“ไหวเหรอแม่ รูปร่างสูงใหญ่ ไอ้นั่นจะเท่าไหร่ ไม่อยากคิด”หญิงบริการนางแรก เอ่ยอย่างประหม่ากลัวเพียงแค่เห็นรูปร่างฝารังที่นำชายไทยไปถึงสามสี่เท่า พาลให้จินตนาการไปถึงตรงนั้น
“ชั้นมาต้องได้อย่างต่ำสามประตู แต่หนุ่มคนนี้ เห็นที ประตูเดียวชั้นคงช้ำขอบายล่ะแม่” สาวอีกนางเห็นร่างดิออนในห้อง แสงรำไรๆ ก็ปฏิเสธแต่แรกแล้วหญิงนครโสเภณีโดนเรียกเข้าไปคนสองคน ก็ต่อปากกันอื้ออึงไม่มีใครกล้าขึ้นกับหนุ่มฝาหรั่งด้วยประวัติมีสาวเครื่องในช้ำจากการขึ้นกับหนุ่มต่างชาติ ลีลาดุดัน ระบมไปหลายวัน บ้างก็ป่วยไข้ขึ้นบ้างก็ถึงขั้นพิกลพิการทำการค้าในตรอกไม่ได้อีกเลย เรียกข่าวเข็ดจนวันตาย
“ไม่เอาล่ะแม่” หญิงโสเภณีทุกคนประสานเสียง ไม่กล้ารับดีออนเป็แขก
ยายแฟงมองไปยังเงินที่รับมาจำนวนมากเสียจะคืน แต่ก็ปวดหัวจะบังคับใจสาวๆ ในอาณัติ ที่บ่น ที่พูด มันก็ถูกของมันคนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ เห็นหล่อปานเทพบุตร ที่สุดแล้วพออยู่บนเตียงเป็ซาตานก็มากไป ครุ่นคิดปวดหัวแล้ว์ก็ประทานสาวงามมาตรงหน้า รูปร่างดวงหน้า เป็อย่างที่หนุ่มฝารังตามหาไม่ผิดเพี้ยน
“หนูๆ อยากได้งานมั๊ย?? ถ้าอยากได้ คุยกันก่อน”ยายแฟงรีบคว้ามือหญิงสาวผู้มาใหม่ ชวนคุยอย่างเป็กันเอง
“มีสังกัดหรือยัง คอกไหน ตรอกไหน แต่ถ้าเดินมาตรอกนี้เห็นทีจะมาหาชั้นเป็แน่” ยายแฟงยิ้มกริ่ม พูดเอง เออเอง ตามประสาคนหัวใส
“สังกัดไหน งานอะไร ป้าก็พูดไม่รู้ความ แล้วนี่ถือดีอย่างไร มาจับมือฉันรู้จักกันเหรอ” กะรัตหญิงแก่น ไม่มีทีท่าหวาดกลัวแต่อย่างใดผิดกับหญิงอื่นที่มาเยือนที่นี่เป็ครั้งแรก
“ชิชะ ก๋ากั่นเหลือเรา หน้าตาหรือก็สะสวย แต่ทำไมก้านโรคแบบนี้ ดูท่าจะประสบการณ์เยอะนะ เห็นที ไม่ต้องต่อรองกันมาก คิดไปคิดมา ดีเหมือนกัน”
“ป้าพูดอะไร”
“มาหางานไม่ใช่เหรอเรา พูดกันตรงๆ ไม่ต้องอาย จะให้งาน”
“งานอะไร??”
