วรยุทธอสูรทะยานฟ้าผ่าปฐพี!!

    บทที่ 47 เผชิญหน้าเหล่าสัตว์อสูรฟ้าดินสุดอันตราย ณ ป่าแดนเหนือ

            เป็นเวลาอาทิตย์อัสดง ห่าวหรานกำลังเดินอยู่ในป่าทึบที่ค่อนข้างเงียบสงัดน่าขนลุก ทุกย่างก้าวที่มุ่งไปล้วนมีความอันตรายซุกซ่อนอยู่หากประมาทใจลอยเพียงนิดเดียวก็อาจจะไม่มีวันได้กลับออกไปเป็นแน่ ห่าวหรานเองแม้นจะมีฝีมือพอตัวแต่มันก็ไม่คิดชะล่าใจเดินไปก็กวาดตามองไปรอบกายอย่างระมัดระวัง อีกทั้งยังคอยมองหาถ้ำของเจ้าหมูป่าเขี้ยวอัสนีอีกด้วย

            

            “อยู่ตรงไหนกันนะถ้ำของเจ้าหมูป่าตัวนั้น ข้าเดินมาสักพักก็เห็นแต่ต้นไม้เท่านั้น” ห่าวหรานกล่าวออกมาพร้อมขมวดมุ่นคิ้วเล็กน้อย และในยามนั้นเองที่เท้าข้างหนึ่งของมันก็ได้ก้าวไปโดนกับอะไรบางอย่างเข้า “หือ...? อันใดกัน”

            

            ห่าวหรานนิ่งชะงักก่อนก้มลงไปมองก่อนจะพบว่า ที่ข้อเท้าของมันคล้ายถูกรัดพันด้วยใยแมงมุมสีขาวขุ่นจนขยับไปต่อไม่ได้ ใยนี่เหนียวมาก เหนียวขนาดที่คนมีพละกายกำลังเกือบพันจินอย่างห่าวหรานก็ยังมิอาจกระชากดึงให้ขาดได้ ห่าวหรานพลันรับรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณว่านี่ไม่ใช่ใยแมงมุมธรรมดาทั่วไปเสียแล้ว และมันก็คิดถูกจริง ๆ เพราะขณะที่กำลังจะดึงขาให้หลุด หูของห่าวหรานก็ได้ยินเสียงของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ราว ๆ สองสามตัวกำลังมุ่งหน้าตรงมาหามันด้วยความรวดเร็ว

            

            พอได้ยินเช่นนั้นห่าวหรานก็ทราบแล้วว่าสิ่งที่ไปโดนเข้าคือกับดักที่พวกมันวางไว้ดักเหยื่อไม่ผิดแน่ และผู้ที่ดักก็กำลังจะเข้ามาในไม่ช้า

            

            “พวกมันรู้ตัวแล้วสินะ ข้าไม่น่าประมาทเลย ว่าแต่จะทำเช่นไรดีไอ้ใยพวกนี้เหนียวจนแทบจะดึงขาขยับไม่ได้” สีหน้าของห่าวหรานเริ่มวิตกกังวลก่อนที่มันจะออกแรงขยับขาอีกครั้งแต่ก็ไร้ผล จากนั้นความคิดบางอย่างก็พลันผุดขึ้นในหัว “ถ้าพละกำลังใช้ไม่ได้ผล เช่นนั้นแบบนี้เล่า” ห่าวหรานเอ่ยขึ้นก่อนที่ร่างของมันจะร้อนผะผ่าว นัยน์ตาแดงโชติช่วงดุจเปลวเพลิง

            

            ห่าวหรานใช้วิชาปราณอสูรร่วมคำรามธาตุอัคคีเพื่อที่จะแผดเผาใยแมงมุมที่พันขาของมันอยู่ ซึ่งก็นับว่าคิดถูกต้องเพราะพอใยแมงมุมถูกความร้อนมันก็เริ่มละลาย และสลายตัวลง เมื่อนั้นห่าวหรานจึงขยับขาได้อีกครั้ง “หลุดแล้ว” ห่าวหรานยิ้มกว้างด้วยความดีใจ ทว่า...ก็เป็นแค่เวลาสั้น ๆ เพราะมันรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่กำลังพุ่งแหวกอากาศตรงมาหาด้วยความเร็วสูง

            

            ห่าวหรานไม่รอช้าพลันกระโดดถอยไปข้างหลังหลายก้าว ก่อนที่สองตาจะได้เห็น ใยแมงมุมราว ๆ สามสายที่พุ่งปราดราวกับลูกธนูลงมายังจุดที่เคยยืนอยู่เมื่อสักครู่นี่ ความรุนแรงของมันทำให้พื้นดินบริเวณนั้นกลายเป็นหลุมขนาดย่อม ๆ แถมยังเฉือนตัดต้นไม้ต้นเล็กแถวนั้นจนขาดกระจุย “นั้นมันใยแมงมุมอันใดกันทำไมถึงทรงพลังเช่นนี้” ห่าวหรานถึงกับตื่นตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนที่มันจะได้ยินเสียงกรีดร้องแสบแก้วหูของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่สามตัวตามมาติด ๆ

