เมื่อทุกคนเปลี่ยนอาชีพ: สัตว์อัญเชิญของข้าล้วนเป็นขนาดยักษ์!

    เล่มที่ 5 บทที่ 148 ไหวพริบโดดเด่น!

            ภายในสนามกีฬาขนาดใหญ่

            เมื่ออันดับการคัดเลือกที่เพิ่งประกาศออกมาปรากฏขึ้นทีมผู้เข้าแข่งขันจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ก็มีทั้งสุขและเศร้า

            แต่ถ้าจะกล่าวถึงทีมที่มีอารมณ์ร่วมมากที่สุดคงหนีไม่พ้นทีมจากมหาวิทยาลัยเยี่ยนหัว

            มหาวิทยาลัยชั้นนำอันทรงเกียรติหนึ่งในสี่แห่งกลับได้อันดับที่ห้าสิบแปดในการคัดเลือกซึ่งนับเป็นผลงานที่ย่ำแย่ที่สุดของมหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

            ตัวเลขที่โดดเด่นนั้นฟาดเข้าที่หน้าสมาชิกทุกคนในทีมมหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวอย่างจังทำให้พวกเขารู้สึกอับอายอย่างที่สุด

            “ไอ้บ้าจ้าวหมิงคง ส่งเขาเข้าร่วมการคัดเลือกแล้วได้ผลแบบนี้กลับมาเห็นทีหลังจากนี้ทรัพยากรของเขาต้องถูกลดทอนลงไปบ้างแล้ว”

            “เขาไม่คู่ควรกับการได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากมหาวิทยาลัย!”

            อาจารย์ผู้คุมทีมมหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวกำหมัดแน่นดวงตาฉายแววดุดันสุดขีด

            หากสถานการณ์ไม่อำนวยในตอนนี้เขาก็แทบอยากจะพุ่งเข้าไปตบหน้าจ้าวหมิงคงฉาดใหญ่สักสองสามฉาด

            แม้ว่าการได้อันดับที่58จะทำให้พวกเขามีคุณสมบัติผ่านเข้ารอบอย่างเป็นทางการได้ 

            แต่การจัดอันดับที่สูงหรือต่ำนั้นส่งผลต่อคะแนนเริ่มต้นที่แต่ละมหาวิทยาลัยจะได้รับในการแข่งขันรอบจริง

            จากการจัดอันดับหนึ่งร้อยอันดับในการคัดเลือกผู้ที่ได้อันดับ 1 จะได้รับคะแนนเริ่มต้น 10แต้ม อันดับ 2 จะได้รับ 8 แต้ม อันดับ 3 จะได้รับ 5 แต้ม

            หลังจากนั้น

            ตั้งแต่ลำดับที่4-10จะได้รับ 4 แต้มเท่ากัน

            ลำดับที่11-30จะได้รับ 3 แต้ม

            ลำดับที่31-40จะได้รับ 2 แต้ม

            ส่วนลำดับที่50ขึ้นไปจะได้รับเพียง 1 แต้มเท่านั้น

            สำหรับมหาวิทยาลัยทั่วไปการได้เข้าร่วมการแข่งขันรอบจริงก็ถือเป็นโชคดีมหาศาลแล้วจึงไม่ค่อยให้ความสำคัญกับคะแนนมากนัก

            แต่สำหรับมหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวแล้วคะแนนมีความสำคัญอย่างยิ่ง

            ตอนนี้พวกเขาได้เพียง1แต้มหากต้องการรักษาตำแหน่งเดิมไว้หลังจากสิ้นสุดการแข่งขันชิงแชมป์นักศึกษาใหม่พวกเขาจะต้องต่อสู้ให้มากกว่าทีมอื่นๆ อีกหลายครั้ง

            และจะต้องชนะทุกครั้งด้วย

            มิฉะนั้นแล้วก็จะไม่สามารถสร้างความแตกต่างจากมหาวิทยาลัยอื่นได้เลย

            ที่สำคัญที่สุดคือ

            ด้วยคะแนนเริ่มต้นเพียงหนึ่งแต้มในตอนนี้พวกเขาไม่มีโอกาสที่จะแย่งชิงตำแหน่งแชมป์ในการแข่งขันชิงแชมป์นักศึกษาใหม่ได้เลย

            …

            หลังจากประกาศผลการจัดอันดับผู้เข้าแข่งขันที่เข้าร่วมการคัดเลือกก็ถูกส่งตัวออกมาจากดันเจี้ยนทั้งหมด

            ตอนนี้ทุกคนต่างมองดูอันดับบนหน้าจอและเริ่มถกเถียงกัน

            “ฮ่าฮ่าฮ่า ได้อันดับ 96 ไม่น่าเชื่อเลยว่าฉันที่ถูกคัดออกกลางทางจะได้สิทธิ์เข้ารอบอย่างเป็นทางการด้วยโชคดีจริงๆ!”