“ที่นี่โรงชำเาาย คิดว่างานที่ได้ จะเป็งานอะไรล่ะ งานพิทักษ์ สงวนหญิงหรือไง อย่ามาไขสือ”
“ต่ำ ชั้นไม่ได้มาขาย” กะรัตพูดสวนต่อหน้า ยายแฟงผู้ทรงอิทธิพลถึงกับผงะ
“คนอย่างชั้น ถูกใจให้ฟรีๆ”
“อุยตะ คุณพระคุณเ้า พ่อเ้าประคุณ ส่งลาภลอยอะไรมาให้ชั้น”ยายแฟงดีใจยกกำลังสอง ประหนึ่งไม่ต้องขุดก็เจอทองคำหลายกิโล
“หญิงสูงศักดิ์ก็แบบนี้ บางทีก็มาหาความสำราญเอาความเพลิดเพลินดูท่าหนูจะไม่ธรรมดา ช่างพอเหมาะพอเจาะอะไรขนาดนี้ ชั้นมีคนหนึ่งจะแนะนำรับรองหนูจะต้องถูกใจ”
“ใคร??” กะรัตถาม ยายแฟงชี้เข้าไปในห้องแคบๆแง้มประตูเพียงนิด หน้าต่างปิดอยู่พร้อม พลังงานบางอย่างจากชายหนุ่มที่เห็นหน้าเพียงครึ่งเสี้ยว ชวนให้เธอก้าวเข้าไปก่อนที่ยายแฟงจะงับกุญแจจากด้านหน้า เป็อันเสร็จกิจ
“โรงหญิงคนชั่ว” อรรคราชถึงกับผงะเมื่อนายชอบพามาตามหาเ้าสาวของเขาที่นี่“แน่ใจเหรอ ว่าเจอ.. กะรัตที่นี่”
“ครับนายกอง เจอที่นี่ครับ ผมสาบานได้”
คำยืนยันของผู้ใต้บังคับบัญชาคู่ใจทำให้อรรคราชถึงกับเข่าอ่อน ถัดไปไม่ไกล หนุ่มๆ ในกองโปลิสยังหลบหน้าหลบตาั้แ่เมื่อครั้งแม่หญิงกะรัตเมียเ้านายเดินผ่าน ก็ทำตัวไม่ถูกแล้ว ยังไม่ต้องนับนาทีนี้ที่สามีมาตาม ระหว่างอรรคราชจะเดินมาถึง เสียงสนทนานายลำคอของบรรดาโปลิศกองตระเวน
“ทีแรกก็คิดว่าเมียมาตามเ้านาย ที่ไหนได้ หนีมาเที่ยว”
“เพิ่งจะส่งตัวแท้ๆ สงสาร นายกอง จังว่ะ”
“ดูท่า เื่นี้จะไม่ใช่เล็กๆ คุณกะรัต เพิ่งจะเป็เมียแต่ง ยศถาบรรดาศักดิ์ก็สูงเป็เมียเ้านายพระราชทานหรือเปล่าก็ไม่รู้ หนุ่มคนไหน ไม่สืบสาวให้ดีไปเล่นเมียนายกองเข้า โอ๊ยย ไม่อยากจะคิด”
“คิดอะไรอยู่ อยากทำอะไรก็ทำเถิด เสียเวลามามากพอแล้ว” กะรัตเป็ฝ่ายเอ่ย พร้อมเปลื้องผ้าฝารังตาน้ำข้าวที่เธอถูกใจั์ตาเขาสีน้ำตาลอ่อน ดูซุกซน
ดีออนยินยอม ไม่มีการปฏิเสธ เพราะหญิงสาวตรงหน้า งดงามราวกับนางฟ้าในความคิดของเขาพระเ้าจะต้องตอบแทนเขา เป็ของขวัญหลังจากตั้งใจศึกษาคัมภีร์เป็แน่สิ่งที่หนุ่มรุ่นกระทงคิดได้ตอนนั้น
พาลแรงปรารถนาก็พุ่งพรวดริมฝีปากประกบกันดูดดื่ม ขยี้ปากก่อนลิ้นจะดุนแลกกันรัวศรีษะถูกปรับเอนไปแรงปรารถนา หมุนไปโดยธรรมชาติ สอดรับระหว่างกันทั้งคู่ดึงดันด้วยปาก ก่อนกะรัตจะผละออกมาเหมือนคิดได้
