หยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์

    ทำลายความมั่นใจ

            หลินเจียงที่เต็มไปด้วยความโกรธได้มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่หยางจื่ออยู่ด้วยความเร็วแต่ด้วยความเร็วของหลินไห่ไม่นานก็ตามหลินเจียงได้ทันแต่หลินไห่แค่ติดตามไปอย่างเงียบๆ

            ในขณะที่หยางจื่อในตอนนี้กำลังดูการต่อสู้ของเหล่าศิษย์หลักของนิกายฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์กำลังต่อสู้กับเผ่าพันธุ์ใต้ทะเลด้วยการคุ้มครองของผู้อาวุโสเมื่อใดก็ตามที่มีคนตกอยู่ในอันตรายหยางจื่อและผู้อาวุโสคนอื่นๆก็จะรีบเข้าไปช่วยในทันที

            "น่าเบื่อจริง ๆ" หยางจื่อกล่าวในใจ

            หยางจื่อต้องการที่จะนั่งบ่มเพาะพลังอยู่ในห้องของตนมากกว่าเพราะตั้งแต่หยางจื่ออยู่ปราณนักบุญมีหลายสิ่งที่หยางจื่อต้องการจะทดลองและที่สำคัญหยางจื่อในตอนนี้สามารถใช้พลังของดาบมังกรสวรรค์ได้จนบรรลุขั้นที่ 1เเล้ว ขากที่หญิงสาวชุดขาวกล่าวมาการควบคุมพลังของดาบมังกรสวรรค์แบ่งออกเป็น 8 ระดับแต่ละระดับก็จะเพิ่มพลังให้กับหยางจื่อแตกต่างกันไป

            อย่างเช่นหยางจื่อในตอนนี้บรรลุระดับ1 มันจะทำให้หยางจื่อมีพลังเพิ่มใขึ้น 1 เท่า ระดับที่ 2 จะเพิ่มพลังขึ้น 2 ระดับที่ 3 จะเพิ่มพลังขึ้น 4เท่า ระดับที่ 4 จะเพิ่มพลังขึ้น 8เท่าระดับที่ 5 จะเพิ่มพลังขึ้น 16เท่า ระดับที่ 6 จะเพิ่มพลังขึ้น 32เท่า​​ ระดับที่ 7 จะเพิ่มพลังขึ้น 64เท่า​ ระดับที่ 8 จะเพิ่มพลังขึ้น128 เท่า​แต่หญิงสาวชุดขาวบอกกับหยางจื่อว่าตั้งแต่อดีตไม่เคยมีเจ้านายคนใหนเลยที่สามารุถึงระดับที่7 เลย เพียงแค่บรรลุระดับที่ 6ก็ทำให้มีพลังเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจนผู้คนต่างก็หวาดกลัว

            หยางจื่อในตอนนี้มีความมุ่งหวังที่อยากจะบรรลุระดับที่2 แต่ว่ามันก็ยากเกินไปสำหรับหางจื่อในตอนนี้หยางจื่อก็ยังมุ่งเน้นฝึกทักษะกายาทรราชให้บรรลุกายาทองคำให้ได้ก่อน

            "หืม!!"

            ในตอนนั้นเองหยางจื่อก็สัมผัสได้ถึงพลังปราณที่แข็งแกร่งมุ่งมาทางตนด้วยความรวดเร็วเเละเหล่าผู้อาวุโสหลายๆคนก็สัมผัสได้เช่นกัน

            "สัมผัสนี้มัน" หลี่ซวงเหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงมืดมน

            "เจ้ารู้หรือว่าเป็นใคร" หยางจื่อกล่าวถาม

            "เขาชื่อหลินเจียงและเขายังเป็นอัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดของนิกายฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์แต่ก็ก่อนที่เจ้าจะมาหนะ"หลี่ซวงเหยียนกล่าว

            "อย่างงี้นี่เองแล้วเขามาทำอะไรที่นี่" หยางจื่อกล่าว

            "ถ้าให้ข้าเดามันจะต้องเกี่ยวข้องกับเจ้าและข้าอย่างไม่ต้องสงใส"หลี่ซวงเหยียนกล่าว

            "เกี่ยวกับข้า?????" หยางจื่อกล่าวด้วยความงุนงง

            ไม่นานหลินเจียงก็มาถึงพลังปราณที่ร้อนแรงปกคลุมบรรยากาศทำให้เหล่าศิษย์หลักและเผ่าพันใต้ทะเลที่มีพลังบ่มเพาะต่ำต้องรู้สึกกดดัน

            "ใครคือหยางจื่อ" หลินเจียงกล่าวอย่างเย็นชา

            "ข้าเอง" หยางจื่อที่ยืนอยู่ข้างๆหลี่ซวงเหยียนกล่าว

            หลินเจียงจ้องมองไปยังหยางจื่อที่ยืนข้างๆหลี่ซวงเหยียนด้วยสายตาเย็นชาเส้นเลือดเริ่มโผล่ขึ้นมาจากหน้าผากหลี่ซวงเหยียนคือหญิงสาวที่หลินเจียงหลงรักด้วยรูปโฉมของนางบวกกับพรสวรรค์ที่สูงส่งทำให้หลินเจียงคิดเสมอว่าหลี่ซวงเหยียนเกิดมาเพื่อเป็นคนรักของตน

            "เจ้าสินะคือหยางจื่อข้าหลินเจียงขอท้าประลองเจ้าถ้าหากเจ้าแพ้เจ้าจะต้องใสหัวออกไปจากชีวิตของซวงเหยียนของข้า"หลินเจียงกล่าว

            "เจ้านั่นสติยังดีอยู่หรือไม่" หยางจื่อหันไปกล่าวกับหลี่ววงเหยียน

            ด้วยคำกล่าวของหยางจื่อถึงจะไม่ดังมากนักแต่มันก็พอให้คนรอบข้างได้ยินเหล่าผู้อาวุโสคนอื่น ๆต่างก็พากันกลั้นหัวเราะอย่างเอาเป็นเอาตายพวกเขารู้ดีว่าหลินเจียงชื่นชอบหลี่ซวงเหยียนแต่หยางจื่อนั้นต่างกันหยางจื่อและหลี่ซวงเหยียนเปรียบเหมือนกับสหายที่ดีต่อกันหรือจะพูดให้ถูกเป็นหลี่ซวงเหยียนที่มักจะติดตามหยางจื่อเองเพราะแบบนั้นหยางจื่อจึงไม่เข้าใจสิ่งที่หลินเจียงอยากจะสื่อ

            "เขาสติยังดีอยู่เพียงแต่เขามีนิสัยน่ารำคาญอย่างยิ่ง"หลี่ซวงเหยียนกล่าวกับหยางจื่อ

            "หลินเจียงข้าไม่เคยจำได้เลยว่าข้าไปเป็นของเจ้าตั้งเเต่เมื่อไหร่"หลี่ซวงเหยียนกล่าว

            "โชคชะตาลิขิตให้เจ้ามาเป็นของข้าไม่ว่าเจ้าจะยอมรับหรือไม่ในอนาคตเจ้าก็ต้องเป็นของข้าอยู่ดี" หลินเจียงกล่าว

            "ไร้สาระ ผู้ชายอย่างเจ้าไม่ได้อยู่ในสายตาของข้า"หลี่ซวงเหยียนกล่าวอย่างเย็นชา

            "ช่างหลงตัวเองอะไรขนาดนี้" มู่โหลวที่กลับมาอยู่ข้างๆหยางจื่อกล่าวออกมาด้วยความรังเกียจและมันทำให้นางนึกถึงอดีตในทันที

            "นังผู้หญิงชั้นต่ำ สวะเช่นเจ้ากล้าพูดกับข้าอย่างงั้นรึ"หลินเจียงกล่าวกับมู่โหลวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

            "ตูม!!!!"

            ร่างของหลินเจียงกระเด็นออกไปชนภูเขาจนพังทะลายผู้อาวุโสหลายคนเผยแววตาแตกตื่นเพราะการกล่าวดูถูกผู้คนที่ใกล้ชิดกับหยางจื่อเท่ากับว่ารนหาที่ตายแล้วหลินเจียงที่พึ่งออกมาจากปิดด่านฝึกตนจึงยังไม่เคยรับรู้ความน่ากลัวของหยางจื่อ

            "ตูม!!!"

            หลินเจียงพุ่งออกมาจากกองเศษหินด้วยสภาพมีรอยแผลจำนวนมากสายตาของหลินเจียงมองไปทางหยางจื่อด้วยความตื่นตระหนก

            "หากเจ้ายังกล้าพูดดูถูกนางอีกข้าจะสังหารเจ้าซะ"หยางจื่อกล่าวอย่างเย็นชา

            หลินไห่ที่แอบตามหลินเจียงมาก็ปรากฏตัวออกมาแล้วมองมาที่หยางจื่อ

            "ท่านประมุขได้สังเอาไว้ว่าห้ามฆ่าหรือทำให้เขาพิการแต่สามารถสั่งสอนเขาได้"หลินไห่กล่าว

            หยางจื่อพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจเเล้วหันไปทางหลินเจียง

            "เจ้าอยากจะประลองกับข้าสินะงั้นก็ได้ข้าจะเป็นคนประลองกับเจ้าเองถ้าหากข้าแพ้ข้าจะไม่มาให้หลี่ซวงเหยียนเห็นหน้าอีกแต่กลับกันถ้าเจ้าแพ้เจ้าจะต้องเลิกยุ่งกับหลี่ซวงเหยียนเช่นกัน"หยางจื่อกล่าว

            "แก.....ข้าจะไม่มีวีนแพ้ให้กับสวะที่อยู่ปราณนักบุญขั้นที่ 1 อย่างแก" หลินเจียงกล่าวด้วยน้ำเสียงโกรธแค้น

            "ถ้าอย่างงั้นเราก็มาเริ่มกันเถอะ" หยางจื่อกล่าว

            หยางจื่อนำดาบมังกรสวรรค์ออกมาเเล้วปลดปล่อยพลังสูงสุดของตนกดดันหลินเจียงหยางจื่อต้องการจะใช้พลังของตนทำลายความมั่นใจและความยิ่งยโสของหลินเจียงให้พังทลายลง

            "ตูม!!!!!"

            พลังปราณที่น่าหวาดกลัวแผ่ขยายออกไปปกคลุมทั่วท้องฟ้าทำให้ใบหน้าของหลินเจียงบิดเบี้ยวไปด้วยความหวาดกลัวและตัวสั่น

            "ดาบเพลิง" หยางจื่อกล่าว

            ดาบเพลิงขนาดใหญ่พุ่งมายังหลินเจียงด้วยความเร็วหลินเจียงที่กำลังหวาดกลัวจนขาสั่น

            "เป็นไปไม่ได้...ข้าอยู่ปราณนักบุญขั้นที่ 4 เป็นความภาคภูมิใจของตระกูลหลินและนิกายจะไปแพ้สวะอย่างปราณนักบุญขั้นที่1 ได้อย่างไร"

            "ย๊ากกกกกกกกกกกกกกกก"

            หลินเจียงพยายามต่อต้านพลังของดาบเพลิงอย่างสุดกำลังแต่มันก็ไร้ความหมายดาบเพลิงพุ่งมาถึงตังหลินเจียงอย่างรวดเร็วแต่ก่อนที่ดาบเพลิงจะถึงตัวหลินเจียงหยางจื่อก็สลายดาบเพลิงทิ้งและกล่าว

            "เจ้าแพ้เเล้วใสหัวออกไปจากที่นี่ซะ"

            -----------------------------------------------------------------------------------------

     

    คล้ายกับเรื่องหยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน