ภายในสนามกีฬาขนาดใหญ่
เมื่ออันดับการคัดเลือกที่เพิ่งประกาศออกมาปรากฏขึ้นทีมผู้เข้าแข่งขันจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ก็มีทั้งสุขและเศร้า
แต่ถ้าจะกล่าวถึงทีมที่มีอารมณ์ร่วมมากที่สุดคงหนีไม่พ้นทีมจากมหาวิทยาลัยเยี่ยนหัว
มหาวิทยาลัยชั้นนำอันทรงเกียรติหนึ่งในสี่แห่งกลับได้อันดับที่ห้าสิบแปดในการคัดเลือกซึ่งนับเป็นผลงานที่ย่ำแย่ที่สุดของมหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ตัวเลขที่โดดเด่นนั้นฟาดเข้าที่หน้าสมาชิกทุกคนในทีมมหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวอย่างจังทำให้พวกเขารู้สึกอับอายอย่างที่สุด
“ไอ้บ้าจ้าวหมิงคง ส่งเขาเข้าร่วมการคัดเลือกแล้วได้ผลแบบนี้กลับมาเห็นทีหลังจากนี้ทรัพยากรของเขาต้องถูกลดทอนลงไปบ้างแล้ว”
“เขาไม่คู่ควรกับการได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากมหาวิทยาลัย!”
อาจารย์ผู้คุมทีมมหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวกำหมัดแน่นดวงตาฉายแววดุดันสุดขีด
หากสถานการณ์ไม่อำนวยในตอนนี้เขาก็แทบอยากจะพุ่งเข้าไปตบหน้าจ้าวหมิงคงฉาดใหญ่สักสองสามฉาด
แม้ว่าการได้อันดับที่58จะทำให้พวกเขามีคุณสมบัติผ่านเข้ารอบอย่างเป็นทางการได้
แต่การจัดอันดับที่สูงหรือต่ำนั้นส่งผลต่อคะแนนเริ่มต้นที่แต่ละมหาวิทยาลัยจะได้รับในการแข่งขันรอบจริง
จากการจัดอันดับหนึ่งร้อยอันดับในการคัดเลือกผู้ที่ได้อันดับ 1 จะได้รับคะแนนเริ่มต้น 10แต้ม อันดับ 2 จะได้รับ 8 แต้ม อันดับ 3 จะได้รับ 5 แต้ม
หลังจากนั้น
ตั้งแต่ลำดับที่4-10จะได้รับ 4 แต้มเท่ากัน
ลำดับที่11-30จะได้รับ 3 แต้ม
ลำดับที่31-40จะได้รับ 2 แต้ม
ส่วนลำดับที่50ขึ้นไปจะได้รับเพียง 1 แต้มเท่านั้น
สำหรับมหาวิทยาลัยทั่วไปการได้เข้าร่วมการแข่งขันรอบจริงก็ถือเป็นโชคดีมหาศาลแล้วจึงไม่ค่อยให้ความสำคัญกับคะแนนมากนัก
แต่สำหรับมหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวแล้วคะแนนมีความสำคัญอย่างยิ่ง
ตอนนี้พวกเขาได้เพียง1แต้มหากต้องการรักษาตำแหน่งเดิมไว้หลังจากสิ้นสุดการแข่งขันชิงแชมป์นักศึกษาใหม่พวกเขาจะต้องต่อสู้ให้มากกว่าทีมอื่นๆ อีกหลายครั้ง
และจะต้องชนะทุกครั้งด้วย
มิฉะนั้นแล้วก็จะไม่สามารถสร้างความแตกต่างจากมหาวิทยาลัยอื่นได้เลย
ที่สำคัญที่สุดคือ
ด้วยคะแนนเริ่มต้นเพียงหนึ่งแต้มในตอนนี้พวกเขาไม่มีโอกาสที่จะแย่งชิงตำแหน่งแชมป์ในการแข่งขันชิงแชมป์นักศึกษาใหม่ได้เลย
…
หลังจากประกาศผลการจัดอันดับผู้เข้าแข่งขันที่เข้าร่วมการคัดเลือกก็ถูกส่งตัวออกมาจากดันเจี้ยนทั้งหมด
ตอนนี้ทุกคนต่างมองดูอันดับบนหน้าจอและเริ่มถกเถียงกัน
“ฮ่าฮ่าฮ่า ได้อันดับ 96 ไม่น่าเชื่อเลยว่าฉันที่ถูกคัดออกกลางทางจะได้สิทธิ์เข้ารอบอย่างเป็นทางการด้วยโชคดีจริงๆ!”
