ผู้หมายชีวิต
โดยไม่รอช้าแม้แต่วินาทีเดียว กู้เฉินพลิกเปิดหน้าตำราฝึกตนในทันที เพื่อเริ่มอ่าน ศึกษามัน และทำความเข้าใจในการฝึกตน
แต่ทันใดนั้น กู้เฉินก็ตระหนักว่าตำราค่อยๆ กลายเป็ละอองแสงสีขาวลอยเข้าไปภายในหัวของเขา
ซึ่งมันทำให้เขาได้รับข้อมูลภายในตำราการฝึกตนในระดับฝึกปราณทั้งหมด ั้แ่ขั้นต้น ขั้นกลาง ไปจนถึงขั้นปลาย
“ทำไมเป็แบบนี้?” เขาไม่อาจทำความเข้าใจได้ใน่เวลาสั้นๆ เช่นนี้ได้
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมตำราเล่มนี้ถึงได้กลายเป็ละอองแสงแล้วลอยเข้าไปภายในหัวของเขา แล้วข้อมูลทั้งหมดก็มาปรากฏในหัวของเขา
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ตำราข้อมูลไม่เห็นเป็ ถ้าหากว่ามันเป็แบบนี้ั้แ่แรก เขาคงจะไม่จำเป็ที่จะต้องใช้เวลาทั้งคืนสำหรับการอ่านตำราข้อมูล
“เอาไว้ค่อยถามระบบทีหลัง” ในไม่ช้า กู้เฉินพลันส่ายหน้าไปมา เขาตัดสินใจที่จะเอาเื่นี้ไว้ถามกับระบบทีหลัง
ตอนนี้ เขามีเื่ที่จะต้องทำอยู่ ซึ่งมันมีความสำคัญกับเขามากด้วย เื่ที่จะต้องทำที่ว่าย่อมเป็การเริ่มฝึกตน
เขามีเม็ดยาผลึกปราณ ที่เป็เม็ดยาระดับหนึ่งอยู่ เพียงพอที่จะทำให้เขากลายเป็ผู้ฝึกตนระดับฝึกปราณขั้นต้นได้
กู้เฉินไม่ลังเลที่จะหยิบขวดหยกหรูอี้ออกมาเปิดฝา เทเม็ดยาผลึกปราณออกมา
ภายในขวดหยกหรูอี้มีเม็ดยาผลึกปราณ เพียงเม็ดเดียวเท่านั้น
เม็ดยาผลึกปราณเป็สีขาว มีกลิ่นสมุนไพรหอมจางๆ ให้ได้กลิ่น
เขาอ้าปาก โยนเม็ดยาผลึกปราณเข้าไปทันที จากนั้นก็เริ่มเคี้ยว กลิ่นหอมจางๆ ของตัวสมุนไพรตลบอวลไปทั่วปาก
เม็ดยาผลึกปราณที่เขาเคี้ยว เริ่มละลาย ไหลผ่านลำคอลงสู่ท้องของเขา พลังปราณที่อัดแน่นอยู่ตามของเหลวค่อยๆ ก่อตัวสร้างตันเถียนขึ้นมา
เปลือกตาของกู้เฉินปิดลง เขารู้ว่าตอนนี้เป็่เวลาที่สำคัญที่สุด จำเป็ที่จะต้องตั้งสมาธิให้มาก ไม่อาจประมาทได้
ขณะที่กู้เฉินกำลังเริ่มการฝึกตน อีกด้านหนึ่ง ภายในบ้านไม้หลังหนึ่ง ชายสองคนที่แต่งตัวในชุดเนื้อหยาบ กำลังชนจอกดื่มสุรากันอย่างมีความสุข พูดคุยกันอย่างออกรส จนน้ำลายแตกฟองกันเลยทีเดียว
