ทันทีที่สิ้นเสียงของอาวุโสท่านนั้นกลิ่นอายของโค่วยั่วถูก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นดุดันน่ากลัวแตกต่างจากเดิมลิบลับ เทียนฉินหลี่ตามองอย่างระมัดระวังตัวเต็มที่ พร้อมกับเรียกดาบมาถือไว้ในมืออย่างไม่ประมาท
ไม่ทันไรโค่วยั่วถูก็พุ่งเข้ามาหาด้วยความเร็วที่ค้านกับร่างกายยิ่งนัก ก่อนจะปรากฎแสงดาบโค้งฟาดตัดออกมาอย่างรวดเร็ว
ในขณะที่แสงดาบกำลังพุ่งเข้ามาหานั้น เทียนฉินไม่รอช้าเร่งใช้ท่าร่างพริ้วตัวหลบอย่างว่องไว ด้วยประสบการณ์การต่อที่มีมา ทำให้เขารู้ว่าคู่ต่อสู้ที่เหลือล้วนออมแรงเอาไว้ไม่ได้เด็ดขาด
ตู้ม!
แสงดาบโค้งนั้นกระแทกพื้นอย่างแรงจนฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่วลานประลาน
ในตอนนี้เองดวงตาของเทียนฉินเฉิดฉายเป็นประกายขณะที่เขาหลบหลีก ด้วยความว่องไวของท่าร่างมังกรเคลื่อนจันทรา เทียนฉินพริ้วตัวมาอยู่ด้านข้างพร้อมกับจ้วงแทงด้วยกระบวนท่าทะลวงดาราทันที
เปรี้ยง!
โค้วยั่วถูเบี่ยงตัวหลบก่อนพลิกตัวกลับมาฟาดดาบเข้าใส่ดาบเพลิงสุริยาอย่างทันท่วงที
"ไม่น่าเชื่อว่ามันจะว่องไวขนาดนี้!"
เทียนฉินคิดอยู่ในใจ เขาผ่านการต่อสู้กับสัตว์อสูรมาตลอดสองเดือนที่ผ่านมา แต่เทียบไม่ได้เลยกับการต่อสู้กับผู้ฝึกฝนด้วยกันเอง โดยเฉพาะการตอบสนองนั้นแตกต่างกันอยู่มากทีเดียว
แต่เทียนฉินมีหรือจะถอดใจ เขาเหยียดยิ้มออกมาและพลิกตัวหมุนกลับอีกครั้งก่อนเหวี่ยงดาบเข้าใส่โค่วยั่วถูอย่างแรง
ตู้ม!
แม้ว่าโค่วยั่วถูจะว่องไวขนาดไหน แต่เขาก็ไม่สามารถตามความเร็วของเทียนฉินทันได้เลย ถึงจะหลบเลี่ยงจุดสำคัญได้แต่ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงได้ปรากฎขึ้นที่หลังของเขาจากแรงกระแทกของดาบอยู่ดี
ร่างของโค่วยั่วถูตกลงมาก่อนจะยืนมั่นบนเวทีอีกครั้ง ก่อนจะเอามือเช็ดมุมปากที่มีเลือดไหลออกมา เทียนฉินที่ลอยอยู่ด้านบนมองลงมาอย่างไม่ละสายตา เขารู้ดีว่านี่เป็นแค่เพียงการอุ่นเครื่องเท่านั้น หลังจากนี้ต่างหากที่จะประมาทไม่ได้เลย
"ไม่คิดเลยว่าศิษย์น้องเทียนจะแข็งแกร่งเช่นนี้!"โค่วยั่วถูเอ่ยออกมาอย่างไม่จริงจังนัก
"ไม่ใช่ว่าท่านจะยอมแพ้ข้าแล้วหรือ?"
เทียนฉินเอ่ยหยอกล้อออกมาด้วยรอยยิ้ม
"ฮ่าๆๆ!"
"ถ้าจะให้ข้าโค่วยั่วถูยอมแพ้ ศิษย์น้องเทียนต้องออกแรงมากขึ้นกว่านี้แล้ว!"
โค่วยั่วถูเอ่ยออกมาอย่างไม่ถือกับคำกล่าวของเทียนฉิน
เทียนฉินไม่ตอบแต่ขับเคลื่อนกระบวนท่าคมเขี้ยวมังกรออกมาพร้อมกับผสานเปลวเพลิงอัคนีทันที มังกรเพลิงสองตัวปรากฏขึ้นด้านหลังเทียนฉินอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพุ่งตัดอากาศเข้าใส่โค่วยั่วถู
โค่วยั่วถูฝืนทนต่อความเจ็บปวดที่หลัง ก่อนขับเคลื่อนเปลวเพลิงสีแดงออกมาเป็นหมาป่าสองตัวพุ่งเข้าต้านทานมังกรเพลิงของเทียนฉิน
ตู้ม!
ม่านตาของเทียนฉินขยายตัวขึ้น ก่อนพุ่งตัวตามมังกรเพลิงสองตัวนั้นไปอย่างไม่หวั่นไหว แต่โค่วยั่วถูมีหรือจะยอมพลาดเป็นครั้งที่สอง เขาใช้แรงฟาดดาบที่ทรงพลังสร้างคลื่นเปลวเพลิงกระจายไปรอบๆลานประลอง
เทียนฉินชะงักตัวก่อนพริ้วหลบอย่างว่องไวและพยายามโจมตีใหม่อีกครั้ง แต่ทุกครั้งโค้วยั่วถูใช้กระบวนท่าเพลงดาบออกมาสกัดได้ทุกครั้งไป
ทั้งสองคนต่อสู้กันอย่างต่อเนื่องอย่างไม่มีพัก เทียนเข้ารุกเข้ารับพลางครุ่นคิดหาวิธีเข้าถึงตัวของโค่วยั่วถูอย่างช้าๆ
"หรือว่าข้าต้องใช้กระบวนท่าที่สามของเคล็ดวิชาดาบเงาสวรรค์กัน!"เทียนฉินพึมพำอยู่ขณะที่มือก็วาดดาบออกไปไม่หยุด
เมื่อตัดสินใจได้อย่างนั้นเทียนฉินไม่รอช้าใช้ท่าร่างพุ่งเข้าหาพร้อมกับขับเคลื่อน
กายามังกรออกมาป้องกันร่างกาย ก่อนวาดกระบวนท่าคมเขี้ยวมังกรออกมาอีกครั้ง
ตู้ม!
มังกรเพลิงสองตัวเข้าโรมรันกับหมาป่าเพลิงทั้งสองอย่างรุนแรง เทียนฉินอาศัยจังหวะนี้ออกกระบวนท่าที่สามออกไปอย่างรวดเร็ว
"เฉือนนภา!"
แสงดาบผสานเข้ากับแก่นแท้ทั้งสองธาตุถูกปลดปล่อยออกไปอย่างไม่มียั้ง เปลวเพลิงสีส้มตัดสลับกับสีฟ้าพุ่งเข้าใส่อย่างรวดเร็ว
โค่วยั่วถูหันกลับมาใช้ดาบป้องกันอย่างไว แต่แรงกระแทกของพลังดาบที่แฝงไปด้วยแก่นแท้ทั้งสองธาตุกลับทำให้เขาไม่สามารถยับยั้งได้
หน้าอกของโค่วยั่วถูถูกพลังดาบอัดเข้าอย่างแรงจนร่างกระเด็นล่วงตกลงมาอีกครั้ง คราวนี้เทียนฉินไม่ปล่อยให้เขาตั้งตัวได้อีก ใช้กระบวนท่าทะลวงดาราผสานกับแก่นแท้ธาตุทั้งสองจ้วงแทงตามติดมาอย่างไม่ปราณี
เปรี้ยง!
กระแสเพลิงระเบิดออกมาอย่างรุนแรงเป็นวงกว้าง แม้แต่คลื่นที่กางไว้ป้องกันผู้ชมถึงกับกระเพื่อมสั่นไหวอย่างรุนแรง เทียนฉินลอยตัวสังเกตุความเคลื่อนไหวอย่างไม่กระพริบตา
เพียงไม่นานเปลวเพลิงค่อยๆมอดดับลง เผยให้เห็นร่างสองร่างยืนอยู่ตรงกลางเวทีประลองนั้น เทียนฉินหรี่ตาลงพลางขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ที่จริงเขาก็รู้สึกแปลกใจอยู่เหมือนกัน ว่าพลังดาบของเขาทำไมมันถึงสลายออกไปเร็วอย่างนี้ แต่เมื่อเห็นภาพตรงหน้าก็พอเข้าใจได้อยู่บ้างไม่มากก็น้อย
"เจ้าไม่ลงมือรุนแรงไปหน่อยรึ?"อาวุโสแผนกคุมกฎแหงนหน้ามาทางเทียนฉินพร้อมกับเอ่ยถาม
"ข้าขอโทษด้วยผู้อาวุโส!"
