น้ำเสียงของมหาปราชญ์เฟิงเปี่ยมไปด้วยความลังเล ราวกับไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตัวเองกำลังเผชิญอยู่เขาจำได้ดีถึงอีกาน้อยที่คอยติดตามอยู่ข้างกายรุ่นพี่ของเขาครั้งหนึ่งมันเป็นเพียงสัตว์ผู้ซื่อสัตย์และเต็มไปด้วยความภักดีไม่เคยมีใครคิดว่ามันจะกลายมาเป็นสิ่งที่ยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าในเวลานี้
ชายหนุ่มยังคงยิ้มอย่างเย็นชาแววตาของเขาเต็มไปด้วยความลับที่ถูกปิดบังเอาไว้ ดวงตาสีแดงวาวโรจน์ทอ
ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยเสียงที่เจือปนด้วยความเย็นชาและโศกเศร้า
“เฟิง...! เจ้ายังจำข้าได้อีกหรือ? ไม่มีอะไรสำคัญหรอก…แต่เวลาผ่านไป สิ่งต่างๆ เปลี่ยนไป ข้าได้พลังที่ยิ่งใหญ่… ได้พบกับความมืดที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าแสงสว่างใดๆที่เคยมี ข้าไม่ใช่สิ่งที่เจ้าคิดอีกต่อไปแล้ว”
"เหตุใดพลังของเจ้าถึงก้าวมาถึงขั้นนี้แล้ว?"
มหาปราชญ์ถามต่อด้วยความประหลาดใจเสียงของเขาแผ่วเบาแต่หนักแน่น คำถามนี้เป็นคำถามที่เขาไม่อาจหาคำตอบได้ด้วยตัวเอง
การเปลี่ยนแปลงของอีกาดำไม่ใช่สิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยธรรมชาติมันต้องมีเหตุผลบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความแข็งแกร่งและพลังอำนาจอันน่ากลัวนี้
ชายหนุ่มไม่ตอบแต่รอยยิ้มบนใบหน้าของเขากลับกว้างขึ้นความมืดที่แผ่ออกมาจากร่างของเขาเริ่มทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
ราวกับกำลังกลืนกินทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวมหาปราชญ์เฟิงสัมผัสได้ถึงพลังที่กดดันและบีบรัดเข้ามาใกล้แม้ว่าคำตอบจะยังคงเป็นปริศนาแต่ความจริงที่อยู่ตรงหน้านี้ก็เป็นสิ่งที่เขาต้องเผชิญหน้าอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ศัตรูเบื้องหน้านั้นเต็มไปด้วยอันตรายที่ยากจะคาดเดาความเงียบของอีกาดำไม่ใช่สัญญาณของความอ่อนแอแต่เป็นความสงบเงียบที่ซ่อนพลังอันมหาศาลเอาไว้
มหาปราชญ์เฟิงค่อยๆ ยกมือขึ้น ร่ายพลังเบาๆผ่านมือของเขา ลำแสงบางเบาสีทองระยิบระยับปรากฏขึ้นเหนืออากาศ และส่งสัญญาณลับไปยังรองเจ้าอาณานิคมที่เฝ้ามองอยู่
มหาปราชญ์เฟิงเริ่มสร้างเขตแดนทันทีมือข้างหนึ่งวาดขึ้นกลางอากาศ วงกลมพลังที่เปล่งประกายเจิดจ้าค่อยๆขยายกว้างออกไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นเขตแดนสีทองที่แข็งแกร่ง คลอบคลุมพื้นที่รอบๆตนและราชาอีกาดำไว้อย่างแน่นหนา
"การต่อสู้ระดับนี้ไม่อาจกระทบถึงผู้อื่น"มหาปราชญ์เฟิงคิดในใจ ในโลกของผู้มีพลังระดับมหาปราชญ์การต่อสู้แต่ละครั้งนั้นรุนแรงเกินไป หากไม่สร้างเขตแดนไว้ปราณพลังที่ปลดปล่อยออกมาอาจทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในรัศมีรอบข้างได้
แสงสว่างจากเขตแดนกระพริบไหว มวลพลังรุนแรงที่ไหลผ่านภายในนั้นคล้ายดั่งพายุอันบ้าคลั่งทั้งสองฝ่ายต่างรู้ดีว่าศึกครั้งนี้จะไม่มีผู้ใดออมมือ ราชาอีกาดำเริ่มเคลื่อนไหวดวงตาสีแดงของเขาจ้องมองมหาปราชญ์เฟิงอย่างไม่ละสายตาคลื่นความมืดที่ปลดปล่อยออกมาจากร่างของเขาพยายามทะลวงเขตแดนที่เฟิงสร้างขึ้น
ในขณะที่ทั้งสองปะทะกันภายในเขตแดนที่ก่อขึ้นพื้นที่ภายนอกกลับเต็มไปด้วยความเครียดและแรงกดดัน
รองเจ้าอาณานิคมที่ยืนอยู่บนอัฒจันทร์สูงหันมองไปทั่วสนามรบ สายตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว
“ทุกคน!.... เตรียมพร้อม!”
