เ้าชายบอกกับพี่จ้อยด้วยน้ำเสียงเหมือนคนอกหัก อะไรยังไงอย่างงั้น แต่แล้วท่านหญิงทรงเห็นเ้าชายมาที่คุ้มพอดีจึง.......
แต่ท่านหญิงไม่ทันได้เข้าไปทัก เ้าชายก็ที่กำลังทรงอาชาสีดำสนิดจึงรีบกลับคุ้มรับรองโดยทันที เ้าชายทรงม้าเรียบไปตามแม่น้ำหลักของเวียงเชียงแก้วมีพี่จ้อยขี่ม้าตามอยู่ด้านหลังแบบเงียบๆไม่พูดอะไร มีลมริมแม่น้ำนี้พัดโชยลมหนาวเข้าปะทะใบหน้าของชายหนุ่มที่ดูหล่อเหลาแต่ดวงตานั้นดูเศร้ามากพัดมาเป็ระยะๆ ซึ่งระหว่างทางที่ริมแม่น้ำมีชาวบ้านต่างช่วยกันทำท่าเรือหรือแพชั่วคราวและประดับประดาทางลงแม่น้ำด้วยโคมและดอกไม้ต่างๆนาๆ เพื่อเตรียมพร้อมในงานยี่เป็งที่จะถึงวันพรุ่งนี้ ส่วนเ้าชายที่ค่อยๆทรงม้ามาเรื่อยๆเรียบตามแม่น้ำมาด้วยจิตใจที่ล่องลอย คล้ายเหมือนคนอกหักเสียจริง
แต่เพราะยังไม่รู้ความจริงว่าทั้งคู่นั้นเป็อะไรกันและที่สำคัญยังได้นัดกับท่านหญิงไว้แล้วว่าจะจุดผางประทีปด้วยกันที่วัดในตอนเย็นเดือนยี่เป็ง อยู่ๆเลยบังคับอาชาสีดำตัวนี้หันกลับไปที่คุ้มของเ้าอินทร์ มีพี่จ้อยที่ขี่มาตามเ้าชายมาอยู่ไม่ห่างจึงใรีบบังคับม้าให้หันกลับตามเ้าชายไปทันทีแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร ตามไปอย่างเงียบๆ พอเ้าชายมาถึงคุ้มเ้าอินทร์ ทุกๆองค์ก็เสวยอาหารค่ำเสร็จกันเรียบร้อยแล้ว เ้าชายก็ไม่ได้เข้าไปในคุ้มเ้าอินทร์ แต่ทรงนั้งบนม้าอยู่ที่หน้าประตูคุ้มเ้าอินทร์ในมุมมืด
“ทรงเสด็จเข้าไปในคุ้มเลยไหมพ่ะย่ะค่ะ”
พี่จ้อยถามเ้าชายเพราะเห็นทรงอยู่ที่หน้าประตูคุ้มมาสักพักแล้ว
“ข้ารู้สึกเหมือนว่าข้าไม่กล้าที่จะเข้าไปในคุ้มแล้วว่ะ”
เ้าชายทรงตอบพี่จ้อยด้วยน้ำเสียงที่เรียบๆ อยู่ๆชายหนุ่มผู้กล้าหาญไปเกือบทุกเื่ กลับไม่กล้าเข้าไปพบความจริงว่าท่านหญิงมีความสัมพันธ์อะไรกับเ้าอุปราช
ท่านหญิงเมื่อทานข้าวเสร็จจึงได้ลงมาเดินเล่นในสวนหน้าคุ้ม แล้วได้นึกถึงเหตุการณ์เมื่อ่เย็นที่เห็นเ้าชายเสด็จมาที่คุ้มแล้วก็กลับไปทั้งๆ ยังไม่ทันได้เข้ามาในคุ้มเลย ท่านหญิงคิดไปเดินก้มดูดอกไม้ในสวนไปด้วย แต่พอแหงนหน้าขึ้นมาเห็นเ้าชายอยู่เบื้องหน้าของตนแล้ว
“ท่านชาย!!!”
