ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    บทที่ 50 เข้าพบผู้นำตระกูลสวี

            บทที่50

            เข้าพบผู้นำตระกูลสวี

            ณจวนตระกูลสวีในยามสาย

            ด้านหน้าตระกูลสวีรถม้าวิ่งตรงมาจอดลงบริเวณด้านหน้าตระกูลสวี ล้อของรถม้าหยุดลงปรากฏร่างของบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งที่ก้าวลงมาจากรถม้า

            แม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกจะเป็นบุรุษที่มีรูปลักษณ์สง่างามแต่กลับมีท่วงท่าการเดินที่ไม่น่าชม 

            จางหยวนเดินทางมาถึงบริเวณด้านหน้าจวนตระกูลสวีดวงตาของเขามองตรงขึ้นไปบริเวณป้ายด้านบน

            ตระกูลสวี 

            ดวงตามองตรงขึ้นไปแล้วก็มองไปที่เหล่าผู้คุ้มกันที่ยืนอยู่บริเวณด้านหน้าสถานที่แห่งนี้สมกับเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เป็นจุนขนาดใหญ่ของเศรษฐีหนึ่งในเศรษฐีภายในเมืองแห่งนี้

            ความใหญ่ของจวนแห่งนี้ไม่ได้แพ้จวนตระกูโม่ที่เขาเคยเดินทางเข้าไปก่อนหน้านี้เลย

            หลังจากที่หยุดมองบริเวณด้านหน้าตระกูลสวี่อยู่สักพักผู้นำทางที่ยืนอยู่ด้านหลังก้าวเท้ามาด้านหน้าแล้วก็เอ่ยขึ้น “ เรียนคุณชายเชิญเข้าไปบริเวณด้านในนายท่านสวีกำลังรอพบท่าน”

            จางหยวนตอบรับกลับไปก่อนที่จะก้าวเท้าของตนเองเดินตรงเข้าไปบริเวณด้านในนั้น

            เมื่อเดินตรงเข้าไปบริเวณด้านในก้าวผ่านพ้นประตูภายในสถานที่แห่งนี้งดงามกว่าจวนตระกูลโม่เสียอีก

            มันเป็นเพราะว่าผู้ที่เป็นเจ้าของจวนแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะเป็นอย่างมากเพราะแบบนั้นที่อยู่อาศัยก็เลยเต็มไปด้วยงานงานฝีมือที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างดี

            แม้กระทั่งทางเดินยังเป็นพื้นหินที่ถูกสลักเอาไว้ด้วยลวดลายงดงาม 

            จางหยวนหลังจากที่ได้ลองก้าวเดินเข้ามาภายในนี่กล่าวกับตนเองภายในใจอย่างรวดเร็ว “ สถานที่แห่งนี้งดงามจริงๆ”

            “ มีผู้ใดจะคิดเล่าว่าภายในจวนตระกูลสวีจะงดงามขนาดนี้ ” เขากล่าวกับตนเองภายในใจหลังจากที่ได้เดินเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้แหละก็ลองชื่นชมทัศนียภาพบริเวณรอบๆในขณะเดินไปด้านหน้า

            ผ่านไปสักพักผู้นำทางก็นำทางพามาถึงบริเวณด้านใน

            โถงบริเวณด้านหลังของจวนตระกูลสวี

            สถานที่แห่งนี้เป็นมันเป็นสถานที่ส่วนตัวของสวีรั่วหยุนที่เป็นผู้นำตระกูลสวี

            ผู้นำทางใดเดินทางเข้ามาภายในบริเวณนี้ก่อนที่จะส่งจางหยวนเข้าไปบริเวณด้านใน

            จางหยวนได้เดินเข้าไปบริเวณด้านในบริเวณด้านในเป็นห้องโถงขนาดใหญ่กว้างขวางที่ถูกจัดสร้างขึ้นเป็นพิเศษ

            สิ่งที่มองเห็นในตอนนี้มันก็คือทั่วทั้งบริเวณมี่พวกงานฝีมือมากมายที่ถูกวางเอาไว้

            ไม่ว่าจะเป็นงานเขียนตัวอักษรที่งดงามหรือว่าเป็นภาพวาดที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างเลอค่า

            ล้วนแล้วอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ทั้งหมดมีกระทั่งงานจิตรกรรมประเภทอื่นอย่างเช่นพวกเครื่องปั้นดินเผา

