"ผมว่าจะหาคนงานมาช่วยทำสวน หรือแม่บ้าน ก็เท่านั้นเองครับ" ถ้าจะให้พูดว่าผมกลัวผี เลยจะหาคนมาอยู่เป็เพื่อน ผมก็อายเกินกว่าจะพูดออกไป อย่างน้อยถ้ามีคนสวน หรือแม่บ้าน ผมก็พออุ่นใจได้บ้าง
"เมี๊ยว~" [ไม่นะท่านโรซ่า~]
ม่อนคุงก็ร้องเรียกเป็ระยะ ผมเลยบอกให้มันช่วยเงียบสักครู่ เพราะกำลังปรึกษาเื่สำคัญอยู่ ทางเ้าแมวบ๊องพอโดนดุหางและหูของมันก็ตกลงมา ดูเหมือนว่ามันจะน้อยใจผมอยู่ เมื่อไม่มีทางเลือกผมจึงอุ้มมันมาไว้บนตก แล้วเกาพุงจนมันร้องครางออกมา
"น้องหลินอัน เป็อะไรหรือเปล่า รับชาสักถ้วยไหมครับ" นางมองมาทางกาน้ำชาที่วางอยู่ตรงหน้าม่อนคุงอย่างไม่ละสายตา ผมเป็คนที่อ่านสถานการณ์เก่ง จึงค่อนข้างที่จะมั่นใจว่านาง้าชาเพิ่มแน่ๆ
"เอาเ้าค่ะ ข้าอยากโดนเช่นนั้นบ้าง.." หญิงสาวตอบออกมาอย่างเหม่อลอย สายตาของนางยังคงจับจ้องมาที่แมวน้อยตัวสีฟ้าตาไม่กระพริบ
"ฮ่าๆแม่หนูนี่เอาเื่เหมือนกันนะขอรับแม่เฒ่าหลิน สงสัยน่าจะมีข่าวดีในเร็วๆนี้ ไอ้หยา~มันน่าเสียดายจริงๆ ที่ข้าเกิดมาตัวคนเดียว ไม่มีลูกหลานกับเขาบ้าง อานิจจา เฮ้อ~" ลุงจางพูดออกมาด้วยน้ำเสียงปกติไม่เร็วหรือช้าจนเกินไป ทางแม่เฒ่าหลินเพียงยิ้มกรุ้มกริ่มออกมาเท่านั้น ซึ่งตรงข้ามกลับป้าหวัง ป้าหวังในตอนนี้มีสีหน้าที่เคร่งเครียดจริงจัง คิ้วของนางแทบจะขมวดมาชนกันอยู่แล้ว
"??? เอ่อ ขะข้าหมายถึงขอชาอีกถ้วยเ้าค่ะ... (〃艸〃) " หลินอันพอได้สติ นางก็เอามือปิดหน้าด้วยความเขินอาย ท่าทางของนางทำให้ผมรู้สึกฟูฟ่อง
หลังจากแก้ความเข้าใจผิด ผมก็วนมาที่หัวข้อเดิมอีกครั้ง ทางลุงจางเหมือนว่าเขาอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ยึกยักไม่พูดออกมาสักที จนผมต้องเอ่ยถามแกว่ามีคำแนะนำอะไรดีๆหรือเปล่า
"ท่าน...ท่านโรซ่า ข้าขอหน้าด้านไปทำงานที่ตำหนักของท่านได้หรือไม่ขอรับ..ทั้งชีวิตข้าอยู่ตัวคนเดียว ท่านรับข้าเป็ผู้รับใช้ด้วยเถิดขอรับ ข้าไม่ขออะไรมาก เพียงแค่ดูแลผักสมุนไพรก็พอแล้วขอรับ " ครั้งก่อนหลังจากที่โรซ่าอนุญาตให้เขาไปเที่ยวที่บ้านได้ ตัวของเขาอยากจะไปตั้งนานแล้ว แต่มันติดที่กลุ่มสมาพันธ์กฏเทพ ยังมารวมตัวไม่ครบ เขาเลยไม่อยากสร้างความไม่พอใจให้กลับคนที่ไม่อยู่...
ซึ่งในครั้งนี้มันต่างออกไป โอกาสพลิกชีวิตของเขามันมาถึงแล้ว แม้จะสร้างความไม่พอใจให้กับสมาชิกคนอื่นๆ แต่เขาจะไม่ปล่อยโอกาสเทพประทานให้หลุดลอยออกไปเป็แน่
"ดีเลยสิครับลุงจาง แต่ว่า..... บ้านหลังนี้ล่ะครับ ลุงจะทำยังไง แล้วอาชีพเดิมของลุงล่ะ ผมมีเงินไม่ค่อยเยอะนะ"
"ขะขะข้าไปได้หรือขอรับ ฮ่าๆข้าตัวคนเดียวไม่ใช้เงินทอง ข้าจะรีบเผาบ้านหลังนี้ทิ้งเลยขอรับ สมุนไพรข้าจะเก็บใส่แหวนให้หมด ข้าจะสร้างบ้านใกล้กับสวนของท่าน จริงสิ!!!คันเบ็ดด้วย ไม่ๆ ข้าต้องให้พวกลูกศิษย์ขนต้นไม้สมุนไพรมาให้หมด ใช่แล้ว ลูกแก้วิญญา เตาปรุงยาด้วย.&_#@-...._฿-+......, " ชายวัยกลางคนเบิกตากว้าง เขาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง พอตั้งสติได้ ภาษาแร็ปเปอร์พลันหลุดออกมาจากปาก
ลุงจากเหมือนจะตื่นเต้นสุดๆ แกพูดเร็วกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา..ต้องยอมรับจริงๆ ว่าผมฟังแกไม่ออกสักประโยค บางครั้งเวลาที่แกตื่นเต้น คำพูดของแกเหมือนว่ามันไม่ใช่ภาษาที่พูดคุยกันโดยทั่วไป คำพูดมันเร็วและรัว จนเป็เอกลักษณ์เฉพาะตัวของลุงจาง ซึ่งผมว่ามันทำให้ลุงจางดูมีเสน่ห์แบบแปลกๆ
ตอนนี้ลุงจางวิ่งวุ่นไปทั่วบ้าน จนผมยังรู้สึกขำ คนที่นี่ดูตลกจริงๆ...ในขณะที่ผมดื่มชาเหมันต์ไปหนึ่งอึก เสียงของป้าหวังและแม่เฒ่าหลินได้ดังขึ้นมาพร้อมๆกัน
"ท่านโรซ่ารับสาวใช้เพิ่มไหมเ้าคะ!! ห๊ะ!! ท่านด้วยรึ/เ้าด้วย" แม่เฒ่าหลินกับป้าหวังได้หันมามองหน้ากันแบบไม่ค่อยพอใจ ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังมาคุ ทันใดนั้นก็มีเสียงคำถามดังขึ้นมา
"ท่านโรซ่าเ้าคะ ท่านจะว่าอะไรไหม ถ้าพวกข้าจะย้ายบ้านไปอยู่ใกล้ๆท่าน" หลินอันรวบรวมความกล้าถามออกมาด้วยหัวใจที่เต้นระรัว คำถามของนาง เปรียบเสมือนตัวแทนของหมู่บ้าน ทั้งป้าหวังและแม่เฒ่าหลินต่างรอคำตอบจากชายหนุ่มด้วยหัวใจที่ลุ้นระทึก
"ดีเสียอีก มีคนเยอะๆ ข้าจะได้ไม่เหงา แต่มันจะไม่ลำบากน้องหลินอันรึ" ผมไม่เข้าใจ ทำไมพวกเขาต้องแสวงหาวิถีรันทดด้วย ยิ่งน้องหลินอันนางไม่น่าจะอยากมาใช้ชีวิตลำบากในป่าเขาไม่ใช่หรือ
"ไม่เลยเ้าค่ะ!!!" จู่ๆคนทั้งสามก็ะโขึ้นมาเสียงดัง จนผมยังเผลอสะดุ้งใ การหารือดำเนินการไปได้พักสัก จนสรุปออกมาแบบงงๆได้ว่า ลุงจางและหลินอันจะมาทำงาน โดยอาศัยที่เขตบ้านของผม ส่วนคนอื่นๆ พวกเขาจะย้ายมาอยู่รอบอาณาเขตบ้านของผมแทน และยังมีพนักงานปริศนาอีกหนึ่งหน่วย ที่ป้าหวังยัดเยียดให้มาทำงานด้วยอีกคน.....