“ไม่ไหวแล้ว จูบท่านช่างตรึงใจ เชิญบรรเลงในลำดับต่อไปเลยเถิด” หญิงสาวชี้ชวนก่อนปลดผ้าที่ห่มลำตัวมา
หนุ่มฝารังเห็นหุ่นสาวสยามครั้งแรกในระยะประชิดความงามของเรือนร่างทำให้เขาตะลึง สายตาที่ชี้ชวนของหญิงสาว ทำให้เขาไม่เพิกเฉยรีบปลดเข็มขัด โจงเบนหล่น
ความตะลึงพรึงเพริศมาถึงขั้นชะงักเมื่ออาภรณ์กองกับพื้น ขณะที่สาวกะรัตก็เช่นกันที่ผ่านมาไม่ได้สำรวจตัวว่าภายในร่วมผ้า มีสิ่งไม่ปกติ
“กระจับปิ้งทองคำ” ลั่นกุญแจไว้ ปราการด่านสุดท้าย ทำให้ไปต่อไม่ได้กระบวนการต้องหยุดลงที่จูบ
“อะไรนี่”
ดีออนหัวเราะ“ดูท่า มาดามจะไม่ใช่คนธรรมดา ที่บ้านต้องร่ำรวยมาก ขนาดเอาทองคำมาทำเป็กางเกงชั้นใน”
“ขันทำไม มาช่วยกันปลดเปลื้องสิ”
ดีออนหัวเราะเข้าไปอีก“ปลดเปลื้องได้อย่างไร โลหะหนักขนาดนี้ ต้องใช้กุญแจ” เขารู้ทางออก“ผมต้องยอมรับว่า มาดามทำให้ผมประทับใจมาก เป็ครั้งแรกที่ผมจะไม่ลืม”ดีออนคุกเข่า “ขอกุญแจนั้นแก่ผมด้วย มาดาม”
“กุญแจ อยู่ไหน ชั้นไม่มี” หญิงสาวหน้าตาตื่น ทำเอาฝารังตาน้ำข้าวตื่นไปด้วย
“อาจจะไม่เหมาะสม แต่พูดเลยว่า นี่ไม่ใช่เวลาล้อเล่น คุณทำให้ผมเตลิดไปไกลจนกว่าจะย้อนกลับแล้ว มาดาม”
“ชั้นนั่งบนตัวขนาดนี้ คิดว่าชั้นเล่นอีกเหรอ ชั้นเอาจริงนะ ชั้นเอาจริงหาทางแกะสิ่งนี้ออกเร็วๆ เถอะ ชั้นก็ชั้นก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน”กะรัตอารมณ์พลุ่นพล่าน ผละจากดิออน เดินวนระงับอารมณ์
ดีออนทั้งหงุดหงิด ทั้งขำ งงกับกริยาและความแปลกประหลาดของผู้หญิงคนนี้
“ถ้าคุณไม่เต็มใจ แล้วใครกันเอาสิ่งนี้มาติดตรึงกับตัวคุณไว้ มาดาม”
หญิงสาวก๋ากั่นนิ่งคิด“นังกะรัต ต้องเป็นางกะรัตแน่ๆ”
“ใครกัน กะรัต”
“อีกคนที่อยู่ในตัวฉัน” หญิงสาวนิ่งคิด ยิ่งคิด ยิ่งโกรธ“มันก็คือตัวฉันนี่แหละ”
“ถ้าเป็ตัวมาดาม มาดามก็ต้องรู้สิ ว่าเก็บกุญแจไว้ที่ไหน”
“เป็ตัวชั้นแต่ไม่ใช่ชั้น คุณไม่เข้าใจ”