            จางหยวนลองกวาดสายตามองดูของมีค่าทั้งหมดภายในสถานที่แห่งนี้แล้วก็ประเมินจากความคิดของตนเองหลังจากที่กวาดสายตาและมองดูบริเวณรอบๆพลางประเมินของเหล่านั้นด้วยสายตา

            เขาเองก็คิดว่าของภายในสถานที่แห่งนี้คงจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าสามหมื่นตำลึงอย่างแน่นอน

            “ พวกนี้ล้วนแล้วเป็นของมีค่าแม้ว่าจะไม่รู้ว่าพวกมันมาจากที่ใดแต่เพียงแค่มองด้วยสายตาก็รู้ได้ในทันที”

            “ เกรงว่าของทั้งหมดภายในห้องแห่งนี้คงจะมีราคามากกว่าสามหมื่นตำลึง”

            จางหยวนที่กำลังจดจ่ออยู่กับของบริเวณรอบร่างกายที่ล้วนแล้วมีแต่ของมีค่ามากมาย

            ในขณะที่กำลังกวาดสายตามองดูบริเวณรอบๆอยู่นั้นเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากบริเวณด้านหน้า “ เจ้าเองอย่างงั้นรึ…”

            จางหยวนใช้ดวงตาของตนเองมองตรงไปพบเห็นผู้ที่อยู่ด้านหน้าของตนเองคือสวีรั่วหยุุนที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้

            นี่ไม่ใช่การพบกันครั้งแรกเขาเคยมองชายผู้นี้จากไกลแล้วแต่เมื่อมามองใกล้ๆก็ได้มองเห็นเลยว่าอีกฝ่ายเป็นชายที่มีท่าทางที่ดูองอาจมากกว่ามองไกลๆเสียอีก

            คนผู้นี้ถือว่าเป็นยอดปรมาจารย์ในด้านศิลปะตระกูลสวีทำการค้าเกี่ยวกับด้านศิลปะมาเป็นเวลาหลายชั่วคน

            โดยธุรกิจที่ใหญ่โตมากที่สุดนั่นก็น่าจะเป็นการค้าขายผ้าไหมผ้าไหมของตระกูลสวีขึ้นชื่อว่าเป็นผ้าไหมอันดับหนึ่งของราชวงศ์

            มีทั้งเนื้อผ้าชั้นดีและก็มีลวดลายที่ถูกสลักถักทอขึ้นอย่างงดงาม

            ภายในอดีตตระกูลสวีไม่ได้รุ่งเรืองมากขนาดนี้แต่เพราะว่าภายในผู้นำรุ่นนี้สวีรั่วหยุนเป็นคนที่มีพรสวรรค์ในด้านศิลปะเป็นอย่างมาก

            โดยเฉพาะงานว่าหรือว่างานถักทอเขาล้วนแล้วสามารถคัดสรรและก็สร้างสรรค์ขึ้นมาได้เป็นงานจิตรกรรมชิ้นเอก

            และเพราะว่าตระกูลสวีกำเนิดอัจฉริยะขึ้นมาเป็นผู้นำของตระกูลในช่วงหลายปีหลังมานี้ทำให้ตระกูลสวีถือได้ว่าเป็นตระกูลที่ผลิตผ้าไหมและขายผ้าไหมที่ใหญ่โตมากที่สุด

            โดยตระกูลนี้มีความใหญ่โตขณะที่แม้แต่ภายในวังยังใช้ผ้าไหมของตระกูลสวีเลย

            ตระกูลโม่และตระกูลเสิ่นค้าขายเกลือและข้าวสารพวกเขาเป็นเศรษฐีมีเงินทอง

            แต่ถ้าพูดถึงเรื่องเส้นสายตระกูลสวีถือว่าเป็นตระกูลที่มีเส้นสายมากมายที่สุดและเป็นตระกูลที่เก่าแก่มากที่สุดภายในเมืองแห่งนี้ด้วย

            เพราะว่าตั้งหลักปักฐานอยู่ภายในเมืองนี้มาเป็นเวลานานตระกูลสวีทำการค้าขายโดยตรงกับราชวงศ์เพราะแบบนั้นในตอนนี้เส้นสายของตระกูลสวีถือว่าเป็นตระกูลที่มีเส้นสายมากที่สุด

            โดยทางด้านของตระกูลสวีแม้ว่าเขาจะมีเส้นสายมากที่สุดภายในเมืองแต่ว่าทางด้านของตระกูลสวีเองก็ไม่ได้วางอำนาจบาตรใหญ่

