“ว่าไงนะ? นายกำลังจะไปพบเฉินม่านจวินเหรอ!?”
ถังหมิงที่กำลังนั่งจัดเตรียมแผนงานกะกลางคืนอยู่บนเก้าอี้ในสำนักงาน สะดุ้งโหยงจนแทบจะตกลงมาจากเก้าอี้
“ฉันไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม?” ใบหน้าของถังหมิงกลายเป็นสีเขียวคล้ำ
เขากำลังจะเป็นบ้า เซียวเจิ้งกำลังทำให้เขากลายเป็นบ้า!
หมอนี่มาอยู่ในซินอ้าวได้แค่ 2 วัน ก็มักจะทำพฤติกรรมให้คนอื่นตกใจอยู่บ่อย ๆ ถังหมิงคิดว่าในการตรวจสุขภาพของบริษัทครั้งถัดไป เขาจำเป็นที่จะต้องตรวจหัวใจดูสักหน่อย คาดว่าถ้าไม่ตกใจจนเป็นโรคหัวใจ คลื่นไฟฟ้าหัวใจก็ต้องยุ่งเหยิงผิดปกติ
“เป็นอะไรของนายเนี่ย?”
เซียวเจิ้งคว้าแอปเปิลมากัดสองคำ หลังจากที่เปลี่ยนมาสวมชุดเครื่องแบบของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ก็มานั่งที่โต๊ะทำงานของถังหมิง และเอ่ยถามเขา
“นายรู้จักเฉินม่านจวินด้วยเหรอ?”
“ฉันไม่รู้จักเธอ!” ถังหมิงกล่าวออกมาอย่างจริงจัง
“ถ้าในโลกนี้เหลือเธอเป็นผู้หญิงอยู่แค่คนเดียว ฉันก็จะเปลี่ยนไปชอบเพศเดียวกัน!”
ช่างเป็นคำพูดที่โหดเหี้ยม ชวนให้คนเดือดดาลเหลือเกิน เซียวเจิ้งเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัยเป็นอย่างยิ่ง
“เธอเป็นปีศาจเหรอ? หรือว่าเป็นโรคติดต่อร้ายแรงอะไร? ถึงทำให้นายกลัวจนตับแตกแบบนี้?”
ถังหมิงลดเสียงลง น้ำเสียงและสีหน้าของเขาดูจริงจังมาก “ฉันไม่รู้หรอกนะว่านายไปคบค้าสมาคมกับเธอได้ยังไง แต่ฉันบอกนายได้อย่างเต็มปากเต็มคำเลยว่า การรู้จักกับเธอจะเป็นความทุกข์ทรมานที่หนักหนาที่สุดในชีวิตของนาย!”
“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า!”
เซียวเจิ้งโบกมือพลางพูดอย่างห้าวหาญ “พี่เจิ้งอยู่ในดงดอกไม้งามนับสิบ ยึดถือคติเพียงหนึ่งเดียวนั่นก็คือ ยอมทำผิดต่อผู้หญิงในใต้หล้า แต่จะไม่ยอมให้ผู้หญิงในใต้หล้าทำผิดต่อฉัน กับอีแค่สาวสวยคนเดียว อย่าได้คิดที่จะมาทำลายชื่อเสียงของฉัน”
“แต่พูดก็พูดเถอะ........ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แค่หน้าตาดี อกใหญ่ เอวบาง ขายาว ตั้งแต่หัวจรดเท้ายังเต็มไปด้วยความน่าหลงใหล ตรงตามข้อกำหนดของผู้หญิงที่ฉันพอใจ ถือว่าควรค่าแก่การนัดเจอ” เซียวเจิ้งพูดอย่างวางท่า ดวงตาเหม่อลอยไปไกล
“ถ้าไม่หาเรื่องตายก็ไม่ตาย” ถังหมิงเหลือบตามองเซียวเจิ้งอย่างมีเลศนัย จากนั้นพูดอย่างไม่แยแสว่า “ระวังตัวเอาไว้ก็แล้วกัน”
เซียวเจิ้งเลิกคิ้ว ถึงปากจะพูดจาโอ้อวดอย่างไร้ยางอายต่อไป แต่หัวใจบีบรัดแน่น และแอบคิดถึงตัวตนของเฉินม่านจวิน
“นายรู้ความเป็นมาของเฉินม่านจวินไหม?”
ถังหมิงเลิกงานแล้ว เดิมทีเขาตั้งใจว่าจะโทรชวนเพื่อนไปเที่ยวบาร์ด้วยกัน แต่เมื่อคิดได้ว่าเซียวเจิ้งกำลังจะก้าวเข้าสู่ขุมนรก เขาก็ทนเห็นอีกฝ่ายเอาชีวิตไปทิ้งไม่ได้
“ความเป็นมาอะไร?”