...ผมว่ามันแปลกจริงๆ ที่พวกเขา้ามาทำงานให้กับผม โดยที่พวกเขาไม่ขอรับเงินเดือนกันสักคนเดียว แม้แต่หลินอันนางก็ไม่รับไว้ นางบอกว่าเพียงปิ่นปักผมที่เคยมอบให้นางมันก็เพียงพอแล้ว...หรือว่ามันจะเป็การสารภาพรัก?? บางทีชีวิตโสดของผมคงใกล้จะจบลงแล้วก็เป็ได้ แต่ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ผมก็จะขอใช้ชีวิตอย่างสงบเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
ณ ดินแดนปีศาจ อาณาจักรเนตรโลหิต
อาณาจักรเนตรโลหิต ซึ่งแต่เดิมมันมีชื่อว่า อาณาจักรเมฆคราม...หลังจากาาเขี้ยวครามพ่ายแพ้ให้พวกฏ มันเลยถูกเปลี่ยนชื่อ โดยาาปีศาจั์สามตาผู้ปกครองนครคนใหม่.....ความพ่ายแพ้ของาาเขี้ยวคราม ทำให้ครอบครัวของเขาต้องแตกกระเซ็น ตัวเขาเองถูกทำลายตบะจนหมดสิ้น แก่นแท้สลายเป็ผุยผง เขาในตอนนี้เป็เพียงแค่แมวชราธรรมดา
ในทุกๆวันเขาจะถูกทรมาน จนตอนนี้ดวงจิตเหลือเพียงแค่สามดวงเท่านั้น ตัวเขาและภรรยาถูกขังเอาไว้คนละห้อง ในทุกๆวัน ตัวเขาจะได้รับเนื้อเพียงไม่กี่ชิ้น หลังจากนั้นก็จะเป็นรกสำหรับเขา การทรมานโดยการแล่หนัง เฉือนเนื้อ เลาะกระดูกจนดวงจิตเกิดรอยร้าวด้วยความเ็ป ตัวเขาโดนเช่นนี้อยู่ทุกวัน เมื่อไหร่ที่เขาทนไม่ไหวดวงจิตของเขาก็จะแตกสลายไปทีละดวง
ตัวเขานอนโดยไร้เรี่ยวแรงอยู่ในห้องที่ปิดสนิท บรรยากาศภายในห้องมันค่อนข้างจะอับชื้น ซ้ำยังมีกลิ่นเหม็นอันน่าสะอิดสะเอียนของซากศพลอยคละคลุ้งกระจายทั่วห้อง เสียงกรีดร้องปานจะขาดใจ แว่วดังมาเป็ระยะๆ.....และทันใดนั้นเสียงฝีเท้าดังครืด~ ครืด ของใครบางคนก็ได้ดังขึ้น ก่อนจะปรากฏเป็ปีศาจหมูเดินเข้ามา (รูปร่างเหมือนคน มีหัวเป็หมู) พอมาถึงมันก็ยิ้มเยาะเย้ย แล้วโยนชิ้นเนื้อไปให้อย่างทุกที....าาเขี้ยวครามไม่แม้แต่จะสนใจมองไปที่เนื้อชิ้นนั้น ตัวเขาไม่ได้กินอะไรมาร่วมเดือนแล้ว เขาหมดสิ้นเรี่ยวแรง การขยับตัวแต่ละที มันเป็ไปด้วยความยากลำบาก ขนาดการหายใจเข้าออกแต่ละครั้ง เขายังต้องฝืนทำ ดวงตาของเขามันแห้งพรากไร้ประกายแห่งชีวิต จะมีก็แต่เพียงสติสัมปชัญญะเท่านั้น ที่พอจะหลงเหลืออยู่บ้าง....
