ระบบฝึกเทพ god training system

    ตอนที่ 76 ภาพนิมิตร

    "แล้วข้าจะทำยังไงดีล่ะทีนี้!"


    เทียนฉินพึมพำออกมาอย่างจนใจ กองตำราที่อยู่ตรงหน้าเขานั้นมีหลายสิบเล่มด้วยกัน หากให้เขาสุ่มเลือกมาสักหนึ่งเล่ม เขาก็เกรงว่าจะได้เคล็ดวิชาที่ไม่เหมาะสมกับตนเอง


    "หวังว่าตัวข้าจะยังมีโชควาสนาอยู่บ้างนะ!"


    หลังจากเทียนฉินลังเลอยู่นานเขาก็ตัดสินใจได้ในที่สุด ตำราที่เขาหยิบขึ้นมานั้นหน้าปกเป็นสีดำไม่ต่างจากเล่มอื่นเลย เมื่อปัดฝุ่นที่เกาะอยู่ตามหน้าตำรานั้นออก ก็ปรากฏตัวอักษรสีทองซีดเขียนไว้หนึ่งบรรทัด


    ทันทีที่เทียนเปิดหน้าปกตำราสีดำเล่มนั้นออกมา กระแสจิตวิญญาณสีเขียวได้พวยพุ่งเข้าสู่จิตสำนึกของเขาอย่างรวดเร็ว เสียงบ่นพึมพำคล้ายกับเสียงสวดมนต์ดังแว่วอยู่ข้างหูของเขา

    จนทำให้รู้สึกสั่นคลอนหัวใจ อารมณ์ความรู้สึกที่พร่างพรูออกมานั้นมีทั้งความเจ็บปวด สุขสันต์ เศร้าสร้อย และอีกมากมายจนแทบไม่อาจจำแนกได้หมดสิ้น


    เพียงไม่นานภาพตรงหน้าก็พร่าเลือนจางหายไปจากสัมผัส จิตวิญญาณของเขาจมดิ่งลึกลงไปในเสียงสวดมนต์นั้นอย่างไม่รู้ตัว


    เทียนฉินตกอยู่ในห้วงภวังค์หลงลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้ทำอยู่ สายตาของเขาจ้องมองออกไปยังต้นหญ้า ขุนเขา และสายน้ำ คล้ายดั่งเห็นซึ้งถึงพลังแห่งธรรมชาติที่แผ่กระจายอยู่ทั่วบริเวณ


    ณ ตอนนี้เทียนฉินรู้สึกว่าตนเองกำลังหลับใหลอยู่ในห้วงนิทรา ร่างกายได้ล่องลอยไปตามสายลมอันอบอุ่น ราวกับตนเองได้กลับคืนสู่อ้อมกอดของผู้เป็นมารดาอีกครั้ง


    ท่ามกลางขุนเขาและแมกไม้ เสียงเจื้อยแจ้วของสาริการ้องขับขานสอดประสานกับสายลมที่โชยอ่อนพัดมา ฝูงผีเสื้อดอมดมดอกไม้หลากหลายสีสันอย่างเพลิดเพลิน


    ชายชราผู้หนึ่งกำลังนั่งสั่งสอนเด็กสาวตัวน้อยอยู่ในศาลาเก่าแก่หลังหนึ่ง โดยรอบปราศจากสิ่งของเครื่องใช้มีเพียงแต่ตำราที่วางซ้อนกันอยู่หลายเล่มบนโต๊ะตัวหนึ่งเท่านั้น เด็กสาวตัวน้อยนั่งฟังชายชราพร่ำสอนอย่างตั้งใจ ในแววตากระจ่างใสราวกับเข้าใจสิ่งที่ชายชราเอ่ยมาทั้งหมด


    ทันทีที่เห็นเทียนฉินก้าวเข้ามา ชายชราคนนั้นก็เงยหน้าขึ้นมามองพร้อมกับรอยยิ้มอันอบอุ่นราวกับรู้สึกได้ถึงตัวตนของเขา จากนั้นจึงก้มหน้าสอนเด็กสาวตัวน้อยนั้นต่อไม่ได้สนใจเขาอีกเลย