ท่านหญิงอุทานด้วยน้ำเสียงที่ใ
“เราเอง ท่านหญิงคิดว่าเป็เ้าอุปราชหรือยังไง”
เ้าชายตอบรับท่านหญิงแถมพูดแนวประชดประชันอยู่หน่อยๆ
“เ้าค่ะ”
ท่านหญิงตอบเพียงสั้นๆ เพราะยังคงใว่าจู่ๆเ้าชายมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร
“เสียใจด้วยนะท่านหญิง เรานั้นไม่ใช่เ้าอุปราชองค์นั้นหรอก”
เ้าชายทรงตอบท่านหญิงด้วยน้ำเสียงและใบหน้าที่ดูน้อยใจอย่างเห็นได้ชัดเจน
“หม่อมฉันรู้ว่าไม่ใช่เ้าอุปราช แต่คือท่านชายวรเมธถึงตอบไปว่าเ้าค่ะ”
ท่านหญิงอธิบายที่พึ่งตอบไปเพราะเกรงว่าเ้าชายจะทรงเข้าใจผิด
“หือออ เป็อย่างงั้นจริงหรือ”
เ้าชายน้ำเสียงและสีหน้าดูสดใสขึ้นมาทันที คนอะไรจะเชื่อคนง่ายเช่นนี้5555
“จริงเ้าค่ะ ว่าแต่ทำไมท่านชายถึงเสด็จมาดึกป่านนี้เ้าค่ะ ทีแรกข้าเ้านึกว่าท่านชายจะมาเสวยอาหารเย็นที่คุ้มนี้เสียอีกเ้าค่ะ”
ท่านหญิงทรงถามด้วยความแปลกใจและเผลอพูดความในใจไปเพราะเมื่อตอนเย็นเห็นเ้าชายมาถึงหน้าประตูคุ้มแล้ว
“พอดีเรามีราชการสำคัญด่วน เลยต้องรีบกลับไปทำให้เสร็จก่อน”
เ้าชายตอบไม่ตรงกับความจริงเอาเสียเลย ถ้าบอกว่าเห็นท่านหญิงอยู่กับเ้าอุปราชนางจะว่าอย่างไรนาาาาๆ
“อ้อเ้าค่ะ นึกว่าเห็นข้าเ้าอยู่กับเ้าอุปราชแล้วหนีกลับเสียอีก”
ท่านหญิงพูดไปด้วยยิ้มไปด้วยดูน่ารักไปอีกแบบ แต่ด้วยความเป็ชายชาติทหารผู้กล้าหาญถ้าหนีกลับด้วยเื่นี้ท่านหญิงคงตัดเ้าชายออกไปแล้วเป็แน่ ท่านหญิงแอบดีใจที่เ้าชายยังกลับมา
เ้าชายตรัสไปถึงแค่นี้แล้วก็เงียบลง เพราะเกรงว่าถ้าพูดต่อไปท่านหญิงคงจะลำคาน
“ในเมื่ออะไรหรือเ้าค่ะ”
ท่านหญิงถามกลับถึง2หน แต่เ้าชายไปไม่ได้ตอบอะไร ได้แต่ยิ้มมาให้ ซึ่งรอยยิ้มนี้ท่านหญิงก็ยอมแพ้ไปหมดทุกทางแล้ว แต่ความจริงเ้าชายอยากตรัสออกไปว่า
เ้าชายคงต้องเก็บเอาให้ในพระทัยก่อน เพื่อให้แน่ชัดว่าท่านหญิงกับเ้าอุปราชทรงเป็อะไรกันให้แน่นอน
“เย็นพรุ่งนี้ ยี่เป็ง เจอกันที่วัดหลวงนะท่านหญิง” ^^
เ้าชายเมื่อยิ้มส่งเสน่ห์ให้ท่านหญิงแล้ว จึงเข้าไปกระซิบใกล้ๆหูแล้วบอกว่าพรุ่งนี้เจอกันที่วัดหลวง ทำเอาท่านหญิงที่มีท่าทีเขินในรอยยิ้มอยู่แล้ว กับหน้าแดงหูแดงแล้วค่อยๆ ยิ้มอ่อนๆ ตอบกลับไปเพียงว่า
“เ้าค่ะ”
