หยวนไท่หงายปั้นหน้าไม่ถูกกันเลยทีเดียว และในวันนี้เขาก็เข้าป่าไข่มุกอีกครั้ง
"บ้าเอ๊ย! แต้มสวรรค์ 5,000 ของข้าเหลือแค่ 300 จากการกินอาหารแค่มื้อเดียวเนี่ยนะ" หลังจากลบคำสบประมาทของผู้คน แต่ตอนนี้เขาตกยากซะแล้ว ต้องเดินดุ่มๆหาสมุนไพรล้ำค่าอีกครั้ง
"สาธุวันนี้ขออย่าให้เจอฝูงหมาป่าตาเดียวอีกเลย" พูดไม่ทันขาดคำ หยวนไท่ดันไปเจอฝูงลิงสี่แขนตัวเหลืองอร่ามท่าทางดุร้ายเกือบร้อยตัว
"เวรกรรม เจอสัตว์อสูรลิงคลั่งสีทอง ระดับจักรพรรดิยุทธจนได้ พวกมันกินได้ทั้งผลไม้และเนื้อสัตว์ ถ้ามันเจอเราเข้าละก็ ซวยแน่! จะหลบไปไหนได้ล่ะทีเนี้ยะ" หยวนไท่คิดจนปวดหัว จะปีนต้นไม้หนีเหมือนเมื่อวานก็ไม่ได้แล้ว
"ระบบจ๋า มีวิธีหลีกเลี่ยงสัตว์อสูรพวกนี้หรือเปล่าจ๊ะ"
"มีค่ะ แต่ระบบยังไม่สามารถปลดล็อคฟังก์ชั่นนี้ได้ในขณะนี้ ต้องหาสมุนไพรระดับสวรรค์ขึ้นไปให้เจอ จึงจะสามารถปลดใช้ความสามารถนี้ได้ค่ะ"
หยวนไท่ยืนคิดอยู่ชั่วครู่ "ถ้าเช่นนั้น ใช้โบนัสคราวก่อนในการหาสมบัติล้ำค่า ในรัศมี 20 กิโลเมตร" เขาจำเป็นต้องใช้โบนัส ที่ระบบมอบให้เขา เมื่อครั้งล็อคอินเข้าระบบนี้ครั้งแรก ในที่สุดถึงคราวจำเป็นต้องใช้แล้ว
"1ในระยะ 800 เมตร มีดอกทานตะวันเพลิงขั้นจักรพรรดิขึ้นอยู่ริมลำธาร 2ในระยะ 13 กิโลเมตรเมตร มีเห็ดหลินจือทองขั้นสวรรค์ อยู่ในถ้ำราชินีแมงมุมแดงขอบเขตนักบุญเฝ้าอยู่ 3ในระยะ 15 กิโลเมตร มีองุนสีเลือดขั้นสวรรค์ ขึ้นอยู่บนหน้าผาขวานผ่าศิลา ในระดับความสูง 300 เมตร 4ในระยะ 19 กิโลเมตร มีดอกเบญจมาศทองคำระดับสวรรค์,หินงอกมีสติปัญญา ระดับต่ำ แต่สามารถพัฒนาถึงขั้นราชันย์เซียนได้ และบ่อน้ำนมมารดาโลกขั้นทองคำ อยู่ลึกลงไปในดิน 300 เมตร อยู่ในถ้ำราชามังกรเพลิงขอบเขตเซียนสวรรค์คอยเฝ้าอารักขา" นี่คือสิ่งที่ระบบค้นสมบัติล้ำค่าบอกกับเขา
"ก่อนอื่นต้องไปเอาดอกทานตะวันเพลิงขั้นจักรพรรดิที่ริมธาร หรือไม่ก็องุนสีเลือดขั้นสวรรค์ ที่ขึ้นอยู่บนหน้าผาก่อน แต่ปัญหาก็คือเราจะหลบเลี่ยงฝูงวานรคลั่งสีทองได้อย่างไร"
หยวนไท่จำต้องหลบซ่อนตัวอยู่อย่างนั้น ถึง 1 วัน 1 คืน ในที่สุดพวกมันก็ย้ายไปหากินที่อื่น เขารอจนแน่ใจว่าไม่มีสัตว์อสูรตนใดอยู่ใกล้ จึงค่อยๆเคลื่อนกายให้เงียบเชียบที่สุดจนกระทั่ง มาถึงตรงที่ดอกทานตะวันเพลิงบังเกิดขึ้น มันอยู่ใกล้โขดหินริมลำธาร ซึ่งมีดอกทานตะวันเพลิงมากถึง 3 ดอก ขึ้นอยู่เป็นกลุ่มก้อน
"สุดยอด โชคดีชะมัด แต่เดี๋ยวนะ" หยวนไท่นึกแปลกใจ ทั้งที่มีสมุนไพรล้ำค่าเกิดขึ้นมาเป็นกลุ่มก้อน อีกทั้งสถานที่แห่งนี้เป็นที่โล่งแจ้ง ซ้ำยังเป็นทางผ่านสำคัญที่สัตว์อสูรจำต้องลงมากินน้ำในลำธาร แต่เป็นเพราะเหตุใดสัตว์อสูรพวกนั้นถึงไม่กินดอกทานตะวันเพลิงพวกนี้ล่ะ ลองถามระบบก่อนดีกว่า
