“พี่ไม่รู้จะทำยังไงดีแล้วล่ะค่ะ เขาไม่พอใจอะไรสักอย่าง และไม่ยอมท่าเดียวเลยค่ะ”
อรพินกล่าวไปก็ทำหน้าหนักใจไป และจนใจกับลูกค้าผู้นั้นมากเหลือเกิน ซึ่งอรพินก็รู้แหละว่าเขาเป็ถึงมาเฟีย แต่เธอก็ทำทุกอย่างดีที่สุดแล้ว แต่เหมือนมันยังดีไม่พอ จนถึงขั้นทำให้ลูกค้าผู้นั้นพึงพอใจได้ เลยทำให้ไม่พอใจ และแถมยังขอพบกับผู้จัดการเลยทันที
ตรีทิพยนิภา เกษมกาล หรือที่ใครๆ ต่างก็พากันเรียกสั้นๆ ว่า ‘ภา’ กำลังนั่งฟังคำรายงานของพนักงานผู้ใต้บังคับบัญชา ด้วยสีหน้าดูนิ่งสงบ สยบความเคลื่อนไหวก็จริง แต่ภายในใจเธอกลัดกลุ้มกับเื่ที่กำลังฟังอยู่มากเลยทีเดียว
ั้แ่ที่ตรีทิพยนิภาทำงานในตำแหน่งผู้จัดการ ของโรงแรม แลนด์ มิราเคิล แลนด์ มาก็เข้าปีที่ห้าแล้ว และเธอรู้จักอรพินในเื่การทำงานเป็อย่างดี อรพินนั้นเป็คนที่ตั้งใจทำงานเป็อย่างมาก และไม่เคยเลยสักครั้งที่ทำงานผิดพลาดในเื่ใหญ่ๆ จะมีผิดพลาดบ้างก็เป็เพียงเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ซึ่งไม่ได้สาหัสสากรรจ์แต่อย่างใด
“ไม่เป็ไรค่ะพี่อร ก็ในเมื่อเขาอยากจะคุยกับภา งั้นเดี๋ยวภาจะไปคุยกับเขาเองค่ะ”
ตรีทิพยนิภาบอกกล่าวด้วยน้ำเสียงหวานๆ ออกมา ซึ่งเื่นี้ต้องถึงมือเธอแก้ปัญหาเลยสินะ ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยเจอกับลูกค้าขี้เหวี่ยงขี้วีน และเอาแต่ใจเหมือนอย่างเคสนี้หรอกนะ เธอเคยเจอมาหลายรูปแล้วเหมือนกัน ซึ่งทำงานด้านบริการอย่างนี้มันก็ต้องมีเจอบ้างอะไรบ้างอะนะ
ตรีทิพยนิภากล่าวจบก็ลุกขึ้นยืน เดินออกจากโต๊ะทำงาน ตรงออกจากห้องทำงานไปกับอรพิน เพื่อไปพบกับลูกค้าที่เข้ามาเช่าห้องพักระดับซูเปอร์วีไอพี อยู่ที่ชั้นที่ห้าสิบห้าของตึก
ซึ่งโรงแรมแลนด์ มิราเคิล แลนด์ เป็โรงแรมระดับห้าดาว มีห้องซูเปอร์วีไอพีอยู่เพียงสองชั้น คือชั้นที่ห้าสิบกับชั้นที่ห้าสิบห้า และมีเพียงหนึ่งห้องต่อหนึ่งชั้นเท่านั้น เพื่อความสะดวกและความเป็ส่วนตัวของลูกค้า ลูกค้าที่มาพักที่ห้องซูเปอร์วีไอพีส่วนใหญ่ ก็จะเป็ระดับเศรษฐี อภิมหาเศรษฐี หรือไม่ก็เป็ระดับผู้นำของประเทศ
ติ๊งต๊อง...... ติ๊งต๊อง...... ติ๊งต๊อง......
เมื่อตรีทิพยนิภาและอรพินมาถึงชั้นที่ห้าสิบห้า ก็เดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องซูเปอร์วีไอพี ตรีทิพยนิภายื่นมือเรียวเล็ก ราวกับลำเทียนขาวสะอาดสะอ้าน ไปกดกริ่งที่ติดอยู่ที่ประตู ก่อนจะยืนรอให้บุคคลที่พักอาศัยอยู่ภายในห้องเปิดประตูออกมา
แกร็ก......
ประตูห้องถูกเปิดออกด้วยฝีมือของบอดี้การ์ดหนุ่ม ของลูกค้าที่มาเช่าพักอาศัยห้องพักห้องนี้ ซึ่งบอดี้การ์ดหนุ่มก็มองดูตรีทิพยนิภานิ่งดุ แต่ในความนิ่งดุนั้น มันได้แฝงไว้ด้วยความระแวดระวังภัยอยู่ด้วย อย่างระมัดระวัง ที่ต้องระวังขนาดนั้น ก็เพราะเ้านายของเขาเป็ถึงมาเฟียที่มีอำนาจมากระดับประเทศ ในโซนแถบยุโรป จึงมีคนที่ไม่ชอบ อิจฉา และหวังจะปองร้าย จึงต้องกันไว้ดีกว่าแก้
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อตรีทิพยนิภา เป็ผู้จัดการของโรงแรมค่ะ”
ตรีทิพยนิภาคลี่ยิ้มอย่างสุภาพอ่อนโยน ก่อนจะแจ้งชื่อเสียงเรียงนามและตำแหน่งของเธอ ให้บอดี้การ์ดผู้มาเปิดประตูได้รับรู้รับทราบ เป็ภาษาอังกฤษ
“สวัสดีครับ เชิญเข้ามาเครับ”
เอวาโด้ บอดี้การ์ดที่เป็ผู้เปิดประตูห้อง กล่าวทักทายตรีทิพยนิภาตอบกลับ พร้อมกับเชื้อเชิญให้ตรีทิพยนิภาเข้ามาภายในห้อง ซึ่งพอตรีทิพยนิภาเดินเข้ามาภายในห้องแล้ว และอรพินก้าวเดินมาหลังมาติดๆ ต้องหยุดชะงักลงไปในทันที เมื่อเอวาโด้ยื่นมือไปขวางเอาไว้
“ผมให้คุณเข้าได้เพียงคนเดียว ส่วนคุณคนนี้ห้ามเข้าอย่างเด็ดขาด”
เอวาโด้หันมาพูดกับตรีทิพยนิภา ด้วยใบหน้านิ่งเข้มดุดัน และทั้งน้ำเสียงก็ฟังดูนิ่งเรียบก็จริง แต่ก็แฝงไว้ด้วยความเดือดขาดอยู่ในที
“พี่อรกลับไปทำงานก่อนก็แล้วกันค่ะ เดี๋ยวทางนี้ภาจัดการเอง”
ตรีทิพยนิภาได้ยินอย่างนั้น จึงได้พูดบอกให้อรพินลงไปทำงานต่อ และถึงภายในใจจะหวั่นกลัวสักแค่ไหน แต่ด้วยหน้าที่เธอก็จำเป็ต้องทำ และคิดปลอบใจตัวเองว่า คงไม่น่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับตัวเธอหรอกน่า
๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