เสียงดังก้องกังวานไปทั่วทั้งสนามแรงสะท้อนจากพลังของเขาทำให้ทุกคนหยุดนิ่ง
สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่รองเจ้าอาณานิคมรอคอยคำสั่งที่จะเปลี่ยนแปลงการต่อสู้ครั้งนี้
“โจมตีได้!”
เขาตะโกนสุดเสียงมือข้างหนึ่งชี้ไปยังกลุ่มก่อการร้ายที่อยู่เบื้องล่าง
“จัดการพวกมันให้หมด อย่าให้พวกมันรอดและเอาโลกมิติกลับมาให้ได้ ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม!”
เสียงตะโกนของรองเจ้าอาณานิคมเหมือนเสียงฟ้าคำรามทุกหน่วยรบที่อยู่ในอาณาเขตต่างเคลื่อนไหวพร้อมกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว
เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงและผู้ใช้พลังพร้อมใจกันพุ่งตัวออกจากจุดซ่อนตัว
“ตูมม! “ตูมม! “ตูมม!
ทุกคนระดมพลังโจมตีเข้าหาศัตรูด้วยทุกสิ่งที่มีพลังธาตุต่างๆ ปะทะกันในอากาศ ปล่อยแสงสว่างเจิดจ้าปกคลุมไปทั่วสนามรบ
กลุ่มก่อการร้ายสร้างม่านป้องกันอย่างเต็มกำลังแต่ก็เริ่มถดถอยเมื่อเจอกับการโจมตีที่ดุเดือดผู้ใช้พลังระดับสูงของสมาคมใต้ดินก้าวออกมายืนเบื้องหน้าพยายามสร้างเครือข่ายม่านพลังต้านทานอย่างสุดกำลังแต่ก็เหมือนจะไม่สามารถต้านทานความรุนแรงของการโจมตีได้ การโจมตีที่มาจากทุกทิศทางถูกล้อมรอบไปด้วยพลังที่หลากหลายทั้งไฟ น้ำแข็ง ลม สายฟ้าทุกอย่างประสานกันอย่างรุนแรง เกิดเป็นเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวทั่วท้องฟ้า
“เปรี้ยง!”
“ตูมม!”
อาชูร่า ยืนอยู่หน้ากล่องกลไกที่โลกมิติที่ถูกบีบจนเล็กแล้วถูกยัดเข้าไปในกล่องเรียบร้อยแล้ว แต่อาชูร่ากลับไม่รู้สึกถึงความโล่งใจเลยแม้แต่น้อย
ใบหน้าของเขาดูตึงเครียดอย่างที่สุดสายตาจับจ้องไปยังรอบๆสนามรบที่เต็มไปด้วยพลังการโจมตีที่สั่นสะเทือนไปทั่วพื้นที่
เหงื่อเย็นๆ ไหลซึมลงมาตามไรผม เขามองสถานการณ์ตรงหน้าอย่างลังเลราวกับว่าสิ่งที่ควบคุมได้กลับเริ่มจะควบคุมไม่อยู่
“ตูมมม!”
แต่เสียงระเบิดที่ดังสนั่นทุกครั้งยิ่งทำให้ สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆทุกวินาทีมีความเสี่ยง ทุกการเคลื่อนไหวอาจทำลายทุกสิ่งที่พวกเขาวางแผนไว้
อาชูร่ากัดฟันแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่เขาตระหนักดีว่าสถานการณ์ตอนนี้อยู่ในจุดที่พลาดไม่ได้
โลกมิติมีความสำคัญยิ่งต่อแผนการใหญ่ของสมาคมใต้ดินและเป็นกุญแจสำคัญในการก่อสงครามครั้งสุดท้ายกับอาณานิคม