เรื่องที่ชิงเถาได้ของที่พิเศษมากมาชิ้นหนึ่งนั้นนางไม่ได้บอกให้ใครรู้ด้วยคิดว่าของสิ่งไหนที่แปลกแตกต่างต้องมีคนอยากได้เป็นแน่ถึงจะรู้ว่าคนในครอบครัวจะไม่ใช่คนที่อยากได้อยากมีแต่ก็ยังไม่ถึงเวลาที่จะบอกนางจึงเก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัวไปแล้วนางก็ไม่คิดจะใส่ในชีวิตประจำวันหรือในตอนนี้ด้วยจึงทำได้เพียงเก็บไว้ก่อนเท่านั้นนางสนใจเพียงเรื่องหาเงินหาทองเท่านั้นถ้าหากยังหาไม่ได้จนรู้สึกว่าไม่อยากทำแล้วนางก็จะไม่เลิกคิดรูปแบบการหาเงินแบบใหม่มาเพิ่ม
ในที่สุดการก่อสร้างเรือนเหลียงเหลียงซึ่งเป็นชื่อที่ตั้งขึ้นใช้เป็นชื่อเรือนพักแห่งใหม่ของตระกูลเจี้ยนเฉิงตัวอักษรเหลียงตัวแรกหมายถึงเย็นสบายส่วนเหลียงตัวที่สองหมายถึงข้าวพันธุ์ดีที่เปรียบถึงข้าวปลาอาหารของที่นี่ที่ล้วนแล้วแต่มีรสเลิศทั้งนั้นตอนนี้ทุกอย่างล้วนตกแต่งครบครันแล้วเหลือเพียงรอให้คดีจบลงเท่านั้นและก็ไม่นานเกินรอเพราะจ้าวซงอวี้พึ่งจะให้คนมาส่งข่าวในตอนเช้าวันหนึ่ง หลังจากที่ใช้เวลาในการสืบคดีไปเกือบครึ่งเดือน
วันนี้จ้าวซงอวี้มาพบตระกูลเจี้ยนเฉิงที่ร้านอาหารเป็นการส่วนตัวที่ว่าส่วนตัวก็เพราะว่าร้านปิดไปนานถ้าไม่นับคนงานที่เข้ามาทำความสะอาดอยู่ตลอดก็ไม่มีใครก้าวเข้ามาแล้ว
“การสืบคดีความสิ้นสุดลงแล้วขอรับ”จ้าวซงอวี้เอ่ยขึ้นทันทีเขาต้องรีบแล้วถ้าช้ากว่านี้เกรงว่าหน้าที่การงานเขาจะไม่มั่นคงเท่าไหร่ ซึ่งเขาได้สรุปให้ครอบครัวเจี้ยนเฉิงฟังว่าผู้อยู่เบื้องหลังทั้งสองเหตุการณ์ล้วนแล้วเป็นคนเดียวกันตอนนี้เขาได้ตามจับตัวมาขังคุกไว้แล้วเรียบร้อย ซึ่งเป็นคนของตระกูลฟ่งที่ทำการค้าด้วยผู้ที่สั่งการนั่นเป็นอาวุโสผู้หนึ่งให้การว่าตนเป็นผู้วางแผนเองโดยที่ตระกูลไม่ได้รู้เห็นด้วยซึ่งหลักฐานก็ชี้ไปเช่นนั้นเหมือนกันทำให้จ้าวซงอวี้ไม่อาจสืบต่อถึงคนอื่นๆในตระกูลได้ถึงแม้ว่าในใจจะรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลก็ตามส่วนชิงเถานางลงบัญชีแค้นไว้ในใจแล้วสำหรับตระกูลฟ่งนางพออ่านข้อมูลผ่านตาอยู่บ้างด้วยตระกูลฟ่งก็เป็นหนึ่งในตระกูลใหญ่ที่ไม่ใช่เด่นเพียงทำการค้าเพราะดูเหมือนว่าลูกหลานในตระกูลรุ่นปัจจุบันก็เริ่มหันเหไปเป็นขุนนางทำงานราชการกันหลายคนส่วนสาเหตุที่ก่อเหตุนั้นก็บอกมาเพียงความแค้นทั่วไปซึ่งสำหรับชิงเถานางก็จะแค้นกลับเช่นกัน
