“หืม?”
เสียงดังราวกับโลหะกระทบกันหมัดของหุ่นดินและเย่ฉีปะทะกันอย่างแรงก่อนที่จะเกิดเป็นคลื่นพลังกระจายออกมาแรงปะทะทำให้ทั้งสองแยกออกจากกันโดยที่หุ่นดินเป็นฝ่ายถอยกลับไป ดวงตาที่ดูเหมือนก้อนดินยามนี้กลับฉายแววประหลาดใจออกมาให้เห็น
“เป็นกายเนื้อที่แข็งแกร่งมาก...ด้วยอายุเพียงเท่านี้ไม่น่าแปลกใจเลยที่เจ้าผ่านเข้ามาในปราสาทราชาได้”
เย่ฉีไม่ได้กล่าวสิ่งใดกลับมาเขาเพียงมองไปยังหุ่นดินด้วยสายตาสงบเช่นเคยเท่านั้นการปะทะกันเมื่อครู่นี้เย่ฉีใช้แรงไปถึงเจ็ดส่วนของกายเนื้อสมบูรณ์และมันทำให้เขามั่นใจว่าอีกฝ่ายจะต้องมีระดับอย่างน้อยคือบรรพชนโบราณหนึ่งประตูตามที่คาดไว้จริงๆพริบตาต่อมาหมัดที่สองก็พุ่งเข้ามาหาเย่ฉีอีกครั้งมันเหมือนกับกฎโบราณที่มีมากขึ้นและต้องการฉีกกระชากทุกสิ่งที่ขวางหน้า
ปัง!
ถึงแม้ว่าดวงตาของเย่ฉีจะยังสงบแต่หมัดของเขาที่ปะทะเข้ากับหุ่นดินนั้นกลับสั่นขึ้นมาและความรู้สึกของเขาก็เริ่มด้านชาไปทั้งแขนนี่คือขีดจำกัดของกายเนื้อสมบูรณ์ในตอนนี้สำหรับหมัดที่สามเย่ฉีไม่สามารถรับได้โดยปราศจากพลังของจักรวาลอีกต่อไปในขณะที่ดวงตาของหุ่นดินฉายชัดถึงความชื่นชมภายในห้องก็เกิดเป็นแรงกระเพื่อมของกฎพลังขนาดใหญ่ดวงดาวสีทองค่อยๆ ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของเย่ฉีอย่างช้าๆก่อนที่มันจะส่งผ่านพลังของจักรวาลไปให้เขา
แน่นอนว่าวิญญาณอ๋องลำดับที่หกย่อมไม่รู้เกี่ยวกับคัมภีร์จักรพรรดิหยางอันที่จริงต่อให้เป็นจักรพรรดิขุ่ยเองก็ไม่แน่ว่าจะไม่สามารถรับรู้ได้ถึงลักษณะที่แท้จริงของคัมภีร์นี้ได้กฎโบราณที่มากกว่าเดิมเป็นเท่าตัวได้ก่อร่างขึ้นไหลเวียนไปรอบๆหมัดของหุ่นดินก่อนที่จะพุ่งเข้าหาเย่ฉีอีกครั้ง
“เป็นคนรุ่นหลังที่ยอดเยี่ยม!หมัดที่สามนี้เทียบเท่ากับระฆังทองหนึ่งใบ...รับมือ!”
ปัง!
ครั้งนี้เย่ฉีถอยออกไปถึงสามเก้า!ก่อนหน้านี้ด้วยดาราหนึ่งดวงเขาสามารถรับมือกับระฆังเงินเก้าใบได้อย่างง่ายดายทว่าในเวลานี้ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงระดับเดียวที่เลื่อนขึ้นมาแต่ความแข็งแกร่งก็ห่างกันราวปฐพีและสวรรค์!หลังจากการปะทะกันเย่ฉีก้มลงไปมองฝ่ามือของเขาที่สั่นอยู่เบาๆก่อนจะปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาบนใบหน้าเขามองไปยังหุ่นดินด้านหน้าและความรู้สึกบางอย่างก็ทำให้เลือดในกายของเขาเดือดพล่าน!
