บทที่ 1 เอาชนะองค์หญิง
แสงแดดอ่อน ๆ ส่องลอดผ่านกระดาษบางสีแดงที่ติดอยู่บนหน้าต่างไม้สักลายฉลุ ส่องลงบนเตียงดูอบอุ่นเป็อย่างยิ่ง
ตะขอที่ทำจากงาช้าง เปิดม่านมุ้งไหมสีทองที่ล้อมรอบเตียง เผยให้เห็นร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งนอนคลุมกายด้วยผ้าห่มอย่างมิดชิด
ใบหน้าของชายหนุ่มซีดเซียว ดวงตาทั้งสองข้างค่อย ๆ เปิดออก พลางมองสำรวจรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง
ห้องหับล้วนตกแต่งแบบโบราณ แม้กระทั่งสาวใช้หน้าตางดงามที่นั่งหลับอยู่ข้างเตียงก็ยังสวมชุดกระโปรงยาวย้อนยุค บนใบหน้ายังแต่งแต้มด้วยชาดสีแดงระเรื่อ
‘เฮ้อ… สาวน้อยคนนี้อยู่เฝ้าข้างกายฉันมาสามวันแล้ว เห็นทีว่าฉันคงทะลุมิติมาจริง ๆ ซะแล้ว แต่จากความทรงจำของเ้าของร่างคนก่อน ฉันคือบุตรชายของท่านแม่ทัพใหญ่แคว้นต้าเหลียง นามว่า ฉู่เฟิง เป็ถึงบุตรขุนนางชั้นสูง แบบนี้แล้ว ต่อไปนี้ชีวิตฉันคงมีแต่…’ ฉู่เฟิงครุ่นคิดไปพลาง ท้องก็ร้องครวญครางออกมา นี่เขานอนหมดสติไปสามวัน จะไม่ให้หิวได้อย่างไร
ทันใดนั้น สาวใช้หน้าตางดงามที่นั่งหลับอยู่ข้างเตียงก็ลืมตาขึ้น
ส่วนฉู่เฟิงก็รีบหลับตาลงอย่างรวดเร็ว แม้ว่าเขาจะรับรู้เื่ราวต่าง ๆ ผ่านความทรงจำของเ้าของร่างคนก่อนแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกใจคอไม่ค่อยดีนัก รู้สึกยากที่จะเผชิญหน้ากับเื่ราวต่าง ๆ
สาวใช้คนงามมองไปที่ฉู่เฟิงซึ่งแสร้งทำเป็หมดสติอยู่ แล้วพึมพำกับตนเองด้วยน้ำเสียงแ่เบาว่า “คุณชาย ท่านอย่าเพิ่งตื่นขึ้นมานะเ้าคะ เื่ที่ท่านก่อไว้คราวนี้มันใหญ่หลวงนัก ฝ่าาถึงกับส่งหมอหลวงมารักษาหลายครั้งหลายครา หากท่านตื่นขึ้นมาเมื่อไร พวกเขาจะต้องจับกุมตัวท่านไปแน่ ๆ เ้าค่ะ”
ฉู่เฟิงที่แสร้งทำเป็หมดสติอยู่นั้นรู้สึกฉงนใจยิ่งนัก เขาไปก่อเื่อะไรไว้กัน จากความทรงจำของเ้าของร่างคนก่อน เขาแค่ไปดื่มเหล้ากับสหายแล้วไปชกไอ้หน้าขาวคนหนึ่ง จากนั้นก็โดนรุมทำร้ายจนหมดสติไป นึกเท่าไรก็นึกไม่ออกจริง ๆ
ความจริงแล้ว เขาสิที่น่าสงสาร เหตุใดฮ่องเต้ถึงสั่งจับกุมเขาได้กัน ในความทรงจำของร่างนี้ เขาคือพระสวามีในอนาคตมิใช่หรือ? ยิ่งไปกว่านั้น ท่านพ่อของเขายังเป็ถึงแม่ทัพใหญ่ของแคว้น
“เอาจริง ๆ นะเ้าคะ คุณชายเป็แบบนี้ต่อไปก็ดีเหมือนกันนะเ้าคะ หลิงเอ๋อร์จะได้แอบ...” สาวใช้หน้าหวานเอ่ยพลางยื่นมือเล็ก ๆ ออกมาลูบไล้ใบหน้าของฉู่เฟิงเบา ๆ นางถึงกับยื่นริมฝีปากเข้ามาใกล้ แล้วยังจะ...
ัันุ่มนิ่มและหอมหวานทำให้ฉู่เฟิงรู้สึกวาบหวามขึ้นมาในทันใด สาวใช้ในจวนแม่ทัพนี่ช่างกล้าหาญยิ่งนัก!