"หึ!! ท่านาา กินเนื้อสักหน่อยเถอะ อย่าหยิ่งทะนงไปเลย " ปีศาจหมูพูดขึ้นมาด้วยความสุภาพ เพียงแต่น้ำเสียงแสดงถึงความเย้ยหยันออกมาอย่างชัดเจน
แมวชราไม่ได้ตอบอะไร มันเพียงแค่หลับตาลงเงียบๆ
พอเห็นการแสดงออกมาของแมวชรา ปีศาจหมูก็ทนไม่ไหว ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือน เ้าาาเขี้ยวครามไม่แม้แต่จะส่งเสียงออกมาเลย ขนาดตอนโดนทรมาน เขายังปิดปากเงียบไม่หือไม่อือ เสมือนว่าเขากลายเป็ใบ้ไปเสียแล้ว
"ข้าอยากจะรู้นัก ว่าเ้าจะหยิ่งยโสไปได้ถึงเพียงไหน.. คิคิ~ เ้าคิดว่าลูกของเ้าจะปลอดภัยจริงรึ เส้นทางลับไม่ได้มีแค่ตัวเ้าเสียหน่อยที่รู้!!! เคี้ยกฮ่าฮ่า อีกอย่าง...ท่านลองดูเนื้อให้ดีๆสิ!!!....อุ๊บ ฮะฮ่าฮ่าฮ่า " พูดจบปีศาจหมูก็เอามือมาปิดปาก กลั้นขำก่อนที่เขาจะทนไม่ไหว ได้ะเิเสียงหัวเราะร่าออกมา เขาค่อนข้างพอใจในสภาพของาาผู้ร่วงหล่น เขาอยากรู้ว่าแมวชราจะบ้าคลั่งได้เพียงใด หากได้รับรู้ความจริง
ชิ้นเนื้อตรงหน้า มันมีขนาดที่ไม่ใหญ่ ตรงชิ้นเนื้อมันมีขนสีขาวเปื้อนเืสีเขียวติดเอาไว้ ลักษณะรอยเฉือนของเนื้อไม่เรียบเนียน เหมือนถูกมีดทื่อๆพยายามหั่นจนขาดออกจากกัน กลิ่นคาวเืที่ลอยคละคลุ้งแสดงถึงความสดใหม่ เนื้อชิ้นนี้มันคงพึ่งจะถูกชำแหละเมื่อไม่นานมานี้เป็แน่....
แมวชราในคราแรกก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก แต่พอเขาจ้องมองสีของเือย่างละเอียด...
ฉับพลันหัวใจของเขามันเต้นระรัว ดวงตาเบิกกว้าง ั์ตาหดเล็กเท่าเม็ดถั่ว ร่างกายสั่นสะท้านไปถึงดวงิญญา เืลมไหลย้อยจนเขากระอักเืออกมา เขาไม่เคยคาดฝันมาก่อน ว่าเนื้อที่เขาเห็นทุกวัน จนบางชิ้นก็เน่าเละอยู่ตรงมุมห้อง เนื้อพวกนั้นมันจะเป็....เนื้อภรรยาของเขาเอง
แมวชรากรีดร้องออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า ในตาสีหม่นมีน้ำสีเขียวๆไหลซึมออกมา เขาครวญครางคล้ายดังคนเสียสติ ดวงจิตที่เหลือเพียงสามดวง หนึ่งในนั้นมันค่อยๆแตกสลายกลายเป็ผุยผง
หลังสิ้นเสียงร้องอันน่าเวทนาสิ้นสุดลงได้ไม่นาน ขนทั่วร่างของแมวชรามันก็เปล่งประกาย พร้อมกับรอยาแที่ฟื้นฟูขึ้นมาด้วยความเร็วอันน่าอัศจรรย์ต่อผู้พบเห็น