ปัง!
ปัง!
หมัดที่ห้าผ่านไป...ที่มุมปากของเย่ฉีปรากฏเป็นคราบโลหิตสีแดงไหลซึมออกมาการต่อสู้ครั้งนี้ทั้งเขาและหุ่นดินเบื้องหน้าเพียงกระทำสิ่งที่เรียบง่ายเท่านั้น มันคือเส้นทางที่เหล่าบุรุษเคยยึดถือปะทะกันด้วยกำปั้น…ทั้งเรียบง่ายและทรงพลัง!
“เป็นทักษะที่ยอดเยี่ยม!แต่หมัดที่หกของข้าคือครึ่งก้าวบรรพชน...รับมือ!”
ในเวลานนั้นดวงตาของเย่ฉีพลันหดลงพร้อมกับกล่าวออกมาอย่างแผ่วเบา‘ผสาน!’ดวงดาวสีทองพุ่งเข้าไปในอกของเขาทันทีพร้อมกับคลื่นพลังอันมหาศาลที่ปะทุออกมาจนแม้แต่หุ่นดินก็ยังตกใจ!
ปัง!
หมัดที่หกนี้ส่งผลให้ทั่วทั้งห้องโถงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงคลื่นพลังที่กระจายออกไปราวกับมีดวายุตัดเฉือนจนห้องโถงเต็มไปด้วยรอยร้าวลึกถึงสามชุ่นในครั้งนี้เย่ฉีถอยออกไปถึงห้าก้าวด้วยแรงปะทะเห็นได้ชัดว่าหมัดที่หกนี้มีพลังอำนาจที่รุนแรงยิ่งกว่าการผสานดาราของเขาและมันทำให้ใบหน้าของเย่ฉีซีดขาวยิ่งกว่าเดิมแน่นอนควรจะเป็นเช่นนี้เพราะครึ่งก้าวบรรพชนโบราณก็คือระดับขั้นที่มีระฆังทองเก้าใบและยังพร้อมจะสั่นพร้องเพื่อเปิดประตูโบราณด้วย!ในระดับนี้ก็มีแต่ร่างจำแลงสายฟ้าเท่านั้นที่พอจะรับมือไหว
ทว่าเย่ฉีไม่สามารถใช้มันได้ในตอนนี้...อย่างน้อยที่สุดเขาจะต้องใช้มันเพื่อรับหมัดที่เจ็ดของหุ่นดินมิเช่นนั้นเขาจะไม่สามารถผ่านการทดสอบนี้โดยการเก็บสิบตราประทับอย่างแน่นอนการต่อสู้ในครั้งนี้เขาพึ่งได้เพียงตัวเองเท่านั้นและมันเป็นเหตุผลที่ทำให้เย่ฉีรู้สึกอึดอัดอย่างมากต่อหน้าหุ่นดินที่มีวิญญาณอ๋องสถิตอยู่ตัวเขาในตอนนี้ช่างอ่อนแออย่างแท้จริง!
แต่ความรู้สึกนี้กลับยิ่งทำให้เลือดในตัวเขาเดือดพล่านไปด้วยความตื่นเต้นเย่ฉีนั้นจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่เขาได้ต่อสู้และวัดกันด้วยพลังเช่นนี้ผ่านมานานขนาดไหน...ด้วยตัวตนอันยิ่งใหญ่มันมีคนไม่ถึงนิ้วมือข้างเดียวด้วยซ้ำที่กล้าพอจะยั่วยุเขา!
“ร่างจำแลงสายฟ้า!”
ปัง!
หมัดของหุ่นดินปะทะเข้ากับหมัดของเย่ฉีอย่างรุนแรงฝุ่นควันลอยคลุ้งออกมาจนกลบร่างของเย่ฉีทั้งตัวแต่ไม่ว่าจะอย่างไรหมัดของหุ่นดินนั้นกลับไม่สามารถทะลวงไปได้ประกายสายฟ้าแล่นผ่านไปมาราวกับอสรพิษที่ผลุบโผล่ท่ามกลางหมอกควันดวงตาของหุ่นดินในเวลานี้เบิกกว้างขึ้นมาอย่างแท้จริงเพราะกฎโบราณที่สถิตอยู่ในร่างกำลังสั่นสะท้านอย่างรุนแรง!