“แล้วต่อไปจะดำเนินการเช่นไรต่อขอรับ”จิ้นสิงเอ่ยถามเมื่อได้ฟังเรื่องจนจบ
“ทางศาลจะเป็นผู้ตัดสินคดีต่อไปขอรับซึ่งจะมีขึ้นในเช้าวันพรุ่งนี้” ทุกคนได้ฟังก็ทำเพียงพยักหน้าเข้าใจไม่รู้จะว่าอย่างไรเพราะความรู้สึกตอนนี้คือความโล่งอกโล่งใจแต่ก็มีติดขัดใจอยู่บ้างเมื่อนึกถึงคนที่ว่าร้ายให้ครอบครัวพวกเขาเมื่อถึงคราวต้องแก้แค้นอย่างไรก็ต้องจัดการอย่างแน่นอน
“เอ่อรบกวนท่านจ้าวช่วยอะไรอีกสักอย่างได้หรือไม่เจ้าคะ”ชิงเถาที่เห็นว่าไม่มีใครเอ่ยถึงเรื่องราวของคดีแล้วจึงเอ่ยขอร้องจ้าวซงอวี้อีกเรื่อง
“ถ้าไม่ผิดต่อการทำงานของข้าแล้วคุณหนูก็ว่ามาเถอะ” จ้าวซงอวี้ไม่ปฏิเสธแต่ก็ยังไม่ตอบรับเขายังกลัวใจชิงเถาว่านางจะขอให้เขาทำอะไรแปลกๆให้ซึ่งเขาก็ไม่อยากจะเสี่ยงเท่าไหร่
“ไม่ยากเลยเจ้าค่ะข้าแค่อยากให้ท่านออกหนังสือให้สักฉบับว่าร้านอาหารเจี้ยนเฉิงของเราถูกใส่ร้ายแล้วตอนนี้ก็จับตัวคนร้ายได้แล้วข้าอยากมีไว้เพื่อให้ลูกค้าได้แน่ใจเจ้าค่ะว่าอาหารร้านเรานั้นปลอดภัยอย่างแน่นอน” ชิงเถาเอยสิ่งที่ตนอยากได้ออกมา จ้าวซงอวี้สายสืบหนุ่มได้ฟังก็ได้แต่ยิ้มกับคำขอของนางไหนเลยเขาจะคิดว่าเด็กสาวคนนี้จะขออะไรแบบนี้กับเขา แต่ว่าก็ดูเหมาะกับนางดีกับฐานะคุณหนูของร้านค้าเลื่องชื่อ
“ข้าตกลงเจ้าจะได้ตามที่ขอ” เขาเข้าใจได้ดีว่าเรื่องชื่อเสียงสำหรับการค้านั้นเป็นเรื่องสำคัญยิ่งเกี่ยวกับอาหารแล้วมีข่าวเหตุการณ์เช่นนี้ถ้าได้รับการยืนยันที่มีลายลักษณ์อักษรออกมาผู้คนก็จะไว้วางใจมากขึ้น
“ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะ”ชิงเถายิ้มขอบคุณจนแก้มปริ ในที่สุดการค้าของนางก็จะกลับมาดำเนินได้อีกครั้งสินะ
ผ่านไปเพียงวันเดียวหลังจากที่ร้านเจี้ยนเฉิงได้รับหนังสือยืนยันจากทางการมาร้านค้าและร้านอาหารของตระกูลเจี้ยนเฉิงก็กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งซึ่งเพียงมีข่าวว่าร้านจะกลับมาเปิดผู้คนก็ตั้งตารอมากมายและก็เป็นไปตามที่ควรจะเป็นก็คือร้านอาหารผู้คนยังให้ความไว้วางใจมาใช้บริการกันไม่ขาดและเหมือนจะมากกว่าเดิมด้วยซ้ำเพราะพวกเขาบอกว่าคิดถึงรสชาติอาหารของร้านเจี้ยนเฉิงเสียเหลือเกินเช่นเดียวกับร้านค้าเจี้ยนเฉิงที่เมื่อเปิดร้านลูกค้าที่สั่งสินค้าไว้หลายคนก็มารอกันแต่เช้าเพื่อรับสินค้าตามที่ตกลงกันไว้พวกเขาไม่ได้ตำหนิร้านแต่อย่างไรที่ส่งของเลยกำหนดไปหลายวัน เพราะพวกเขาจะเอาความโกรธไปลงกับคนที่ทำให้ร้านเจี้ยนเฉิงต้องปิดไปชั่วคราวอย่างตระกูลฟ่งแทนนั่นเอง
การค้าของตระกูลเจี้ยนเฉิงกลับมาเฉิดฉายในเมืองหลวงอีกครั้งทำให้เป็นโอกาสดีที่จะเปิดตัวกิจการใหม่ของตระกูลอีกแห่งการบอกข่าวและโฆษณาของตระกูลเจี้ยนเฉิงนั้นดีมากเพราะใช้เวลาวันเดียวข่าวคราวก็มีคนรู้ไปทั่วทั้งเมืองทำให้ในวันรุ่งขึ้นที่ทำการเปิดเรือนเหลีงเหลียงก็มีคนให้ความสนใจมามุงรอดูเป็นจำนวนมาก
“สวัสดีทุกท่านที่ให้เกียรติในวันนี้วันนี้ข้าเจี้ยนเฉิงจิ้นสิงขอเปิดเรือนเหลียงเหลียงอย่างเป็นทางการ”จิ้นสิงเอ่ยกล่าวเปิดก่อนที่ป้ายหน้าร้านจะเปิดออกพร้อมด้วยเสียงประทัดดังสนั่นหวั่นไหวอยู่หน้าร้านอย่างเป็นมงคล
“ด้วยการเปิดเรือนเหลียงเหลียงครั้งนี้จะลดราคาครึ่งหนึ่งในการเข้าพักของเรือนทุกหลังท่านใดที่สนใจสามารถเข้าไปดูเรือนหลังแรกที่เราจะเปิดให้ได้สำรวจดูก่อนได้”จิ้นสิงเอ่ยบอกเหล่าลูกค้าหลายคนที่เริ่มให้ความสนใจ ราคาของเรือนหลังหนึ่งอยู่ที่60ตำลึงต่อคืนซึ่งแพงกว่าห้องพักในโรงเตี๊ยมที่ดีที่สุดในเมืองหลวงเกินครึ่งแต่ชิงเถานางมั่นใจว่ากลุ่มลูกค้าของนางต้องยอมจ่ายแน่นอนกับผลรับที่จะได้อย่างเรือนพักเป็นหลังที่ทั้งเป็นส่วนตัวหรูหรา และสะดวกสบายกว่าที่เคยมuมาของห้องพักในโรงเตี๊ยมทั่วไปซึ่งถ้าคนที่นี่ไม่คิดอะไรเรือนหลังหนึ่งพักได้ห้าถึงหกคนโดยไม่อึดอัดด้วยซ้ำเพียงแต่ว่าผู้คนที่นี่นั้นถ้าไม่จำเป็นจริงๆก็จะไม่พักหรือร่วมห้องกันเท่าไหร่ถึงแม้จะเป็นเพศเดียวกัน
“ที่บอกว่าลดครึ่งราคากับการเข้าพักเรือนครั้งแรกนั้นใช้ได้กี่วันหรือ”เริ่มมีลูกค้าเข้ามาสอบถามข้อมูลกับพนักงานที่ยืนยิ้มแย้มให้การต้อนรับอย่างดีเยี่ยมตามมาตรฐานที่ชิงเถากำหนดไว้
“เรียนนายท่านท่านสามารถพักต่อเนื่องกี่วันก็ได้เจ้าค่ะ” พนักงานสาวตอบคำถามออกไปด้วยรอยยิ้มด้วยท่าทางนอบน้อม
“จองไว้ก่อนได้หรือไม่”“จองได้ถึงวันพรุ่งนี้เจ้าค่ะ แล้วต้องจ่ายค่าจองไว้ก่อนครึ่งหนึ่งหรือก็คือครึ่งของครึ่งของราคาเต็ม และต้องเข้าพักไม่เกินวันมะรืนเจ้าค่ะไม่เช่นนั้นจะคิดเต็มราคาทันที”
“ราคาแพงกว่าโรงเตี๊ยมอันดับหนึ่งด้วยซ้ำ”“ข้าน้อยเชิญนายท่านเข้าไปดูเรือนด้านในก่อนเจ้าค่ะ รับรองว่าสมราคาอย่างแน่นอน”