ท่านหญิงตอบเพียงสั้นๆ เ้าชายก็เดินออกจากสวนหน้าคุ้มไปที่ม้าด้านน้องประตูคุ้มโดยมีพี่จ้อยจับเชือกม้าไว้รออยู่แล้ว ส่วนท่านหญิงที่ยังยืนยิ้มอยู่นั้น ก็มีพี่ปิ่นเข้ามาสะกิด
“กลับเข้าห้องนอนเถอะเ้าค่ะ ลมหนาวเริ่มแรงแล้วคืนนี้ ประเดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่สบาย อดไปวัดจุดผางประทีปนะเ้าค่ะ”
พี่ปิ่นพูดอมยิ้มๆ เล็กน้อยแล้วจึงรีบพาท่านหญิงขึ้นไปพักผ่อน และก่อนที่พี่ปิ่นจะดับแสงไฟจากตะเกียงเพื่อให้ท่านหญิงได้นอนหลับนั้นจึงแอบถามท่านหญิงก่อนว่า
“ท่านหญิงทรงคิดอย่างไรกับเ้าอุปราชหรือเ้าค่ะ”
พี่ปิ่นที่อยู่กับท่านหญิงมาั้แ่เล็ก ก็เห็นเพียงเ้าอุปราชที่แวะเวียนมาหาท่านหญิงและดูสนิทสนมกับท่านหญิงมาโดยตลอดั้แ่ยังเล็กจนโต
“หญิงคิดกับเ้าอุปราชเพียงเสด็จพี่ชายเท่านั้น ไม่ได้คิดอะไรอื่นไกล อีกอย่างเ้าพี่หญิงเอื้องคำก็เคยบอกหญิงว่าชอบเ้าอุปราชอยู่”
ท่านหญิงไม่ได้คิดแบบชู้สาวกับเ้าอุปราช คิดแต่เพียงพี่น้องกัน เพราะโตและเล่นมาด้วยกันั้แ่เด็กั้แ่ยังไม่ได้เป็เ้าอุปราชเลย และที่สำคัญยังมีเ้าเอื้องคำแห่งคุ้มเ้าเงินคำ พี่สาวคนสนิดของท่านหญิงที่เจอกันล่าสุดที่งานเลี้ยงต้อนรับเ้าชาย แต่พรุ่งนี้น่าจะได้เจอกันที่วัดหลวงแล้ว
“แล้วกับท่านชายวรเมธ ละเ้าค่ะท่านหญิง”
พี่ดำที่อยู่กับพี่ปิ่นรอท่านหญิงหลับก็ได้ถามขึ้นมา
“เอ็งนี้มันได้งานจริงๆ เื่แบบนี้”
พี่ปิ่นตบไหล่พี่ดำเบาๆ เพื่อชื่นชมที่กล้าถามท่านหญิงเกี่ยวกับเื่เ้าชาย
"หญิงไม่รู้ หญิงยังไม่รู้"
ท่านหญิงพูดไปพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้พี่ปิ่นและพี่ดำที่อยู่คอยรับใช้ก็ต้องยิ้มตามไปด้วย และท่านหญิงก็ค่อยๆตะแคงตัวเพื่อนอนหลับ ส่วนพี่ดำและพี่ปิ่นก็ค่อยๆพากันดับไฟจากตะเกียงเพื่อให้นายของตนได้หลับพักผ่อน
_________________________________________________________________
เสียงไก่ขันยามเช้ามืด ภายในคุ้มถูกจุดตะเกียงสว่างไปทั่วคุ้ม แสดงว่าทุกคนได้ตื่นกันหมดแล้ว รวมไปถึงท่านหญิง ที่อาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วแต่งตัวอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง กำลังให้พี่ดำเกล้ามวยผมให้
“พี่ดำวันนี้ได้ดอกไม้อะไรมาบ้างหรอจ๊ะ”
ท่านหญิงถามพี่ดำสำหรับดอกไม้หอมที่จะนำมาเสียบไว้กับมวยผม
“วันนี้ข้าเ้าได้ดอกเก็ดถะหวา กับดอกสบันงาเ้าค่ะ”
พี่ดำที่เตรียมดอกไม้ไว้ให้ท่านหญิงไว้แซมเสียบมวยผม
“ดีเลย เสียบให้หญิงงามๆ เน้อพี่ดำ”
ท่านหญิงพอใจกับดอกเก็ดถะหวากับดอกสบันงาที่พี่ดำนำมาให้ เพราะล้วนเป็ดอกไม้หอม
“เ้าค่ะท่านหญิง”
พี่ดำตอบท่านหญิงพร้อมกับค่อยๆ เสียบดอกไปทีละดอกอย่างสวยงาม
“การเสียบดอกไว้บนหัวนอกจากจะบูชาขวัญ บูชาเทวาประจำตัวแล้ว เวลาก้มกราบพระเ้าในวัดหลวง ถือว่าเป็การบูชาน้อมวันทาด้วยเศียรเกล้า ข้าเ้าเคยได้ยินเ้าแม่เกษรพูดมาเ้าค่ะ”
พี่ปิ่นที่ช่วยดูเครื่องแต่งกายให้ท่านหญิงก็พูดขึ้นมา
“ใช่จ๊ะ เก่งมากเลยพี่ปิ่นเป็อย่างที่พี่ปิ่นพูด ถ้าเราไม่เสียบดอกไม้ไปวัด เดียวคนทั้งวัดหลวงต่างมองมาที่หญิงเป็แน่ ที่สำคัญต้องโดนเ้าแม่บ่นแน่นอน” ^^
ท่านหญิงพูดต่อขึ้นมา แต่ปกติแล้วท่านหญิงและแม่หญิงในเมืองเชียงแก้วส่วนใหญ่จะเสียบแซมผมที่เกล้าขึ้นด้วยดอกไม้สดบ้าง ดอกไม้ไหวบ้าง อยู่เป็ประจำอยู่แล้ว
เมื่อแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงรีบลงไปเพราะเ้าพ่อเ้าและอ้ายทั้ง2ของท่านหญิงน่าจะรออยู่ด้านล่างเรือนแล้ว ส่วนภรรยาและลูกของเ้าอ้ายคำแก้วได้ขอกลับไปที่บ้านตนก่อนหน้านี้แล้วและเ้าแม่เกษรก็ไปถือศีลอยู่วัดั้แ่เมื่อวาน่บ่ายๆเย็นแล้ว เพราะในวันยี่เป็งนั้นจะมีการเทศมหาชาติมีการตั้งธรรมหลวงขึ้นั้แ่เวลา6โมงเช้ายาวไปถึงเที่ยงคืนเ้าแม่เกษรกับเ้าแม่ของหลายๆคุ้มจึงไปถือศีลกันอยู่ที่วัดเสียเลย
เมื่อทุกองค์พร้อมแล้วจึงมีเ้าพ่อและเ้าอ้ายทั้ง2ขี้ม้านำไป ส่วนท่านหญิงนั้งเสลี่ยงแบกหามโดยมีผ้าสีขาวบางปิดบังทั้ง4ด้าน ซึ่งเ้านางของแต่ละคุ้มก็ต้องทำเช่นนี้ในแบบเดียวกันเพื่อต้องมีการปิดบังใบหน้าของแต่ละท่านหญิง
_______________________________________________

ภาพแซมเสียบดอกไม้ที่ผมเกล้า ขอบคุณแหล่งที่มา : https://accl.cmu.ac.th/Knowledge/details/2553

ภาพเสลี่ยงของเ้านาง ขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.sanook.com/movie/22243/gallery/ , ภาพยนตร์อุโมงผาเมือง