ชายสองคนนี้ ล้วนอยู่ในวัยกลางคนกันทั้งคู่ ร่างกายแข็งแรงกำยำยิ่ง
“พี่ปู้ วันนี้พอเท่านี้เถอะ หากว่าดื่มไปมากกว่านี้ จะเสียงานที่ได้รับมอบหมายมากจากคุณชายเจิ้นกว่างได้” ชายวัยกลางคนหนึ่งในสองพูด
เขามีใบหน้าเหลี่ยม จมูกใหญ่ จนมักถูกผู้คนเรียกหาว่าเ้าจมูกใหญ่
ชายวัยกลางคนที่ถูกเรียกว่าพี่ปู้คิดเล็กน้อย ก่อนพยักหน้า “ตกลง”
เ้าจมูกใหญ่พลันลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง แม้ดื่มสุราไปหลายจอก แต่เขาก็ไม่ได้เมามากนัก ยังมีสติสัมปชัญญะดีอยู่
จุดนี้เพียงพอที่จะบอกได้ถึงประสิทธิภาพการดื่มของเขา สรุปก็คือเขาเป็คนที่คอแข็งมาก ไม่แพ้พ่ายต่อฤทธิ์สุราอย่างง่ายดาย
ไม่เพียงแค่เ้าจมูกใหญ่ที่เป็เช่นนี้ ปู้เอ่าก็ด้วย ปู้เอ่านี้ย่อมเป็ชื่อแซ่เต็มของพี่ปู้ เขาลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคงเช่นเดียวกันกับเ้าจมูกใหญ่
“ไปกันเถอะ” เขาเริ่มก้าวเดินออกไปจากบ้าน โดยมีเ้าจมูกใหญ่เดินตามไปอย่างใกล้ชิด
“พี่ปู้ ถึงพวกเราจะรับงานนี้ แต่ข้าสงสัยอยู่บ้าง ว่าเหตุใดคุณชายเจิ้นกว่างถึงให้เราไปฆ่าขอทานน้อยนั่น ตามความเห็นของข้า ถึงพวกเราไม่ไปฆ่ามัน มันก็คงจะตายในอีกไม่นานจากการขาดน้ำและอาหาร” ระหว่างทางที่เดินอยู่ เ้าจมูกใหญ่พูดออกมาอย่างสงสัย
ดวงตาของปู้เอ่ากระพริบเล็กน้อย ก่อนยกมุมปากยิ้ม “เ้าไม่รู้อะไร เมื่อวานเ้าขอทานน้อยที่น่าตายนั่น บังเอิญเดินชนคุณชายเจิ้นกว่าง เขาเป็คนรักความสะอาด การถูกขอทานที่ตัวสกปรกและเหม็นหึ่งชนเข้าเช่นนั้น เ้าคิดว่าคุณชายเจิ้นกว่างจะทนได้รึ!”
“ที่แท้ก็เป็เช่นนี้เอง แต่ข้าสงสัยว่าทำไม คุณชายเจิ้นกว่าง ไม่สั่งให้ทหารคุ้มกันฆ่ามันั้แ่ตอนนั้น มาจ้างพวกเราทำไม?” เ้าจมูกใหญ่เกาหัวอย่างช่วยไม่ได้
“เ้านี่มันโง่จริงๆ คุณชายเจิ้นกว่าง เป็บุตรชายคนเดียวของท่านเ้าเมือง หากว่าเขาสั่งให้ทหารคุ้มกันฆ่าเ้าขอทานน้อยตอนนั้น ชื่อเสียงของเขาคงจะแปดเปื้อน ถูกตราหน้าว่ากลายเป็คนโเี้ไปน่ะสิ เขาถึงได้มาจ้างเรา!”