เซียวเจิ้งเอ่ยถามด้วยความสงสัย พร้อมกับยื่นบุหรี่มวนหนึ่งให้ถังหมิง
“เธอคือผู้จัดการใหญ่ของตึกเอ็มไพร์สเตท อาคารทั้งหลังอยู่ภายใต้การดูแลของเธอ” ถังหมิงกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “บอสใหญ่ของพวกเราโหดมากเลยใช่ไหมล่ะ? ในตึกเอ็มไพร์สเตท มีใครบ้างที่กล้ายั่วยุเธอ? แต่เฉินม่านจวินจงใจหาเรื่องบอสใหญ่แทบไม่เว้นวัน ถึงจะบอกว่าเป็นคนใจกล้าบ้าบิ่นก็ไม่ใช่เรื่องเกินจริง”
ผู้หญิงคนนี้ไม่ถูกกับหลินฮั่นอินเหรอ?
ถ้าเป็นแบบนั้น ถึงเขาจะไม่สนใจที่จะทำตามข้อตกลงเรื่องความสัมพันธ์การแต่งงานอย่างลับ ๆ เขาก็ยังต้องไว้หน้าหลินเสี่ยวจู้ และไปพบกับเฉินม่านจวินที่ถูกคนอื่นมองเป็นภูติผีปีศาจ
ถังหมิงเห็นว่าเซียวเจิ้งยังคงทำสีหน้าไม่แยแส เขาก็นึกปวดหัวขึ้นมา “นายห้ามดูถูกเฉินม่านจวินเด็ดขาด ถึงเธอจะเป็นแค่ผู้จัดการใหญ่ของตึกเอ็มไพร์สเตท แต่นายลองคิดดูสิ ตึกนี้มีความสำคัญกับเมืองหมิงจูมาก คนที่ทำงานอยู่ในตึกนี้ไม่ใช่ระดับแนวหน้าจากทุกสาขาอาชีพหรอกเหรอ? งั้นคนที่เป็นเจ้าของที่นี่จะเป็นคนธรรมดาไปได้ยังไง? ยิ่งไปกว่านั้นยังมีข่าวลือว่า เดิมทีตึกเอ็มไพร์สเตทแห่งนี้ก็คือทรัพย์สินส่วนตัวของเฉินม่านจวิน! หรือจะพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ ถ้าเธออยากให้ใครทำงานอยู่ที่นี่ คนคนนั้นก็จะได้ทำ ถ้าเธอไม่อยากก็ต้องเก็บข้าวของออกไป! ถึงจะเป็นประธานหลินของพวกเราก็คัดค้านอะไรไม่ได้แม้แต่คำเดียว!”
เซียวเจิ้งพูดไม่ออกไปพักหนึ่ง จากนั้นเอ่ยถามด้วยความเจ้าเล่ห์ “ตึกเอ็มไพร์สเตทเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของเฉินม่านจวินเหรอ? งั้นเธอก็เป็นอภิมหาเศรษฐีหลายร้อยล้านเลยน่ะสิ?”
ถังหมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม “ไม่ได้เป็นแค่อภิมหาเศรษฐีหรอกนะ ฉันได้ยินมาว่าเธอกับจ้าวซื่อ เจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเมืองหมิงจู มีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างใกล้ชิดกันด้วย”
“เธอเป็นเมียน้อยของจ้าวซื่อเหรอ?” เซียวเจิ้งเอ่ยถามด้วยความตกใจ
“ฉันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ” ถังหมิงกล่าว “แต่เฉินม่านจวินเป็นผู้หญิงที่ไม่มีศีลธรรม นายอย่าไปยั่วโมโหเธอจะเป็นการดีที่สุด ถ้าเทียบกับบอสใหญ่ของพวกเราที่ฆ่าคนโดยไม่เห็นเลือดแล้ว เธอโหดเหี้ยมยิ่งกว่านั้นเยอะ!”
“นายคิดมากเกินไปแล้ว!” เซียวเจิ้งตบไหล่ถังหมิง พร้อมกับพูดด้วยท่าทีเอื่อยเฉื่อย “เสี่ยวหมิง ฉันว่านายกำลังตีตนไปก่อนไข้ เมื่อวานนี้นายเอาหลินฮั่วอินไปเปรียบเทียบกับสิงโต มาวันนี้ก็เอาเฉินม่านจวินไปเปรียบเทียบกับเสือ ฉันล่ะสงสัยจริง ๆ นายจีบหญิงไม่ติดก็เลยโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ จนพาลพูดจาใส่ร้ายคนอื่นไปทั่วใช่ไหมล่ะ?”