“ฉันกับอันดับที่ 50 ห่างกันแค่สิบแต้มเองเสียดายจังเลย ถ้าฆ่าสัตว์อสูรป่าเพิ่มอีกสองตัวก็จะได้คะแนนเริ่มต้นเพิ่มอีกหนึ่งแต้มแล้ว!”
“พวกคุณดูสิ มหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวได้แค่อันดับที่ห้าสิบแปดเองนะ!”
“ให้ตายเถอะ!ปีนี้มหาวิทยาลัยหมิงกวงของเรามีโอกาสชิงตำแหน่งสี่อันดับแรกเลยเหรอเนี่ย?”
“…”
ในฝูงชนจ้าวหมิงคงฟังการสนทนาของผู้คนรอบข้าง สีหน้าของเขามืดครึ้มและไม่พูดอะไรสักคำ
สายตาที่ลอบมองมาแต่ละสายตาล้วนเต็มไปด้วยการเย้ยหยันและสมเพชราวกับคมมีดที่กรีดแทงหัวใจของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า
“จะดีใจอะไรกันนักหนา? ถึงแม้คะแนนเริ่มต้นจะต่ำแต่ตำแหน่งของมหาวิทยาลัยเยี่ยนหัวก็ไม่ใช่พวกแกจะขึ้นไปยืนได้ง่ายๆ หรอกนะ!”
ทันใดนั้นจ้าวหมิงคงก็รู้สึกโกรธแค้นจนแทบจะระเบิดออกมา
แต่เมื่อเทียบกับเขาแล้ว
เมื่อผู้เข้าแข่งขันมองไปที่อีกร่างหนึ่งในฝูงชนสายตาของพวกเขากลับเต็มไปด้วยความจริงจังและชื่นชม
“หวังเฉินนี่ฝีมือร้ายกาจจริงๆ!”
“ตอนที่เขาคัดฉันออก ดูเหมือนจะไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดเลยด้วยซ้ำ!”
“ตอนนี้เขาได้รับรางวัลพิเศษจากดันเจี้ยน ทำให้เลเวลเพิ่มขึ้นถึง 70แล้ว ฝีมือของเขาต้องแข็งแกร่งขึ้นอีกแน่นอน!”
“ปีนี้ตำแหน่งแชมป์คงจะกลับมาเป็นของมหาวิทยาลัยเหยียนหลงอีกครั้งแล้วสินะ”
“…”
เมื่อมองดูหวังเฉินที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนอย่างสงบผู้เข้าแข่งขันหลายคนต่างรู้สึกราวกับกำลังแหงนมองเขาอยู่
ความแข็งแกร่งอันน่าเกรงขามทำให้พวกเขารู้สึกว่าตนเองกับหวังเฉินไม่ใช่คนในโลกเดียวกันเลย
โดยเฉพาะผู้เข้าแข่งขันที่เคยเผชิญหน้ากับหวังเฉินในการคัดเลือกต่างก็มีความหวาดกลัวแฝงอยู่ในดวงตา
อย่างไรก็ตาม…
ในจำนวนนี้ไม่รวมถึงจั่วชิงเหวินจากมหาวิทยาลัยหัวชิงและเซียวเทียนเช่อจากมหาวิทยาลัยหนานเซิ่ง
ในดวงตาของพวกเขามีเพียงจิตวิญญาณนักสู้และความมั่นใจในความสามารถของตัวเองอย่างแรงกล้าเท่านั้น
หวังเฉินยังคงมีสีหน้าสงบไม่แสดงท่าทีตื่นเต้นหรือกังวลใดๆ แม้แต่น้อยต่อสายตาที่จับจ้องจากคนรอบข้าง
ตอนนี้เขากำลังตั้งตารอที่จะได้ไปเดินตลาดการค้าในเมืองหลวงหลังจากเลิกงานและดูว่าจะได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง
ในขณะนั้น
“โปรดเงียบเสียงก่อน!”
เสียงอันทรงอำนาจดังขึ้นข่มความวุ่นวายทั้งหมดลงพร้อมกับการปรากฏตัวของซือเวิ่นหลิน ผู้มีรูปร่างสูงใหญ่ในลานประลอง
“การคัดเลือกสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการแล้วพรุ่งนี้จะเข้าสู่การแข่งขันชิงแชมป์นักศึกษาใหม่ระดับประเทศในรอบที่สองซึ่งก็คือการแข่งขันรอบจริง”
“การแข่งขันรอบจริงจะจัดขึ้นในรูปแบบการประลองบนเวทีขอให้ทีมที่ผ่านเข้ารอบจริงยื่นรายชื่อผู้เข้าแข่งขันก่อนเวลาสี่ทุ่มของคืนนี้”
“ตอนนี้ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อนได้!”
เมื่อซือเวิ่นหลินกล่าวจบเขาก็โบกมืออย่างไม่ลังเล ประกาศสิ้นสุดการแข่งขันประจำวันนี้ทันที
จอถ่ายทอดสดที่ลอยอยู่กลางอากาศสั่นสะท้านรุนแรงในชั่วพริบตากลายเป็นก้อนแสงที่ถูกเขารวบเก็บไว้ในมือ
ในเวลาเดียวกัน
ผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านเข้ารอบจริงก็มองคู่แข่งในวันพรุ่งนี้ด้วยความจริงจังก่อนจะหันหลังเดินจากไป
หวังเฉินก็กำลังเดินตรงไปยังโซนของมหาวิทยาลัยเหยียนหลง
ทว่าเขากลับเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าวร่างระหงที่สง่างามก็เดินเข้ามาข้างกาย
“ไม่คิดเลยว่า ในดันเจี้ยนฉันจะพยายามอย่างหนักแทบตายแต่ก็ยังตามนายไม่ทันอยู่ดี!”
จั่วชิงเหวินจ้องมองหวังเฉินด้วยดวงตาคู่สวยพลางเบะปากพูดว่า
“แต่ว่านายอย่าเพิ่งลำพองใจไปเชียว รอจนกระทั่งถึงการประลองบนเวทีในรอบจริงฉันจะทำให้นายได้ประจักษ์ในฝีมือที่ร้ายกาจของฉัน!”
ขณะพูดจั่วชิงเหวินก็กำหมัดแน่นเพื่อสร้างความฮึกเหิมให้กับตัวเอง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น
หวังเฉินเหลือบมองจั่วชิงเหวินด้วยความประหลาดใจเขาไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะเข้ามาทักทายเขาเสียเอง
แต่เขาก็ทำเพียงพยักหน้าเล็กน้อยไม่ได้กล่าวอะไร ก่อนจะเดินจากไป
ตอนนี้เขามีความสามารถที่พัฒนาขึ้นไปอีกระดับหนึ่งแล้วพูดได้เลยว่าในบรรดาผู้เปลี่ยนอาชีพครั้งที่สองทั้งหมด เขาไม่มีคู่ต่อสู้อีกต่อไป
จั่วชิงเหวินคิดจะเอาเขาเป็นคู่ต่อสู้ก็เท่ากับว่าเลือกผิดคนแล้ว
“เชอะ! ทำเป็นวางท่าเย็นชาไปได้?”
ด้านหลังเมื่อเห็นหวังเฉินเดินจากไปโดยไม่พูดอะไร จั่วชิงเหวินก็เลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่พอใจดวงตาฉายแววประหลาด
เพราะเป็นลูกคุณหนูตระกูลใหญ่จั่วชิงเหวินได้รับการจัดอันดับให้เป็นดาวเด่นของมหาวิทยาลัยหัวชิงทันทีที่เข้าเรียนและในแต่ละวันก็มีหนุ่มๆ มากมายเข้ามาเอาอกเอาใจเธอ
แต่หวังเฉินกลับเย็นชาใส่เธอถึงขนาดนี้เธอเพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก
“ฮึ่ม!”
“รอให้ฉันซัดนายจนฟันหลุดบนเวทีก่อนเถอะดูซิว่านายจะยังกล้าเมินเสน่ห์ของฉันอีกไหม!”
จั่วชิงเหวินส่งเสียงในลำคอก่อนจะเดินกะเผลกไปยังโซนของมหาวิทยาลัยหัวชิงของตน
อีกด้านหนึ่ง
หวังเฉินรวมกลุ่มกับคนอื่นๆของมหาวิทยาลัยเหยียนหลง
“ทำได้ดีมาก!”
เฉินเสี่ยวหลินตบไหล่หวังเฉินพร้อมกับแสดงความชื่นชมอย่างไม่ปิดบัง
“การกระทำสุดท้ายของนายในการคัดเลือกนั้นเปี่ยมด้วยไหวพริบมาก!”
เฉินเสี่ยวหลินยิ้มพลางกล่าวกับหวังเฉิน
“หือ?”
หวังเฉินได้ยินดังนั้นก็ตกใจเล็กน้อย พร้อมกับถูกจมูกด้วยความเขินอาย
เขาไม่คาดคิดเลยว่าจะได้รับคำชื่นชมเช่นนี้จากเฉินเสี่ยวหลิน