บทที่ 6 รูปลักษณ์
เมื่อนึกถึงตรงนี้ ลู่เซี่ยก็หวนคิดถึงเครื่องสีไฟฟ้าขนาดเล็กที่เธอเพิ่งตัดสินใจซื้อไปเมื่อไม่นานมานี้
แต่แล้วก็จบเห่ สิ่งนั้นไม่เหลือแล้ว
ลู่เซี่ยรู้สึกเสียดายเหลือเกิน!
เพราะลู่เซี่ยตั้งใจจะเอาไว้ใช้ในช่องว่างมิติโดยเฉพาะ เธอถึงขั้นติดตั้งแบตเตอรี่ชาร์จไฟให้เป็พิเศษ แถมยังราคาสูงอีกต่างหาก!
แต่หลังจากซื้อมาแล้วลู่เซี่ยก็เกิดรู้สึกเสียดาย เพราะเธอเพิ่งค้นพบว่า แม้จะใส่ข้าวเข้าไปทั้งรวงก็ไม่เป็ปัญหา เพราะการทำงานของกระท่อมหลังนี้สามารถแยกและจัดการให้เองโดยอัตโนมัติ เมื่อสิ้นสุดกระบวนการแล้วก็จะคายข้าวสารออกมา เธอเพียงแค่ต้องขนข้าวสารที่ได้ ไปเก็บไว้ที่ลานก็พอ
ดังนั้นลู่เซี่ยจึงรู้สึกเสียดายมาก เดิมทีตั้งใจจะขายมือสอง แต่ยังไม่ทันได้ขายก็หายไปแล้ว
เสียดาย!
แม้ตอนนี้จะเสียดายไปก็ไร้ประโยชน์ ลู่เซี่ยพยายามลืมเื่นี้แล้วมองดูไปรอบ ๆ ช่องว่างมิติอย่างละเอียด ก่อนจะค่อย ๆ โล่งใจไปในที่สุด ตราบใดที่มีช่องว่างมิติอยู่ ก็เหมือนยังมีที่พึ่ง
เมื่อออกมาจากช่องว่างมิติแล้ว ลู่เซี่ยก็ลุกจากเตียง
เตียงไม้ที่เรียบง่ายส่งเสียง ‘เอี๊ยดอ๊าด’ ราวกับว่าจะพังลงมาให้ได้
แต่ลู่เซี่ยรู้ดีว่าจะไม่เป็เช่นนั้น เพราะเ้าของร่างเดิมนอนแบบนี้มาหลายปี และมันก็ยังเป็แบบนี้มาตลอด จนเธอคุ้นชินกับมันไปแล้ว
หลังลงจากเตียง ลู่เซี่ยก็เดินไปยังโต๊ะเครื่องแป้งที่อยู่มุมห้อง ซึ่งเป็ที่ของลู่ชุนพี่สาวคนโต เดิมทีแล้วเ้าของร่างเดิมจะไม่มาที่นี่ และพี่สาวของเธอก็ไม่อนุญาตให้เธอใช้ด้วย
หากพี่สาวของเธอรู้เข้า เกรงว่าคงจะโกรธอีกแน่ ๆ
แต่ลู่เซี่ยไม่ได้สนใจอะไรมากมายนัก เธอเดินไปนั่งลงแล้วหยิบกระจกขึ้นส่องดู เและได้เห็นรูปลักษณ์ของเ้าของร่างเดิม
ภาพสะท้อนกระจก ปรากฏเป็หญิงสาวที่ดูผอมแห้งแรงน้อย และสีหน้าเหลืองหม่น ส่วนเส้นผมนั้นไม่ต้องพูดถึง ไม่เพียงแต่จะออกสีเหลืองเท่านั้น แต่ยังแห้งกร้านและแตกปลายอีกด้วย
แน่นอนว่าเป็ผลมาจากการขาดสารอาหาร
แม้จะไม่ได้รับความรักจากพ่อแม่ แต่ก็ไม่น่าจะขาดแคลนอาหารจนเติบโตมาถึงขนาดนี้หรอก เพราะครอบครัวของเธอมีพ่อแม่ที่ทำงานทั้งคู่ สามารถเลี้ยงลูกทั้งสี่คนได้
แต่ครอบครัวของลู่เซี่ยต่างออกไป พ่อแม่ของเธอต่างก็กตัญญูเป็พิเศษ
