“ไม่ ตอนนี้ข้าเลิกงานแล้ว ไม่มีกระบี่ติดมือมาด้วย บ่าวรับใช้และองครักษ์ท่านมีมากมาย เหตุใดต้องรบกวนข้า” อู๋จือหน้าตึง
ฮัวหยางยกยิ้มมุมปาก
“อู๋จือ เื่คืนนั้น เ้าโกรธข้ามากหรือ ”
มือปราบหญิงตาเหลือกรีบหันไปมองรอบกาย ครั้นไม่เห็นผู้ใดอยู่ใกล้ก็ขบกรามแน่น กัดฟันกรอดๆ “หุบปากเน่าๆ ของท่านซะ”
“แต่ว่าข้า...รู้สึกผิดมากเลยนะที่...”
อู๋จือผวาเข้ามายกมือปิดปากเขาแน่น จนฮัวหยางผงะ เขาพลันนึกขึ้นได้ว่านางเป็คนมีพละกำลังมากจนเขาก็ยากต้านทาน
“ท่านจะพูดถึงอีกทำไม ข้าบอกแล้วว่าให้เก็บเอาไว้เป็ความลับ ไม่เช่นนั้นข้าจะเชือดคอท่านแล้วลากศพไปทิ้งข้างถนนเสีย”
ฮัวหยางถอยไปสองก้าว แสร้งยกมือกุมหน้าอก
“น่ากลัวเสียจริง เ้าเป็ถึงมือปราบใหญ่ คิดจะทำร้ายร่างกายข้า นี่ข้าต้องทำเยี่ยงไร ”
พลันเขาก็เปลี่ยนท่าทีก็ชะโงกหน้าเข้ามาหานาง
“ระวังเถิด โทษของเ้าหน้าที่ที่ทำความผิดหนักกว่าชาวบ้านเป็สองเท่าเชียวนะ”
อู๋จือใบหน้าอึมครึมลงหลายส่วน นางยกนิ้วขึ้นชี้หน้าฮัวหยางด้วยความขัดเคือง...คนผู้นี้ช่างหน้าด้านเสียจริง คืนนั้นเป็เขาแท้ๆ ที่รังแกนาง เ้าโจรถ่อยต่ำทรามสกุลฮัว นางบอกแล้วว่าอย่าพูดถึงเื่คืนนั้น
“คุณชายฮัว ข้าเตือนท่านแล้วนะ”
“อืม...ได้...ที่ท่านมือปราบเตือน ข้าจำขึ้นใจแล้ว” ใบหน้าหล่อเหลาของเขายียวน
อู๋จือคิดอยากจะต่อยหน้าเขาสักหมัดสองหมัด
มือปราบหญิงฮึดฮัดสะบัดหน้าหนีออกมาจากอารามด้วยความหงุดหงิด เสียงฝีเท้าคนข้างหลังตามมาพร้อมด้วยเสียงหัวเราะพอใจ
‘เ้าหมอบ้า! สมแล้วที่ไม่ออกมารักษาผู้อื่น แม้แต่ตัวเองก็ยังมีอาการโรคจิต อยู่เรือนชานเมืองรักษาตัวเองไปก่อนเถอะ’
คืนนั้นอู๋จือที่กลับมาจากศาลเ้าก็หลับฝันย้อนกลับไป
ค่ำคืนนั้นอู๋จือลอบตามจางเจิ้งจีหัวหน้าหน่วยมือปราบของตนไปยังเรือนที่อยู่เลยสวนสาธารณะบึงหงส์ นางถูกสอนมาจากสำนักฝึกอบรมมือปราบเมืองหลวงให้รู้จักสังเกตและระแวงคนรอบข้าง ไม่เว้นแม้แต่คนในครอบครัว
ระยะนี้มีคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่ยังปิดไม่ลง นางที่บังเอิญออกมาจากบ้านในยามค่ำ เห็นหัวหน้าหน่วยของตนทำตัวลับๆ ล่อๆ ก็เลยตามไปดู หัวหน้าจางปีนเข้าไปในเรือนชานเมืองแห่งหนึ่ง
นางอ่านป้ายข้างหน้าเขียนไว้เพียง ‘ทำเพื่อใต้หล้า’ จึงไม่รู้ว่าเป็เรือนของคนผู้ใด นางไม่กล้าผลีผลามกระโจนตามเข้าไป ได้แต่ซุ่มดักรออยู่ข้างนอก เวลาผ่านไปนานจนนางเริ่มร้อนใจ จึงได้กระโจนเข้าเรือนนั้น
ในเรือนกว้างเงียบเชียบราวกับไม่มีคนอาศัยอยู่ เดินผ่านจากห้องโถงไปยังห้องด้านข้าง ก็เห็นว่าบนโต๊ะมีเชิงเทียนส่องสว่าง
‘ตำราแพทย์ทั้งนั้น หรือว่านี่จะเป็เรือนลับของสกุลฮัวที่ร่ำลือกัน’
นางรีบย่องเข้าไปห้องถัดไป พลันนางก็ถูกมือใหญ่คู่หนึ่งปิดปาก จากนั้นโลกก็มืดดับลง
อู๋จือตื่นขึ้นมาอีกครั้ง นางถูกคนจับมัดมือมัดเท้านอนอยู่บนเตียงใหญ่ บุรุษรูปงามจนชวนตะลึงแต่งกายด้วยชุดขาวปักลวดลายเถาวัลย์ดูแล้วทั้งสูงส่งและงดงาม ถือเชิงเทียนใหญ่มาที่โต๊ะกลางห้อง
“เ้าจับข้าไว้ทำไม ข้าเป็มือปราบนะ ข้าเห็นโจระโเข้ามาในบ้านเ้า หวังจะเข้ามาช่วย ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!”
