ภาพของเด็กสาวในชุดสาวใช้ฉายอยู่บนมอนิเตอร์ ดวงตาของนักวิทยาศาสตร์หนุ่มจ้องมองพร้อมกับความสงสัยในหัว
ทำไมกันนะ ทำไมเธอถึงยังไม่หนีไป ทั้งที่ได้รับแขนขาพร้อมกับอิสรภาพเช่นนั้น การที่เธอจะหลบหนีออกไปจากคฤหาสน์แห่งนี้ก็น่าจะทำได้
แต่สิ่งที่เธอทำตอนนี้กลับเป็น การเดินไปทำความสะอาดในสถานที่ต่างๆ ภายในคฤหาสน์
ทว่าก็มีอย่างหนึ่งสะดุดตานักวิทยาศาสตร์หนุ่ม
เขาพอจะทราบว่าเธอคนนี้ น่าจะเป็นสายลับมาจากสักที่ และภายในจอมอนิเตอร์ มีหลายครั้งที่เขาพบว่า เด็กสาวเหลือบสายตามองรอบตัว โดยไม่ได้หันศีรษะตาม และเมื่อเธอสบตากับกล้องวงจรปิดที่ซ่อนเอาไว้ เธอก็หันไปมองทางอื่น
หมายความว่า เธอกำลังสำรวจคฤหาสน์และดูว่ากล้องวงจรปิดอยู่ตรงไหนบ้างงั้นเหรอ แต่จะทำแบบนั้นไปทำไมกันนะ?
นักวิทยาศาสตร์ขมวดคิ้ว จนกระทั่งเธอเห็นริมฝีปากของเด็กสาวคนนั้นพึมพำบางอย่าง เขาทำการย้อนภาพดังกล่าวมาดู ด้วยความเร็วที่ช้าลง เพื่ออ่านปากเธอคนนั้น
“พี่… สาว.. งั้นเหรอ”
นั่นคือคำพูดที่นักวิทยาศาสตร์อ่านออกมาได้
ทันใดนั้น ดวงตาของเขาก็เบิกโพลงเหมือนกับมีกระแสไฟฟ้าช็อตอยู่ภายในสมอง ราวกับจิ๊กซอที่อยู่ในหัวประกบกันจนกลายเป็นภาพอันชัดเจน เขายิ้มและพยักหน้าให้ตัวเอง
“จะว่าไปก็คล้ายเหมือนกันนะ กับยั่ยนั่น”
นักวิทยาศาสตร์ลูบไล้ใบหน้าของเมมโม ที่อยู่ในหน้าจอมอนิเตอร์ พร้อมกับหัวเราะออกมา
“แสดงว่า เป็นน้องสาวของยัยนั่นสินะ”
นักวิทยาศาสตร์พยักหน้าให้กับตัวเอง ก่อนจะหลุบตาลงแล้วย้อนนึกกับไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้
ในตอนนั้น เป็นตอนกลางคืน เป็นวันที่เขากำลังทำการทดลองกับหญิงสาวคนหนึ่งอยู่ เธอคนนั้นถูกพันธนาการอยู่บนเตียงที่มีแขนขาแยกออกมา และแขนขาของเธอก็ถูกพันธนาการเอาไว้ใน อยู่ในสภาพนอนคล้ายกับกากบาท
ขณะเดียวกัน ร่างกายของเธอก็เปลือยเปล่า เหงื่อของเธอไหลออกมา หากแต่ไม่ใช่เพราะเธอกำลังออกกำลังกายแต่อย่างใด กลับกัน เธอเพียงแค่นอนนิ่ง สิ่งเดียวที่เธอขยับอยู่ ก็คือปากของเธอ
“อ… อ๊า… อือ…”
หญิงสาวส่งเสียงครวญคราง เป็นเสียงที่ผสมผสานระหว่างความเสียวกระสันและการอ้อนวอนไว้ด้วยกัน น้ำเสียงของเธอช่างสั่นเครือ เนื่องจากร่างกายเปลือยเปล่าของเธอ ถูกเล้าโลมด้วยเครื่องจักร ไม่ว่าจะเป็นยอดอกที่มีเครื่องดูดหน้าอก และมีตัวบางอย่างที่คล้ายกับหนวดกำลังโลมเลียหน้าอกของเธอ และในบางครั้งมันก็บีบรัดจนเธอต้องสะดุ้งโหยง