            

            ไม่นานนักเจ้าของเสียงก็ปรากฏกายออกมาอยู่ตรงหน้าของห่าวหราน รูปร่างของมันใหญ่โตปกคลุมไปด้วยขนสีแดงฉานทั่วร่าง กลางหลังมีรูปคล้ายหัวกะโหลกน่าขนลุก มีขาแปดข้าง พร้อมกับเขี้ยวแหลมตรงปากซึ่งมีเมือกสีเขียว ๆ ไหลหยดลงพื้น ซึ่งชื่อของพวกมันก็คือ แมงมุมกะโหลกแดงมรณะ เป็นสัตว์อสูรฟ้าดินชั้นปฐพีระดับสูง

            

            ห่าวหรานที่ได้เห็นก็นิ่งอึ้งไปเล็กน้อยเพราะไม่คาดคิดว่าจะได้เจอสัตว์อสูรฟ้าดินที่อันตรายเร็วเช่นนี้

            

            “ชั้นปฐพีระดับสูงกระนั้นรึ...? ข้าแค่จะมาล่าเจ้าหมูป่า แต่ดันเจอแมงมุมน่าเกลียดพวกนี้เสียได้ นับว่าโชคไม่ดีเอาซะเลย แต่จะให้ข้าหนีหรือ....?” ห่าวหราวขมวดคิ้วมุ่นด้วยความลังเลใจเล็กน้อยเพราะเมื่อมันใช้เนตรเทวะรู้แจ้งตรวจสอบเจ้าแมงมุมทั้งสาม มันก็พบว่าหากเอาชนะ จะได้รับจิตปราณจำนวนไม่น้อย แถมยังได้ผลึกอสูรธาตุไม้ระดับสูงประมาณสองก้อน พร้อมทั้งป้ายเคล็ดวิชาชั้นปฐพีระดับสูง วิชาแปดดัชนีใยมรณะทะลวงกระดูก

            

            สิ่งที่ห่าวหรานได้เห็นทั้งหมดมันช่างล่อตาล่อใจเป็นยิ่งนัก ทว่า...การจะได้มานั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะพวกแมงมุมกะโหลกแดงมรณะทั้งสามนั้นมีความแข็งแกร่ง และรวดเร็วเป็นอย่างมาก แม้นห่าวหรานจะโคจรจิตปราณธาตุอัคคีในร่างจนถึงขั้นสูงสุดก็ทำได้แค่ต่อสู้เสมอตัวเท่านั้น “ร้ายกาจ ร้ายกาจยิ่งนัก พวกมันเคลื่อนไหวรวดเร็ว แถมผิวหนังก็ยังแข็งแกร่งราวกับเกราะเหล็กกล้า กำลังหมัดของข้าผสานเข้ากับจิตปราณอัคคีไม่ระคายผิวมันแม้แต่น้อย ไหนจะใยแมงมุมที่รุนแรง และแม่นยำ เหล่านี้อีก นี่พวกมันใช่ สัตว์อสูรฟ้าดินชั้นปฐพีระดับสูงแน่รึ อันตรายระดับนี้น่าจะอยู่ชั้นนภาระดับกลางมากกว่า” ห่าวหรานบ่นพึมพำ ขณะที่กำลังหมุนกาย พลิ้วตัวหลบเส้นใยแมงมุมที่ถูกระดมยิงมาราวกับลูกธนู ก่อนที่มันจะไปตั้งหลักอยู่บนกิ่งไม้ด้วยความเหนื่อยอ่อน

            

            “เห็นทีข้าคงต้องใช้กระบวนท่านั้นเสียแล้ว แม้นจะยังฝึกไม่คล่องก็ตาม และไม่รู้ว่าถ้าใช้ไปแล้ว จะกลายเป็นแบบเย่เหม่ยในยามนั้นหรือไม่” ห่าวหรานเอ่ยขึ้นเบา ๆ ก่อนที่มันจะโคจรจิตปราณสีฟ้าออกมาทั่วร่าง แล้วก็ตามด้วยท่าร่างบางอย่างซึ่งดูคล้ายกับท่วงท่าของมังกรที่กำลังร่ายรำ ภาพของมังกรสีฟ้าครามที่ดูน่าเกรงขามแปดตัวปรากฏขึ้นเบื้องหลัง ก่อนที่หมัดจะถูกปล่อยออกไปพร้อมกับมังกรทั้งแปด ทั้งหมดพุ่งตรงไปยังเจ้าแมงมุมกะโหลกแดงมรณะทั้งสามที่รออยู่เบื้องล่าง

            

            พวกมันมีท่าทางตกใจเล็กน้อยแต่ก็มีได้ก้าวถอยหนี แถมยังดูดุร้ายเกรี้ยวกราดยิ่งกว่าเดิม เจ้าแมงมุมกะโหลกแดงมรณะพ่นใยพิฆาตของมันเข้าปะทะกับปราณมังกรวารีทั้งแปดอย่างไม่กลัวเกรง ทว่า...ด้วยสุดยอดเคล็ดวิชาขั้นนี้ของซือคงอี้หวง ไฉนเลยจะพ่ายแพ้ให้กับพวกสัตว์เดรัจฉานต่ำต้อย