“ไสหัวไปเลย!” ถังหมิงชักจะโกรธขึ้นมาจริง ๆ แล้ว “ใครจะมีอารมณ์มาล้อเล่นกับนายห้ะ? ถ้านายอยากตายนักก็ไปตายไกล ๆ! ฉันไม่อยากพูดกับนายแล้ว!”
เซียวเจิ้งหัวเราะร่า จับไหล่ถังหมิง แล้วพูดขึ้นมาว่า “ก็ได้ พี่เจิ้งจะให้นายอยู่ในรายชื่อของผู้มีพระคุณ เอาไว้มีเวลาว่างเมื่อไหร่ ฉันจะชวนนายไปกินปิ้งย่าง”
“ไม่รู้จักทำตัวจริงจังซะบ้าง อีกเดี๋ยวฉันต้องถูกนายลากเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยแน่ ๆ” ถึงถังหมิงจะพูดแบบนั้น แต่ก็ยังรับบุหรี่ของเซียวเจิ้ง สุดท้ายเขาก็กล่าวเตือนอีกฝ่ายไปว่า “ระวังตัวด้วย ถึงนายจะมีความสามารถ แต่ก็ห้ามประมาทเด็ดขาด”
“รู้แล้วน่าพี่หมิง ขอบคุณมากที่แนะนำ เดินทางโดยสวัสดิภาพ วันพรุ่งนี้อย่าลืมมารายงานความสำเร็จล่ะ” เซียวเจิ้งส่งยิ้ม แล้วผลักถังหมิงออกไปนอกประตู จากนั้นเขาก็ขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นบนสุดของตึกเอ็มไพร์สเตทตามที่ฉินจง แชมป์แข่งรถกล่าวเอาไว้
ตึกเอ็มไพร์สเตทสูงถึง 108 ชั้น ตามหลักแล้ว อาคารสำนักงานใจกลางเมืองหมิงจูที่หรูหราที่สุดและเป็นศูนย์รวมของไฮโซ ชนชั้นสูงที่มีชื่อเสียงที่สุด ไม่ควรที่จะมีร้านอาหาร สโมสร หรือสถานที่อื่น ๆ ที่มีคนพลุกพล่าน แต่บนชั้น 108 ของตึกเอ็มไพร์สเตทกลับมีร้านกาแฟขนาดไม่ใหญ่มาก แต่หรูหราปรากฏขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด
ร้านกาแฟแห่งนี้ใช้ระบบสมาชิก เมื่อได้รับสิทธิ์เป็นสมาชิกแล้ว จะสามารถพักผ่อนหย่อนใจอยู่ที่นี่ได้โดยไม่เสียค่าบริการและค่าธรรมเนียมใด ๆ นอกจากนี้ยังสามารถพาเพื่อนเข้ามาใช้บริการได้ แต่สำหรับคนที่ไม่ได้เป็นสมาชิก ต้องขออภัยด้วย ถึงแม้ว่าคุณจะร่ำรวยจนสามารถใช้เงินมาทำเป็นเสื้อผ้า ก็จะถูกเมิน ปิดประตูไล่ ไม่ยอมให้ย่างก้าวเข้ามา
เจ้าของร้านกาแฟแห่งนี้ก็คือเฉินม่านจวิน ผู้หญิงลึกลับที่ลงทุนลงแรงกับเรื่องเล็ก ๆ และถูกคนอื่นมองว่ามีทั้งด้านดีและด้านที่เลวร้าย
ในฐานะผู้จัดการใหญ่ของตึกเอ็มไพร์สเตท เธอมีทรัพยากรอยู่ในมือมากมาย และถือได้ว่าเป็นผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานคนหนึ่ง แต่ถ้าผู้คนมองว่าเธอเป็นแค่ผู้จัดการใหญ่ของตึกเอ็มไพร์สเตท ก็คงจะดูถูกเหยียดหยามที่ผู้หญิงคนนี้อายุเพียงแค่ 28 ปี แต่สามารถเข้านอกออกในสถานที่ของชนชั้นสูงได้ตามใจ และกลายเป็นจุดสนใจแบบนี้
ตัวตนที่แท้จริงของเธอนั้นเป็นอย่างที่ถังหมิงกล่าว เธอลึกลับมาก มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่จะรู้อย่างแน่ชัดว่าเธอเป็นใคร และเมื่อรู้แล้วก็จะไม่เปิดปากพูดออกมา ในตึกเอ็มไพร์สเตทแห่งนี้ เธอคือผู้หญิงร่ำรวยที่โด่งดังในเมืองหมิงจูไม่แพ้หลินฮั่วอิน ทั้งน่าหลงใหล ใจกล้า และทำให้ผู้คนตกอยู่ในภวังค์ได้อย่างง่ายดาย
ถ้ากล่าวว่าหลินฮั่วอินเหมือนดอกบัวสีขาวที่บริสุทธิ์แต่แสนเย็นชา งั้นเฉินม่านจวินก็คือดอกกุหลาบแดงอันน่าหลงใหลและเย้ายวน แต่แฝงไปด้วยพิษร้าย
16.30 น.
