บทที่ 14 เซวียนเฟยหรง ทรราชย์ทำลายแผ่นดิน
เมื่อหญิงสาวลืมตาขึ้นมา เขาก็จำแววตาที่สดใสร่าเริงนั้นได้ในทันที เด็กน้อยในวันนั้น วันที่ยาพิษหมดฤทธิ์ของเขานั่นเอง เสิ่นิฮวา แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงแสร้งเป็เด็กอายุ 8ปี ทั้งๆที่โตแล้ว จริงๆเขาอยากจะทำตัวเป็สุภาพบุรุษ ทำตัวเป็ชายชาตรี แต่ก็ทำไม่ได้ เขาจึงทำได้เพียงทำตาใส่ซื่อ แล้วเอ่ยถามออกไป “พี่สาว ไม่เป็อะไรใช่ไหมขอรับ ข้าเหนพี่สาวะโดังตู้ม” เมื่อวางเสิ่นหมิวฮวาลงบนพื้น แล้วเขาก็ทำท่าทางตีแขน ฉีกขาะโไปมา
เมื่อนั้นบ่าวรับใช้ก็จดจำได้ว่าเขาคือใคร องค์ชายรองผู้สติไม่สมประกอบผู้นั้นนั่นไง เขาแอบเหลือบตาไปมองเสิ่นิฮวาเล็กน้อย หากเธอมองเขาด้วยความรังเกียจ เขาคงจะต้องเสียใจมากแน่ๆ แต่เสิ่นิฮวากลับมากลับมาด้วยแววตาเปื้อนยิ้ม “ขอบพระคุณที่ช่วยชีวิตหม่อนฉันไว้นะเพคะองค์ชายรอง”
ในเวลานั้นเซวียนเฟยหรงก็รู้สึกได้ถึงก้อนเนื้อที่เรียกว่าหัวใจเต้นระรัวอยู่ภายในอก ใบหน้างดงาม ที่มีหยาดน้ำเกาะนั้นก้มหน้าเอียงอาย จนแลเห็นริ้วสีแดงปรากฏขึ้นที่ใบหู เธอคือหญิงสาวคนแรกที่ยิ้มให้เขา มองเขาในแบบที่ไม่ใช่มององค์ชายที่สติไม่ดี
เมื่อเขาเติบโตมาก็ได้รับแววตาของผู้คนมากมาย ทั้งสมเพช ทั้งสงสาร หรือแม้กระทั่งรังเกียจ อาจจะมีเพียงเฉพาะเวลาที่เขาปลอมตัวเข้าไปช่วยงานในกระทรวงวิจัยเวทย์มนต์เท่านั้น ที่จะได้รับสายตาเช่นการมองมนุษย์ปกติ แต่ส่วนนั้นเขาก็ไม่อาจนับรวมได้ เพราะไม่มีใครรู้ว่าคนผู้นั้นคือเขา
เมื่อเห็นแววตานั้น เขาก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าความกล้าชั่วครู่ หรือความคึกคะนองของวัยหนุ่มดี เขาทรุดนั่งลง แล้วยกมือขึ้นััดวงหน้าสวยเนียนงาม ที่มีหยาดน้ำเกาะอยู่
่เวลานั้น ก็บังเอิญมาเหล่าฮูหยินตระกูลขุนนาง คหบดีใหญ่ผู้มาร่วมงานมงคลสมรสผ่านมาพอดี เมื่อแลเห็นชายหญิง สองร่างเปียกปอน ทำตัวชิดใกล้ ก็ส่งเสียงอุทานใออกมา
ผ่านไปไม่นานเสนาบดีเสิ่นก็ส่งคนเข้ามาคุยกับเสด็จแม่ ถึงเื่ความเสียหายที่เกิดขึ้น สุดท้ายก็ตกลงกันว่าจะให้เขาสมรสกับเสิ่นิฮวาเพื่อรับผิดชอบที่ทำให้เธอสูญเสียชื่อเสียง ในเสี้ยวเวลาที่เขาได้รู้ว่าเขากำลังจะได้แต่งงานกับนางในดวงใจ เขานั้นมีความสุขยิ่งนัก