‘ฮึ ๆ ข้าชอบ!’
ฉู่เฟิงรู้สึกตื่นเต้นดีใจจนอดไม่ได้ที่จะยื่นมือออกไปโอบเอวบางของสาวใช้ผู้น่ารักไว้ และริมฝีปากของเขาก็เริ่มรุกรานอย่างช่ำชอง
“โอ๊ะ! คุณชาย ฟื้นแล้วหรือเ้าคะ!”
สาวใช้หน้าหวานรู้สึกถึงการกระทำของฉู่เฟิง จึงร้องออกมาด้วยความใ
ตุบ!
นางคุกเข่าลงกับพื้น
“คุณชาย! คุณชายเ้าขา! บ่าวมีโทษมหันต์ คุณชายได้โปรดอย่าได้ถือสาบ่าวเลย”
สาวใช้หน้าหวานเอ่ยพลางก้มหน้าที่แดงก่ำราวกับผลทับทิมสุก
‘เหตุใดวันนี้ข้าถึงได้เสียกิริยา จูบคุณชายไปได้ แล้วยังปลุกคุณชายให้ตื่นขึ้นอีก’ นางครุ่นคิดอย่างละอายใจ
“หลิงเอ๋อร์” ฉู่เฟิงมองสาวใช้หน้าตางดงามที่คุกเข่าตัวสั่นเทาด้วยสีหน้าหวาดกลัวอยู่เบื้องหน้า พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ข้าก็ชอบเ้าเหมือนกัน จะไปถือโทษอะไรเ้าได้เล่า เช่นนั้น... เ้าขึ้นมาบนเตียง ต่อกับข้าดีหรือไม่”
“คุณชายโปรดไว้ชีวิตบ่าวด้วยเถิด บ่าวไม่กล้าแล้ว หากฮูหยินรู้เข้าว่าข้าทำเื่ล่วงเกินเช่นนี้ ข้าคงถูกโบยตายเป็แน่ ข้าไม่กล้าแล้วเ้าค่ะ”
สาวใช้กล่าวพลางก้มหน้าต่ำลงไปอีก
“หลิงเอ๋อร์ เ้าจุดไฟในใจข้าให้ลุกโชน แต่กลับไม่ยอมดับไฟให้ข้า เช่นนี้แล้วข้าจะทนได้อย่างไร”
ฉู่เฟิงแสร้งทำสีหน้าบึ้งตึง เอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“คุณชาย ข้า... ที่จริงแล้วข้าก็ชอบคุณชายเ้าค่ะ แม้ว่าภายนอกคุณชายจะเป็คนชอบก่อเื่วุ่นวาย แต่กับข้า คุณชายช่างดีเหลือเกิน หรือว่า... หรือว่า...”สาวใช้เอ่ยตะกุกตะกัก พลางปลดกระดุมเสื้อออก เผยให้เห็นลำคอขาวผ่องราวหยก ก่อนจะพูดเสียงแ่ “วันนี้... ข้าขอมอบกายให้คุณชาย แม้ฮูหยินจะรู้แล้วลงโทษถึงตาย ข้าก็ยอม”
ในขณะเดียวกัน นางก็ขบฟันซี่เล็ก กัดเสื้อผ้า ดึงชายผ้านุ่งในออกเผยให้เห็นผิวขาวผ่องเป็ที่น่าตื่นตา
ครั้นเห็นดังนั้น ฉู่เฟิงก็ตื่นเต้นยิ่งนัก จึงเอื้อมมือออกไปหมายัันาง แต่สาวใช้ผู้งามงอนกลับรีบร้อนดึงเสื้อผ้าขึ้นปกปิด ก่อนจะะโหนีพลางเอ่ยว่า “คุณชาย กลางวันแสก ๆ เช่นนี้ หากฮูหยินทราบเข้า คงต้องหักขาคุณชายเป็แน่ แล้วยิ่งไปกว่านั้น บัดนี้คุณชายฟื้นแล้ว ข้าต้องรีบไปแจ้งข่าวแก่ฮูหยิน ให้ท่านได้เตรียมตัว”
ว่าจบก็ไม่รอให้ฉู่เฟิงเอ่ยปาก นางก็รีบจากไปอย่างรวดเร็ว
ฉู่เฟิงรู้สึกหดหู่ใจนัก เป็ดน้อยที่เกือบจะได้ลิ้มรสนั้น บัดนี้กลับบินหนีไปเสียแล้ว!