และความกตัญญูนั้นก็มุ่งไปยังครอบครัวของตัวเอง
พ่อของลู่เซี่ยเป็ลูกชายคนที่สอง สถานะในครอบครัวก็คล้าย ๆ กับลู่เซี่ย เพื่อแย่งชิงความสนใจจากพ่อแม่ เขาจึงแสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่เป็พิเศษ แม้จะแยกครอบครัวออกไปแล้ว แต่ย่าของลู่เซี่ยก็ยังหาข้ออ้างเพื่อขอเงินจากเขาอยู่บ่อย ๆ และเขาก็จะไม่ปฏิเสธ
ส่วนแม่ของลู่เซี่ยก็กตัญญูเช่นกัน แต่เป็การกตัญญูต่อครอบครัวของตัวเอง เธอจะกลับไปเยี่ยมครอบครัวสองสามวันต่อหนึ่งครั้ง และทุกครั้งก็จะไม่ไปมือเปล่า เนื่องจากเธอทำงานในโรงงานทอผ้า จึงมักจะมีเศษผ้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งใน่หลายปีที่ผ่านมาก็ถูกนำไปให้ครอบครัวของเธอในราคาถูก
ดังนั้น แม้ครอบครัวของลู่เซี่ยจะมีรายได้มาจากการทำงานของพ่อแม่ แต่ก็ยังคงต้องใช้ชีวิตอย่างประหยัด
แน่นอนว่าพ่อแม่จะดูแลลูก ๆ คนอื่น พวกเขาจึงไม่ต้องหิวโหย แต่ลู่เซี่ยที่เป็เหมือนคนที่ไม่มีตัวตนก็ไม่ได้รับการดูแล เพราะคิดว่าไม่หิวจนตายหรอก
คิดถึงตรงนี้ ลู่เซี่ยก็ถอนหายใจ และมองดูรูปลักษณ์ของเ้าของร่างเดิมอย่างพิจารณา แม้จะค่อนข้างผอม แต่ก็ยังเห็นได้ว่ามีใบหน้าที่งดงาม
และสิ่งที่ทำให้ลู่เซี่ยเกิดความสนใจมากกว่านั้นคือ เ้าของร่างเดิมมีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับเธอเอง
ลู่เซี่ยในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดเคยผอมบ้าง แต่ต่อมาก็มีช่องว่างมิติ เธอกินผักจากช่องว่างมิติและดื่มน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ ร่างกายจึงค่อย ๆ มีน้ำมีนวลขึ้น ผิวพรรณก็ขาวสะอาด กลายเป็สาวสวยคนหนึ่ง มีผู้ชายหลายคนมาติดตาม แต่เธอก็แค่อยากหาเงิน
ดังนั้น ในตอนนี้ลู่เซี่ยจึงไม่ได้กังวลอะไร เพราะรู้ว่าสักวันก็จะฟื้นสภาพได้ ยิ่งเ้าของร่างเดิมมีอายุไม่ถึงยี่สิบปีด้วยซ้ำ
หลังจากคิดจนได้คำตอบแล้ว ลู่เซี่ยก็หาเสื้อผ้าของเ้าของร่างเดิมมาสวม แม้จะเป็เสื้อผ้ามือสองที่ลู่ชุนไม่้า แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรสวมเลย จากนั้นเธอก็ออกจากห้อง
ตอนนี้ในห้องนั่งเล่นก็ไม่มีใครแล้ว คงเป็เพราะทุกคนรู้ว่าลู่เซี่ยเพิ่งผ่าน่เวลายากลำบาก จึงตั้งใจเปิดพื้นที่ให้เธอได้คิดทบทวนสิ่งต่าง ๆ