ทัณฑ์สายฟ้า...สิ่งที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์ของเต๋า!
“เจ้า...เป็นใครกันแน่!”
เป็นครั้งแรกที่ความมั่นใจในคำพูดของวิญญาณอ๋องหายไปเบื้องหน้าที่มันเห็นอยู่นั้นคือกลิ่นอายของทัณฑ์สายฟ้าไม่ผิดแน่นอนอย่างไรก็ตามเย่ฉีไม่ได้ตอบคำถามเขาพร้อมกลับหยุดร่างจำแลงสายฟ้าให้หายไปทันที สภาพของเขาในเวลานี้ดูแล้วยับเยินเป็นอย่างมากที่หลังมือของเขาก็ยังเต็มไปด้วยบาดแผลและหยดโลหิตที่ไหลซึมออกมาไม่หยุด
“นั่นไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจำเป็นต้องรู้”
เสียงของเขาราวกับคนที่ไม่มีแรงแต่มันกลับฟังดูแล้วสงบเป็นอย่างมากโดยไม่สนใจบาดแผลเย่ฉีเปิดใช้คัมภีร์จักรพรรดิหยางอีกครั้งเพื่อทำให้ดาราที่สองปรากฏออกมาการปรากฏขึ้นของมันทำให้สวรรค์ชั้นที่สองสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงก่อนจะมีเสียงที่กรีดร้องออกมาด้วยความบ้าคลั่งพลังจักรวาลคือสิ่งที่อยู่เหนือกว่ากฎแห่งเต๋าของขุมพลังโบราณและมันเป็นสิ่งที่ถูกปฏิเสธโดยทัณฑ์สายฟ้าดาราแรกนั้นเย่ฉีผนึกทัณฑ์สายฟ้าเอาไว้และด้วยกลิ่นอายของมันจึงทำให้การคงอยู่ของเย่ฉีถูกมองข้ามไปแต่เวลานี้เมื่อขุมพลังที่อยู่นอกเหนือจากกฎโบราณเกิดขึ้นอีกครั้งจึงทำให้เกิดเป็นการสั่นสะเทือนจากสวรรค์ชั้นที่สอง!
ผสาน...
ดาราที่สองพุ่งเข้าไปในอกของเย่ฉีทันทีพร้อมกับพลังมหาศาลที่ปะทุขึ้น!กล้ามเนื้อของเขาหดเกร็งและเส้นเอ็นก็ตึงขึงเหมือนสายคันศรไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายเป็นคนเริ่มในตอนนี้หมัดของเย่ฉีที่ง้างออกเต็มกำลังได้พุ่งเข้าไปหาหุ่นดินแล้ว!
ปัง!
เพียงชั่วพริบตาที่เกิดเป็นช่องโหว่...เย่ฉีอาศัยจังหวะนั้นในการรับหมัดที่แปด!ถึงแม้ว่าพลังของมันจะลดทอนลงไปไม่มากแต่ก็ยังพอให้เย่ฉีสามารถผ่านไปได้อย่างฉิวเฉียดหมัดที่แปดของหุ่นดินนั้นเทียบเท่ากับบรรพชนโบราณหนึ่งประตู!
“ฮ่าๆถึงจะดูเจ้าเล่ห์ไปหน่อยแต่ก็นับว่ายอดเยี่ยม!”
ดวงตาของหุ่นดินในตอนนี้มีแสงจางๆออกมาและดูเหมือนกับดวงตาของมนุษย์จริงๆทั่วทั้งร่างของหุ่นดินเองก็เกิดเป็นรอยแตกร้าวราวกับดักแด้ที่ใกล้จะทะลวงผ่านเป็นผีเสื้อสายตานั้นมองมายังเย่ฉีด้วยความชื่นชมอย่างแท้จริงในยุคอดีตนั้นผู้แข็งแกร่งจะได้รับความเคารพจากคนทั่วหล้า!