เหล่าพนักงานสาวตอบคำถามและเอ่ยเชิญชวนเหล่าลูกค้าได้เป็นอย่างดีเป็นมืออาชีพอย่างยิ่งคำถามไหนก็ล้วนตอบได้ไม่ติดขัดไหลรื่นไปได้ดีไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกรำคาญใจเลย
“วันนี้ท่านพ่อท่านแม่ว่าจะเต็มทุกหลังหรือไม่เจ้าคะ”ชิงเถาเอ่ยถามออกมาอย่างอารมณ์ดีกับผลตอบรับของลูกค้าที่ให้ความสนใจอย่างมาก ถ้าเต็มทุกหลังทุกๆวันนางจะได้เงินหนึ่งพันสองร้อยตำลึง หรือเดือนหนึ่งจะมีรายได้ถึง36 ตำลึงทองถึงแม้ว่าจะดูไม่มากเมื่อเทียบกับสินค้าบางอย่างของร้านค้าเจี้ยนเฉิงตอนนี้แต่ว่าถ้ามันได้อย่างเนื่องก็ไม่น้อยเพราะว่าการลงทุนนั้นไม่มีอะไรเพิ่มเติมแล้วไม่ต้องใช้ความสามารถใดๆมาเสริมใช้เพียงแรงงานคนและการบริหารเท่านั้นก็สามารถดำเนินกิจการไปได้ด้วยดีแล้ว
“ไม่แน่ใจสิลูกตอนนี้ไม่ใช่ช่วงงานหรือเทศกาลอะไร แม่ไม่รู้ว่าจะมีคนมาพักมากน้อยเพียงใด” นางลี่จูเอ่ยตอบบุตรสาวที่ถามช่วงนี้ไม่ได้เป็นช่วงที่คนเดินทางเข้ามาเมืองหลวงมากนักโรงเตี๊ยมทั่วไปก็สามารถรองรับลูกค้าได้และยังไม่เต็มเลยไม่รู้ว่าจะมีคนมาพักที่เรือนเหลียงเหลียงเท่าไหร่
“แต่ไม่แน่ว่าคนเมืองหลวงเองก็อาจจะมาลองพักเรือนเหลียงเหลียงของเราดูก็เป็นได้”จิ้นสิงเอ่ยสิ่งที่ตนคิดออกมาเขาดูแล้วชิงเถานางคงไม่หวังเพียงแค่ลูกค้าขาจรที่เดินทางผ่านมาพักเท่านั้นเพราะราคาที่สูงเพียงนี้ก็คงจะเน้นขุนนางคหบดีใหญ่ที่มีเยอะแยะในเมืองหลวงนี้กระมังมันต้องมีบ้างหละที่เบื่อบ้านหรือจวนตัวเองจนต้องออกมาพักข้างนอกเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ
“ข้าก็หวังอย่างท่านพ่อว่าเจ้าค่ะใครไหนเลยจะมีเงินทองเยอะเท่าคนเมืองหลวง” ชิงเถาพยักหน้าเห็นด้วยกับผู้เป็นบิดากลุ่มลูกค้าของนางก็เงินหนานั่นแหละถึงจะมาพักพวกพ่อค้าต่างเมืองคงไม่อยากมาเสียเงินเยอะๆเพียงพักเรือนคาราแพงหรอกเพราะมันจะเป็นการเพิ่มต้นทุนสินค้าที่จะซื้อไปขายต่างเมืองเสียเปล่าๆ
เรือนเหลียงเหลียงได้รับความสนใจจากผู้คนของเมืองหลวงอย่างดีถึงแม้ว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องเข้าพักเพราะที่พักตนก็อยู่เมืองหลวงเช่นกันไม่มีเหตุอันใดต้องไปพักข้างนอกแต่นั่นก็ไม่ใช่ความคิดของทุกคน เพราะมีคนมีเงินเหลือกันหลายคนชื่นชอบสิ่งแปลกใหม่ให้พวกเขาได้ลองเมื่อมีเรือนเหลียงเหลียงมาให้ได้ลองพักพวกเขาก็ไม่ปฏิเสธขจะเข้ามาลองใช้บริการเพื่อที่จะเป็นคนแรกๆจะได้ไปคุยอวดคนอื่นทันที