คนผู้คนผินหน้ามาช้าๆ อู๋จือพยายามตั้งสติไม่ให้หลงใหลในใบหน้าอันหล่อเหลาเ็า เขาสาวเท้ามาใกล้เตียง แสร้งทำหน้าไขสือแล้วชะโงกมาจ้องตานางใกล้ๆ
“เ้าเป็มือปราบจริงหรือ ไม่ใช่ว่าเป็โจรที่คิดจะเข้ามาค้นหาทรัพย์สมบัติในเรือนข้าหรือไร ั้แ่ข้ามาอยู่ที่นี่ มีโจรถ่อยมากมายบุกเข้ามานับไม่ถ้วน ทุกคนล้วนแต่อ้างเหมือนเ้า ถ้าข้าเชื่อ ข้าก็คงไม่ควรจะชื่อฮัวหยางแล้ว”
อู๋จือชะงัก “ฮัวหยาง คุณชายใหญ่สกุลฮัว”
“ใช่ เ้าก็รู้จักชื่อข้านี่ ยังจะคิดหลอกลวงข้าอีก ดูจากชุดของเ้าก็ไม่มีตรงไหนที่แสดงว่าเ้าเป็มือปราบเลยสักนิด”
ท่านหมอฮัวหยาง บุรุษหนุ่มผู้มีรูปงามดุจเทพเซียนแต่น้อยคนนักจะได้เห็น ร่ำลือกันว่าเขาเก็บตัวอยู่ในเรือนลับ ตั้งหน้าตั้งตาคิดค้นยาลูกกลอนในการรักษาโรคเพื่อนำไปวางจำหน่ายในร้านค้าสกุลฮัวทั่วทั้งห้าแคว้น ร้านค้าสกุลฮัวไม่เพียงมีนักจัดยาฝีมือดี แต่ยังมียาลูกกลอนหลายสูตรที่ท่านหมอฮัวหยางเป็ผู้คิดค้นขึ้น ได้รับความนิยมจนสร้างรายได้ให้สกุลฮัวอย่างมหาศาล ถึงกับเล่าลือกันว่าความร่ำรวยของสกุลฮัวติดอันดับหนึ่งในยี่สิบของเมืองหลวง
คุณชายใหญ่แห่งตระกูลมั่งคั่งผู้นี้ปฏิเสธการแต่งงานมานับครั้งไม่ถ้วน แม้แต่สตรีในตระกูลขุนนางก็ยังอยากแต่งงานกับเขา จนเกิดข่าวลือว่าเขาทดลองสูตรยามามากจนไม่อาจจะทำกิจอย่างบุรุษได้
“ข้าไม่ใช่โจรหรือขโมยจริงๆ นะ ตรามือปราบของข้าอยู่ในสาบเสื้อ ถ้าไม่เชื่อเ้าก็มาล้วงดูเองสิ”
ฮัวหยางหรี่ตาลง มองดูหญิงสาวใบหน้ามอมแมมตรงหน้า “เ้าคงไม่เคยได้ยินว่าชายหญิงไม่ควรชิดใกล้ เ้าคิดจะลวงข้าให้ล้วงเข้าไปในสาบเสื้อของเ้า มิใช่ว่าในนั้นมีผงสลบหรอกหรือ ”
อู๋จือพ่นลมหายใจด้วยความโมโห “ข้าเห็นหัวหน้ามือปราบจาง ะโเข้ามาในเรือนของเ้าจริงๆ เ้าปล่อยเขาออกมาสิ เขายืนยันได้ว่าข้าเป็มือปราบเพราะเขาเป็หัวหน้าของข้า”
“เสียใจด้วย ตอนนี้มือปราบจางกลับไปแล้ว”
อู๋จือตาแทบถลน “กลับไป! กลับไปไหน ข้ารอเขาอยู่ข้างนอกประตูเรือนเ้าตั้งนาน ไม่เห็นแม้แต่เงา”
ฮัวหยางหยักยิ้มมุมปาก “ก็ออกไปทางหน้าเรือนใหญ่ของเข้าน่ะสิ เ้าตามเขามาทางประตูเล็กด้านหลัง ย่อมไม่เห็นเขาแน่”
“ถ้างั้น เ้าปล่อยข้า ข้าจะล้วงเอาป้ายประจำตัวออกมาให้เ้าดู ข้าไม่เคยรู้มาก่อนว่าที่นี่คือบ้านของสกุลฮัว และข้าก็ไม่เคยคิดจะขโมยของของผู้อื่น”
“ให้ปล่อยเ้าน่ะหรือ คงไม่ได้หรอก”
“เ้าบ้า! เ้าจับข้ามัดไว้แบบนี้ไม่ได้นะ ข้าเป็คนของทางการ กำลังปฏิบัติหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ราษฎร”
ชายหนุ่มรูปงามยิ้มน้อยๆ ใบหน้าของเขาที่คลี่ยิ้มทำเอาอู๋จือหยุดหายใจไปชั่วขณะ คนผู้นี้ร้ายกาจนัก แค่เพียงยิ้มก็สามารถจะหยุดลมหายใจผู้อื่นได้
“ถ้าอยากให้ข้าช่วย เ้าต้องรับปากข้าอย่างหนึ่ง”
“รับปาก ได้! ขอเพียงไม่ให้ข้าทำเื่ผิดกฎหมายและไม่ผิดศีลธรรม ข้ายินดีรับปาก”
ฮัวหยางหรี่ตาลงอย่างเ้าเล่ห์ “แค่...แค่ช่วยข้าทดลองยา”
“ยาของเ้า คงไม่ใช่ยาพิษหรอกนะ ”
“ไม่ ไม่อันตรายจนาเ็ พิการ หรือถึงแก่ชีวิตอย่างแน่นอน เ้าเป็มือปราบนะ ถ้าข้าทำให้เ้าเป็อันตราย ข้าก็ต้องโทษปะาสิ ชีวิตข้าล้ำค่าขนาดนี้คงไม่เอาไปเสี่ยงหรอก”
ท่านหมอรูปงามมองใบหน้าคมเข้มของมือปราบหญิงแล้วอมยิ้ม คนตรงหน้าเขาอาจจะดูเผินๆ ก็หน้าตาธรรมดาแต่พอมองใกล้ๆ พินิจพิจารณาผ่านความมอมแมมไป หญิงสาวคนนี้นับว่าหน้าตาน่ารักมาก
“มาๆ ลุกขึ้นมานั่งก่อน”
ฮัวหยางขยับเข้ามาใกล้ ประคองอู๋จือให้ลุกขึ้นเอาหลังพิงหัวเตียง เขาหยิบเอายาเม็ดลูกกลอนจากกล่องเล็กๆ สีดำบนโต๊ะมาอมเอาไว้ หันไปประคองท้ายทอยของหญิงสาวแล้วก้มลงประกบริมฝีปากกับนาง ใช้ลิ้นผลักเอายาเม็ดนั้นให้อู๋จือกลืนเข้าไปก่อนจะฉวยโอกาสจูบมือปราบหญิงด้วยความคึกคะนอง
อู๋จือนิ่งอึ้งด้วยความคาดไม่ถึง นางนั่งตะลึง ปล่อยให้ฮัวหยางดูดเม้มริมฝีปากของนางอยู่ครู่หนึ่ง ก็เริ่มดิ้นและส่ายหน้าหนี
“เ้าคนถ่อย นี่มันจูบแรกของข้านะ!” นางกลืนยาเม็ดนั้นลงไปแล้วก็ร้องด่าฮัวหยางออกมาด้วยใบหน้าแดงก่ำ “เ้าทำบ้าอันใดกับข้า ” มือปราบหญิงตะคอก ในใจนางนึกอยากจะคว้ากระบี่มาแทงร่างของคนตรงหน้าสักยี่สิบสามสิบครั้ง ทว่ามือและขาของนางยามนี้กลับถูกพันธนาการเอาไว้แน่น
...เสียดายหน้าตาหล่อเหลาสูงส่งนี้เหลือเกิน...
ฮัวหยางถอยออกจากหญิงสาวพอสมควร เขาเองก็ใที่ตนเองนึกอยากจะจูบผู้หญิงตรงหน้า ความจริงแค่ป้อนยาเม็ดนั้นให้นางก็พอแล้ว แต่นี่ เขากลับรู้สึกอยากจะััริมฝีปากของนาง
“เ้ารับปากเองว่าจะช่วยข้าทดลองยา โดยที่ไม่ใช่เื่ผิดกฎหมายและไม่ได้ผิดศีลธรรม”
“เ้าล่วงเกินข้า นี่มันผิดศีลธรรมนะ”
“เ้าบอกว่าเป็มือปราบก็แสดงว่าเ้ายังไม่แต่งงาน ส่วนข้าก็ยังไม่แต่งงาน ยังไม่หมั้นหมาย และไม่มีอนุ ดังนั้น เราสองคนจูบกันก็ถือว่าไม่ผิดทั้งกฎหมายและไม่ผิดศีลธรรม”
**********
ไรเตอร์แนะนำ...อีบุ๊กแนวนางเอกซุกซน