“ผมอาจไม่เข้าใจภาษาไทย แต่ตอนนี้ ผมอยากให้มาดามเข้าใจผมมากกว่าผมไม่สามารถหยุดทุกอย่างได้ในตอนนี้แล้ว เป็ไง เป็กัน” ดีออนตรงเข้าหากะรัตกอดจูบอย่างดูดดื่ม เหมือนรถไฟที่หยุดวิ่งกลางคัน เพื่อเติมเชื้อเพลิงก่อนจะวิ่งอย่างเร็วรี่เพราะเครื่องจักรติดแล้ว เพียงแต่ “เข้าห้องคุมเครื่อง”ยังไม่ได้ อาการฟัดดึงๆ จึงเกิดขึ้น ถึงที่สุดหญิงสาวก็ทนไม่ได้กรีดร้องลั่นนนนนนนนนน
ข่าวลูกคุณหลวงตามหาเมียสะพัดอย่างรวดเร็วในตรอก ยายแฟง เป็คนส่งตัวกะรัตเข้าห้องเองก็พอเดาได้ปรี่ไปปลดกุญแจที่ล็อกหน้าห้องด้วยเกรงความผิด ก่อนจะอาสาไปฟ้อง อรรคราชด้วยตัวเอง
“อย่าทำให้แขกอีฉัน,ดิฉันตระหนกนะเ้าคะ ถ้าคุณผู้กองจะมาตามหาเมีย รู้สึกว่า”
“ว่า อะไร” นายชอบถามแทนหัวหน้า ขณะนี้เหล่าลูกน้องกองลาดตระเวนเต็มใจช่วยหา ในใจยังคิดว่าอยากให้เป็การลักพาตัว แม้ความหวังจะน้อยนิด
แม้จะอยู่นอกเครี่องแบบแต่บารมีจากลักษณะด้านนอก ที่ผึ่งผาย นิ่งขรึม ท่าทางดูมีตำแหน่งชั้นยศทำให้ยายแฟง แจ้งข่าวอย่างสุภาพ “ไปดูเองทางห้องโน้นเถอะเ้าค่ะ อย่างไรก็แล้วแต่ที่นี่เสียภาษีถูกต้อง และไม่มีการบังคับขืนใจใครเลยนะเ้าคะ อีฉัน,ดิฉันเอาหัวเป็ประกันได้”
อรรคราชรีบเดินไปที่ห้องนั้นทันที
ประตูถูกถีบอย่างแรง หนุ่มฝารังตาน้ำข้าวกระโจนออกไปทางหน้าต่างร่างของหญิงถูกปิดด้วยแขนและขาของตัวเอง อาภรณ์กองกับพื้นหญิงสาวยังกุมขมับบีบแน่น ก่อนหันมามองไปทางประตูที่ถูกถีบเสียงดัง!
“มาตราหนึ่ง ชายใดสู่ขอเอาหญิงขับคนนำเที่ยวขอทานเลี้ยงชีวิตแลหญิงนครโสเภณีมาเลี้ยงเป็เมีย ทำชั่วเหนือผัวก็ดี….ผัวรู้ด้วยประการใดๆพิจารณาเป็สัจไซ้ ท่านให้ผจานหญิงชายนั้นด้วยไถนาส่วนหญิงอันร้ายให้เอาเฉลวปะหน้าทัดดอกฉะบาทั้งสองหูร้อยดอกฉะบาแดงเป็มาไลยใส่ศีศะใส่คอแล้วให้เอาหญิงนั้นเข้าเทียมแอกข้างหนึ่งชายชู้เข้าเทียมแอกข้างหนึ่ง ผจานด้วยไถนาสามวันถ้าแลชายผัวมันยังรักเมียมันอยู่มิให้ผจานไซ้ท่านให้เอาชายผู้ผัวนั้นเข้าเทียมแอกข้างหนึ่ง หญิงอยู่ข้างหนึ่งอย่าปรับไหมชายชู้นั้นเลย”
กฎหมายลักษณะผัวเมียั้แ่สมัยกรุงสุโขทัยมีตลอดมาในสมัยกรุงศรีอยุธยากรุงธนบุรีปรากฏว่าใช้มาจนกระทั่งถึงวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๗๘ก่อนจะเปลี่ยนใช้ประมวลแพ่งและพาณิชย์บรรพ ๕ แทนกระนั้นความเชื่อของคนที่เติบโตมาในสังคมไทยอย่างอรรคราชไม่เคยคิดว่าชั่วชีวิตจะได้ย่างกรายมาที่นี่ พอถึงบทลงโทษของมันก็วูบแล่นเข้ามาในหัวไม่ว่าเหตุจะเป็เช่นไร จักเต็มใจหรือโดนลักพาตัว โทษคงไม่ต่างกัน
“นั่นปะไร พูดอยู่แล้วไม่ผิดปากวีรกรรมสะใภ้ใหม่คุณหลวง ลือกันไปทั้งบางละ ทีนี้จะเอายังไงเ้าคะ” ไม่ทันรุ่งสางข่าวถึงหูคุณรำเพยและคุณหลวงอรรคพันธุ์ โดยที่เ้าบ่าวโชคร้ายอย่างอรรคราชยังทำใจลำบากกับภาพติดตาตรงหน้า หัวเขาเหมือนโดนทึบจนแทบไม่รู้สึกว่าตัวเองรู้สึกอะไร
“บร๊ะ แบบนี้มันเท่ากับหยามกันชัดๆ”คุณหลวงอรรคพันธุ์โกรธขึ้ง “ต้องไปคุยกับจ่อซัวให้รู้เื่มันรู้เห็นเื่นี้ดีหรือไม่ อย่างไรกัน”
“หลักฐานโทนโท่แบบนี้ ไม่ต้องคุยแล้วเ้าค่ะส่งฟ้องทางการไปเลย ยังไงพ่ออรรคราชก็เป็ฝ่ายเสียหาย กับการกระทำโดยไม่ยั้งคิดไม่ควรจะมาแปดเปื้อน ควรต้องล้างมลทินได้ด้วยตัวเอง”
“ชู้ หาใช่อาญาแผ่นดิน จะไปฟ้องให้อายเอาหน้าซุกแผ่นดินไปทำไม”
“ไม่ฟ้องสิคะ ต้องอาย นี่ไม่ใช่แค่เื่เพศผิดศีลธรรมแต่เป็เื่ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลที่สั่งสมมานะคะ คนเขาจะครหากันอย่างไรแต่งงานคืนแรก เ้าสาวก็หนีไปหาชายอื่น ตรอกหญิงชั่ว นครโสเภณีไม่มีอะไรจะเลวร้ายเท่านี้อีกแล้ว” คุณรำเพยโกรธขึ้ง มิไยจะยอมความ“ตระลาการก็เป็เพื่อนคุณหลวงนี่คะ แจ้งไว้ก่อนเป็อาญา เรียกมาหารือเอาผิดอย่างน้อยๆ ฝั่งนั้นมืดดำเท่าไหร่ ฝั่งเราก็ขาวขึ้นเท่านั้นทางเดียวที่จะล้างอายให้ลูกชายของเราได้”
อรรคราชยังมืดแปดด้าน เขาคิดอะไรไม่ถูกจำต้องพึ่งพ่อและแม่ในการแก้ปัญหาซึ่งแน่นอนว่าทั้งคู่ตกลงปลงจะเอาเื่ให้ถึงที่สุด
พระไอยการลักษณะผัวเมีย ตราขึ้น สาระสำคัญ มีดังนี้ 1. ชนิดของเมีย มีสามชนิดคือ 1.1 เมียที่พ่อแม่กุมมือให้เป็เมียชายเรียกว่าเมียกลางเมือง 1.2 เมียที่ชายขอมาเลี้ยงเป็อนุภรรยาหรือเมียน้อยเรียกว่า เมียกลาง นอก 1.3 เมียที่ชายซื้อมาหรือไถ่มาเรียกว่าเมียกลางทางษี2. การแต่งงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย พ่อแม่ หรือผู้ปกครองหรือนายทาสต้องอนุญาต 3. หญิงเมื่อแต่งงานจะกลายเป็สมบัติของผัว ชายอื่นจะไปยุ่งเกี่ยวไม่ได้ โทษของการมีชู้ลงโทษตามชนิดของเมียตามลำดับ
การมีชู้ มีประเภท คือ (1) ไม่ถึงชำเรา มี 5 ประการ ๑, จับมือถือนม๒. ผัวไม่อยู่ไปหาเมียท่านบนเรือน ๓. ไปหาเมียท่านในที่ลับ ๔.ลักลอบพูดกับเมียท่าน ๕ ไปหาเมียท่านถึงห้องนอน ให้ปรับไหมตามลำดับ (2) เป็ชู้ถึงชำเรา (ได้เสียกัน) มีโทษแตกต่างกัน เช่น ๑.เมียมีชู้ให้เอาเฉลวปะหน้า ทัดดอกชบาแดง สวมคอพวงมาลัยดอกชบา ประจาน 3 วัน ชายชู้ให้ปรับไหม ๒. เมียมีชู้กับชายคนเดียวสองครั้ง ให้ปรับสองเท่าโกนหัวเมีย ขึ้นขาหย่างประจานรอบตลาด ตีด้วยลวดหนัง 2 ที ๓.เมียมีชู้ สามครั้ง ไม่ให้ลงโทษชายชู้ ส่วนเมียให้ลากไถนานาประจานแทนควาย 3วัน และสักแก้มเป็ภาพชายหญิง ๔. การผิดเมียท่านถึงชำเราโทษเป็สองเท่าของการชำเรา ๕. ทำชู้เมียท่านที่ไปราชการ เพิ่มโทษเป็สองเท่า ๖.จับชู้ได้คาหนังคาเขา (หญิงนอนหงาย ชายนอนคว่ำ) ให้ผัวฆ่าเสียทั้งคู่ ถ้าฆ่าเฉพาะเมียให้ปรับผัว แต่ถ้าเมียหนีรอดตายไปได้ ให้จับเมียเป็ทาสหลวง (ม.8-9) ๗. เมียนอกใจหากไม่ฆ่า ให้ริบทรัพย์ ทั้งคู่มาเป็ของผัวไล่เมียไปให้มีเสื้อผ้าชุดเดียวที่สวมไป (ม.10)
สำนวนถูกส่งไปที่เรือนจ่อซัวล่าหัวกะรัต หญิงที่ถูกตีตราว่าเล่นชู้
เื่ราวของการสำเร็จโทษตามกฎมณเฑียรบาลสยามณ ยุคเก่าก่อน มักจะมีการใช้ลานกว้างของพระอารามต่างๆ ทั้งในพระนครและหัวเมืองเป็แดนปลิดชีพผู้ซึ่งทำผิดอาญาบ้านเมือง ในสมัยต้นและกลางกรุง วัดเก่าแก่อย่าง วัดโคกขี้แร้งหรือที่เรียกกันว่า วัดสันติธรรมาราม อยู่กลางไร่กลางสวนเป็ที่เปล่าเปลี่ยว วังเวง ว่ากันว่าบริเวณวัดแห่งนี้ มีต้นอโศกเก่าแก่กว่า 100 ปีอยู่หนึ่งต้น และเป็ปลายทางของหลายชีวิตที่หาทางออกไม่ได้ก็จะมาปีนต้นอโศกต้นนี้ เพื่อผูกคอตาย ศพแล้วศพเล่า เป็ที่ร่ำลือถึงความเฮี้ยน
ก่อนหน้าวัดแห่งนี้ถูกใช้เป็สถานตัดสินความรวมไปถึงสถานที่ปะาชีวิต ขุน, เ้าจอม ไปจนถึงบุคคลชั้นสูงกะรัตได้ชื่อว่าเป็สะใภ้คุณหลวง ถือเป็เกียรติสุดท้ายที่มอบให้เธอสร้างเื่อับอายชนิดที่ยอมความไม่ได้ใต้ร่มเงาต้นอโศกต้นนี้กำลังสถานที่ปะาชีวิตของเมียกลางเมืองอย่าง “กะรัต” ด้วย