บทที่ 142: อำลาและขอบฟ้าใหม่
หลายเดือนผ่านไป...
ราชอาณาจักรจ้าวได้เข้าสู่ยุคแห่งความสงบสุขและความรุ่งเรืองอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ภายใต้การบริหารขององค์รัชทายาทที่เฉียบแหลม และการค้ำจุนของ "มหาธรรมนูญผู้พิทักษ์" ผู้ลึกลับนามว่าหลินฟาน ไม่มีขุมกำลังใดกล้าที่จะสร้างความวุ่นวายอีกต่อไป สำนักเมฆาครามได้กลายเป็นนิกายอันดับหนึ่งอย่างสมภาคภูมิ ได้รับการจัดสรรทรัพยากรและการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากราชวงศ์
ส่วนหลินฟานนั้น... เขากลับใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและสันโดษ
เขากลับมาพำนักอยู่บนยอดเขาเทพอสนี ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการปิดด่านฝึกตนอย่างเงียบๆ เขารวบรวมสมาธิและทำให้รากฐานของขอบเขตวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นที่ 2 ของเขามั่นคงอย่างสมบูรณ์แบบ เขาได้กลายเป็นตำนานที่มีชีวิต... เป็นเทพผู้พิทักษ์ที่ศิษย์ทุกคนเคารพบูชา แต่กลับมีน้อยคนนักที่จะได้พบเจอตัวจริงของเขา
แต่ท่ามกลางความสงบสุขและความเคารพนั้น... หลินฟานกลับเริ่มรู้สึกถึง "ความนิ่งเฉย"
พลังปราณฟ้าดินของอาณาจักรจ้าวที่เคยหนาแน่น... บัดนี้กลับรู้สึกเบาบางเกินไปสำหรับกายามังกรอสุนีบาตบรรพกาลของเขา
เขาไม่มีคู่ต่อสู้ที่ทัดเทียม... ไม่มีวิกฤตที่ท้าทาย...
เขารู้ดีว่าหากยังคงอยู่ที่นี่ต่อไป... การเติบโตของเขาจะหยุดชะงักลง
เส้นทางของเขายังอีกยาวไกล... ภารกิจ "มรดกจักรพรรดิ" ยังรอคอยเขาอยู่... และเครือข่ายที่แท้จริงของ "บัลลังก์เงา" ยังคงซ่อนตัวอยู่ในทวีปอันกว้างใหญ่
เขาได้ทำการตัดสินใจครั้งสำคัญ... ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องจากไป
เขาได้สร้างรากฐานที่มั่นคงให้แก่สำนักเมฆาครามและพันธมิตรของเขาแล้ว การมีอยู่ของเขาไม่ได้จำเป็นต่อความอยู่รอดของพวกเขาอีกต่อไป แต่ในทางกลับกัน... การจากไปของเขาต่างหากที่จะทำให้พวกเขาเติบโตขึ้นได้อย่างแท้จริง
หลินฟานได้จัดการอำลาอย่างเงียบๆ
เขาได้เข้าพบเจ้าสำนัก, มหาผู้อาวุโสสูงสุด, และผู้อาวุโสหลี่เป็นครั้งสุดท้าย เขาไม่ได้แค่กล่าวคำอำลา... แต่ยังได้มอบ "ของขวัญ" ชิ้นใหญ่ทิ้งไว้ให้
ทรัพยากรจำนวนมหาศาลที่เขายึดมาได้จากบัลลังก์เงา... และความเข้าใจในเต๋าที่เขาสกัดออกมาเป็น "หยกสืบทอด" ส่วนตัว... ทั้งหมดนี้เพียงพอที่จะทำให้สำนักเมฆาครามแข็งแกร่งขึ้นไปอีกหลายเท่าในอีกร้อยปีข้างหน้า
"มังกรที่แท้จริง... ย่อมไม่อาจถูกขังไว้ในบ่อน้ำตื้นได้" มหาผู้อาวุโสสูงสุดกล่าวด้วยความเข้าใจ "จงไปเถอะ... ไปตามเส้นทางของเจ้า"
จากนั้น เขาก็ได้เข้าพบองค์รัชทายาทจ้าวหลิงเทียนเป็นครั้งสุดท้าย พวกเขาไม่ได้พูดคุยกันในฐานะขุนนางและเชื้อพระวงศ์... แต่ในฐานะสหายร่วมรบ พวกเขาดื่มสุรากันใต้แสงจันทร์ รำลึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมา
"ข้าเป็นหนี้เจ้ามากเกินไปแล้ว" องค์รัชทายาทกล่าว
หลินฟานเพียงแค่ยิ้ม "ดูแลสำนักเมฆาครามให้ข้าด้วย นั่นคือสิ่งเดียวที่ข้าร้องขอ"
ในคืนที่เงียบสงบ...
หลินฟานกลับมายืนอยู่บนจุดสูงสุดของยอดเขาเทพอสนีเป็นครั้งสุดท้าย เขามองลงไปยังสำนักที่เปรียบเสมือนบ้านหลังแรกของเขาในโลกใบนี้ด้วยความรู้สึกที่อาลัยอาวรณ์... แต่กลับไม่มีความลังเลใจ
เส้นทางของเขา... อยู่เบื้องหน้า
เขานำแผนที่ทวีปที่ได้มาจากจ้าวเงาออกมา... สายตาของเขาจับจ้องไปยังจุดหมายต่อไป... "หุบเขาอสนีบาตหมื่นทัณฑ์" สถานที่ซ่อนมรดกชิ้นแรกของจักรพรรดิผู้ก่อตั้ง... ซึ่งตั้งอยู่ในอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่และทรงอำนาจกว่าอาณาจักรจ้าวหลายเท่าตัว... "จักรวรรดิเทียนหลง"
เขาไม่ต้องการเรือเหินเวหาอีกต่อไปแล้ว...
เขาค่อยๆ ก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว...
พรึ่บ!
เขาไม่ได้ทะยานขึ้น... แต่ร่างของเขากลับ "หายไป" จากจุดที่เคยยืนอยู่... ทิ้งไว้เพียงประกายสายฟ้าจางๆ ที่สลายไปกับสายลม...
มันคือเคล็ดวิชาเคลื่อนย้ายมิติที่เขาได้รับมาจากมรดกของมังกรบรรพกาล...
...
ณ เทือกเขาที่ห่างไกลออกไปหลายหมื่นลี้... นอกอาณาเขตของอาณาจักรจ้าวโดยสิ้นเชิง...
ร่างของหลินฟานปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าบนยอดเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ
เขาเงยหน้าขึ้น... สูดลมหายใจเข้าลึกๆ...
พลังปราณฟ้าดินที่นี่... หนาแน่นและบริสุทธิ์กว่าที่สำนักเมฆาครามหลายสิบเท่า! และเขายังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของผู้ฝึกตนที่ทรงพลังมากมายที่ซ่อนตัวอยู่ในดินแดนแห่งนี้... กลิ่นอายที่แข็งแกร่งเสียยิ่งกว่ามหาผู้อาวุโสสูงสุด!
เขามองไปยังขอบฟ้าอันกว้างใหญ่เบื้องหน้า... แล้วยิ้มออกมา
การเดินทางใน "หมู่บ้านมือใหม่" ได้จบสิ้นลงแล้ว
และบัดนี้... การผจญภัยที่แท้จริง... บนเวทีที่ใหญ่กว่า... ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!