ส่วนร่างกายด้านล่างของเธอ ตรงช่วงหว่างขาก็มีเครื่องจักรหนึ่งที่มีแก่นกายเทียมติดเอาไว้ มันกำลังแท่งเข้าออกทั้งประตูหน้าและประตูหลังของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
แต่นั่นก็ไม่ใช่ความทรมานทั้งหมด ยอดเกสรชูชันได้ที่ ตอนนี้ถูกสวมเอาไว้ด้วยเครื่องที่มีลักษณะคล้ายกับเครื่องดูดหน้าอก แต่มีขนาดพอดีกับยอดเกสรนั้น มันดูดยอดเกสรของเธอเสียจนยืดยาว
หญิงสาวคิดว่า ร่างกายของเธอคงไม่มีทางกลับไปเป็นปกติอีกแล้ว แต่สิ่งเดียวที่เธอสงสัยตอนนี้ก็คือ
“ได้โปรด หยุดเถอะ เมตตาฉันเถอะ ปล่อยฉันออกไป ฉันจะไม่บอกเรื่องนี้กับใครแน่นอน คุณไม่มีความเป็นมนุษย์เลยเหรอ”
คำพูดของหญิงสาวทำให้นักวิทยาศาสตร์ยิ้มออกมาพร้อมกับส่ายหน้า มือหยาบลูบไล้พวงแก้มขาวเนียน พร้อมกับกระซิบข้างหู
“ตัวผมเป็นนักวิทยาศาสตร์ เป็นความเป็นมนุษย์อย่างเต็มที่”
“ถ ถ้างั้น”
“แต่ว่า ตัวคุณต่างหาก ตอนนี้คุณคือตัวทดลองของผม ตั้งแต่ตอนที่คุณถูกขายมาในฐานะทาส ความเป็นมนุษย์ของคุณก็หมดไปแล้ว เพราะงั้น คำอ้อนวอน ขำขอร้อง หรืออะไรก็ตามแต่ ผมไม่จำเป็นต้องฟัง สิ่งเดียวที่ผมยังยอมปิดปากคุณอยู่ก็เพราะ ผมอยากฟังเสียครวญครางจากคุณ”
“คุณ… คุณจะทำอะไรกับฉัน”
“ก็แค่การทดลอง คุณเป็นตัวทดลอง ผมก็ต้องจับมาทดลองสิ ตอนนี้ คุณอาจจะไม่รู้นะ แต่ว่าผู้หญิงมีร่างกายที่สามารถถึงจุดสุดยอดติดๆ กันได้ และผมก็คิดจะให้ผู้หญิงหลายคนของผมที่เป็นตัวทดลอง ได้ถึงจุดสุดยอดติดๆ กันจนเสียสติ แต่อย่างหนึ่งที่ผมสงสัยก็คือ”
รอยยิ้มของนักวิทยาศาสตร์สยายออก ไม่สิ มันเป็นรอยยิ้มของปีศาจมากกว่า
“ผู้หญิงถึงจุดสุดยอดถึงกี่ครั้ง ถึงจะตายกันนะ”
“น นี่คุณ จะฆ่าฉันเหรอ”
“เปล่า ผมยังไม่รู้เลยว่า ถ้าผู้หญิงถึงจุดสุดยอดติดๆ กันจะตายรึเปล่า อย่างมากก็คงเสียสติ หลายกรณีที่ผมทดลอง พวกเธอมักจะสลบไปอย่างไม่รู้สึกตัว และตื่นมาพร้อมกับอาการปวดแสบบริเวณร่องรัก แต่ว่า การทดลองตอนนี้ต่างออกไป ผมได้ติดตั้งอุปกรณ์ส่งกระแสไฟฟ้าไปที่สมองของคุณ เมื่อใดก็ตามที่คุณหลับหรือหมดสติ มันจะทำการปลุกคุณขึ้นมา เพราะงั้น ทุกจุดสุดยอดที่เกิดขึ้นกับร่างกาย คุณจะรู้สึกได้ถึงมันอย่างเต็มที่ คราวนี้ล่ะ มาดูกันว่า คุณจะตายในจุดสุดยอดครั้งที่เท่าไร”