เซียวเจิ้งขึ้นมาถึงชั้นบนสุดของตึกเอ็มไพร์สเตท ซึ่งเป็นร้านกาแฟที่ใช้งบประมาณได้อย่างสิ้นเปลืองที่สุด แต่ถ้าไม่ถูกใครขัดขวางเช่นนี้ งั้นก็น่าจะมาจากความตั้งใจของเฉินม่านจวินเอง
เฉินม่านจวินผู้สวมชุดเดรสสีแดงสุดร้อนแรงในตอนเช้า เปลี่ยนมาใส่ชุดทำงานสีเทาเงิน ให้บรรยากาศของความเป็นมืออาชีพ เส้นผมยาวสลวยเป็นลอนคลื่นถูกรวบเอาไว้ด้านหลังศีรษะอย่างประณีต เปิดเผยลำคอระหง ขาวเนียน นอกจากดวงตาดอกท้อคู่สวยที่เจือปนไปด้วยเสน่ห์อันแสนเย้ายวนจนชายใดไม่อาจต้านทานได้ ภาพรวมก็นับว่าเปลี่ยนแปลงไปมาก เธอกลายเป็นนักธุรกิจสาวผู้มากความสามารถไปเสียแล้ว
ชุดทำงาน ถุงน่องสีดำ รองเท้าส้นสูง เฉินม่านจวินนำเสนอสิ่งจำเป็นทั้ง 3 อย่างสำหรับพนักงานออฟฟิศออกมาได้อย่างงดงามหมดจด เมื่อมีสาวสวยมาสวมใส่ทั้ง 3 อย่างนี้แล้ว ก็ยิ่งดูโดดเด่นสะดุดตามาก
เธอนั่งริมหน้าต่าง บนโต๊ะมีกาแฟบลูเมาท์เทนคุณภาพดีราคาแพงวางอยู่หนึ่งแก้ว นอกหน้าต่างโปร่งใสมองออกไปเห็นอาคารที่เล็กจ้อยราวกับมด มองดูแล้วเธอช่างดูห่างเหิน ยากที่จะสัมผัสได้ในความเป็นจริง แต่ก็งดงามดั่งภาพวาด
เซียวเจิ้งก้าวเดินเข้าไปใกล้อย่างสงบนิ่ง ดวงตาดอกท้อที่ดึงดูดจิตวิญญาณของเฉินม่านจวินหันมาสบตามองอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่มีความอึดอัดให้เห็น ราวกับว่าทั้งคู่เป็นเพื่อนที่ไม่ได้พบเจอกันมานานหลายปี บรรยากาศดูเป็นมิตรมาก
แต่ในความจริงแล้ว เมื่อนับรวมครั้งนี้ด้วย ทั้งคู่เพิ่งจะพบเจอกันแค่ 2 ครั้งเท่านั้น ไม่แม้แต่จะคุ้นเคยกัน เพราะฉะนั้นจะเคยเป็นเพื่อนกันได้ยังไง? แต่ไม่ว่าจะเป็นเซียวเจิ้งหรือเฉินม่านจวิน ก็มีรอยยิ้มและท่าทีอันเหมาะสม สามารถรักษาบรรยากาศอันเป็นมิตรนี้เอาไว้ได้อย่างน่าประหลาดใจ
“ลองดื่มกาแฟที่นี่ดูไหม?”
เฉินม่านจวินหรี่ตาลงเล็กน้อย หลังจากที่เผชิญหน้ากันโดยไม่พูดอะไรสักพักหนึ่ง รอยยิ้มเย้ายวนราวกับจิ้งจอกก็เผยออกมา “ทั่วทั้งเมืองหมิงจู นายสามารถดื่มกาแฟชนิดนี้ได้มากที่สุดแค่ 3 ที่เท่านั้น”
“ถ้ากาแฟที่นี่ทำให้ฉี่ งั้นทั่วโลกก็คงจะมีแค่ที่เดียว ไม่มีที่ไหนเหมือนอีกแล้ว” เซียวเจิ้งไม่สงวนท่าทีเลยแม้แต่น้อย เขานั่งลง จุดบุหรี่มาสูบ แล้วกล่าวอย่างไม่แยแสว่า “มีน้อยอาจจะทำให้มันดูล้ำค่า สูงส่ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องชอบมัน ดังนั้นไม่ต้องมาทำเป็นเสแสร้งต่อหน้าฉัน มันไม่มีประโยชน์อะไรหรอก”