"ระบบ ที่นี่มีสิ่งผิดปกติหรือไม่ ทำไมดอกทานตะวันเพลิงเหล่านี้ ถึงไม่ถูกสัตว์อสูรกิน"
"ระบบของแจ้งว่า ตอนนี้ค่าประสบการณ์เพียงพอ สามารถปลดล็อคฟังก์ชั่นสุดยอดนักผจญภัยได้แล้วค่ะ สำหรับคำถามที่เจ้าของระบบต้องการรู้นั้น เนื่องจากใต้ดินบริเวณนี้ในระยะ 1 กิโลเมตร เป็นรังของมดซากศพ ระดับขอบเขตจิตวิญญาณยุทธนับแสนตัว ส่วนนางพญามดคืนวิญญาณ มีพลังเทียบเท่าขอบเขตนักบุญค่ะ"
หยวนไท่ได้ฟังเย็นวาบไปถึงไขสันหลัง 'นี่เรามาอยู่บนรังมดซากศพนับแสนตัวหรือนี่ ถ้าถอนดอกทานตะวันเพลิงโดยไม่รู้ความ แม้แต่ซากศพซักชิ้นก็คงไม่มีเหลือ' แล้วจึงสอบถามถึงความเป็นไปได้ ในการถอนดอกดอกทานตะวันเพลิงออกมา
"ไม่มีวิธีค่ะ" คำตอบของระบบ ทำให้หยวนไท่ที่รับฟัง ถึงกับคอตก "นั่นซินะ ใครจะเอาดอกดอกทานตะวันเพลิงออกมาได้ล่ะ เพราะฉะนั้นไปเก็บองุ่นเลือดบนหน้าผาดีกว่า" เขาได้แต่ถอดใจแม้จะเห็นแต้มสวรรค์ 7,500 แต้ม อยู่ตรงหน้าก็ตาม
การเดินทางเข้าไปยังหน้าผาขวานผ่าศิลาถึงแม้จะมีเหล่าสัตว์อสูรดุร้ายขวางเส้นทางอยู่อย่างมากมาย แต่ด้วยฟังก์ชั่นสุดยอดนักผจญภัย ทำให้หยวนไท่เดินทางไปกลับหุบเขาไข่มุกได้อย่างปลอดภัย ราวกับเดินชมสวนหลังบ้านของตัวเอง ตอนนี้ในแหวนมิติมีผลองุ่นเลือดอายุ 10,000 ปี ถึง 12 ลูก ส่วนสรรพคุณของมันใช้เป็นอาหารให้สัตว์อสูร เพื่อช่วยเร่งวิวัฒนาการของพวกมันนั่นเอง
∆∆∆∆∆
"โอ้ว.อะไรกันนี่ องุ่นเลือดสมุนไพรระดับสวรรค์ ข้าไม่เคยเจอมันมานานนับ 10 ปีแล้ว ไม่น่าเชื่อว่ามันจะมากองอยู่ตรงหน้าข้าถึง 10 เม็ด" เจ๊เกียวเพ้อพร่ำจนน้ำลายแตกฟอง ส่วนหญิงสาวคนอื่นๆถึงกับตาค้าง มองไปสมุนไพรระดับสวรรค์ทีสลับกับมองหน้าขององค์ชายไป๋ฮู่ที่รูปงามที สร้างความรู้สึกพลุ่งพล่านในหัวใจที่อยากจะชิดใกล้องค์ชายมากเสน่ห์ผู้นี้ แต่มีคนที่ลงมือไวก่อนผู้ใด ก็คือสาวน้อยเจาเฟยจากอาณาจักรหานตาน ซึ่งเป็นญาติผู้พี่ขององค์ชายหานเฮ่านั่นเอง
"องค์ชายหยวนไท่ ข้าคือเจาเฟยองค์หญิงอันดับสามของอาณาจักรหานตาน ไม่ทราบว่าจะขอสนทนาเป็นการส่วนตัวกับท่านได้หรือไม่"
หยวนไท่พอรู้ว่าองค์หญิงเจาเฟยเป็นญาติผู้พี่ของหานเฮ่าคู่อริ เขาจึงไม่อยากจะเสวนาด้วย ได้แต่ตอบปฏิเสธไป "ข้ากับองค์ชายหานเฮ่า ไม่ค่อยต้องชะตากันนัก เพราะฉะนั้นข้าต้องขออภัยองค์หญิง ที่ไม่สามารถทำตามพระประสงค์ "
นางยิ้มเจื่อน ค้อมศีรษะ "ข้าเข้าใจเพคะ" แล้วเดินออกจากตึกโอสถไป
เจ๊เกียวผู้มากประสบการณ์ จึงกล่าวแนะนำว่า "องค์ชายหยวนไท่ ท่านไม่ควรตัดไมตรีองค์หญิงเจาเฟยเร็วเกินไป เท่าที่ข้ารู้จักนางมา 2 ปี พฤติกรรมการวางตัวของนางดีงามไม่มีด่างพร้อย นางเป็นนักหลอมยาระดับ 4 ดาวของตำหนักเทพเชียวนะ ต่อไปในภายภาคหน้า นางจะทำประโยชน์ให้กับองค์ชายเป็นอย่างมากเลยทีเดียว" เจ๊เกียวกล่าวจบ จึงมอบแต้มสวรรค์ทั้งหมด 200,000 แต้ม ให้กับหยวนไท่