Chat เปลี่ยนโลก

    บทที่ 23


    ทางด้านประตูทางเข้าห้างหลัก มีตัวประกันสองคนเดินออกมา ปากของพวกเขาถูกปิดด้วยเทปกาว ในมือของตัวประกันคนหนึ่งถือโทรศัพท์อยู่หนึ่งเครื่อง เลือดของพวกเขาไหลออกมาจากทั้งสองแขนในขณะที่ยกมือขึ้น พวกเขาทั้งสองถูกตำรวจและทหารรวบตัวไว้ และนำตัวมาตรวจเช็คร่างกาย เนื่องจากทั้งสองมีแผลเหมือนรอยมีคมกีดที่แขนและขาทั้งสองข้าง ผู้การตำรวจและทหารทั้งสองท่านเดินเข้ามาหาทั้งสองคน ก่อนที่ผู้การตำรวจจะเอยถาม “ขอโทษนะครับ พันตำรวจเอกสมชาย เข็ดเงิน ผู้รับผิดชอบเหตุการณ์นี้ครับ พวกเราขอทราบสถานการณ์ข้างในหน่อยได้ไหมครับ” พยาบาลที่ค่อยแกะเทปที่ปิดปากของทั้งสอง จนแกะเสร็จแล้วหนึ่งคน ก่อนที่คนๆนั้นจะวิ่งเข้ามาจับตัวของผู้การก่อนจะพูดออกมาแบบฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง “ได้โปรด ช่วยภรรยาของผมด้วย ช่วยภรรยาของผมด้วย” น้ำตาที่ไหลอาบแก้มแล้วในตอนนี้ ก่อนจะว่าอะไรต่อ ผู้การก็พูดขึ้นมาต่อจากนั้น “ใจเย็นๆครับ ตั้งสติแล้วค่อยๆเล่านะครับ ไม่อย่างนั้นผมก็ช่วยอะไรคุณไม่ได้” เขาคนนั้นทำใจและตั้งสติอยู่สักพัก“ก็ได้ครับ ผมถูกจับมารวมตัวกับคนอื่นๆที่ชั้นสองของห้างครับ ก่อนออกมา..พวกมัน....พวกมันแทงไปทีภรรยาของผม ได้โปรดเถอะครับ ได้โปรดช่วยภรรยาของผมด้วย” แล้วน้ำตาของเขาก็ไหลออกมาเป็นสายน้ำ บรรยากาศดูเศร้าเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังมีอีกคนที่ร้องไห้ตาม นั้นคือตัวประกันที่ออกมาพร้อมกับเขาหลังจากพยาบาลแกะเทปออกได้ เขาก็พูดออกมาเหมือนกัน “ลูกสาวผม ลูกสาวผมถูกยิง...ช่วยลูกสาวผมด้วย” พวกเขาคุยกับไม่นาน ก็พอทราบถึงเหตุการณ์ข้างในคราวๆแล้ว ผู้คนถูกรวมตัวกันไปยังส่วนต่างๆของห้าง เมื่อพวกเขาสรุปข้อมูลที่ได้มา พันตำรวจเอกก็ให้ตัวประกันทั้งสองไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลก่อน หลังจากที่รถพยาบาลออกไป เสียงของโทรศัพท์ที่มากับตัวประกันดังขึ้น ผู้การทั้งสองคนมองหน้ากันก่อนจะพยักหน้าให้กัน และกดรับสายทันที แล้วเสียงของปลายสายก็ดังขึ้น “สวัสดี ไม่ทราบว่าเรากำลังคุยกับคนที่มีอำนาจพอไม” ผู้การเมื่อได้ยินก็ตอบขึ้นทันที “สวัสดีผมพันตำรวจเอกสมชาย ผู้รับผิดชอบกับเหตุการณ์นี้ ไม่ทราบว่าใหญ่พอไมครับ” “โอ่ว..ได้ผู้การใหญ่มาพูดเองก็ดีเหมือนกัน ขอเข้าเรื่องเลยละกันนะ เรามาทำการแลกเปลี่ยนกัน เตรียมรถตู้ให้เรา 5 คัน แลกกับตัวประกันทั้งหมด 20 คนเป็นไงเป็นไงบ้างครับ และพิเศษให้เลยช่วยบอกให้ฮอร์ของนักข่าวพวกนั้นออกไปให้ไกลด้วย ไม่งั้นที่เราจะส่งออกไปจะเป็นศพของคน 20 คนนั้นแทน” “ผมขอเวลา 1 ชั่วโมงในการเตรียมรถให้ครับ” ผู้การที่ต้องการเวลาเพื่อดูสถานการณ์ เขาได้รับคนเตือนจากผบ.ตร.แล้วว่ามันดูแปลกๆ ไม่ว่าจะเป็นการก่อการร้ายที่ใช้คนเยอะขนาดนี้หรือไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่ดูแปลกๆไปจากการก่อการร้ายปกติ “แค่ 20 นาทีถ้าไม่ได้ตามข้อตกลงนี้ ก็เตรียมรับศพเพิ่มอีกสัก 100 คนก็แล้วกัน มาจอดไว้ชั้น 1 ของห้างนะครับ อย่าสายแม้แต่วินาทีเดียวนะครับ ปืนมันไม่มีตามันอาจจะวิ่งออกจากปากกระบอกปืนไปโดนใครก็ไม่รู้” “ก็ได้ครับ แต่ทางเราขอตัวประกันเพิ่มจาก 20 คนเป็น 40 คนได้ไหม” ผู้การที่ยังคงต่อรองตามวิธีตำรวจ “แหม่ๆ ต่อรองเก่งจังเลยนะครับ ให้ 25 คนก็แล้วกัน แค่นี้เลิกกัน” สิ้นสุดของปลายสาย ผู้การก็ทำท่าคิดหนัก ก่อนจะสั่งการลงไปให้ใช้เครื่องติดตามติดไว้ที่รถและส่งรถไปให้ตามที่คนร้ายต้องการ และสั่งปิดน่านฟ้า เพื่อป้องกันเหตุที่จะทำให้ผู้คนล้มตายมากไปกว่านี้ ภายในห้าง นทีได้มองเห็นการกระทำทุกอย่าง แต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะเหตุการณ์นี้มันเกี่ยวกับผู้คนที่มากจนเกินไป แต่เขาก็แอบหัวเราะและความแสดงนับถือเล็กน้อยให้กับคนที่คิดแผนนี้จริงๆ ในระหว่างนั้นเอง ก็มีตัวเลขที่นับถอยหลัง 35 นาทีปรากฏขึ้นมา ใช่แล้วมันคือระเบิดสแวงเครื่องหรือเรียกว่าระเบิดพลาสติก คนทั่วๆไปรู้จักในอีกชื่อหนึ่งคือระเบิด C4 ติดตั้งอยู่ที่ชั้นสี่ และในเวลาอีก 35 นาทีถ้วนมันก็จะระเบิด “อีก 30 นาทีเป้าหมายจะอยู่ในระยะการยิง เตรียมตัวให้พร้อม อีก 18 นาทีรถที่ทางตำรวจจะส่งมาจะพร้อมที่ชั้น 1 ของห้าง คนของเราพร้อมแล้วครับหัวหน้า” มันเป็นเสียงของการรายงานสถานการณ์ของผู้ช่วยหัวหน้า “งั้นหรอ บอกคนของเราเตรียมตัวให้พร้อม ช้าวินาทีเดียวได้ตายกันหมดแน่ จัดการเป้าหมายแล้วส่งเหยื่อล่อตามแผนที่วางเอาไว้” ทางทหารรับจ้างที่ดูเหมือนจะทำอะไรสักอย่าง ทุกคนดูวุ่นวายเป็นอย่างมาก และเวลามันก็ไหลผ่านไปจนถึงเวลาที่กำหนดส่งรถ รถได้จอดอยู่ที่ชั้น 1 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางผู้ก่อการร้ายก็ส่งคนออกมาทั้งหมด 25 คนตามที่พวกเขาพูดจริงๆ แต่ละคนที่ออกมานั้น เลือดอาบไปเกือบทั่วตัวเลยทีเดียว ทางผู้การก็ถามกับกลุ่มคนที่ออกมา ก็ได้ความคล้ายๆกัน พวกเขาถูกจับแล้วมารวมตัวกันอยู่ที่ชั้นที่แต่ต่างกันไป บางคนอยู่ชั้น 1 บางก็อยู่ชั้น 3 และชั้นอื่นๆ ผู้การจึงส่งตัวพวกเขาให้กลับไปกับหน่วยแพทย์เพื่อไปทำการรักษาต่อที่โรงพยาบาล จากนั้นไม่นานก็มีโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง ผู้การก็กดรับพร้อมกับพูดออกมาอย่างหัวเสีย “ทำไมถึงต้องทำร้ายตัวประกันด้วยละ” “ขอโทษด้วยนะครับ ทางผมก็ทำตามสัญญานะครับ ว่าจะส่งตัวประกันออกไป แต่ก็ไม่ได้บอกนี่ครับว่าจะส่งออกไปในสภาพไหน ขอแค่มีชีวิตอยู่ก็พอแล้วไม่ใช่หรอครับ ดังนั้นทางผมก็ไม่ได้ผิดสัญญาอะไร” “ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ....เอาละมาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่า พวกนายต้องการอะไรกันแน่” “ตอนนี้ก็ต้องการที่จะหนีละมั้งครับ จริงสิ ขอบคุณสำหรับรถที่ให้มานะครับ เอาเป็นว่าตามจับเราให้ทันก็แล้วกันนะครับ ทางนี้มีแม้กระทั้งสิงค์นักขับอยู่ด้วย” “แน่นอน เราจะใช้มือดีที่สุดตามล่าพวกนายเอง เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงไป” “นั้นก็ขอให้โชคดีก็แล้วกันนะครับ อีกสักพักเราจะหนีกันแล้ว โปรดมาจับพวกเราด้วยนะครับ” จากนั้นสายก็ถูกคนร้ายตัดสายไป ผู้การก็รู้ได้ทันทีว่านั้นคือแผนลวง หรือไม่ก็จิตวิทยา บางทีคนร้ายอาจจะไม่ได้หนีทางรถยนต์ หรือบางทีคนร้ายอาจจะหนีออกมาจากประตูห้างเลยก็เป็นไปได้ ไม่นานจนเกินไป ห้านาทีถัดมาเสียงเหมือน RPG ก็ดังขึ้นมาจากดาดฟ้า แต่มันเครื่องยิงจรวดที่ชื่อว่า เจฟฟาลิน หรืออีกชื่อคือจรวดนำวิถี จรวดได้ยิงออกไปยังเครื่องบินลำหนึ่งที่เหมือนอยู่ไกล แต่ก็ไม่ได้ไกลนัก พวกเขายิงออกไปถึง 10 ลูกเลยทีเดียว และใครที่อยู่บนเครื่องบินนั้นก็คงไม่ต้องภาวนาใดๆ เพราะพวกเขาได้ตายกันหมดลำแน่นอน แต่ในขณะที่ผู้คนส่วนใหญ่กำลังให้ความสนใจกับจรวดอยู่นั้นเอง รถตู้ห้าคันได้วิ่งออกไปจากตัวของห้างโดยความเร็วสูงสุด แต่พวกเขาวิ่งออกไปคนละเส้นทาง ทำให้ตำรวจต้องแยกย้ายกันตามไป “ตามพวกนั้นไปเลย ยังไงเราก็ต้องแบ่งกองกำลังไว้เผื่อติดตามกับอยู่ที่นี้ด้วย ผู้การทหารขอกำลังทางอากาศติดตามรถที่วิ่งออกไปได้ไมครับ” เมื่อผู้การทหารได้ยินดังนั้นก็สั่งฮอร์ของทางกองทัพบกขึ้นบิน และเคลื่อนตัวไปตามตำแหน่ง GPS ที่ติดไว้กับตัวรถ กลับมาทางด้านบนดาดฟ้าบ้าง ในขณะเดียวกันกับที่รถตู้ทั้งห้าคันได้เคลื่อนตัวออกไปก็ได้มีคนโรยตัวลงมาจากดาดฟ้าไปยังป่าด้านหลังของห้าง ซึ่งหน่วยที่เห็นคือหน่วยสไนเปอร์ได้รายงานเข้ามา พวกเขารายงานว่ามีการโรยตัวมากถึง 20 คนเลยทีเดียว