หลังจากนั้นไม่นาน งามสมรสก็ถูกจัดขึ้น ใน่เวลาที่มือเ้าสาววางลงบนมือเขา แม้เขาจะต้องแสดงเป็ไร้เดียงวา ไม่เข้าใจ เขาก็ยังคงมีความสุข จนหุบยิ้มไม่ได้อยู่ดี
ในคืนแรกที่เข้าหอ เขาอยากกอดเ้าสาวของเขาใจจะขาด หากแต่เสิ่นิฮวากลับวางตัวเขาไว้ราวกับเขาเป็เด็กๆ เขาต้องทนวางตัวเป็เด็กน้อยหลังจากแต่งงานกันได้ไม่นาน จนเกือบปี
จนกระทั่งวันหนึ่งเขาก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป แกล้งทำเป็เผลอดื่มเหล้าโดยไม่ได้ตั้งใจจนเมามาย และก็หลับนอนกับเธอในห้องหอในยามราตรี นั่นคือสิ่งที่เซวียนเฟยหรงในเวลานั้นคิด
เมื่อตื่นเช้ามาเห็นเสิ่นิฮวาที่เป็ภรรยาของตนจริงๆแล้ว ไม่ใช่เพียงแค่ในนามนอนอยู่ข้างๆก็ให้มีความสุขยิ่งนัก ถึงแม้ว่าจะต้องแสร้งทำเป็ปัญญาอ่อน แต่เธอก็ยังอยู่เคียงข้าง ไม่เคยมีสักครั้งที่จะมีสายตารังเกียจจ้องมองมา
ภายในวันนั้นเอง เสิ่นิฮวาก็เอายาถ้วยหนึ่งมาให้เขาดื่ม บอกว่าเป็ยาแก้พิษ เขาจึงแกล้งดื่มไปเช่นนั้น ในจังหวะที่เสิ่นิฮวาเผลอ เซวียนเฟยหรงก็แอบเทยาทิ้ง เนื่องจากเขารู้ดีว่าตนเองนั้นไม่ได้บ้า และบางครั้งยาแก้พิษก็อาจจะปลุงมาโดยพิษ เพื่อให้พิษต้านพิษได้
จากนั้นเขาจึงแกล้งสลบไป เมื่อฟื้นขึ้นมา เขาก็แสดง จริงๆแล้วไม่สมควรจะเรียกว่าแสดงเสียด้วยซ้ำ มันควรจะถูกเรียกว่าการเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงให้เสิ่นิฮวาได้เห็นมากกว่า ว่านี่อย่างไรคือเขาที่แท้จริง
เสิ่นิฮวายิ้มให้เข้าอย่างดีใจ หากแต่เซวียนเฟยหรงก็ต้องทำการบอกเสิ่นิอวาถึงผู้ที่ประทานยาพิษให้แก่เขา และขอร้องนางให้เก็บเื่ที่เขาหายแล้วเป็ความลับ เพราะไม่้าให้เสด็จแม่เป็กังวล เซวียนเฟยหรงและเสิ่นิฮวาดื่มฉลองกันในยามเย็น และเป็อีกครั้งที่พวกเขาได้ร่วมหลับนอนด้วยกันในยามราตรี
นับั้แ่วันนั้นเสิ่นิฮวาก็มักอยู่ข้างกายของเขาเสมอ นางคือหญิงสาวที่เข้าใจเขาอย่างแท้จริง หลายครั้งที่นางต้องโกรธแทนเขา เพราะเห็นความไม่ยุติธรรมของเสด็จแม่ ที่ทรงรักเสด็จพี่มากกว่า และเอ็นดูน้องชายของเขายิ่งกว่า
“เสด็จพี่ หม่อมฉันสงสารเสด็จพี่เหลือเกิน ทั้งๆที่เสด็จพี่เองก็มีความสามารถมากมาย หากแต่เสด็จแม่ก็ไม่สนใจ ให้แต่เสด็จพี่แสดงเป็คนบ้า เสด็จพี่เองก็ขึ้นเป็ฮ่องเต้ได้ ทำไมเสด็จแม่ไม่ทรงมองลงมาบ้าง” เสิ่นิฮวากล่าวบ่นกับเซวียนเฟยหรง ในขณะที่เอนกายนอนอยู่ในอ้อมกอดของเขา
เมื่อได้ฟังคำบ่นเ่าั้ ใน่แรกๆ เขาก็มักจะเอ่ยปลอบเสิ่นิฮวา และกล่าวปกป้องครอบครัวของเขาอยู่เสมอ หากแต่เมื่อนานวันเข้า เขาก็อดที่จะเห็นด้วยไม่ได้ ว่าเพราะเหตุใด ทำไมเขาต้องแสดงเป็คนปัญญาอ่อน เพื่อเสด็จพี่ด้วย ทั้งๆที่เขาเองก็สามารถขั้นครองราชย์ได้
ยิ่งเมือเห็นน้องชายได้บุตรชายหลังจากสมรสเพียง 3 ปี เสด็จพี่เองก็มีครอบครัวที่อบอุ่นไม่ต่างกัน หากแต่เขากับยังไร้วี่แววที่จะมีโซ่ทองคล้องใจ
จนกระทั่งวันหนึ่งเสิ่นิฮวาเป็ลม เมื่อหมอหลวงมาตรวจก็พบว่าเธอต้องยาพิษ ที่ทำให้ไม่อาจตั้งครรภ์ได้ หญิงสาวร่างบางกอดคอเขาแล้วนอนร้องไห้ทั้งคืน
“ต้องเป็เสด็จแม่แน่ๆที่วางยาหม่อนฉัน วันนี้มีนางกำนัลนำขนมมาถวาย เสด็จแม่ไม่้าให้ใครรู้ว่าเสด็จพี่นั้นหายแล้ว เด็กแปดขวบใดจะไปทำให้คนท้องได้” เสิ่นิฮวากลาวด้วยความเครียดแค้น
เซวียนเฟยหรงกัดฟันแน่น ดวงตาแดงกร่ำ ขณะหันมองไปทางตำหนักหงส์ของผู้เป็ฮองเฮา “เสด็จแม่ทำเกินไปแล้ว” เขานั้นสู้ทำตัวดีมาตลอด ถึงแม้จะฝืนใจที่ต้องวางตัวเป็คนปัญญาอ่อน แต่เขาก็ยังคอยสนับสนุนเสด็จพี่เสมอ เขาก็เพียง้ามีครอบครัว มีคนรัก และลูกหลานเพียงเท่านั้น เสด็จแม่ก็ยังจะมาพรากมันไปจากเขา
และเื่นี้ก็คือฟางเส้นสุดท้ายของเซวียนเฟยหรง พอกันที เขาไม่อาจทนเป็ตัวตลกของผู้คน หรือเป็เครื่องมือของผู้ใดได้อีกแล้ว เขาจึงตัดสินใจที่จะก่อฏ เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้น เสิ่นิฮวาก็แนะนำให้เขาได้รู้จักกับชางชงหยวน ผู้เป็มือขวาของบิดาของเธอ
ด้วยแผนที่วางไว้อย่างรอบครอบของชางชงหยวน ที่มุ่งทำลายตระกูลที่สนับสนุนฮ่องเต้ และองค์รัชทายาท รวมถึงองค์ชายสาม อย่างสกุลเหยียน สกุลสี สกุลจ้าว รวมถึงตระกูลใหญ่อีกมากมาย ที่ถูกเขาทำลายลงในเวลาไม่ถึงปี และสุดท้ายด้วยเงินของตระกูลเสิ่น และผู้สนับสนุนของเขาที่ได้ขึ้นมากุมอำนาจแทนตระกูลที่ถูกทำลาย สุดท้ายเขาก็ได้อำนาจทหารมาไว้ในมือ
ในวันที่ 7 เดือน 4 ปีเซวียนที่ 113 เขาในวัย 31 ชันษา ในวันที่มีอากาศหนาวเย็น เขาบุกเข้าไปในวังหลวง พร้อมกองกำลัง และได้ทำการแย่งชิงอำนาจ จากเซวียนฮองเต้ ผู้เป็บิดา เขาคือผู้ที่สั่งปะาเสด็จแม่ผู้ลำเอียง เสด็จพี่ที่แย่งความสุขของเขาไป ที่ทำให้เขาต้องกลายเป็คนปัญญาอ่อน และน้องชายที่แค่ต้องแสดงเป็คนป่วยของเขา
เนื่องด้วยไม่้าให้มีใครกลับมาแก้แค้น ตามคำแนะนำของเสิ่นิฮวาที่ยืนกุมมือเขาอยู่ข้างๆ เขาจึงจำต้องฆ่ายกตระกูล ไม่เว้นแม้กระทั้งภรรยาของเสด็จพี่ องค์ชายสาม ครอบครัวขององค์หญิงใหญ่ ผู้เป็น้องสาวของเขา และเหล่าสนมและองค์หญิงองค์ชาย มากมายในวัง รวมถึงหลานๆของเขาด้วย เขาบีบบังคับจนเสด็จพ่อยอมลงนามในราชโองการยกบัลลังก์ให้ และเขาก็จำต้องสังหารเสด็จพ่อของเขาอีกคน ผู้ที่รู้ทุกอย่าง แต่ก็ไม่เคยคิดจะช่วยเหลือ
ท่ามกลางไฟที่ลุกโชติ่ท่วมตำหนัก เขากอดเสิ่นิฮวาเอาไว้ในอ้อมกอด แล้วหัวเราะดังลั่น ในใจของเขาใน่แรกนั้นแสนปวดร้าว มือของเขานั้นเปรอะเปื้อนไปด้วยเืของคนในครอบครัว นี่งั้นหรือคือสิ่งที่เรียกว่าาวังหลวง
ใน่ที่เขากำลังสับสน เขาไม่รู้สึกดีใจสักนิดที่ได้บัลลังก์มาครอง เขาไม่รู้สึกปลอดโปร่งที่สิ้นครอบครัวที่ทำร้ายเขา เขานั้นแสนสับสนว่าสุดท้ายแล้วเขาทำไปเพื่ออะไร แต่เมื่อได้มองคนในอ้อมกอด เขาก็รู้สึกสงบใจขึ้นมา ใน่ที่เขาสบตาเธอ เขาก็ถูกมีดหนาในมือของคนที่เขารัก แทงทะลุเข้ามาในอก
เซวียนเฟยหรงล้มลง ไปที่พื้น ดวงตาเบิกโพลงจ้องมองไปยังคนรัก “ทำไม” นั่นเป็ประโยคเดียวที่เขาเอ่ยถามออกมาได้ท่ามกลางใจที่ตกตะลึง
เสิ่นิฮวาจ้องมองเขาด้วยแววตาสมเพส เวทนา และรังเกียจ “เพราะในท้องข้านั้นมีสายเืัที่แท้จริงอยู่อย่างไรเล่า และตัวเ้ามันก็ไม่เอาไหน ข้าจึงต้องช่วยกระตุ้น อย่างไรเสียตอนนี้เื่ก็จบลงแล้ว และเ้าเองก็หมดประโชยน์แล้วเช่นกัน อย่างไรก่อนตาย ก็จงเป็บันไดให้ข้า และคนรัก ได้เหยียบย่างขั้นสุดท้ายไปเสียเถอะ”
นั่นคือเสียงสุดท้ายที่เขาได้ยิน ก่อนที่ิญญาของเขาหลุดลอยออกจากร่าง เซวียนเฟยหรงก้มลงมองกายเนื้อของตนเองด้วยความรู้สึกไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกเช่นไรดี ทุกสิ่งเกิดขึ้นเร็วเหลือเกิน
ชางชงหยวนเดินเข้ามา แล้วดึงเสิ่นิอวาเข้าไปกอดในอ้อมกอด ทั้งสองสบตากันอย่างรักใคร่ เสนาบดีเสิ่นเดินเข้ามา ก่อนที่จะถวายทำความเคารพ “ข้าน้อยขอถวายบังคมฝ่าา ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆปี”
“ท่านพ่อตาโปรดลุกขึ้นเถิด” ชางชงหยวนกล่าว ขณะที่เข้าไปประครองเสนาบดีเสิ่น
เสิ่นิฮวาเดินเข้าไปช่วยประคองผู้เป็พ่อก่อนที่จะหันไปสบตาชางชงหยวนด้วยความรักใคร “แผนของเสด็จพี่ดีเหลือเกินเพคะ อย่างที่เสด็จพี่บอก เซวียนเฟยหรงนั้นคือจุดอ่อนของราชวงศ์ ด้วยนิสัยขี้อิจฉา และขาดความรัก แค่คอยพูดให้แค้นเคือง หรือริษยาก็กลายเป็หุ่นเชิดให้เราได้แล้ว”
ชางชงหยวนมองสบตาเสิ่นิฮวา ก่อนที่จะตบมือลงบนหลังมือของหญิงสาวเบาๆ “ที่ผ่านมาลำบากเ้าแล้วิเอ๋อร์”
เสิ่นิฮวาตอบกลับ พร้อมกลับซบลงไปบนอกของชางชงหยวน “ไม่ลำบากอันใดเลยเพคะเสด็จพี่ ถึงน้องจะต้องแต่งงานกับเซวียนเฟยหรงแต่ก็แต่งเพียงแค่ในนาม คนที่ร่วมหลับนอนกับเ้านั่น ล้วนเป็เพียงบ่าวไพร่ชั้นต่ำ ทั้งๆที่ผิวก็ทั้งหยาบกร้าน เ้าโง่นั่นก็ยังไม่รู้สักนิดว่าไม่ใช่ข้า” เสิ่นิอวากล่าวอย่างอารมณ์เสียในส่วนท้าย เพราะทุกครั้งที่ร่วมหลับนอน เธอมักจเให้ดับเทียนก่อนเสมอ และให้บ่าวสาวที่แอบอยู่ในห้องเข้าไปรับใช้เซวียนเฟยหรงแทนตนเอง
ทั้งๆที่ผิวกายของบ่าว กับคุณหนูในห้องหอเธอนั้นก็แสนจะต่างกัน แต่ก็ไม่เคยมีสักครั้งที่เซวียนเฟยหรงจะเอะใจ แต่ก็สมแล้วที่ปัญญาอ่อนมานาน “น้องหญิงเ้าอย่าได้โกรธเคืองไปเลย เ้าโง่นั่นก็คงจะไม่เคยััผู้ใดมาก่อน คืนแรกเ้าก็ใช้บ่าวรับใช้คอยรับใช้มาตลอด ไม่แปลกที่สุดท้ายเ้าโง่นั้นจะไม่รับรู้ถึงความแตกต่าง มีเพียงพี่คนเดียวก็พอแล้ว ที่รู้ว่าเนื้อกายของเ้านั้นหอมเนียนเพียงใด” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับหอมลงไปบนแก้มเนียน
“เสด็จพี่” เสิ่นิฮวาแกล้งบิดเขินจนเอียงอาย “รีบจัดการเื่นี้ให้จบเถอะเพคะ เมื่อลูกของเรากำเนิด ก็จะได้เป็องค์ชายใหญ่ของตงฟางฮ่องเต้ หาใช่ลูกติดจากฏเซวียนเฟยหรงไม่”
ชางชงหยวนยกมือขึ้นกุมหน้าท้องของเสิ่นิฮวาเบาๆ “ลูกรักพ่อขอโทษที่มัวแต่แสดงความรักกับแม่ของเ้า จนดำเนินเื่อนาคตของเ้าล่าช้าไปนะ เสนาบดีเสิ่นแจ้งข่าวออกไปว่า เซวียนเฟยหรง คุ้มคลั่ง ลุ่มหลงในอำนาจ ทำการก่อฏ สังหารฮ่องเต้ ฮองเฮา องค์รัชทายาท รวมถึงคนตระกูลเซวียนทั้งหมด และข้าตงฟางชงหยวน บุตรชายคนสุดท้ายของราชวงศ์ตงฟาง เป็ผู้ยกทับมาปราบฏ และจะขึ้นครองราชย์สืบราชวงศ์ต่อไป”
“พะยะค่ะฝ่าา” เสนาบดีเสิ่นตอบรับด้วยเสียงหนักแน่น
เซวียนเฟยหรงยังคงยืนอยู่ที่เดิมท่ามกลางกองเพลิง ข้างๆศพของเขา เขารับรู้และได้ยินทุกสิ่งอย่าง หากนี่เป็ความฝัน เขาก็อยากให้มันเป็เพียงแค่ความฝัน เขาเดินตามทหารที่ยกศพของเขา และคนอื่นๆในตระกูลไป ศพของเขาถูกตัดหัวเสียบประจานอยู่หน้ากำแพงราชวัง ในฐานะฏ ส่วนศพคนอื่นๆถูกนำไปฝั่งไว้ในสุสานไร้ญาติที่บนูเา ไม่ได้รับเกรียติให้อยู่ร่วมกันในสุสานราชวงศ์