กลุ่มคนที่แข็งแกร่งรวมตัว
เฟยเหยากล่าวออกมาด้วยสีหน้าสนใจ เมื่อมองทะลุผ่านค่ายกลลวงตาและค่ายกลแปดทิศของฟางเฉิน แต่จากนั้นไม่นานนางก็หันไปทางยักษ์ตนนั้นเหมือนเดิม“ท่านเทพธิดามีอะไรตรงนั้นงั้นเหรอ” เซียนของนิกายเทพธิดากล่าว“ไม่มีอะไร” เฟยเหยากล่าวด้วยสีหน้าสงบและเดินทางต่อเพราะเมื่อไหร่ที่ยักษ์ตนนั้นหยุดการต่อสู้ที่แท้จริงก็จะเริ่มขึ้นและในสายตาของนางพวกฟางเฉินไม่มีค่าพอที่จะเข้าร่วมการต่อสู้ของพวกนางได้และหลังจากที่พวกเฟยเหยาจากไป อีกกลุ่มก็มาถึงและเมื่อคนกลุ่มนี้มาถึงฟางเฉินก็แสดงสีหน้าเย็นชาขึ้นมาทันที และใบหน้าของเสวี่ยหนิงเองก็เผยสีหน้าดีใจแต่เมื่อนางรับรู้ได้ว่าฟางเฉินกำลังจังตาดูนางอย่างใกล้ชิดและถ้านางคิดจะทำอะไรละก็ฟางเฉินจะต้องสังหารนางทิ้งทันที“นั่นคือคนของตระกูลเสวี่ยและผู้หญิงที่สวมชุดสีดำและมีผ้าปิดหน้านั่นก็คงจะเป็นนายหญิงของพวกเจ้าสินะ” ฟางเฉินกล่าว“ใช่แล้ว” เสวี่ยหนิงกล่าว“ใหญ่มาก!!!!!!!!!!!” ถังเจี่ยถึงกับอ้าปากค้างเมื่อทองไปยังหญิงสาวผู้เป็นนายหญิงของพวกเสวี่ยหนิงหญิงสาวคนนี้ชื่อว่าเสวี่ยซิน เป็นหญิงสาวที่มีพรสวรรค์มากที่สุดในตระกูลเสวี่ยตอนนี้และยังเป็นหญิงสาวที่งดงามมากที่สุดอีกด้วย ความงามของนางนั้นเทียบได้กับเฟยเหยาเลยก็ว่าได้แต่มีส่วนหนึ่งที่นางนั้นเหนือกว่าเฟยเหยาก็คือ หน้าอกอันมหึมาคู่นั้น“ฟางเฉินเจ้าว่านั่นของจริงหรือเปล่า” ถังเจี่ยกล่าว“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร” ฟางเฉินอดไม่ได้ที่จะปวดหัวกับความตรงไปตรงมาของถังเจี่ย“เจ้าคนลามก” พวกอู่เย่หลานพากันแสดงสีหน้ารังเกียจออกมาทันที“อะไรกัน เรื่องนี้มันเป็นธรรมชาติของผู้ชายและข้าก็ไม่ชอบโกหกดังนั้นข้าถึงได้พูดออกมาตรง ๆหรือว่าผู้หญิงในดินแดนของพวกเจ้าจะชอบผู้ชายแบบหื่นเงียบๆกัน” ถังเจี่ยกล่าว“พอเถอะเรื่องนี้จะยังไงก็ชั่ง ตอนนี้เราควรจะระวังตัวกันก่อนเพราะถ้าผู้หญิงคนนั้นเจอพวกเราละก็พวกเราแย่แน่” ฟางเฉินกล่าวจากนั้นกลุ่มคนที่อยู่ในทุ่งหญ้าแห่งการสังหารก็เริ่มมารวมตัวกัน ซึ่งนั่นหมายถึงกลุ่มระดับครึ่งเซียนและระดับเซียนเริ่มมารวมตัวกันอีกครั้งเช่นกัน แต่เมื่อกลุ่มคนมารวมตัวกันพวกเข้าก็พบว่าระดับครึ่งเซียนส่วนใหญ่ได้ตกตายไปหมดแล้ว ทางด้านศิษย์ของนิกายพฤกษาครามต่างก็แสดงสีหน้ายินดีออกมาเมื่อไม่เห็นกลุ่มของพวกฟางเฉินมีเพียงศิษย์ของราชาเซียนเฉิงอู่คนเดียวที่แสดงสีหน้าร้อนใจเพราะเย่เซียนเป็นศิษย์รักของราชาเซียนเฉิงอู่และถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเย่เซียนนางจะต้องรับผิดชอบ“อ้าวๆ นั่นไม่ใช่กองกำลังของพวกชั่วร้ายงั้นเหรอ ทำไมคนของพวกเจ้าเหลืออยู่แค่นี้งั้นละ” ในตอนนั้นเองเสียงที่เย้ยหยันก็ดังขึ้นพร้อมกับกลุ่มของลัทธิเทพอสูรได้มารวมตัวกันและเดินมาทางพวกเฟยเหยาอยู่“ไอ้พวกสารเลวเป็นฝีมือของพวกเจ้าสินะที่สังหารคนของพวกเรา” เซียนของตระกูลเสวี่ยคนหนึ่งกล่าวออกมาด้วยความโกรธเพราะครึ่งเซียนของตระกูลเสวี่ยนั้นไม่ปรากฎขึ้นมาเลยสักคนเดียว“นั่นก็ใช่ แต่ว่าเพราะพวกเจ้ามันอ่อนแอเองไม่ใช่เหรอ และที่สำคัญข้ายังจำได้ดีคำกล่าวของพวกขุมอำนาจขนาดใหญ่อย่างเจ้ากล่าวกับข้า บนโลกนี้ผู้อ่อนแอเป็นได้แค่เหยื่อของผู้แข็งแกร่งเท่านั้น ดังนั้นเจ้าจงยอมรับชะตากรรมของผู้อ่อนแอเสียเถอะ” ชายสวมหน้ากากวิหคกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาในอดีตชายคนนี้เป็นชาวบ้านธรรมดาที่อาศัยอยู่กับมารดาและน้องสาว แต่อยู่มาวันหนึ่ง ศิษย์ของนิกายหนึ่งได้ออกมาทำภารกิจและพบกับครอบครัวของชายคนนี้ และพวกศิษย์เหล่านั้นเกิดถูกใจน้องสาวของเขาเลยทำการข่มขืนและสังหารมารดาและน้องสาวของเขาอีกด้วย ตัวเขาที่กำลังสิ้นหวังและฆ่าตัวตายได้พบกับคนของลิทธิเทพอสูร และต่อมาชายคนนี้ก็ได้ใช้ความเกลียดชังที่ตนมีต่อขุมอำนาจขนาดใหญ่บ่มเพาะพลังอย่างบ้าคลั่งจนมีความแข็งแกร่งถึงทุกวันนี้“บังอาจสังหารคนตระกูลเสวี่ยของข้าพวกเจ้าจะต้องตาย” เสวี่ยซินกล่าวพร้อมกับขยับฝ่ามือออกไปพริบตาพื้นที่รอบ ๆก็กลายเป็นน้ำแข็ง แต่เมื่อพลังน้ำแข็งของเสวี่ยซินกำลังจะถึงตัวชายสวมหน้ากากวิหค ชายสวมหน้ากากวิหคก็หัวเราะออกมาและปลดปล่อยเปลวเพลิงสีม่วงออกมาเผาผลาญน้ำแข็งของเสวี่ยซินทันที“เพลิงอสูรงั้นเหรอ” เสวี่ยซินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา“อย่างงี้นี่เอง เจ้าคือผู้ใช้เพลิงอสูรที่แข็งแกร่งคนนั้นนี่เอง ฆ่าหัวของเจ้าสูงถึง 1 หมื่นหินเซียนเลยทีเดียว” เฟยเหยากล่าว“สมกับเป็นธิดาศักดิ์สิทธิ์ของนิกายเทพธิดาจริง แต่ข้าเองก็อยากจะรู้เช่นกันว่าอาจารย์ของเจ้าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง และถ้าเขาต้องการพวกข้าสามารถให้ความร่วมมือกับเขาได้นะ” ชายหน้ากากวิหคกล่าว“เรื่องนั้นไม่จำเป็นท่านอาจารย์ของข้าไม่อยากจะข้องแวะกับพวกเจ้า” เฟยเหยากล่าว“ถ้าอย่างงั้นก็น่าเสียดาย แต่เอาเถอะขอแค่อาจารย์ของเจ้าไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับแผนการของพวกเรา พวกเราก็จะไม่ไปยุ่งกับเขาเช่นกัน” ชายหน้ากากวิหคกล่าว“เรื่องนั้นก็ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของพวกเจ้าละนะ” เฟยเหยากล่าว“อย่าไปพูดมากเกินไปเพลิงอสูร ภารกิจของพวกเรามีเพียงการสังหารทุกคนที่อยู่ในเส้นทางวิญญาณและนำมรดกนั่นกลับไปก็เท่านั้น” ชายสวมหน้ากากมังกรดล่าว“นั่นสินะ เอาละถ้างั้นพวกเราก็คงไม่ต้องเสียเวลาสังหารพวกนางเลยก็แล้วกัน” ชายหน้ากากวิหคกล่าว“คิดว่าทำได้งั้นเหรอ” เสวี่ยซินกล่าวและขยับมืออีกครั้งครั้งนี้พลังน้ำแข็งของนางเพิ่มขึ้นหลายเท่า ไอความเย็นที่กัดกินแม้แต่พลังปราณพุ่งเข้าหาชายหน้ากามังกรทันที“สลาย!!!!!!!!!!” ชายหน้ากากมังกรกระทืบเท้าลงไปที่พื้นสร้างเป็นคลื่นพลังสั่นสะเทือนออกมา คลื่นพลังของชายหน้ากากมังกรนั้นแข็งแกร่งอย่างมากจนพลังน้ำแข็งของเสวี่ยซินไม่สามารถเข้าใกล้ตัวเขาได้“ความแข็งแกร่งนั่นมันอะไรกัน” ฟางเฉินแสดงสีหน้าเคร่งเครียด“ไอ้พวกนั้นมันกลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดในขั้นครึ่งเซียนของลัทธิเทพอสูรก่อนจะเข้ามาในเส้นทางวิญญาณและเมื่อพวกมันเข้ามาในเส้นทางวิญญาณพลังขอพวกมันก็เทียบเท่าระดับเซียนขั้นสูงสุดเลยทีเดียว แถมยังมี เจ้าสี่คนนั้นยังมีฉายาอีกด้วย” ถังเจี่ยเองก็ไม่ได้เล่นและแสดงสีหน้าจริงจังออกมา“หมายถึงชายสองคนนั้นงั้นเหรอ” ฟางเฉินชี้ไปทางชายสวมหน้ากากมังกรและหน้ากากวิหค“ใช่ คนหนึ่งมีฉายาว่าเพลิงอสูร ส่วนอีกคนคือมังกรคลั่ง ทั้งสองคนนี้คือบุคคนที่อันตรายที่สุดที่ไม่ควรเข้าไปยุ้งด้วย” ถังเจี่ยกล่าว