            เขาทำการค้าขายของตนเองอย่างสุจริตอีกทั้งยังช่วยเหลือผู้คนภายในเมืองเพราะแบบนั้นตอนนี้ผู้คนภายในเมืองนับถือตระกูลสวีในระดับนึง

            จางหยวนได้เผชิญหน้ากับผู้นำของตระกูลสวี 

            เท้าทั้งสองข้างของเขาหยุดลงบริเวณด้านหน้าศีรษะก้มลงเล็กน้อยคารวะผู้ที่มีฐานะสูงกว่าตน “ คาราวะนายท่านสวี”

            สวีรั่วหยุนใช้ดวงตามองเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าเมื่อมันใช้ดวงตาคู่นั้นจ้องมองเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าของตนเองแล้วก็ถามขึ้น “ เจ้าสร้างสรรค์ผลงานเช่นนั้นขึ้นมาได้อย่างไร”

            คำถามแรกที่หลุดออกมาจากปากของสวีรั่วหยุน 

            มันถามขึ้นมาพร้อมกับค่อยๆลุกขึ้นจากที่นั่งของตนเองใช้ลวงตามองตรงไปยังภาพวาดทั้งสิบที่จางหยวนเป็นผู้ที่สร้างสรรค์มันขึ้นมา

            จางหยวนแสดงใบหน้าประหลาดใจคำกล่าวแรกไม่ใช่คำทักทายแต่เป็นคำถาม

            แต่กระนั้นเขาก็สงบใจแล้วก็ตอบกลับไป “ ผู้น้อยเพียงแค่วาดมันขึ้นมาจากภายในความคิดเท่านั้น”

            “ ภายในความคิดอย่างนั้นรึ? แล้วจิตวิญญาณแห่งภาพวาดที่อยู่ภาพนี่ล่ะ”

            “ ข้าไม่เคยเห็นภาพวาดได้ที่มันมีจิตวิญญาณสถิตอยู่มากขนาดนี้มาก่อนเลย” 

            จางหยวนได้ยินอีกฝ่ายพูดออกมาเช่นนั้นเขาแสดงใบหน้างุนงงแน่นอนว่าจางหยวนเขาเพียงแค่สร้างสรรค์ภาพวาดขึ้นมาจากภายในจินตนาการเท่านั้น

            อันที่จริงแล้วเขาแทบจะไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าภาพวาดเหล่านี้มีจิตวิญญาณสถิต

            มันเป็นผลพวงที่ได้มาจากพู่กันนึกคิด 

            “ จิตวิญญาณแห่งภาพวาดอย่างนั้นหรือขอรับ? ผู้น้อยเพียงแค่วาดมันตามจิตใจของผู้น้อยเท่านั้น”

            “ นายท่านช่วยชี้แนะได้หรือไม่ว่าจิตวิญญาณแห่งภาพวาดในความหมายของนายท่านคืออันใด”

            สวีรั่วหยุนหันใบหน้าของตนเองมาก่อนที่จะพูดขึ้น “ จิตวิญญาณแห่งภาพวาดมันคือความรู้สึก”

            “ ความรู้สึก? ”

            “ ใช่ความรู้สึก ความรู้สึกที่สะท้อนอยู่ภายในก้นบึ้งของภาพวาดโดยทั่วไปแล้วภายในยุคสมัยนี้แม้ว่าจะเป็นยอดฝีมือหรือว่ายอดจิตรกรชั้นเอกของยุค”

            “ ก็สามารถใส่ความรู้สึกลงไปภายในภาพวาดและสร้างสรรค์มันขึ้นมากลายเป็นผลงานที่มีจิตวิญญาณแห่งภาพวาดได้เพียงไม่กี่ส่วนเท่านั้น”

            “ แต่ว่าผลงานของเจ้ามันน่าประหลาดเกินไป พวกมันถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาให้กลายเป็นภาพวาดที่มีจิตวิญญาณสถิตอยู่เป็นจำนวนมาก”

            “ ความรู้สึกที่เอ่อล้นออกมาจากภายในภาพวาดทำให้ข้ารู้สึกตกตะลึง ”

            “ เจ้าเป็นผู้ใดกันแน่ ” สวีรั่วหยุนหันมองมาที่จางหยวนขมวดคิ้วทั้งสองข้างจ้องมองมาที่เขาอย่างจริงจังราวกับจะเรียกเร้นความจริงบางอย่าง 

            จบบท 

    คล้ายกับเรื่องข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง ที่คุณอ่าน

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577