ตอนที่36 ผู้อดอยาก
วิ่ง!!!!!!!!!!!!!!
เสียงตะโกนของหนึ่งในชาวบ้านทั้งสี่ดังลั่นพร้อมกับเรี่ยวแรงที่ไม่รู้มาจากไหนสองเท้าก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วกับเพื่อนที่ตนพยุงระหว่างแขนความกลัวพลันบังเกิดขึ้นในจิตใจไม่นึกว่าจะเจอมอนสเตอร์นักล่ากลางคืน ดวงของพวกเขาแสดงถึงความหวาดกลัวสุดขีดแขนหนึ่งพยุงเพื่อนอย่างแน่นหนาแล้วหลับหูหลับตาวิ่งกันแบบไม่คิดชีวิตในระหว่างการวิ่งนั้นเท้าแต่ละข้างที่ก้าวไปบวกกับน้ำหนักเพื่อนที่ถูกพยุงทำให้การหนีเชื่องช้าหลายเท่าตัวแต่กระนั้นก็ไม่มีวี่แววของมอนสเตอร์ที่เข้ามาโจมตี สุรเสียงที่ไม่คุ้นเคยดังก้องออกมาจากทางด้านหลัง
“เดี๋ยวก่อนลุง! จะวิ่งไปไหนกันวะเนี่ย เฮ้ย หยุดกะต๊อบ” เสียงตะโกนของคนปริศนาดังมาจากทางด้านหลังทำให้การก้าวเท้าของพวกเขาชะงักจนสะดุดล้มลงกับพื้นด้วยความไม่เต็มใจทั้งสี่ต่างหันหน้าไปทางต้นเสียงโดยพร้อมเพรียงกันอย่างไม่ได้นัดหมายพลันเห็นเด็กหนุ่มอายุราวๆ 17คนหนึ่งเดินมากับหญิงสาวอายุราว 20 นิด
รูปร่างลักษณะของเด็กหนุ่มหล่อเหลา ใบหน้าคมคายผมสีดำเรียบ สวมกางเกงหนังสัตว์ที่ทำขึ้นมาหยาบๆส่วนเสื้อไม่มีเผยแต่กล้ามเนื้อหน้าท้องที่จัดเรียงกันเนืองแน่นแปดก้อนอย่างเห็นได้ชัดกล้ามเนื้อตรงแขนดูน่าเกรงขาม หุ่นห้างของเขาไม่ได้ใหญ่โต เป็นหุ่นสมส่วนมาตรฐานมวลกล้ามเนื้อบ่งบอกถึงการฝึกฝนร่างกายอย่างหนักหน่วง บรรยากาศรอบๆกายเด็กหนุ่มให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก
เบื้องหลังของเด็กหนุ่มมีหนูน้อยอายุราว11 กำลังขี่คออยู่ เธอแย้มยิ้มแจ่มใส หน้าตาสวยงามตั้งแต่ยังเด็กเล็ก เป็นเด็กที่มีเสน่ห์จนไม่อาจละสายตาได้ชุดคลุมบางเบาของเธอเผยให้เห็นผิวขาวผ่องนวลละมุนจนอยากจะกระโดดเข้าไปสัมผัสแม้ตายก็ยอมแววตาที่ดูร่างเริงสดใสนั้นทำให้เธอดูน่ารักน่ากอด น่าจูบ น่าหอมเป็นเด็กสาวที่งดงามราวกับบุตรธิดาจากสรวงสวรรค์
ด้านข้างเด็กหนุ่มมีหญิงสาวอายุยี่สิบต้นๆใบหน้าเรียว ผิวไข่ปอกงดงามเสื้อคลุมสีน้ำตาลปกปิดใบหน้าของเธอส่วนหนึ่งทำให้เห็นได้ไม่ชัด
ชาวบ้านที่พบเห็นไผ่กับพวกพ้องถึงกับคิดเตลิดไปไกล
“เธอคงพาน้องชายกับน้องสาวตัวน้อยเข้าไปหาของกินในป่าเนื่องจากอดทนต่อความหิวโหยไม่ไหวกระมังดูจากสภาพชุดที่ดูเก่าเขรอะที่ไม่เข้ากับหน้าตาแสดงว่าที่บ้านของเด็กทั้งสามคนนี้คงอดอยากหิวโหยกันน่าดู” เสียงชาวบ้านคนหนึ่งเอ่ย
ความจริงแล้วพวกเขาก็เจอแบบนี้บ่อยครั้งนอกจากนี้ได้ให้ความช่วยเหลือเด็กหลายคนที่หลงป่า จึงไม่ค่อยแปลกใจนักพลันหัวใจก็โล่งจากความกลัวเมื่อก่อนหน้า
“ที่แท้ก็ไม่ใช่มอนสเตอร์แต่เป็นเด็กหนุ่มสาวพวกนี้เองหรือ”
“หืม เหมือนที่มือเด็กหนุ่มจะมีแหวน 5 วง มันเป็นแหวนที่งดงามมากเสียด้วยส่วนข้อมือซ้ายนั้นมีกำไลทองคำที่ไม่มีแม้แต่ฝุ่นเกาะวงหนึ่งสลักลวดลายแปลกประหลาดแต่วิจิตรงดงามไว้นี่มันอะไรกันเนี่ย นั่นที่ข้อมือขวามีกำไลขาวแบบแปลกประหลาดสวมอยู่ 1 วง ลวดลายบนตัวกำไลก็คล้ายกับที่สวมในข้อมือซ้าย มันขัดกับรูปลักษณ์ทำให้ข้าไม่แน่ใจว่าเป็นคนจนหรืออะไรกันแน่” เสียงชาวบ้านอีกคนพูด
“ข้ามองตั้งแต่หัวจรดเท้าก็พบความแปลกใจอีกประการหนึ่งนั่นก็คือไม่มีใครสวมใส่รองเท้าเลยน่าจะสรุปได้เลยว่าอาจมีสาเหตุในเรื่องของอาหารที่ทำให้พวกเขาออกมาข้างนอกเขตแดนเทพตอนนี้น่าจะหลงป่า ดูจากผิวแล้วคงไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาบางทีอาจหลงทางอยู่”เสียงของชาวบ้านอีกคนวิเคราะห์
“อืม พวกเจ้ากำลังจะหาทางกลับบ้านงั้นรึ”ชาวบ้าน 1 ถามออกไป ไผ่เอียงคอพลางกล่าว
“ใช่สิลุง” ไผ่ถามกลับทำให้เหล่าลุงๆ พยักหน้าแล้วมองด้วยแววตาสงสาร
“ตามพวกข้ามาเถอะ อีกไม่นานมันจะอันตรายไปยิ่งกว่านี้ยิ่งบรรยากาศเงียบสงบแปลกๆ ด้วย ขอให้อย่าเจอสัตว์อันตรายระหว่างทางเลย” ชาวบ้าน 1 พูดพร้อมกับทำท่าอธิษฐานขอพร
แพตตี้ได้ยินแบบนั้นก็หลุดขำออกมา
“คงไม่มีสัตว์อันตรายหรอกค่ะพวกมันกลัวใครบางคนแถวนี้” เธอพูดคล้ายเสียงกระซิบแต่ก็พอที่จะได้ยินกันถ้วนหน้า แต่มีหรือที่เหล่าลุงๆ จะเชื่อ
“โอ๊ยแม่หนูอย่าพูดจาไรสาระน่าข้าว่ารีบๆ ไปกันเถอะ เดี๋ยวจะไม่ได้กลับกันพอดี” ชาวบ้าน 2 เร่งแล้วเดินนำ ส่วนชาวบ้าน 1 ก็พยุงเพื่อนที่ถูกพิษเดินเร่งตามไปด้วย
ไผ่และแพตตี้เดินอย่างสบายอารมณืผิดกับลุงชาวบ้านที่สอดส่องสายตาระวังภัยไปทั่ว บางครั้งก็สะดุ้งเสียงรอบ ๆเวลาผ่านไปราว 1 ชั่วโมงก็ไม่เจอกับอะไรที่ผิดปกติ จึงเร่งฝีเท้ากันยกใหญ่ในที่สุดก็ถึงเขตแดนเทพเหล่าลุงๆ ไม่รอช้ารีบก้าวข้ามเขตแดนไปก่อน
เมื่อก้าวเข้ามาในเขตแดนได้ต่างก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกกันยกใหญ่ที่รอดมาไผ่กับแพตตี้เดินข้ามเข้ามาติดๆ โดยที่ไม่ทันมีใครในกลุ่มลุงๆ สังเกตว่าในระหว่างที่ไผ่เดินเข้ามาในเขตแดนเหมือนจะมีกระแสดังเปรี๊ยะๆอยู่สองสามครั้ง
“นี่เจ้าหนูจะให้พวกข้าไปส่งที่บ้านไหมกลางคืนดึกดื่นแบบนี้มันอันตรายนะ ว่าแต่บ้านเราอยู่แถวไหนล่ะ” ชาวบ้าน 1 ถามด้วยความเมตตาและอยากช่วย
“ไม่ต้องก็ได้ครับลุงบ้านผมอยู่ไม่ไกลจากที่นี่หรอก เดินไปอีกสักพักก็ถึงแล้วครับ ขอบคุณที่เป็นห่วงและขอบคุณที่ลุงช่วยนำพวกผมมาที่นี่ด้วยนะครับ” ไผ่ปฏิเสธอย่างนอบน้อมและกล่าวขอบคุณอย่างมีมารยาท
“อะ เอ่อไม่เป็นไรหรอกหนู งั้นพวกข้ากลับกันก่อนนะ เดี๋ยวลูกเมียจะเป็นห่วง” ชาวบ้าน 1 พูดด้วยอาการเขินอายในความสุภาพของไผ่จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
หลังจากลุงๆกลับกันไปจนหมดแล้วหญิงสาวข้างกายเด็กหนุ่มก้มหัวเคารพพอเป็นพิธีครั้งหนึ่งแล้วแสดงความเห็น
“นายท่านจะไปไหนต่อคะ”หญิงสาวกล่าวอย่างนอบน้อม
“พวกเราจะกลับกิลด์กัน ฉันอยากจะอาบน้ำและเปลี่ยนชุดใหม่ เธอก็ด้วยดูสิหน้าตามอมแมมแล้ว เป้าหมายหลังจากนี้ก็คือการสร้างอาวุธที่กิลด์ เฮ้อจะว่าไปไอ้มิตินั่นก็ฝึกฉันให้แข็งแกร่งขึ้นไม่น้อยเลยทีเดียวยิ่งได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าแมวทั้งสองก็ยิ่งก้าวหน้าแต่ข้อเสียอย่างเดียวก็คือไม่สามารถจุดพลังเวทภายนอกได้นี่สิทำเมื่อไหร่ก็เหมือนกับจุดไฟใต้น้ำส่วนเรื่องตีอาวุธจะทำที่นั่นก็ไม่ได้อีกเพราะติดข้อจำกัดเรื่องพลังเวทเลยต้องหอบแร่กลับมาทำที่นี่แต่เหตุผลหลักๆ นั่นเพราะเสบียงหมดหรอก ไม่งั้นอีกสี่ห้าปีนี่แหละถึงจะกลับกิลด์”ไผ่บ่นยาวเหยียด ส่วนแพตตี้เธอฟังแค่ประโยคแรกแล้วเดินนำไปไกลอยู่ห่างจากเสียงของไผ่เพราะความรำคาญ
........................
ณกิลด์โครบิลอส
“นี่เรย์ล่ายังไม่นอนอีกเหรอเรื่องเอกสารพอแค่นี้ก่อนก็ได้ หักโหมหนักเดี๋ยวก็ป่วยอีกหรอก” เสียงหญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยด้วยความเป็นห่วง เธอถือถ้วยน้ำสมุนไพรยื่นให้มาสเตอร์ของเธอ
“น่าอีกนิดเดียวเองเดี๋ยวเรย์ล่าก็เข้านอนแล้วจ้า” เธอพูดพร้อมเอามือกุมปากหาวหวอดๆ
“จะทำอะไรก็คิดถึงสุขภาพร่างกายบ้างสิเธอนี่มันดื้อจริงๆ เลย เอ้ารีบๆ ดื่มน้ำสมุนไพรหน่อยจะได้สดชื่น” หญิงสาวเพ่งสายตาไปที่ถ้วยน้ำสมุนไพรที่เรย์ล่ากำลังถืออยู่บ่งบอกทางสายตาว่ากำลังบังคับให้เธอดื่ม
“ค่าๆ ๆ” เรย์ล่ากระดกน้ำสมุนไพรดื่มทีเดียวรวดพร้อมกับแสดงออกมาทางสีหน้าว่าขมเรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากเพื่อนเธอได้
ก๊อกๆ ๆ
เสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้น
“ใครกันมาเคาะประตูตอนดึกดื่นแบบนี้พวกชอบข่มขู่นั่นอีกหรือเปล่า บ้าจริงมาได้ทุกวี่ทุกวันไอ้พวกจัญไร” เสียงของหญิงสาวข้างเรย์ล่าบ่นอุบพร้อมกับเดินไปเปิดประตูด้วยท่าทีอันห้าวหาญเฉกเช่นนักรบ
แอ๊ด
“พวกเจ้ามาอีกทำไมกันก็บอกแล้วไงว่าไม่ยอมรับข้อเสนอไม่ยอมตกลงอะไรทั้งนั้น!!!” เธอเปิดประตูแล้วตะคอกเสียงใส่ทำเอาคนที่เคาะประตูถึงกับกระพริบตาปริบ
“ผมคงไม่ใช่คนที่คุณเอ่ยถึงหรอกนะ”เสียงที่เอ่ยออกมาเป็นเสียงของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง
หญิงสาวผู้เปิดประตูมองหน้าและท่าทางของไผ่เธอรวมถึงของสวมใส่ก็เอือมระอา
/สงสัยเป็นขอทานมาขออาหารกิน ให้ตายสิข้าพึ่งเข้ากิลด์มาไม่กี่เดือนแท้ๆแต่กลับเจอเรื่องราวแบบนี้ซ้ำๆ ซากๆ/
“ว่าไงหนูมาขอข้าวกินเหรอ รอสักพักนะเดี๋ยวฉันไปเอามาให้” หญิงสาวยังคงพูดต่อแล้วส่งสายตาน่าเวทนากึ่งสงสารไปให้
/ดูๆ แล้วเด็กหนุ่มนี่ก็หล่อไม่เบาแฮะ/
“โอ้ กำลังหิวพอดี”เสียงตอบรับของไผ่ดังไปถึงหูของเรย์ล่ามือที่ถือแก้วสมุนไพรถึงกับคลายลงจนแก้วร่วงหล่นลงบนโต๊ะทำงานดังกึก
ความปีติท่วมท้นในใจเสียงนี้เธอจำได้ดีและไม่มีวันลืมเด็ดขาดเสียงของบุคคลที่เธอกำลังตามหามานานเกือบครึ่งปี ความรู้สึกหนักอึ้งในความเป็นห่วงผสมความรู้สึกหลากหลาย เธอรู้สึกดีใจอย่างท่วมท้น
เธอจำเสียงนี้ไม่ผิด
……………………………