            

            ใยแมงมุมทุกสายที่พุ่งออกมาล้วนถูกมังกรวารีอ้าปากกลืนกินจนสลายสิ้น ก่อนที่พวกมันจะพุ่งทะยานลงไปกลืนกินร่างของเจ้าแมงมุมกะโหลกแดงมรณะทั้งสามต่อ จนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่วผืนป่าแดนเหนือ ฝุ่นควันลอยคละคลุ้งตลบอบอวลไปชั่วขณะ และพอทุกอย่างจางลง ห่าวหรานก็ได้พบกับภาพของ เจ้าแมงมุมทั้งสามที่นอนหงายท้องไม่ขยับเขยื้อนอีกต่อไป พวกมันถูกจัดการได้แล้วนั้นเอง...

            

            ห่าวหรานรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก เขาเผยรอยยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ทว่า...ก็เป็นแค่เพียงชั่วเวลาสั้น ๆ เพราะหลังจากนั้น ห่านหรานก็พลันทรุดเข่าลง กับกิ่งไม้ พร้อมกับดวงตาที่พร่าเลือนจนเกือบจะหมดสติ และร่วงตกลงมากระแทกพื้น ดีว่ามันจะพอประคองร่างเอาไว้ทัน จากนั้นห่าวหรานจึงกระโดดลงมาเบื้องล่าง และพลันนั่งลง หลับตา เพื่อโคจรลมปราณให้กลับมาเป็นปรกติ ใช้เวลาอยู่ไม่นานร่างกายก็กลับมาเป็นปรกติดังเดิม “ข้ายังฝึกไม่สำเร็จสินะ มันจึงส่งผลต่อร่างกายแบบนี้ เช่นนั้นต่อไป หากไม่ถึงคราวจำเป็นจริง ๆ ข้าไม่ควรแค่นใช้กระบวนท่านี้อีก” ห่าวหรานเอ่ยขึ้นก่อนจะนั่งโคจรลมปราณต่ออีกเล็กน้อย จากนั้นจึงลุกขึ้นไปเก็บของรางวัลแห่งความเหนื่อยยากของมันจากร่างอันไร้วิญญาณของเจ้าแมงมุมกะโหลกแดงมรณะทั้งสาม

            

            พอเก็บทุกอย่างเรียบร้อยห่าวหรานจึงคิดที่จะออกเดินทางต่อ ทว่า...ในยามนั้นหูก็ได้ยินเสียงร้องของตัวอะไรบางอย่างดังขึ้น มันเป็นเสียงเห่าหอนของหมาป่าตัวใหญ่ แถมมิใช่ตัวเดียวเสียด้วย “เสียงหมาป่าหรือ อยู่ไม่ใกล้จากตรงนี้สักเท่าไหร่ด้วย” ห่าวหรานพึมพำขึ้น ก่อนจะชำเลืองมองไปยังร่างของเจ้าแมงมุมที่นอนหงายอยู่ “เช่นนั้นข้าควรรีบไปจากตรงนี้ ไม่รู้พวกหมาป่าได้ยินดังเมื่อครู่ หรือรับรู้ว่ามีซากของสัตว์ตายอยู่แถวนี้ นอกจากพวกมัน อาจจะมีสัตว์กินเนื้อดุร้ายตัวอื่นแห่กันมาอีก จะให้ข้ารับมือกับพวกมันทุกตัวคงจะไม่ไหว เก็บแรงที่เหลือไว้สู้กับเจ้าหมูป่าตัวนั้นจะดีกว่า” พอห่าวหรานเอ่ยจบมันก็ดีดตัวขึ้นไปบนกิ่งไม้ ก่อนจะพลันพุ่งทะยานร่างให้หายวับเข้าไปในเงามืด...

            

            ซึ่งก็นับว่าห่าวหรานคาดการณ์ได้อย่างถูกต้อง เพราะเมื่อหลังจากมันไปได้ไม่นาน บริเวณนี้ก็มีทั้งฝูงหมาป่าทมิฬตัวมหึมานับสิบ พร้อมทั้งงูยักษ์ลายเพลิงอีกสองตัวปรากฏขึ้น ซึ่งเป้าหมายของพวกมันก็คือ อาหารกองโตตรงนี้ ซากของเจ้าแมงมุมกะโหลกมรณะทั้งสามตัวนั้นเอง ทุกตัวล้วนแข็งแกร่งอยู่ในชั้นปฐพีระดับสูงทั้งนั้น หากเมื่อครู่ห่าวหราน ชักช้าอีกนิด มันก็อาจจะกลายเป็นหนึ่งในอาหารของเจ้าพวกนี้ไปแล้วก็เป็นได้...

            

            จบบท

    คล้ายกับเรื่องวรยุทธอสูรทะยานฟ้าผ่าปฐพี!! ที่คุณอ่าน