    เสียงที่ชายชราคนนั้นเปล่งออกมาราวกับเสียงสวดมนต์ที่เขาได้ยินก่อนหน้านี้ เทียนฉินยืนมองภาพตรงหน้านั้นอย่างเงียบสงบโดยไม่ส่งเสียงรบกวนใด แม้ว่าเขาจะมีความสงสัยอยู่บ้างก็ตาม


    "ความแข็งแกร่งเป็นเพียงแค่เรื่องของร่างกายภายนอกเท่านั้น จิตวิญญาณของตนเองต่างหากที่เป็นแก่นแท้ที่แน่นอน"


    เทียนฉินนึกทบทวนคำกล่าวของชายชราอยู่เงียบๆ แต่เพียงไม่นานภาพตรงหน้าก็พร่าเลือนหายไปอีกครั้ง ด้านหน้ามีหญิงสาววัยรุ่นกำลังปรุงยาอยู่ในห้องห้องหนึ่ง ชายชราคนเดิมพยายามอธิบายวิธีการทำนั้นอย่างใจเย็น


    เด็กสาวตัวน้อยที่เคยนั่งฟังชายชราอย่างตั้งใจตอนนั้น ตอนนี้ได้กลายเป็นหญิงสาวแรกรุ่นที่สดใสร่าเริง ตามใบหน้ามีเหงื่อไคลจากความร้อนของหม้อยา แต่แววตาที่มุ่งมั่นไม่เคยแปรเปลี่ยนไปจากเดิมเลยสักนิด


    เสียงหัวเราะดังออกมาให้ได้ยินอยู่เป็นเนืองๆ ผสานกับเสียงบอกกล่าวของชายชราคนนั้น เพียงผ่านพ้นไปไม่นานหญิงสาวคนนั้นก็หยุดการกระทำทุกอย่าง แววตาที่เผยออกมาแสดงถึงความตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด


    ชายชราเดินมาที่หม้อปรุงยาพร้อมกับค่อยๆเทออกมาอย่างช้าๆ เม็ดยาสีเขียวมรกตส่องประกายแสงสว่างออกมาทันทีที่หลุดออกมาจากหม้อปรุงยานั้น กลิ่นหอมสดชื่นฟุ้งกระจายพาให้จิตใจเคลิบเคลิ้มอย่างลืมตัว


    "แม้ครั้งนี้เจ้าจะประสบความสำเร็จ แต่อย่าหลงลืมไปว่าหนทางข้างหน้ายังมีอุปสรรคให้เจ้าได้เผชิญอีกมากมายนัก"ชายชรายื่นเม็ดยาให้หญิงสาวคนนั้นก่อนจะพร่ำสอนออกมาอีกครา 


    หญิงสาวรับเม็ดยามาถือไว้ในมือด้วยความตื่นเต้น ใบหน้าเจือปนไปด้วยความสุขสันต์อย่างปกปิดไว้ไม่อยู่ เทียนฉินอมยิ้มออกมาเล็กน้อยหลังจากที่เห็นท่าทางของหญิงสาวผู้นั้น ความรู้สึกที่เขาสัมผัสได้นั้นเป็นความรู้สึกที่บริสุทธิ์โดยแท้จริง


    แต่เพียงไม่นานบนท้องฟ้าก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นมืดครึ้ม ส่งเสียงร้องคำรามออกมาอย่างน่ากลัว สายฟ้าพริ้วไหวส่องแสงไปทั่วท้องฟ้าก่อนจะสาดซัดลงมาใส่อาคารเก่าแก่หลังนั้นอย่างรุนแรง


    ตู้ม!


    ภาพด้านหน้าแปรเปลี่ยนไปอีกครั้ง เสียงร้องไห้ดังออกมาไม่ขาดสาย เทียนฉินเดินเข้าไปในศาลาหลังเดิมที่ชำรุดทรุดโทรม จากการทำลายล้างของสายฟ้ากลุ่มนั้นอย่างช้าๆ


    ภายในมีชายชรานอนอยู่บนแคร่ไม้ไม่ขยับนิ่ง หญิงสาวนั่งหมอบอยู่ข้างร่างนั้นด้วยร่างกายสั่นเทา เสียงสะอึกสะอื้นโหยหวนพาให้ใจหวั่นไหววังเวงยิ่งนัก


    เหตุการณ์ก็ได้แปรเปลี่ยนอีกครั้ง ปรากฏเป็นภาพผู้หญิงนั่งสมาธิอยู่ บ้างก็ลุกขึ้นไปปรุงยาอย่างตั้งใจ บ้างก็กลับมานั่งเขียนตำราอย่างขมักเขม้น หญิงสาวที่เคยสดใสร่าเริงตอนนี้เข้าสู่วัยกลางคนแล้ว ใบหน้ามีริ้วรอยบ่งชี้ถึงความเหนื่อยล้าอยู่ให้เห็น 


    เทียนฉินไม่รู้ว่าหญิงสาวผู้นี้กำลังทำอะไรอยู่ เขาเพียงเฝ้ามองดูด้วยความรู้สึกหลากหลายอารมณ์ ไม่นานนักหญิงสาวก็เดินผ่านตัวเขาออกไปทางด้านนอก


    เทียนฉินหันตามไปมองก็เห็นว่าหญิงสาวคนนั้นเดินไปทางต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง มีเนินดินขนาดย่อมที่ถูกล้อมรอบไปด้วยดอกไม้อยู่ด้านข้างต้นไม้นั้น


    หญิงสาวคุกเข่าลงที่หน้าเนินดินพร้อมกับวางตำราเล่นนั้นไว้ด้านหน้า ก่อนจะพึมพำออกมาด้วยน้ำตา


    "ท่านอาจารย์! ศิษย์ไม่เอาไหน"


    "ไม่อาจทำตามที่อาจารย์สั่งสอนไว้ให้สำเร็จลุล่วงได้"


    เทียนฉินขมวดคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจ ตำราอะไรกันที่หญิงสาวคนนี้พยามค้นคว้าอยู่ และเป็นยาอะไรกันที่หญิงสาวกำลังพยายามจะปรุงออกมา


    แต่ในขณะที่เทียนฉินกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ภาพก็พร่าเลือนหายไปอีกครั้ง ปรากฏเป็นหญิงชราผมยาวสีขาวโพลนเต็มศรีษะ นั่งหลับตาอยู่บนแคร่ไม้นิ่งไม่ไหวติง


    เทียนฉินเฝ้ามองอยู่ไม่นานนัก หญิงชราก็พลันลืมตาขึ้นจ้องมองมาทางเขาไม่กระพริบตา รอยยิ้มปรากฏออกมาจากใบหน้าที่เหี่ยวย่นนั้นอย่างยากลำบาก


    เสียงแหบแห้งเหนื่อยล้าก็พลันแว่วเข้าสู่จิตสำนึกของเขาโดยไม่รู้สึกตัว


    "ตัวข้ากับท่านอาจารย์ทุ่มเทศึกษาค้นคว้าสิ่งที่เรียกว่าอมตะมาทั้งชีวิต พบเจอกับความล้มเหลวมานับครั้งไม่ถ้วน สุดท้ายข้าก็พบสิ่งที่ช่วยให้คนเรามีชีวิตอยู่ยืนยาวได้ โดยไม่ต้องอยู่ภายใต้ลิขิตแห่งสรวงสวรรค์นี้"


    "เพียงแต่สิ่งที่ข้ากับท่านอาจารย์คิดนั้นมันผิดพลาด กฎวัฎจักรแห่งสวรรค์ไหนเลยจะฝ่าฝืนออกไปได้โดยง่าย และท่านอาจารย์ก็ได้ล้มลงจากการลงทัณฑ์ของสรวงสวรรค์ในครั้งนั้น"


    "ตัวข้าที่รอดพ้นจากทัณฑ์ของสวรรค์มาได้ ก็เริ่มคิดค้นหาเส้นทางอื่นที่แตกต่างไปจากเดิม จนสุดท้ายในวาระของชีวิตนี้ ก็ได้ค้นพบกับความลับอย่างหนึ่งขึ้นมา แต่ก็มิอาจมีเวลาทำความเข้าใจสิ่งนั้นได้"


    "เจ้ากับข้าถูกเกี่ยวโยงเข้าหากันด้วยโชคชะตาบางอย่าง ฉะนั้นข้าจะไม่ปิดบังสิ่งใดแก่เจ้า เพียงแต่ว่าสิ่งที่ข้าเข้าใจนั้นมิอาจแพร่งพรายให้ใครได้ล่วงรู้"


    เสียงแหบแห้งนั้นหยุดลงเพื่อให้เทียนฉินได้ย่อยข้อมูลที่รับมา


    "หากข้าเรียนรู้สิ่งที่ท่านค้นคว้ามาได้ จะไม่เป็นการฝ่าฝืนลิขิตสวรรค์หรืออย่างไร?"


    เทียนฉินคิดทบทวนสิ่งที่ตนเองได้เห็นมาตลอดรวมถึงข้อมูลที่หญิงชราคนนั้นได้บอกกล่าวมา ก็มีความรู้สึกกังวลอย่างมาก


    "โชคชะตาของเจ้า ตัวเจ้าเป็นผู้ลิขิตเอง!"


    "ข้าเพียงแต่ชี้นำให้เจ้าได้เรียนรู้ในสิ่งที่ข้าเข้าใจได้เท่านั้น"หญิงชราส่งเสียงตอบกลับมา


    "สิ่งที่ท่านค้นพบคือสิ่งใดกันแน่?"


    เทียนฉินสงสัยเป็นอย่างมากว่าสิ่งที่เรียกว่าฝืนลิขิตสวรรค์นั้นมันคืออะไร ถึงแม้ว่าเขาอยากจะก้าวหน้าในการฝึกฝนมากแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าให้ต้องมาเสี่ยงกับทัณฑ์สวรรค์โดยไม่ได้เข้าใจอะไรเลย ก็เป็นเรื่องที่เขาไม่อาจจะรับได้อย่างเด็ดขาด


    "สิ่งนี้มิอาจจะบอกกล่าวออกมาได้ หากเจ้าต้องการที่จะเรียนรู้มัน ข้าจะถ่ายทอดให้เจ้าผ่านจิตวิญญาณเพียงเท่านั้น!"


    หลังจากกล่าวจบหญิงชราก็หลับตาลงอีกครั้ง เพื่อรอให้เทียนฉินได้ตัดสินใจด้วยตนเอง


    เทียนฉินลองติดต่อหลงยู่หมิงดูปรากฏว่าเขาไม่สามารถสื่อสารกันได้ พลันเข้าใจในทันทีว่าที่เขายืนอยู่ตรงนี้นั้น ไม่ใช่โลกในหอคอยปฐมอัคคีแต่ราวกับอยู่ในห้วงนิมิตรของหญิงชราคนนั้น


    "โชคชะตาของข้า ข้าเป็นเพียงผู้ลิขิตเองอย่างนั้นรึ?"


    เทียนฉินครุ่นคิดอย่างช้าๆกับสิ่งที่ตนเองพบเห็นอีกครั้ง ก่อนตัดสินใจเอ่ยออกมาด้วยสายตามุ่งมั่นแน่วแน่


    "ผู้อาวุโส! ตกลงข้ายินดีที่จะรับการถ่ายทอดความรู้จากท่าน!"



    จบตอนที่ 76

    คล้ายกับเรื่องระบบฝึกเทพ god training system ที่คุณอ่าน