นักวิทยาศาสตร์อธิบายก่อนจะหันไปมองจอมอนิเตอร์ที่่มีตัวเลขนับจำนวนครั้งที่หญิงสาวคนหนึ่งถึงจุดสุดยอดอยู่
“83 ครั้งแล้วงั้นเหรอ ผมว่าน่าจะถึงเลขสามหลักได้นะ”
“ข… ขอร้องล่ะ พอได้แล้ว หัวฉันจะระเบิดอยู่แล้ว”
หญิงสาวอ้อนวอนพร้อมกับเสียงกระเส่า แต่คำอ้อนวอนของเธอก็ไม่ได้ไปถึงหูของนักวิทยาศาสตร์หนุ่มเลยแม้แต่น้อย
“ขอโทษทีนะ แต่ผมอธิบายกับคุณมากพอแล้ว ถึงเวลาที่ผมจะต้องหาอะไรมาอุดปากคุณแล้วล่ะ”
นักวิทยาศาสตร์หันไปหยิบอุปกรณ์บางอย่าง ก่อนจะได้แก่นกายชายขึ้นมาอันหนึ่ง
มันมีลักษณะคล้ายกับเข็มขัด เขาทำการยัดมันเข้าปากของหญิงสาว แทงไปถึงลำคอ เธอแทบจะสำลักและอาเจียนออกมากับการกระทำนั้น
เธอใช้ลิ้นพยายามดันมันออก แต่ก็ไม่สามารถ เมื่อนักวิทยาศาสตร์ได้ใช้เข็มขัดล็อกมันไว้กับท้ายทอยของเธอแล้ว
“ผมต้องอุดปากคุณไว้ บอกก่อนว่าคุณไม่ใช่คนแรกที่อยู่ในการทดลองนี้ สังเกตตรงหน้าท้องคุณจะมีหมายเลข 14 อยู่เห็นไหม ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้ มีคนถึงจุดสุดยอดจนตายหรอกนะ แต่พวกเธอหมดสภาพกับการทดลองพวกนี้ บางคนก็สลบ ผมเลยพัฒนาการทดลองมาเรื่อยๆ จนมาถึงคุณนี้ล่ะ ตอนนี้คุณจะตื่นตลอดเวลา”
นักวิทยาศาสตร์อธิบายพร้อมกับลูบหัวของหญิงสาว ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่ก็เหลือกตามองด้านบน ส่งเสียงครวญครางราวกับสัตว์ เมื่อเครื่องจักรพาเธอไปถึงจุดสุดยอด
“มีตัวทดลองบางเคส ที่เลือกจะยอมตายดีกว่าโดนย่ำยีศักดิ์ศรี พวกเธอกัดลิ้นตาย ผมเลยต้องอุดปากคุณไว้แบบนี้ เอาล่ะ หลังจากนี้ผมจะปล่อยคุณไว้ในห้อง ให้คุณในสุดกับจุดสุดยอดนับไม่ถ้วน หวังว่าเมื่อผมตื่นมา ตัวเลขที่อยู่บนหน้าจอจะเป็นตัวเลยสี่หลักนะ ขอล่ะ ช่วยอย่าเป็นบ้าไปเสียก่อนล่ะ”
นักวิทยาศาสตร์พูดจบก็เดินออกไปจากห้อง หญิงสาวส่งเสียงอ้อนวอนชายหนุ่มหวังให้เขากลับมาปลดปล่อยเธอ กระทั่งบานประตูปิดลง เธอก็ยังคงกรีดร้องออกมา
แต่ไม่ใช่เพราะการอ้อนวอน แต่เป็นเพราะเธอกำลังจะเป็นบ้า กับจุดสุดยอดนับไปถ้วนที่ถาโถมเข้าใส่ พร้อมกับการเล้าโลมร่างกาย และกระแสไฟฟ้าที่ปลุกสติของเธอให้ตื่น ไม่ยอมให้หลับแม้แต่วินาทีเดียว
“เอาล่ะ ต่อไปจะทดลองอะไรต่อดีนะ”
ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองเมื่อเดินออกมานอกห้อง ในตอนนี้ตัวทดลองของเขาแต่ละคนได้รับภารกิจจากเขา และกำลังส่งเสียงกรีดร้องในห้องขังใต้ดินของแต่ละคน พวกเธอเหล่านั้นล้วนอ้อนวอนขอหญิงชีวิต ยอมลดตนเป็นทาสรับใช้เขา
แต่ว่า นั่นไม่ใช่เรื่องที่นักวิทยาศาสตร์สนใจเลยแม้แต่น้อย พวกเธอเหล่านั้นก็เหมือนกับผู้หญิงราคาถูก ที่พร้อมจะตกอยู่ใต้แทบเท้าและแก่นกายของเขาเมื่อหมดหนทาง
สิ่งหนึ่งที่เขาอยากเจอ คือผู้หญิงที่พร้อมจะต่อต้านเขา พร้อมกับหันคมเขี้ยวเข้าใส่ต่อให้เธอถูกถอดฟันออกทีละซี่ก็ตาม แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีตัวทดลองคนไหนยังคงความเป็นตัวเองเอาไว้ได้เลย
ขณะที่นักวิทยาศาสตร์กำลังคิดอะไรอยู่นั้นเอง เสียงโทรศัพท์ในคฤหาสน์ของเขาก็ดังขึ้น ชายหนุ่มเดินขึ้นไปก่อนจะรับสาย ปลายสายนั้นเป็นเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งที่ฟังดูไพเราะ ชวนให้คิดว่า จะเป็นยังไงกันนะ ถ้าน้ำเสียงนั้นครวญครางตอนถึงจุดสุดยอด
“ไอน์หรือเปล่า”
“หืม… ใช่ครับผมไอน์ แต่น้ำเสียงของคุณไม่คุ้นหูผมเลย ขอเดานะ คุณคงได้เบอร์ติดต่อผมจากลูกค้าคนอื่นมาล่ะสิ”
“ใช่ ฉันอยากจะดัดแปลงร่างกายมนุษย์สักหน่อย แต่ฉันคิดว่าเราคุยกันด้านนอกคงไม่เหมาะเท่าไรนัก เพราะงั้น คุณพอจะมารับฉันข้างนอกได้ไหม ตอนนี้ฉันอยู่ตรงถนน ข้างทางเป็นป่า คุณชอบติดตั้งระเบิดเอาไว้รอบคฤหาสน์ ก็เลยไม่กล้าเดินเข้าไป”
“ถูกต้องครับ ผมชอบติดตั้งระเบิดเอาไว้”
“ทำไมต้องทำอะไรแบบนั้นด้วย จ้างยามหรืออะไรมาก็ได้นี่”
“คุณลูกค้า ผมน่ะเป็นนักวิทยาศาสตร์นะครับ แล้วงานอดิเรกของผมคือการดัดแปลงร่างกายมนุษย์ แต่ว่า ร่างกายมนุษย์ที่ดีพร้อมสมบูรณ์มันจะดัดแปลงให้สนุกได้ยังไง เพราะชอบเหลือเกิน เวลามีพวกสายลับลอบเข้ามา แล้วโดนระเบิดของผมจนอยู่ในสภาพพิการ จากนั้นผมจะทำการรักษาพวกเธอ เพื่อแล้วจับเธอมาดัดแปลงต่ออีกที ว่าแต่ คุณสนใจจะมาเป็นหนึ่งในคอลเลคชั่นของผมไหมครับ ถ้าต้องการล่ะก็ เดินดุ่มเข้ามาในคฤหาสน์ได้เลย”
“พูดหยาบคายเกินไปแล้ว ฉันเป็นลูกค้าของคุณนะ”
“อ๊ะ ขออภัยด้วยครับ พอดีน้ำเสียงน่าฟังของคุณ มันชวนให้คิดว่า ถ้าคุณร้องครวญครางออกมา มันจะน่าฟังขนาดไหน”
“เฮ้อ… คุณนี่โรคจิตอย่างที่เขาร่ำลือกันเลย ช่างเถอะ รีบออกมารับฉันได้แล้ว”
“รับทราบครับ”
