King of world ราชันแห่งพิภพ

    โจมตีขบวนลำเลียง

    ​

    "เรียบร้อยแล้วใช่ไหม?"ขุนพลก็อบลินตาเดียวการ์ซเอ่ยถาม

    "คนของเรานำเชลยผู้หญิงจับใส่กรงเรียบร้อยแล้ว แม้จะมีต่อต้านบ้างแต่ข้าก็เชือดไก่ให้ลิงดู พวกมันเลยไม่กล้าหือ ส่วนสมบัติในเมืองก็ลำเลียงใส่ไว้บนรถเข็นจนหมดไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว"เบรกเอ่ยเสียงเรียบ ดาบเรียวยาวในมือยังมีคราบเลือดเกาะติดอยู่

    "ถ้าอย่างนั้นก็ให้ทหารก็อบลินคุ้มครองขบวนลำเลียงไปสัก 5,000 นายส่งไปที่ค่ายแล้วกัน"เบรกเลิกคิ้วแปลกใจ

    "เจ้าจะไม่เอาทหารออร์คไปสักหน่อยรึไง"การ์ซทำหน้าเบื่อ

    "ข้าไม่อยากให้มันวุ่นวาย พวกออร์คมันซื่อบื้อแถมยังชอบดูถูกก็อบลินอย่างเรา หากเอาไปด้วยกันก็วุ่นวายเปล่าๆ"

    "งั้นทำไมเจ้าไม่ส่งข้าไปคุมขบวนลำเลียงละ?"

    "ข้ายังไม่ค่อยวางใจเท่าไหร่ เมื่อเช้านี้มีรายงานว่ามีมนุษย์มาป้วนเปี้ยนแถวป่านอกเมือง เจ้าอยู่ประจำการอยู่ในเมืองกับข้าดีกว่า"เบรกพยักหน้ารับ ก่อนจะเหลือบมองไปยังรถเข็นคันหนึ่งที่มีกางเขนเหล็กตั้งอยู่ บนกางแขนนั้นมีร่างของฟลาวด์ที่จ้องมองมาที่พวกมันด้วยแววตาอาฆาต

    "เจ้าคิดดีแล้วหรือที่จะให้นังผู้หญิงนั่นออกจากสายตาเรา ขืนนังนั่นหลุดออกมา ขบวนลำเลียงจะไม่แย่หรือ"

    "เหอะ! นังนั่นเมื่อไม่มีอาวุธในมือก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว อีกอย่างเราจะต้องแยกนังผู้หญิงนี่กับเจ้าผู้ชายกล้ามโตออกจากกันเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่พวกมันจะก่อ เอาละ! ตอนนี้เจ้าเลิกถามนู่นถามนี่ได้แล้ว ไปจัดการรวบรวมทหารเถอะ"การ์ซเริ่มบ่นเมื่อเบรกมีคำถามออกมาไม่หยุดจึงเดินหนีไป

    เบรกเกาหัวเบาๆ ก่อนจะไปจัดการรวบรวมทหารก็อบลินและส่งขบวนลำเลียงออกจากเมืองไป




    ท่ามกลางท้องฟ้ายามราตรี วันนี้เป็นวันจันทร์เต็มดวงแสงจันทร์สาดแสงท่ามกลางความมืดทำให้พอมองเห็นทางด้านหน้าได้ลางๆแม้ไม่มีแสงไฟจากคบเพลิง

    แสงไฟจากขบวนลำเลียงของทหารก็อบลินเดินทางออกจากเมืองกรีนวู้ด ในขบวนลำเลียงประกอบด้วยรถเข็นขนาดใหญ่จำนวนมากที่ต้องใช้แรงงานก็อบลินในการเข็นไปข้างหน้า

    บนรถเข็นบางคันมีกล่องไม้สี่เหลี่ยมใบใหญ่ที่บรรจุสมบัติจนแน่น บางคันมีกรงเหล็กขึ้นสนิมที่มีเหล่าสตรีเพศยืนแออัดอยู่ภายใน

    ในกรงขังเหล็กขึ้นสนิมกรงหนึ่ง มีเหล่าหญิงสาวครอบครัวตระกูลไป๋ถูกขังไว้

    "เราจะทำยังไงดีคะแม่"ไป๋หลินเอ่ยถามเสียงแผ่ว ดวงตาของเธอแดงระเรื่อเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา

    หลินหานไม่รู้จะตอบอย่างไร เธอเอื้อมมือไปลูบหัวไป๋หลินเบาๆ และเหลือบตาไปมองไป๋ฟางที่นั่งนิ่งเหม่อลอยอยู่

    "คิดอะไรอยู่ละฟางเอ๋อ"ไป๋ฟางสะดุ้ง เธอยิ้มแห้งๆส่ายหน้าเบาๆ น่าแปลกในเวลาอย่างนี้เธอกลับไม่รู้สึกกลัว เธอคิดว่าสัญชาตญาณของเธอกำลังกระซิบบอกว่าเธอจะต้องไม่เป็นอะไร

    ขบวนลำเลียงเดินหายเข้าไปในป่าทึบ ภายใต้ต้นไม้สูงใหญ่ใบหนา แสงจันทร์และแสงดาวไม่อาจส่งผ่านมาได้ พวกก็อบลินต่างมองรอบๆด้วยความรู้สึกหวาดระแวง

    ขบวนลำเลียงตรงเข้าไปในป่าด้วยความชำนาญ ค่ายหลักของพวกมันถูกซ่อนอยู่ในที่ลับเพื่อป้องกันพวกมนุษย์พบเห็น

    แต่กว่าจะเดินทางถึงค่ายก็ต้องใช้เวลานานพอดู พวกก็อบลินที่รับหน้าที่เข็นรถเข็นเริ่มหอบลิ้นห้อย ทั้งกล่องสมบัติและกรงเหล็กที่ขังเชลยไว้ต่างมีน้ำหนักที่มากเกินแขนผอมๆของพวกมันจะรับไหว

    ต่อให้สลับหมุนวนยังไงพวกมันก็ไม่ทรหดพอที่จะไปต่อได้นาน

    แกร๊ก! ตึง!

    ก็อบลินตัวหนึ่งหมดแรงล้มลง น้ำหนักของรถเข็นจึงเกิดความไม่สมดุลเซถลาเอียงไปด้านหนึ่งพลิกคว่ำลง สมบัติในกล่องหกกระจายออก เพลาล้อรถเข็นแตกหักเสียหาย

    กี้ๆๆๆ

    ขบวนลำเลียงเกิดความวุ่นวายขึ้น ก็อบลินร่างอ้วนท้วนสวมเกราะขมวดคิ้ว มันเป็นผู้รับหน้าที่เป็นผู้นำขบวนลำเลียงครั้งนี้ หากเกิดปัญหาผู้ที่ต้องรับผิดชอบก็คือมัน

    "พักก่อน!! รีบเก็บสมบัติเข้ากล่องและซ่อมรถเข็นซะ!"ก็อบลินในขบวนลำเลียงต่างพากันนักลงพักผ่อนเอาแรง

    ก็อบลินอ้วนหงุดหงิด สั่งให้ทหารก็อบลิน 2-3 ตัวตั้งกระโจมพักผ่อนให้กับมัน

    หากเป็นที่อื่นมันจะไม่กล้าใช้อำนาจแบบเปิดเผยเช่นนี้ แต่ในขบวนลำเลียงนี้มันมีอำนาจสูงสุด จึงเหิมเกริมใช้อำนาจสร้างความสุขสบายให้ตัวเอง

    ก็อบลินอ้วนเดินอาดๆตรงไปยังกระโจมสีขาว ระหว่างทางมันเหลือบไปมองที่กรงของเชลยแวบหนึ่ง ก่อนจะหยุดกึกเมื่อสบเข้ากับหญิงสาวสวยผมดำผิวขาวอ่อนละมุนที่นั่งเหม่ออยู่

    ดวงตาของมันทอแววหื่นกระหาย ตั้งแต่อยู่ในช่วงสงครามมานี้มันไม่เคยได้แตะต้องสตรีเพศแม้แต่ครั้งเดียว

    ก็อบลินอ้วนสาวเท้าเดินไปยังกะโจมด้วยความเร่งเรีบ ก่อนจะหันไปคุยกับก็อบลินตัวหนึ่งด้วยเสียงอันดัง

    "ไปเอาตัวนังคนนั้นมาให้ข้า"ก็อบลินอ้วนชี้นิ้วไปที่ไป๋ฟาง

    ก็อบลินรอบด้านหันขวับไปมองก็อบลินอ้วน ก่อนจะมีตัวหนึ่งเอ่ยแย้งเสียงสั่นว่า

    "แต่ท่าน...ท่านขุนพลบอกไว้ว่าอย่าแตะต้องสมบัติและพวกเชลยจนกว่าจะแบ่งกับพวกออร์คนะขอรับ"ก็อบลินอ้วนทำหน้าไม่พอใจแล้วเอ่ยเสียงดังลั่นว่า

    "ขอเพียงไม่มีใครเอ่ยปาก ท่านขุนพลก็ไม่มีทางรู้ หากข้ารู้ว่าใครปากโป้ง อย่าหวังว่าจะมีชีวิตรอดไปได้"ก็อบลินอ้วนหันกายเดินเข้ากระโจมไป

    ก็อบลินโดยรอบต่างหันหน้ามองกัน สุดท้ายพวกมันก็ต้องถอนหายใจ ก่อนจะมีก็อบลิน 5 ตัวถืออาวุธเดินตรงไปที่กรงเชลย

    "เจ้านะ! ออกมาเดี๋ยวนี้"ก็อบลินตัวหนึ่งเอาหอกชี้หน้าไป๋ฟาง ผู้หญิงรอบด้านแตกฮือออกห่างจากไป๋ฟาง

    ไป๋ฟางหน้าซีดเผือดถอยหลังติดชิดกรงเหล็ก หลินหานและไป๋หลินเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็รีบเอาตัวมาบังไป๋ฟางไว้

    ก็อบลินแค่นเสียง พวกมันได้รับอนุญาตให้ฆ่าทุกคนที่ขัดขืนได้ทันที มันแทงหอกตรงเข้าที่ที่หลินหานด้วยความดุดันเตรียมจะเชือดคนขัดขืนให้เป็นตัวอย่าง

    "ไม่!"ไป๋ฟางกรีดร้อง ผลักมารดาหลบคมหอกได้เฉียดฉิว

    "ถ้าเจ้าไม่ออกมา พวกนางทั้งสองคนต้องตาย!"ก็อบลินเอ่ยขู่

    ไป๋ฟางตัวสั่น เธอกัดฟันเดินออกไปอย่างไม่ลังเล

    "ไม่นะฟางเอ๋อ!"ไป๋หลินและหลินหานต่างเปล่งเสียงร้อง เอื้อมมือตั้งใจจะฉุดรั้งไป๋ฟางไว้แต่กลับถูกก็อบลินปิดประตูกรงใส่หน้า

    ก็อบลินเอาหอกชี้หลังไป๋ฟางไว้ เร่งให้เธอเดินเข้ามาในกระโจม

    เมื่อเดินเข้ามาภายในไป๋ฟางก็มองสบเข้ากับก็อบลินร่างอ้วนที่นั่งอยู่ในสภาพกึ่งเปลือย มีเพียงผ้าผืนน้อยปกปิดจุดสำคัญเท่านั้น

    "มาตรงนี้สิ"ก็อบลินอ้วนตบลงที่เบาะนอนข้างกาย ไป๋ฟางส่ายหน้ารัวๆ

    ม่านตาก็อบลินอ้วนหดลง เอ่ยเสียงเรียบว่า

    "ต้องให้ข้าใช้กำลังสินะ"สิ้นคำมันก็ดีดกายจนผ้าผืนน้อยหลุดปลิวพุ่งเข้าหาไป๋ฟาง กางแขนอวบออกเตรียมรวบตัวเธอไว้!

    ไป๋ฟางหลับตาปี๋ อ้าปากเตรียมกัดลิ้นตัวเองฆ่าตัวตาย!

    ฉึก!

    "อะ..อ๊อก!"ดาบยักษ์สีดำแทงทะลุกระโจมเข้ามาจากด้านนอก ปักเข้าที่ลำคอของก็อบลินอ้วนอย่างแม่นยำ

    คมดาบยักษ์กระชากออกจากลำคออวบ และผ่ากระโจมออกเป็นประตู ก่อนจะมีร่างชายสวมหน้ากากเดินเข้ามา

    "ฉันมาทันเวลาพอดีสินะ"ไป๋ฟางตะลึงงัน สมองเธอประมวลผลอย่างรวดเร็ว

    วาสมองหญิงสาวด้วยแววตาแฝงความคิดถึง แต่เมื่อเห็นยืนนิ่งอยู่กับที่ก็ขมวดคิ้ว

    "เฮ้! พวกมันทำอะไรเธอรึเปล่า"ไป๋ฟางได้สติ แม้จะมีหน้ากากปกปิดอยู่แต่เธอก็จำน้ำเสียงนี้ได้ ร่างบางกระโดดกอดชายสวมหน้ากากและเอาหน้าซุกกับอกหนาปล่อยโฮบอกมารวดเดียว

    "ทำไมมาช้าอย่างนี้เล่า! ฉันเกือบจะโดนมันข่มขืนแล้วนะ"ไป๋ฟางทุบอกวาสเบาๆพลางร้องไห้สะอึกสะอื้น

    วาสลูบหลังไป๋ฟางเบาๆก่อนจะดันร่างบางออกจากตัว เอื้อมมือไปปลดจี้หยกออกจากคอและนำไปคล้องคออีกฝ่าย

    "ฉันเอาของสำคัญมาคืนเธอแล้วนะ"ไป๋ฟางจับจี้หยกแผ่วเบา สายตาวาบหวามมองวาสแฝงด้วยความรู้สึกบางอย่าง

    "อะ! แม่กับพี่ฉัน..."ไป๋ฟางนึกขึ้นได้ ตอนนี้สิ่งที่น่าห่วงที่สุดคือแม่และพี่ของเธอที่ยังถูกขังอยู่ในกรง

    "ไม่ต้องห่วง ฉันตั้งใจจะมาช่วยทั้งหมดนั่นละ"สิ้นคำ ด้านนอกก็เกิดเสียงร้องโหวกเหวกโวยวายของพวกก็อบลินขึ้น

    "มอนเตอร์บุก!!!!"ก็อบลินตัวหนึ่งร้องเสียงหลง ก่อนจะโดนซากทัพหมาป่าตัวหนึ่งงับคอเข้าจมเขี้ยว!

    วาสเดินนำไป๋ฟางออกมาจากกระโจม ที่ด้านข้างไป๋ฟางมีซากทัพอสรพิษสองหัวกลายพันธุ์คอยคุ้มครองเธออยู่!

    ก็อบลินเมื่อเห็นวาสก็ร้องตะโกนเสียงดังเรียกสายตาก็อบลินรอบๆ พวกมันต่างกรูกันเข้ามาหาวาสอย่างพร้อมเพรียง

    สายตาวาสมืดทะมึนลง ดาบยักษ์สีดำตวัดฟันใส่ก็อบลินทุกตัวที่เข้ามาใกล้

    ไป๋ฟางมองภาพรอบตัวด้วยสายตาไม่เข้าใจ ทำไมอยู่ๆถึงได้มีมอนเตอร์จำนวนมากบุกมาโจมตีพวกก็อบลินได้กัน

    "อย่ามันแต่เหม่อ รีบตามฉันมา!"วาสหันไปดุไป๋ฟาง และออกวิ่งนำไป ดาบยักษ์สีดำฟาดฟันไปรอบๆตัดร่างก็อบลินเป็นชิ้นๆ

    "ถอยไปชิดอีกฝั่งให้หมด"วาสตะโกนบอกเชลยหญิง

    ชายหนุ่มเกร็งแขนฟันดาบยักษ์สีดำเข้าใส่กรงเหล็กขึ้นสนิมเต็มแรง!

    กรงเหล็กถูกตัดออก เหล่าเชลยหญิงต่างมองวาสด้วยสายตาขอบคุณ พวกเธอช่วยกันพาดันซี่กรงให้เปิดกว้างและรีบออกมา

    วาสเรียกไป๋ฟางและโยนถุงมิติให้เธอหลายใบ

    "รีบไปช่วยครอบครัวเธอและแจกจ่ายอาวุธในถุงมิติให้ทุกคนด้วย"

    แม้วาสจะนำเหล่าซากทัพมาช่วยสู้ แต่ด้วยเวลากระชั้นชิดเขาจึงมีพวกมันแค่ไม่กี่ร้อยเท่านั้น ยังดีที่ก่อนหน้ามาเมืองเดสซ่า เขาแอบรวบรวมพวกมันเพิ่มและนำไปซ่อนไว้ใช้ยามฉุกเฉิน

    เดิมทีเขาตั้งใจจะหักโหมบุกโจมตีเมืองกรีนวู้ดด้วยตัวคนเดียว แต่เมื่อเห็นเหล่าหญิงสาวถูกลำเลียงออกมา วาสจึงเปลี่ยนแผน

    ตัวแปรที่สำคัญในการช่วยเหลือครั้งนี้คือตัวเชลยเอง! หญิงสาวที่ถูกลำเลียงมามีจำนวนนับหมื่น แม้กว่า70% จะเป็นหญิงชาวบ้านธรรมดา แต่หากมีจำนวนมากพอก็น่าจะพอรับมือพวกก็อบลินได้!