจุบันเล่า ตามที่ท่านกล่าวคล้ายมีสัตว์ร้ายตนอื่นมาแย่งชิงบึงโคลนแห่งนี้ไปแล้ว”
“อาเค่อ ท่านวิเคราะห์ได้เก่งกาจยิ่ง เมื่อประมาณสามถึงสี่ปีก่อนมีกิ้งก่าผลึกเงินปรากฏตัวขึ้น หลังจากนั้นไม่นานเหล่าแมงมุมหนองน้ำก็ค่อยๆถูกมันล่าจนลดจำนวนลงแทบหมดสิ้น ทำให้ภายในบึงโคลนแห่งนี้มีเพียงกิ้งก่าผลึกเงินเพียงตัวเดียวเท่านั้นที่ท่านต้องกังวล หากโชคร้ายพบเจอมันจริงๆท่านก็แค่วิ่งหนีสุดฝีเท้าระยะทางหนึ่งมันก็จะเลิกติดตามท่านเอง กฏเพียงข้อเดียวที่น้อยคนจะล่วงรู้ก็คือ ระวังอย่าทำให้กิ้งก่าผลึกเงินโกรธอย่างเด็ดขาด”อาเค่อไม่คิดว่าฟงจื่อผู้นี้จะรอบรู้เกี่ยวกับบึงโคลนไร้ชีวิตอย่างแท้จริงเช่นนี้
“ฟงจื่อท่านช่างรอบรู้ยิ่งนัก น่านับถือๆ”เมื่อทราบเช่นนั้นอาเค่อจึงลดความระมัดระวังลง ทั้งสองเดินพลางพูดคุยแลกเปลี่ยนเื่ต่างๆจนอาเค่อทราบว่า ฟงจื่อเป็พ่อค้าสิ่งของโบราณ จึงเดินทางผ่านบึงโคลนไร้ชีวิตเพื่อเข้าออกเทือกเขาสามดนแดนอยู่บ่อยครั้ง ทั้งสองเดินทางมาได้ระยะหนึ่งประสาทััของอาเค่อพลันรับรู้ได้ถึงเสียงต่อสู้เบื้องหน้า มันจึงให้ฟงจื่อติดตามอย่างระมัดระวังอยู่ด้านหลัง
เบื้องหน้าของอาเค่อป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ผู้หนึ่ง ดาบในมือของมันกำลังปัดป้องกรงเล็บอันใหญ่โตแต่รวดเร็วผิดกับภาพลักษณ์ พละกำลังมหาศาลทำให้ชายหนุ่มถึงกับเสียหลักถอยไปด้านหลัง พริบตานั้นท่อนหางที่ทรงพลังและแข็งแกร่งดุจหล็กกล้าก็ม้วนฟาดใส่ชายหนุ่ม
“แกร๊ง”โชคดีที่ชายหนุ่มขวางดาบในมือป้องกันไว้ได้ แต่ความแรงของการปะทะทำให้มันกระเด็นถอยหลังไปนับสิบก้าวง่ามมือฉีกขาดจนโลหิตลินไหล
“โอ้์ มันกลับติดตามมาถึงที่นี่ โชคดียิ่งนักที่มันทำให้กิ้งก่าผลึกเงินโกรธ อาเค่อพวกเรารีบไปนั่นเป็ศัตรูของข้า ท่านไม่จำเป็ต้องปะทะกับมัน หลังจากออกจากบึงโคลนไร้ชีวิตข้าจะรีบแยกตัวออกไปไม่สร้างความลำบากแก่ท่าน”อาเค่อทั้งซึ้งใจและเข้าใจคำพูดที่ฟงจื่อกล่าว แต่เมื่อเห็นกิ้งก่าผลึกเงินเบื้องหน้ามันกลับไม่สามารถจากไปได้ ความทรงจำที่แล่นเข้ามานั้นแสนสั้นแต่มันไม่มีทางลืมได้อย่างเด็ดขาด
‘ฮวาเอ๋อ นั่นใช่ฮวาเอ๋อหรือไม่”รอยยิ้มของหลินหลินสหายสนิทของมัน ยามตั้งชื่อให้กับกิ้งก่าตัวหนึ่งที่นางช่วยชีวิตไว้ก่อนที่นางจะสิ้นชีวิต อาเค่อไหนเลยลืมได้
กิ้งก่าผลึกเงินที่กำลังต่อสู้กับชายหนุ่มเบื้องหน้ามีขนาดใหญ่เกือบเท่าวัวตัวหนึ่ง เกล็ดทั่วทั้งร่างเป็ผลึกสีเงินแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า ชายหนุ่มถูกพละกำลังอันมหาศาลและความรวดเร็วของกิ้งก่าผลึกเงินลุกไล่จนหลังชนฝา มันคือบุคคลลึกลับที่ปรากฏตัวและทำร้ายผู้คุมด่านตระกูลหวัง เมื่อสืบทราบถึงเส้นทางที่อาเค่อและฟงจื่อใช้เดินทางมันจึงจงใจอ้อมมาดักหน้าเพื่อซุ่มโจมตี แต่กลับโชคร้ายพบเจอกิ้งก่าผลึกเงิน มันมิใช่อาเค่อที่โชคดีล่วงรู้กฏเกณฑ์ง่ายๆที่น้อยคนจะล่วงรู้ จึงโจมตีใส่กิ้งก่าผลึกเงินหวังไล่ให้กิ้งก่าผลึกเงินจากไป แต่ผลลัพธ์กลับเลวร้ายกว่าที่มันคาดคิดนัก
