“ข้าชิงจู”
“ข้าชิงเถา”
“พวกเราขอโทษที่ทำสิ่งไม่ดี ขอให้ท่านโปรดอภัยต่อพวกเราด้วย” สองเสียงผสานพร้อมกัน ด้วยความสำนึกผิด ชายหนุ่มก้มมองดูใบหน้าของหญิงสาวในอ้อมอก แล้วตัดสินใจหันตัวเดินออกจากสำนัก โดยไม่ติดใจเอาความ
“เดี๋ยวก่อนท่านยอดฝีมือ ข้าขอเวลาเพียงครู่เดียวเพื่อกล่าวขออภัยท่านเช่นกัน ที่สั่งสอนศิษย์ไม่ดีจึงได้ล่วงเกินท่านกับแม่นางผู้นี้” ชายชราเดินมาดักด้านหน้าแล้วค้อมตัวลงเล็กน้อย
“ข้าได้นางคืนแล้ว สิ่งอื่นไม่จำเป็น”
“ข้าตรวจดูแล้ว นางโดนสมุนไพรชนิดพิเศษของทางสำนักเรา ทำให้หลับใหลเช่นนี้ โปรดให้ข้าถอนพิษนางก่อนได้ฤาไม่ เช่นนั้นแล้วนางจะไม่ได้สติแบบนี้ไปอีกเจ็ดวันเจ็ดคืน” องค์รัชทายาทได้ยินดังนั้นจึงชะงักหยุด ไม่ก้าวเดินต่อพลางก้มมองใบหน้าของซูเจินอีกครั้ง นึกหวั่นใจถึงการหลับใหลอันยาวนาน เกินร่างกายของนางอาจต้านได้
ชายชราพาองค์รัชทายาทเข้ามายังห้องรับรองที่ทำจากไม้เนื้อดีเช่นเดียวกัน เขามองรอบ ๆ อย่างสังเกตก่อนหันไปเห็นเตียงไม้ที่ถูกตระเตรียมไว้เรียบร้อยอย่างเร่งด่วน ด้วยฝีมือของชิงจูและชิงเถา หลังจากหมอนขนาดพอดี ถูกชิงจูนำมาวางไว้เป็นอย่างสุดท้ายเสร็จสิ้นดีแล้ว
“ให้นางนอนตรงนี้ ศิษย์ของข้ารู้วิธีรักษานาง” ชายชราพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า หากแต่เนื้อเสียงมีความเมตตาอยู่มาก องค์รัชทายาทยอมร่ายเวทวางนางลงบนเตียงช้า ๆ อย่างถนอม ภายใต้สายตาตะลึงงันของชิงจูและชิงเถา
“ส่วนท่านมากับข้าด้านนี้ ข้ามีบางอย่างอยากสนทนาด้วยสักครู่” ชายชราเตรียมเดินออกจากห้องรับรอง หากแต่สายพระเนตรขององค์รัชทายาท ยังคงจับจ้องไปยังหญิงสาวที่นอนหลับใหลไม่ได้สติ
“มิต้องห่วงนาง ข้ารับรองได้ว่านางจะฟื้นหลังจากรับการรักษาแล้ว” น้ำเสียงเมตตาของชายชรา ทำให้องค์รัชทายาทยอมเดินตามออกไป ก่อนจะหันกลับมาอีกครั้งแล้วพบว่า ชิงเถากำลังจ้องมองซูเจินด้วยสายตาพิสมัย
“อย่าแตะต้องตัวนาง ไม่เช่นนั้นข้าจักไม่ไว้ชีวิตเจ้า” คำขู่ขององค์รัชทายาททำให้ชิงเถาหดตัวลง แล้วปล่อยให้ชิงจูทำหน้าที่แทน เพราะสายตาและคำพูดอันน่ากลัวราวกับหมาป่า ทำให้เขาไม่กล้าขยับกายเข้าใกล้ซูเจิน
สองเท้าก้าวเดินตามชายชราขึ้นไปยังจุดสูงสุด เขานี้สูงเทียมฟ้าเพราะเห็นเมฆหมอกจาง ๆ อยู่ตลอดเวลา อากาศต่างจากพื้นที่ราบด้านล่างอย่างสิ้นเชิง ด้วยมีสายลมเย็นพัดเข้ามาปะทะกายตลอดเวลาสายพระเนตรทอดมองออกไปยังทิวทัศน์ด้านหน้า นอกจากสถานที่แห่งนี้จะเงียบสงบปราศจากความวุ่นวายแล้ว จุดที่ยืนอยู่ยังเป็นผาสูงมองลงไปกลับรู้สึกเคว้งคว้างโดดเดี่ยวอย่างบอกไม่ถูก หากแต่น้ำตกจากผาของอีกฝั่งไกล ๆ ไหลรินเป็นทางยาวส่องกระทบแสงเป็นละอองสีขาวกระจายฟุ้งก็ดึงสายพระเนตรให้ทอดมองไม่วางตาได้เช่นกัน ชายชราปล่อยให้ชายหนุ่มยืนมองความงามในจุดสูงสุดของสำนักครู่หนึ่ง เพื่อให้จิตใจของเขาผ่อนคลายจากเรื่องราวต่าง ๆ
“ข้ามีนามว่าหานลู่ ส่วนสำนักนี้ราชาองค์เก่าพระราชทานนามให้ว่า “สำนักฮุ่ยหวง” ซึ่งได้อนุญาตให้สำนักนี้ฝึกวิชาเวทได้เป็นกรณีพิเศษ เพราะเคยทำคุณงามความดีบางอย่างไว้ในราชวงศ์ก่อน ในตอนนี้ข้ารู้สึกละอายใจนักที่สอนศิษย์ไม่ดี จึงทำความลำบากใจแก่ท่าน” เสียงของชายชรากล่าวออกมาอย่างแหบพร่า ก่อนร่างขององค์รัชทายาทจะละจากความงามด้านหน้าแล้วหันกลับมา
“เรื่องจบแล้ว ข้าไม่ถือความ” ชายชรามองใบหน้างดงามของชายหนุ่มอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะลอบถอนหายใจแล้วสอบถามความเป็นมาบางอย่าง
“ท่านมาจากที่ใด”
“....” องค์รัชทายาทนิ่งเงียบไม่พร้อมเปิดเผยฐานันดร
“ท่านมิต้องกังวล สำนักนี้ซ่อนเร้นจากผู้คนมานาน นับจากราชาองค์ก่อนสิ้น พวกเราก็มิเคยเผยตัวที่ใด ชื่อเสียงของสำนักในปัจจุบันนี้ก็มิได้ถูกบันทึกไว้ จึงมิมีใครสนใจพวกเรานัก ที่ข้าถามเผื่อมีสิ่งใด ที่อาจช่วยเหลือท่านยอดฝีมือได้ เพื่อเป็นการไถ่โทษแทนวีรกรรมของศิษย์ข้า มิมีเจตนาอื่นใดแอบแฝง” เจ้าสำนักกล่าวเจตนาของตนอย่างจริงใจ องค์รัชทายาททบทวนมองกิริยาวาจาของชายชราครู่หนึ่ง ก่อนหันสายพระเนตรทอดมองไปยังน้ำตกไกลลิบนั้นอีกครั้ง