ปู้เอ่าส่ายหน้าไปมาเล็กน้อยให้กับความโง่ของเ้าจมูกใหญ่
เ้าจมูกใหญ่ที่เข้าใจทุกอย่างจนกระจ่างแล้ว ได้แต่พยักหน้าซ้ำๆ จากนั้นเขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก ทำเพียงเดินไปกับปู้เอ่าอย่างเงียบๆ
ขณะที่ภายในแววตามีประกายแสงแห่งความตื่นเต้นวาบผ่าน เขาไม่ได้ฆ่าคนมานานแล้ว การที่จะได้ฆ่าคนอีกเช่นนี้ ถือเป็ความตื่นเต้นประการหนึ่งสำหรับเขา
ชีวิตของเขาไม่ได้มีอะไรมาก นอกจากรับงานฆ่าคน ทำลายข้าวของ หรือลักพาตัวผู้คน เขาทำงานพวกนี้มาหลายปีแล้ว ทำกับปู้เอ่าผู้ซึ่งเปรียบเสมือนพี่ชายของเขา
ทั้งสองคนใช้เวลาเดินอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงก็มาใกล้บริเวณโพรงไม้ที่กู้เฉินอยู่
สำหรับที่อยู่ขอของทานน้อย พวกเขาได้สืบมาแล้วว่าไม่มีบ้าน ที่ซุกหัวนอนคือโพรงไม้ท้ายเมือง อยู่ห่างไกลสายตาผู้คนยิ่ง และบริเวณนี้ก็ไม่ค่อยมีใครผ่านมา
ปู้เอ่ากับเ้าจมูกใหญ่ได้พูดคุยกันแล้วว่าจะฆ่าขอทานน้อยยังไง พวกเขาเลือกที่จะฆ่าอีกฝ่ายด้วยวิธีจับกดน้ำ จนขาดอากาศหายใจตาย
วิธีนี้ถือว่าง่ายมากสำหรับพวกเขา ส่วนเื่ที่ว่าจะมีใครมาพบศพของกู้เฉินหรือไม่นั้น พวกเขาไม่สนใจ
ในสายตาของพวกเขา กู้เฉินเป็เพียงขอทานน้อย ไม่มีใดต่างจากมดปลวก พวกเขาไม่ให้ค่าอะไรอยู่แล้ว
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าแต่ละปี มีขอทานตายไปจำนวนหนึ่งอยู่เสมอ เพราะความอดอยาก
“เป็ที่นี่สินะ?” ปู้เอ่าแสะยิ้มออกมา เมื่อเดินมาหยุดลงตรงหน้าโพรงไม้ขนาดใหญ่
“เป็ที่นี่ไม่ผิดแน่” เ้าจมูกใหญ่พยักหน้า เขาเองก็แสยะยิ้มออกมาเช่นเดียวกัน
ไม่รู้ว่าด้วยความบังเอิญหรือว่าเป็จังหวะของโชคชะตา กู้เฉินพลันออกมาจากโพรงไม้ในเวลานี้
เมื่อออกมาเขาต้องชะงัก เมื่อได้พบกับปู้เอ่าและเ้าจมูกใหญ่ยืนแสะยิ้มอย่างน่ารังเกียจอยู่
เขามองสองคนนี้อย่างงุนงงเล็กน้อย ไม่รู้ว่าสองคนนี้มาทำอะไรที่นี่ แต่เขามีลางสังหรณ์ว่าสองคนนี้ไม่น่าจะมาดี เพราะรอยยิ้มอันน่ารังเกียจบนใบหน้าของพวกอีกฝ่ายเป็ตัวบ่งบอกทุกสิ่งได้อย่างดี
กู้เฉินไม่มีทางคิดถึงแน่ว่าสองคนตรงหน้าคือผู้หมายจะฆ่าเขาด้วยการจับกดน้ำ
ถ้าเขารู้ ไม่รู้ว่าจะแสดงสีหน้ายังไงออกมา เพราะสถานการณ์แบบนี้ เขาไม่เคยพบมาก่อนในโลกปัจจุบันที่สงบสุขที่จากมา ไม่อาจหวนคืน...
จบบทที่ 4