หลังจากนั้น นักวิทยาศาสตร์หนุ่ม ไม่สิ ไอน์ก็เดินไปยังโรงขับรถ ก่อนจะขับรถออกไปผ่านถนนในป่า เพื่อออกไปยังถนนใหญ่ ที่สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าทึบ เขากวาดสายตามองรอบตัวก่อนจะพบกับหญิงสาวคนหนึ่ง
เธอคนนั้น มีเส้นผมสีดำขลับ และดวงตาสีดำเช่นเดียวกัน เธอสวมใส่เสื้อเชิ้ตที่ขนาดพอดีไซต์ของเธอ ทำให้มันขับเน้นหน้าอกหน้าใจของเธอออกมาอย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน เธอก็สวมทับไว้ด้วยชุดสูท และกระโปรงทรงสอบที่ยาวประมาณต้นขาของเธอ เผยให้เห็นช่วงขายาวที่สวมทับเอาไว้ด้วยถุงน่องสีดำ สีของมันสะท้อนกับไฟรถ ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกอยากจะลูบไล้ขาของเธออย่างบอกไม่ถูก
เธอคนนั้นเหมือนกำลังคุยโทรศัพท์กับใครบางคนอยู่
“ไม่ต้องห่วงน่า เดี๋ยวก็จบแล้ว แล้วพี่สาวจะกลับไปทำอะไรอร่อยๆ ให้กินนะ เมมโม”
พอหญิงสาวเห็นเขาขับรถออกมา เธอก็วางสายก่อนจะเดินขึ้นรถ ทางด้านไอน์ก็กล่าวทักทายกับเธอคนนั้น
“สวัสดีครับ คุณลูกค้า ไม่คิดว่าคุณจะสวยขนาดนี้”
“สวัสดีค่ะคุณไอน์ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”
ขณะที่ทั้งสองทักทายกัน เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
“ขอโทษนะคะ ขอรับโทรศัพท์ได้ไหม”
“ตามสบายครับ”
หญิงสาวคนนั้นรับโทรศัพท์ ก่อนจะเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเล็กน้อย
“พอได้แล้วน่าเมมโม พี่สาวไม่เป็นอะไรหรอก พี่สาวไม่ไหวแล้วนะ หลังจากนี้พี่จะปิดเครื่องแล้ว”
พอพูดจบเธอก็ตัดสาย แล้วปิดโทรศัพท์ในทันที ไอน์ที่เห็นแบบนั้นก็ทักขึ้นมา
“น้องสาวเหรอครับ”
“ค่ะ เธอค่อนข้างจะเป็นห่วงฉัน”
“ดูเป็นพี่น้องที่รักกันจังเลยนะครับ”
“ใช่ค่ะ เธอค่อนข้างจะติดฉันมาก ขณะเดียวกัน ฉันก็ติดเธอเหมือนกัน คงเพราะเรากำพร้าพ่อแม่กันมาตั้งแต่เด็กๆ ด้วยล่ะค่ะ เอาเถอะ ช่างเรื่องน้องสาวจอมจุ้นของฉัน แล้วเข้าไปในคฤหาสน์กันเถอะค่ะ”
ไอน์พยักหน้าพร้อมกับขับรถเข้าไป ในหัวของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้นว่า เขาจะได้รับงานอะไรมาอีก จะได้ดัดแปลงมนุษย์คนไหนให้กลายเป็นอะไร เพียงคิดแค่นั้น เขาก็ยิ้มออกมาอย่างหุบไม่ได้แล้ว
โดยที่ตอนนั้น เขาไม่ได้รู้เลยว่า ตัวทดลองคนต่อไป จะเป็นหญิงสาวที่นั่งรถมากับเขาด้วย