            “ฉันกับอันดับที่ 50 ห่างกันแค่สิบแต้มเองเสียดายจังเลย ถ้าฆ่าสัตว์อสูรป่าเพิ่มอีกสองตัวก็จะได้คะแนนเริ่มต้นเพิ่มอีกหนึ่งแต้มแล้ว!”

            “พวกคุณดูสิ มหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวได้แค่อันดับที่ห้าสิบแปดเองนะ!”

            “ให้ตายเถอะ!ปีนี้มหาวิทยาลัยหมิงกวงของเรามีโอกาสชิงตำแหน่งสี่อันดับแรกเลยเหรอเนี่ย?”

            “…”

            ในฝูงชนจ้าวหมิงคงฟังการสนทนาของผู้คนรอบข้าง สีหน้าของเขามืดครึ้มและไม่พูดอะไรสักคำ

            สายตาที่ลอบมองมาแต่ละสายตาล้วนเต็มไปด้วยการเย้ยหยันและสมเพชราวกับคมมีดที่กรีดแทงหัวใจของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า

            “จะดีใจอะไรกันนักหนา? ถึงแม้คะแนนเริ่มต้นจะต่ำแต่ตำแหน่งของมหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวก็ไม่ใช่พวกแกจะขึ้นไปยืนได้ง่ายๆ หรอกนะ!”

            ทันใดนั้นจ้าวหมิงคงก็รู้สึกโกรธแค้นจนแทบจะระเบิดออกมา

            แต่เมื่อเทียบกับเขาแล้ว

            เมื่อผู้เข้าแข่งขันมองไปที่อีกร่างหนึ่งในฝูงชนสายตาของพวกเขากลับเต็มไปด้วยความจริงจังและชื่นชม

            “หวังเฉินนี่ฝีมือร้ายกาจจริงๆ!”

            “ตอนที่เขาคัดฉันออก ดูเหมือนจะไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดเลยด้วยซ้ำ!”

            “ตอนนี้เขาได้รับรางวัลพิเศษจากดันเจี้ยน ทำให้เลเวลเพิ่มขึ้นถึง 70แล้ว ฝีมือของเขาต้องแข็งแกร่งขึ้นอีกแน่นอน!”

            “ปีนี้ตำแหน่งแชมป์คงจะกลับมาเป็นของมหาวิทยาลัยเหยียนหลงอีกครั้งแล้วสินะ”

            “…”

            เมื่อมองดูหวังเฉินที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนอย่างสงบผู้เข้าแข่งขันหลายคนต่างรู้สึกราวกับกำลังแหงนมองเขาอยู่

            ความแข็งแกร่งอันน่าเกรงขามทำให้พวกเขารู้สึกว่าตนเองกับหวังเฉินไม่ใช่คนในโลกเดียวกันเลย

            โดยเฉพาะผู้เข้าแข่งขันที่เคยเผชิญหน้ากับหวังเฉินในการคัดเลือกต่างก็มีความหวาดกลัวแฝงอยู่ในดวงตา

            อย่างไรก็ตาม…

            ในจำนวนนี้ไม่รวมถึงจั่วชิงเหวินจากมหาวิทยาลัยหัวชิงและเซียวเทียนเช่อจากมหาวิทยาลัยหนานเซิ่ง

            ในดวงตาของพวกเขามีเพียงจิตวิญญาณนักสู้และความมั่นใจในความสามารถของตัวเองอย่างแรงกล้าเท่านั้น

            หวังเฉินยังคงมีสีหน้าสงบไม่แสดงท่าทีตื่นเต้นหรือกังวลใดๆ แม้แต่น้อยต่อสายตาที่จับจ้องจากคนรอบข้าง

            ตอนนี้เขากำลังตั้งตารอที่จะได้ไปเดินตลาดการค้าในเมืองหลวงหลังจากเลิกงานและดูว่าจะได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง

            ในขณะนั้น

            “โปรดเงียบเสียงก่อน!”

            เสียงอันทรงอำนาจดังขึ้นข่มความวุ่นวายทั้งหมดลงพร้อมกับการปรากฏตัวของซือเวิ่นหลิน ผู้มีรูปร่างสูงใหญ่ในลานประลอง

            “การคัดเลือกสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการแล้วพรุ่งนี้จะเข้าสู่การแข่งขันชิงแชมป์นักศึกษาใหม่ระดับประเทศในรอบที่สองซึ่งก็คือการแข่งขันรอบจริง”

            “การแข่งขันรอบจริงจะจัดขึ้นในรูปแบบการประลองบนเวทีขอให้ทีมที่ผ่านเข้ารอบจริงยื่นรายชื่อผู้เข้าแข่งขันก่อนเวลาสี่ทุ่มของคืนนี้”

            “ตอนนี้ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อนได้!”