“ห้องลับนี้มีเพียงเจ็ดคนที่เคยเข้ามา...ดีที่สุดคือหมัดที่ห้า!ไม่เคยมีใครรับหมัดที่หกของข้าได้มาก่อนเพื่อเป็นการเคารพต่อเจ้าหมัดที่เก้านี้ข้าจะประทับวิญญาณลงในหุ่นดิน!”
ห้องลับคือบททดสอบของราชามู่มรดกของราชามู่คือสิ่งล้ำค่าและเขาไม่ต้องการให้เหล่าจิ้งจอกเฒ่านำมันไปได้อย่างง่ายดายถึงแม้หุ่นดินจะมีความแข็งแกร่งอยู่ในบรรพชนขั้นต้นแต่ความจริงแล้วด้วยค่ายกลเวทที่ถูกสลักไว้จะทำให้ผู้ที่เข้ามาในห้องนี้ไม่ว่าจะมีพื้นฐานการฝึกตนสูงเท่าไหร่ก็จะถูกจำกัดไว้เพียงบรรพบุรุษเท่านั้น!ดังนั้นการที่พวกเขาจะรับหมัดของหุ่นดินที่เทียบเท่ากับบรรพชนโบราณนั้นแทบจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย!
กลิ่นอายของหุ่นดินยิ่งมายิ่งเข้มข้นจนน่าตกใจในสายตาของเย่ฉีเวลานี้เบื้องหน้าไม่ใช่หุ่นดินอีกต่อไปแล้วมันราวกับว่าผู้ที่ยืนอยู่นั้นคืออ๋องลำดับที่หกจริงๆเปลือกดินปริแตกออกในเวลาที่กลิ่นอายโบราณปะทุขึ้นและกระจายออกไปรอบด้านคลื่นลมที่เกิดจากความว่างเปล่าหมุนเกลียวกลายเป็นบ้าคลั่งจนกระทั่งเปลือกดินที่ห่อหุ้มเอาไว้แตกกระจายออก
ชายวัยกลางคนในชุดเกราะสีเงินยืนจ้องมองมายังเย่ฉีด้วยรอยยิ้มจางๆใบหน้าของเขาดุดันราวกับพยัคฆ์ร้ายกระหายเลือดรูปร่างและกลิ่นอายที่กระจายออกมานั้นราวกับเทพสงครามที่ไม่มีวันแตกดับและเต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟันจากสนามรบนับมิถ้วน
ซุยกุ่ย...อ๋องลำดับที่หกของจักรพรรดิขุ่ย!
“จงดูให้ดี...หมัดต่อไปนี้คือหนึ่งในสามอาวุธสงครามของพยัคฆ์แดนใต้!”
“หนึ่งเทียบหมื่น!”
ร่างของซุยกุ่ยมาปรากฏเบื้องหน้าของเย่ฉีพร้อมกับง้างหมัดออกไปมันเป็นหมัดที่ดูเรียบง่ายแต่กลับเต็มไปด้วยอำนาจทำลายล้างที่เบื้องหลังของซุยกุ่ยราวกับมีเงาหมัดนับหมื่นปรากฏขึ้นมาและหลอมรวมกันเป็นหมัดขนาดใหญ่ที่หมายบดขยี้ศัตรูให้สิ้นซาก!
ยามที่หมัดของซุยกุ่ยพุ่งเข้ามาภาพเงาของหมัดยักษ์นั้นก็บดขยี้ลงมาด้วยเช่นกันเลือดในกายของเย่ฉีเปลี่ยนเป็นร้อนระอุเดือดพล่านหมัดนี้เต็มไปด้วยอำนาจทำลายล้างอย่างไม่ต้องสงสัยมันเหมาะสมอย่างมากที่เขาจะทดสอบขีดจำกัดของดาราที่สองในตอนนี้!
“จำแลงลักษณ์...ร่างมังกร!”