“ข้ายอมรับว่าเ้ามิใช่สัตว์เดรัจฉานธรรมดา งั้นจงตายโดยมิต้องเสียใจ อย่างน้อยเ้าก็ตายใต้เพลงดาบที่คร่าชีวิตผู้ฝึกตนมานับร้อยคน กรีดนภา ผ่าท้องทะเล”เมื่อถูกไล่ต้อนจนจนมุม ชายหนุ่มถึงกับยอมรับในความแข็งแกร่งของกิ้งก่าผลึกเงิน สองมือของมันกระชับดาบแแ่ สืบเท้าหนึ่งไปด้านหน้า หลังตวาดก้องออกไป ลมปราณในร่างก็ะเิออก ดาบในมือฟาดฟันดุจสายฟ้าฟาด หนึ่งดาบฟาดฟัน หนึ่งเท้าก้าวเดิน คนกับดาบประสานเป็หนึ่งเปร่งอาณุภาพดุจดั่งคลื่นั์หนุนเนื่องฟาดฟันจนกิ้งก่าผลึกเงินได้แต่ผงะถอยหลังพลางร้องด้วยความเ็ป แม้เกล็ดผลึกเงินของมันจะแข็งแกร่งกว่าเหล็กกล้า แต่แรงปะทะของดาบนั้นรุนแรงจนกระแทกทำร้ายกิ้งก่าผลึกเงินจนาเ็ภายใน
“อาเค่อเป็ไรแล้ว พวกเรารีบไปเถอะ”ฟงจื่อพยายามฉุดดึงอาเค่อที่คล้ายถูกฉากการต่อสู่ตรงหน้าดึงดูดเข้าสู่ภวังค์ แรงดึงของฟงจื่อทำให้อาเค่อได้สติกลับมาจากความทรงจำในอดีต เสียงแผดร้องของกิ้งก่าผลึกเงินทำให้อาเค่อร้อนใจดุจมดบนกะทะ
“ฟงจื่อขอโทษด้วย ข้าไปกับท่านไม่ได้จริงๆ”อาเค่อกำหนดลมหายใจควบคุมกระแสโลหิตภายในร่างกาย อาภรและดาบสีชาดปรากฏขึ้นทันที แม้ไม่ทราบว่ากิ้งก่าผลึกเงินใช่ฮวาเอ๋อหรือไม่ แต่เสียงแผดร้องด้วยความเ็ปนั้น ทำให้อาเค่อไม่สามารถจากไปกับฟงจื่อได้จริงๆ อาเค่อทะยานร่างเข้ารับดาบในมือของชายหนุ่มผู้นั้นอย่างรวดเร็ว ดาบสีชาดในมือฟาดฟันออกด้วยพละกำลังมหาศาล
“ตัดหินผา”อาเค่อตวาดก้อง ใช้ออกด้วยกระบวนท่าที่ศึกษาขัดเกลามาจากวิหารทองคำ แม้ประสบการณ์การต่อสู้มิอาจเทียบเท่า แต่ความลึกล้ำและทรงพลังของกระบวนท่าตัดหินผาที่อาเค่อใช้ออก หาด้อยกว่า กรีดนภา ผ่าท้องทะเลของชายหนุ่มไม่
“แกร๊ง”เสียงสะท้อนก้องกังวาลจนแสบแก้วหู แรงปะทะทำให้ทั้งอาเค่อและชายหนุ่มผู้นั้นต่างถอยหลังไปคนล่ะสามก้าวก่อนยืดหยัดจดจ้องกันไม่ละสายตา สมาธิของอาเค่อจดจ่ออยู่กับชายหนุ่มเบื้องหน้า ไหนเลยสามารถรับรู้ถึงอันตรายจากด้านหลังได้ ชั่วครู่ก่อนกิ้งก่าผลึกเงินถูกโจมตีจนได้รับความเ็ป เมื่ออาเค่อเข้าหยุดคมดาบอันดุร้ายของชายหนุ่มไว้ เมื่อสบโอกาสกิ้งก่าผลึกเงินจึงฟาดฟันกรงเล็บออกด้วยความดุร้ายร้ายใส่แผ่นหลังของอาเค่อ
“อาเค่อ ระวังด้านหลัง”ฟงจื่อร้องเตือนด้วยความตื่นตระหนก แต่กรงเล็บนั้นรวดเร็วเกินไป เสียงร้องเตือนของฟงจื่อยังมิทันขาดหายกรงเล็บอันแข็งแกร่งก็แทบบรรลุถึงแผ่นหลังของอาเค่อแล้ว