            เมื่อซือเวิ่นหลินกล่าวจบเขาก็โบกมืออย่างไม่ลังเล ประกาศสิ้นสุดการแข่งขันประจำวันนี้ทันที

            จอถ่ายทอดสดที่ลอยอยู่กลางอากาศสั่นสะท้านรุนแรงในชั่วพริบตากลายเป็นก้อนแสงที่ถูกเขารวบเก็บไว้ในมือ

            ในเวลาเดียวกัน

            ผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านเข้ารอบจริงก็มองคู่แข่งในวันพรุ่งนี้ด้วยความจริงจังก่อนจะหันหลังเดินจากไป

            หวังเฉินก็กำลังเดินตรงไปยังโซนของมหาวิทยาลัยเหยียนหลง

            ทว่าเขากลับเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าวร่างระหงที่สง่างามก็เดินเข้ามาข้างกาย

            “ไม่คิดเลยว่า ในดันเจี้ยนฉันจะพยายามอย่างหนักแทบตายแต่ก็ยังตามนายไม่ทันอยู่ดี!”

            จั่วชิงเหวินจ้องมองหวังเฉินด้วยดวงตาคู่สวยพลางเบะปากพูดว่า

            “แต่ว่านายอย่าเพิ่งลำพองใจไปเชียว รอจนกระทั่งถึงการประลองบนเวทีในรอบจริงฉันจะทำให้นายได้ประจักษ์ในฝีมือที่ร้ายกาจของฉัน!”

            ขณะพูดจั่วชิงเหวินก็กำหมัดแน่นเพื่อสร้างความฮึกเหิมให้กับตัวเอง

            เมื่อได้ยินเช่นนั้น

            หวังเฉินเหลือบมองจั่วชิงเหวินด้วยความประหลาดใจเขาไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะเข้ามาทักทายเขาเสียเอง

            แต่เขาก็ทำเพียงพยักหน้าเล็กน้อยไม่ได้กล่าวอะไร ก่อนจะเดินจากไป

            ตอนนี้เขามีความสามารถที่พัฒนาขึ้นไปอีกระดับหนึ่งแล้วพูดได้เลยว่าในบรรดาผู้เปลี่ยนอาชีพครั้งที่สองทั้งหมด เขาไม่มีคู่ต่อสู้อีกต่อไป

            จั่วชิงเหวินคิดจะเอาเขาเป็นคู่ต่อสู้ก็เท่ากับว่าเลือกผิดคนแล้ว

            “เชอะ! ทำเป็นวางท่าเย็นชาไปได้?”

            ด้านหลังเมื่อเห็นหวังเฉินเดินจากไปโดยไม่พูดอะไร จั่วชิงเหวินก็เลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่พอใจดวงตาฉายแววประหลาด

            เพราะเป็นลูกคุณหนูตระกูลใหญ่จั่วชิงเหวินได้รับการจัดอันดับให้เป็นดาวเด่นของมหาวิทยาลัยหัวชิงทันทีที่เข้าเรียนและในแต่ละวันก็มีหนุ่มๆ มากมายเข้ามาเอาอกเอาใจเธอ

            แต่หวังเฉินกลับเย็นชาใส่เธอถึงขนาดนี้เธอเพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก

            “ฮึ่ม!”

            “รอให้ฉันซัดนายจนฟันหลุดบนเวทีก่อนเถอะดูซิว่านายจะยังกล้าเมินเสน่ห์ของฉันอีกไหม!”

            จั่วชิงเหวินส่งเสียงในลำคอก่อนจะเดินกะเผลกไปยังโซนของมหาวิทยาลัยหัวชิงของตน

            อีกด้านหนึ่ง

            หวังเฉินรวมกลุ่มกับคนอื่นๆของมหาวิทยาลัยเหยียนหลง

            “ทำได้ดีมาก!”

            เฉินเสี่ยวหลินตบไหล่หวังเฉินพร้อมกับแสดงความชื่นชมอย่างไม่ปิดบัง

            “การกระทำสุดท้ายของนายในการคัดเลือกนั้นเปี่ยมด้วยไหวพริบมาก!”

            เฉินเสี่ยวหลินยิ้มพลางกล่าวกับหวังเฉิน

            “หือ?”

            หวังเฉินได้ยินดังนั้นก็ตกใจเล็กน้อย พร้อมกับถูกจมูกด้วยความเขินอาย

            เขาไม่คาดคิดเลยว่าจะได้รับคำชื่นชมเช่นนี้จากเฉินเสี่ยวหลิน

             

    คล้ายกับเรื่องเมื่อทุกคนเปลี่ยนอาชีพ: สัตว์อัญเชิญของข้าล้วนเป็นขนาดยักษ์! ที่คุณอ่าน