ภรรยาและตัวของเขา เป็เผ่าแมวเก้าดวงจิต ถ้าได้รับาเ็จนถึงแก่ชีวิต ดวงจิตก็จะแตกสลายไป จากนั้นร่างกายจะค่อยๆซ่อมแซมกลับคืนมาในสภาพสมบูรณ์ ซึ่งน่าเสียดายที่มันไม่สามารถฟื้นฟูตบะและแก่นแท้ที่เสียไปได้ บางทีนี้อาจจะเป็คำสาปของสายเืที่พวกเขาต้องแบกรับกับความทรมานที่ยาวนานกว่าผู้อื่น พอสิ้นชีพร่างกายก็จะฟื้นฟูกลับมาใหม่ มันเป็เช่นนี้วนเวียนไปจนกว่าดวงจิตจะดับสลายไปจนหมด
"เป็เสียงที่น่าฟังจริงๆ เคี้ยกกฮ่าฮ่าฮ่า แต่ท่านไม่ต้องกังวลไป ท่านหญิงยังมีดวงจิตเหลืออีกหลายดวง ยังมีเวลาให้ได้สนุกอีกเยอะ.....จริงสิ!! เนื้อของท่าน นางบอกว่ามันเหม็นน่าขยะแขยงจนนางแทบอาเจียนออกมา ฮ่าๆช่างน่าสมเพชเหมือนกันจริงๆ "
ปีศาจหมูหัวเราะสะใจ เสียงหัวเราะของมันฟังดูวิปริตดังเสียงปีศาจร้ายจากขุมนรก ทุกครั้งที่มีการทรมานสองสามีภรรยา มันจะเก็บชิ้นเนื้อไปให้อีกฝ่ายดูเป็ของต่างหน้า มันเฝ้ารอมานานหลายวันว่าจะมีใครกินมั้ย จนสุดท้ายสิ่งที่เขารอคอยมันก็ไม่เกิดขึ้น สองสามีภรรยายอมอดตายพวกเขาไม่กินอะไรเลย....เมื่อทนไม่ไหวปีศาจหมูจำต้องบอกความจริง เพื่อดูท่าทางเ็ปทรมานใจของอีกฝ่ายก่อนที่ดวงจิตของทั้งสองจะหมดลง และหายไปตลอดกาล
"เ้าเดรัจฉานจิตวิปลาส ตอนนั้นข้าน่าจะปล่อยให้เ้าตายซะ!!!! นี่รึการตอบแทนบุญคุณของเ้า ถุ้ย!!!! นิสัยชั่วช้า สันดานน่าขยะแขยง ไอ้ปีศาจเสนียดจัญไร " แมวชราหลังจากดวงจิตแตกสลาย ร่างกายของเขาก็ฟื้นฟูจนอยู่ในสภาพสมบูรณ์ เขาได้ตวาดด่าทอปีศาจหมูดังลั่น ดวงตาของแมวชราแดงก่ำด้วยความโกรธ
ปีศาจหมูแทนที่จะโมโห มันกลับยิ้มเยาะเย้ย ในมือข้างขวาของมัน ปรากฏเป็ค้อนขนาดใหญ่ จากนั้นมันก็เดินอืดอาดไปทางแมวชราที่ถูกล่ามด้วยโซ่ พร้อมกับยกค้อนขึ้นฟาดไปที่ขาทั้งสองข้างของแมวชรา เสียงกระดูกแตกหักดังออกมาทักทายค้อนของปีศาจหมู
"เคียกกกก~ เคียกกกกฮิฮิ ฮ่าฮ่าฮ่า กรีดร้องสิ เมื่อกี้ยังปากดีอยู่เลย ฮี่ๆ ร้องมาสิ กรีดร้องสิวะ....." ปีศาจหมูยังคงทุบต่อไปเรื่อยๆ พอมันเห็นว่าแมวชราเริ่มจะไม่ไหว มันก็จะราดน้ำยาฟื้นฟูาแ ก่อนจะเริ่มใช้ค้อนทุบต่อไป...
.
.
.
.
.