"ข้าแค่คิดว่าเขาสามารถต้านพลังของข้าได้จึงไม่ทันระวังออกแรงมากเกินไป"
เทียนฉินเหินร่างลงมาอย่างรวดเร็วหลังเห็นอาวุโสคนนั้นแบกโค่วยั่วถูไว้บนบ่า คราวนี้เขาคงลงมือแรงเกินไปจริงๆ ถึงกับทำให้โค่วยั่วถูหมดสติไปอย่างนี้
"เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นรึ?"เสิ้นจื่อที่นั่งดูอยู่บนอัฒจันทร์รีบเหาะมาทันทีที่เห็นทางเทียนฉินมีเหตุการณ์ผิดปกติ
"เป็นลูกศิษย์ของท่านนะสิที่ไม่คิดจะยั้งมือเลย ทั้งที่เห็นว่าโค่วยั่วถูเพรี่ยงพร้ำไปแล้ว!"อาวุโสแผนกคุมกฎเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"จริงหรือเปล่าเทียนฉิน?"เสิ้นจื่อหันมาถามเทียนฉินด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
"ศิษย์ไม่ได้ตั้งใจที่จะทำรุนแรงเกินกว่าเหตุเลย"
"เพียงแต่คิดว่าโค่วยั่วถูจะรับมือได้ เลยไม่ได้ยับยั้งพลังโจมตีเอาไว้!"เทียนฉินก้มหัวเล็กน้อยเพื่อทำความเคารพก่อนเอ่ยบอกออกไปตามตรง
"โฮ้ะๆๆ!การประลองถ้าไม่ต่อสู้กันเต็มที่ จะเรียกว่าการประลองได้อย่างไรกัน!'
เสิ้นจื่อเอ่ยออกมาอย่างไม่ได้สนใจเลยว่าเทียนฉินจะเป็นฝ่ายผิด
"ถึงอย่างไรก็ต้องมีการสืบสวนกันอยู่ดี!"อาวุโวคุมกฎคนนั้นยังไม่ยอมแพ้
"ถ้าจะมีการสืบสวนเรื่องแบบนี้ อย่างนั้นพวกแผนกคุมกฎก็ต้องสืบสวนคนที่ทำร้ายศิษย์ของข้าด้วยเช่นกัน!"
ในขณะนั้นเองมีเสียงของหญิงสาวแทรกเข้า เมื่อทุกคนหันไปมองก็พบว่าเป็นอาวุโสสูงสุดเม่ยรู่ชิงซึ่งเป็นอาจารย์ของเฟยลี่นั่นเอง
"ท่านกล่าวอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร? อาวุโสเม่ย"อาวุโสคุมกฎคนนั้นเอ่ยถาม
"ตอนนี้ศิษย์ของข้าก็บาดเจ็บสาหัสเหมือนกันจากการประลองเมื่อวานนี้ แต่ไม่เห็นใครจะกระตือรือร้นเหมือนการประลองในครั้งนี้เลย!"เม่ยรู่ชิงเอ่ยออกมาอย่างประชดประชัน
"เอาละพอกันได้แล้วทุกคน!"
"ไว้การประลองครั้งนี้จบลงเมื่อไหร่พวกเราค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องนี้กันอีกครั้ง!"
เป็นชายชราอีกคนที่เหาะมาถึงจากนั้นเอ่ยออกมายุติเรื่องราวครั้งนี้ ซึ่งคนนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นอาวุโสสูงสุดของนิกายอีกท่านนั่นเอง
"ถ้าอย่างนั้นก็เอาตามที่อาวุโสกุ่ยบอกแล้วกัน"
อาวุโสคุมกฎเอ่ยออกมาอย่างจำยอม ในเมื่ออาวุโสสูงสุดของนิกายทั้งสองคนออกมาพูดถึงขนาดนี้แล้ว จะให้เขายืนกรานไม่ยอมรับคงเป็นไปไม่ได้
"พาคนเจ็บไปที่แผนกปรุงยาซะ และก็เริ่มการแข่งขันต่อได้แล้ว!"อาวุโสกุ่ย
กล่าวออกมาแล้วก็เหาะกลับไปนั่งที่เดิมทันที
หลังจากนั้นทุกอย่างก็ดำเนินการไปตามปกติ เวทีที่สองเป็นซางฟู่กงที่ใช้กระบี่สองมือเอาชนะเจียวโพ่ยอย่างฉิวเฉียด
ส่วนเซียวปิงหยวนโชคไม่ดีที่ได้เจอกับชิงต้าเหนียวที่มีระดับพลังสูงกว่าขั้นหนึ่ง จึงไม่อาจต้านไหวพ่ายแพ้ไปอย่างเจ็บใจ
เมื่อได้รู้ผู้เข้ารอบทั้งสามคนแล้ว อาวุโสเหลียงก็ออกมาประกาศอีกครั้งว่าการประลองครั้งต่อไปจะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้ ทำให้มีเสียงพูดคุยโวกเวกโวยวายไปทั่วบริเวณ
เพราะทุกครั้งที่ผ่านมาเมื่อได้ผู้ชนะทั้งสามคนแล้ว ก็จะเริ่มประลองกันต่อในช่วงบ่ายทันที ทำให้ผู้คนต่างสงสัยกันเป็นอย่างมากว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่เทียนฉินย่อมรู้ดีว่าต้นเหตุนั้นมาจากตัวเขาเอง
แต่ในเมื่อแก้ไขอะไรไม่ได้อยู่แล้ว เทียนฉินจึงเดินกลับไปพักผ่อนที่บ้านพักทันทีโดยไม่ได้คิดอะไรอีกต่อไป
จบตอนที่ 68