ไม่นานนัก ก็มีเสียงฝีเท้าวุ่นวายดังมาจากลานบ้าน แต่กลับไม่มีเสียงผู้ใดเอ่ย
ทันใดนั้นเอง ประตูไม้ก็ถูกเปิดออก สาวใช้สองสามคนในชุดกระโปรงแขนสั้น เดินเข้ามาพร้อมกับสตรีนางหนึ่ง งามเลิศในชุดโบราณหรูหรา
‘สูงศักดิ์ สง่างาม หาใดเปรียบ’ นี่คือคำนิยามที่ฉู่เฟิงเฟิงมอบให้สตรีผู้นั้น
สตรีผู้นั้นเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมกรุ่นโชยมาแตะจมูก ฉู่เฟิงรู้สึกได้ถึงความหอมละมุนจากร่างกายนาง จนทำให้หายใจไม่ออก แต่ก็มิกล้าผลักไส เพราะสตรีผู้นี้คือมารดาของเขานั่นเอง
กระทั่งเขาถูกโอบกอดไว้ในอ้อมอก เสียง “อื้อ! อื้อ!” ดังเล็ดลอดออกมา หญิงงามจึงยอมปล่อยศีรษะเขา จากนั้นก็ใช้มือเนียนขาวประคองใบหน้าพลางจ้องมองด้วยดวงตางามอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนเอ่ยด้วยริมฝีปากหอมกรุ่น “ลูกเอ๋ย ครานี้เ้าก่อเื่ใหญ่แล้ว”
สาวรับใช้ปิดประตูไม้บานเลื่อนลงอย่างเงียบเชียบ เห็นได้ชัดว่าไม่อยากให้ผู้ใดล่วงรู้ว่าเขาฟื้นแล้ว
“ลูกเพียงแค่ไปจิบสุราชมดอกไม้ ถูกคนร้ายตีสลบไปเท่านั้น เหตุใดจึงกลายเป็เื่ใหญ่เล่า? อีกอย่าง ลูกอยากรู้เหลือเกินว่าผู้ใดเป็คนลงมือ เหตุใดจึงโเี้ปานนั้น? ลูกเกือบจะไม่ได้ฟื้นขึ้นมาแล้ว”
ฉู่เฟิงแสร้งทำท่าทีไร้เดียงสา เอ่ยถามเสียงเบา
“เฮ้อ… คนที่ตีเ้าคือพี่ชายของเ้า ส่วนคนที่เ้าตีคือองค์หญิงจ้าวหยางที่ปลอมตัวเป็บุรุษ หากไม่ใช่หมอหลวงกล่าวว่าเ้าถูกซ้อมอย่างหนัก โอกาสฟื้นหรือไม่ฟื้นก็ยากจะคาดเดา อีกทั้งเ้ากับองค์หญิงจ้าวหยางยังมีสัญญาผูกสมรส ฝ่าาจึงรับสั่งให้คนมาจับกุมเ้าแล้ว”
ใบหน้าอ่อนเยาว์ของฮูหยินเคร่งขรึม
“หา? คนหน้าขาว ๆ ผู้นั้นคือองค์หญิงจ้าวหยางหรือ?” ข้ารู้สึกขบขัน เ้าของร่างเดิมช่างน่าขันนัก ไม่อาจแม้แต่จะรู้จักคู่หมั้นของตนเอง!
“สัญญาผูกสมรสนี้คือสิ่งที่ฝ่าาประทานให้เพื่อเป็การตอบแทนความชอบของพ่อเ้าผู้ภักดี ไม่อาจทราบได้ว่าผู้ใดเป็คนปากโป้ง นำเื่ที่เ้าไม่ใฝ่เรียน ชอบเที่ยวเตร่จิบสุราชมดอกไม้ไปบอกแก่องค์หญิง ทำให้องค์หญิงต้องปลอมตัวเป็บุรุษ แอบมาดูเ้า แต่เ้าก็ช่างไม่เอาไหน วัน ๆ เอาแต่ดื่มสุราอยู่กับสหาย”
นางเอ่ยพลางบิดหูข้าอย่างแรงด้วยนิ้วเรียวสวย เขาเจ็บจนต้องเบือนหน้าหนี ร้องเสียงดังด้วยความเ็ป “โอ๊ย โอ๊ย ท่านแม่ ลูกจะไม่ทำเช่นนี้อีกแล้ว”
“ฮึ่ม! เ้ามันปากกล้าขาสั่น คิดว่าข้าไม่รู้รึ เ้ามันน่ะคนจริง! ฟังจากปากของเ้าหนูน้อยซวงเอ๋อร์ที่คอยปกป้องเ้าเล่าให้ข้าฟัง เ้าแอบฉวยโอกาสตอนที่พวกสหายชั่วและนางกำนัลขององค์หญิงกำลังวุ่นวาย เลยลอบทำร้ายองค์หญิง! พอผลักพระองค์ล้มได้ ก็ยังขึ้นคร่อม บีบบังคับให้องค์หญิงตรัสขอโทษ แล้วยัง... แล้วยัง...”
นางยิ่งทวีความโกรธ มือเล็ก ๆ ออกแรงบีบมากขึ้น ทำเอาเขาเจ็บจนต้องร้องโอดโอย
“ท่านแม่ ปวด... ปวดเหลือเกิน ปล่อยข้าเถิด! ตอนนั้น ข้าก็โดนตีสลบไปแล้วมิใช่หรือขอรับ”
เขาเริ่มร้องทุกข์ด้วยความเ็ป
“โชคยังดีที่คุณชายรองเห็นจี้หยกจักรพรรดิัที่หล่นออกมาจากตัวองค์หญิง เลยรู้ว่าเหตุการณ์ไม่ดี จึงรีบตีเ้าสลบ จึงควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ ถ้าเื่รู้ไปถึงองค์จักรพรรดิ เชื้อพระวงศ์จะต้องเสื่อมเสีย พระองค์คงไม่ปล่อยพวกเราไว้แน่! ตอนนี้องค์จักรพรรดิมีรับสั่งให้พ่อเ้าเข้าวัง คงจะเป็เื่งานหมั้นหมายของเ้ากับองค์หญิง แต่เ้าทำให้นางทรงมีทัศนคติที่แย่มากเช่นนี้ ไม่แน่ว่าองค์หญิงอาจจะทรงขอถอนหมั้น”
นางกล่าวพลางคลายมือที่บิดหูข้าอย่างจนใจ
“แล้วข้าจะทำเช่นไรดีขอรับ ข้าไม่รู้ว่านางเป็ถึงองค์หญิงจ้าวหยาง ถ้ารู้... ข้ายอมให้นางโบยสักร้อยไม้ยังดีกว่า”
ดูเหมือนเขาสำนึกผิดแล้ว ท่าทางก็ดูจริงใจ
แต่ในใจกลับคิดว่า ‘แม่นางน้อยผู้นั้น ถึงรูปโฉมจะงดงาม บุคลิกสง่างาม แต่... แต่กลับไม่มีอะไรเอาเสียเลย ข้าทะลุมิติมาทั้งที ก็อยากจะมาเสพสุข ไม่ได้มาดูนกบินเล่น! ยิ่งไปกว่านั้น นางช่างเป็ผู้หญิงที่ชอบควบคุมเสียจริง ถ้าแต่งงานกับนาง ข้าคงไม่มีวันได้หญิงอื่นอีกเป็แน่ ถ้าเป็เช่นนั้น ข้าขอเป็องครักษ์แอบมองถุงน่องดำของเ้านายสาวอย่างในชาติที่แล้วเสียยังจะดีกว่า’
“เฮ้อ... องค์หญิงจ้าวหยาง นางเชี่ยวชาญทั้งดนตรี หมากรุก บทกวี ภาพวาด แม้แต่วรยุทธ์ก็ไม่เลว เพียงแต่พละกำลังน้อยไปหน่อย อีกทั้งเ้าก็ฉวยโอกาสเล่นงานพระองค์ ถ้าให้นางชักกระบี่ออกมา สองคนก็เอาชนะนางไม่ได้! การได้แต่งงานกับองค์หญิงจ้าวหยาง ถือเป็บุญของเ้าแล้ว”
นางกล่าวถึงตรงนี้ ก็พลันลดเสียงลง แววตาแฝงความจริงจัง ก่อนเอ่ยต่อว่า “ฝ่าาในวังหลวง ตอนนี้ยังไม่มีองค์รัชทายาท! ถึงแม้จะมีองค์หญิงอยู่สิบกว่าพระองค์ แต่ที่ทรงโปรดปรานมากที่สุด กลับเป็องค์หญิงจ้าวหยาง! องค์หญิงจ้าวหยางอาจจะได้ขึ้นครองราชย์เป็แน่!”
ฟังคำนางแล้ว ศีรษะของเขาก็พลันหนักอึ้งขึ้นมา ‘นี่ท่านแม่อยากให้ข้าไปแต่งกับองค์หญิงรึ?’
แต่ช่างเถอะ การชิงอำนาจในวังหลวง มันช่างน่าหวาดหวั่นยิ่งนัก!
ฉู่เฟิงกำลังครุ่นคิดอย่างฟุ้งซ่าน ก็พลันได้ยินเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังมาจากลานบ้าน ตามมาด้วยเสียง ‘โครม!’ ประตูไม้ก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง