ย่านขายอาหารยามค่ำคืน
หลี่เค่อเดินตัวเบาเรียนรู้บรรยากาศและวิถีชีวิตผู้คน พร้อมกับค่อยๆ ดื่มด่ำกับรสอาหารคาวหวานลากชนิด ของปิ้งย่างที่นี่ก็รสชาติดีไม่ต่างจากโลกใบเดิมของหลี่เค่อ นอกจากนั้นบางสิ่งยังมีสีสันมากกว่าเช่นเนื้อสัตว์ร้ายขนาดยักษ์ที่โลกเก่าเขาไม่เคยมีปรากฏ
แต่ในขณะที่เขาก้าวเดินคล้ายไร้ตัวตน ดื่มด่ำกับรสชาติอาหารอยู่นั้นก็ปรากฏเสียงหญิงสาวสะอื้นไห้ดัง พร้อมกับมือของใครสักคนดึงรั้งชายเสื้อเขาไหว
"ทะ... ท่านปรมาจารย์ ได้โปรด ได้โปรดช่วยอาจารย์ของข้าด้วยเถอะเจ้าคะ"
ร่างของหลี่เค่อนิ่ง สายตาพินิจดวงเนตรของหญิงสาวยัยตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ
สายตาของนางไม่มีความชั่วร้ายเจือปน
แววตานางวิงวอน พร้อมแฝงความคาดหวัง
นิ่งมองอยู่ครู่หลี่เค่อจึงกล่าววาจา "ไปคุยกันในที่เงียบๆ" น้ำเสียงหลี่เค่อเย็นชาเช่นเดิม เขาก้าวเท้าในความเร็วปกตินำหน้าเฉินรุ่ยฟางไปยังตรอมไร้ผู้คน "พูดมา"
เฉินรุ่ยฟางตั้งสติ แม้นางจะพูดไปสะอื้นไห้ไป แต่หลี่เค่อก็พอจับใจความได้
นางเด็กสาวคนนี้วันวันช่างมีแต่เรื่องวุ่นวาย
ครั้งนี้ตัวนางไม่รู้เหรอว่าได้เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในอันตรายขนาดไหนแล้ว
ความโง่เหงาของนางก็ส่วนหนึ่ง
จิตใจดีงามยึดมั่นคุณธรรมก็ส่วนหนึ่ง ใครใช้ให้นางทั้งชีวิตแทบไร้ที่พึงพิง นางจึงมานึกถึงชายที่รู้จักกันเพียงแค่เคยเห็นหน้าไม่กี่ครั้งเช่นตัวเขา
เมื่อนางพูดจบ หลี่เค่อนิ่งขบคิดอะไรบางอย่างครู่หนึ่ง
หลี่เค่อเป็นคนเย็นชา แต่เขาไม่ได้ไร้หัวใจ นอกจากนั้นในชีวิตก็มีหลักการบางอย่างที่ชัดเจน
สุดท้ายหลี่เค่อก็ตัดสินใจเช่นคนโง่
"พาข้าไป"
มันดูโง่งมที่ต้องเขาไปยุ่งเรื่องของคนอื่น แต่นี่ก็ผ่านการขบคิดและหลักศีลธรรมในใจหลี่เค่อ
ชีวิตมนุษย์จะว่างเปล่า หากเราใช้มันโดยวันหนึ่งต้องทำอะไรที่ผิดต่อหลักมโนธรรม การช่วยนางครั้งนี้ก็เช่นกัน
เพื่อดำรงมโนธรรมบางอย่างที่ปู่ชราเคยสั่งสอน
เฉินรุ่ยฟางได้ยินคำนี้นางดีใจมาก แม้น้ำเสียงท่าทางของท่านปรมาจารย์จะเย็นชา แต่เขาก็ช่วยชีวิตนางมาหลายครั้ง ครั้งนี้นางออกปากขอร้องลึกๆ นางก็เป็นกังวล เกรงจะถูกท่านปรมาจารย์ปฏิเสธ แต่ภายใต้ใบหน้าเย็นชา ท่านปรมาจารย์มีจิตใจดีอย่างที่นางคิดจริงๆ
นางจูมือหลี่เค่อ ก่อนจะมองไปบนท้องฟ้า รถเวทย์สีเหลืองที่มีอักษรว่า 'ขนส่ง' เฉินรุ่ยฟางแผดเสียงเรียกมันพร้อมโบกมือ
รถเวทย์ลอยมาตรงหน้าทั้งสอง
คนขับรถเวทย์ถามทั้งสองว่าไปไหน เฉินรุ่ยฟางรีบตอบว่า 'โรงแรมยิ่งใหญ่ตระกูลจ้าว' รถเวทย์ขนส่งพุ่งออกตัวทันที ไม่กี่ร้อยอึดใจก็ถึงที่หมาย
เพียงแต่ว่า...
"ค่าโดยสายทั้งหมด 87,450 เหรียญหมิงยวนครับ" คนขับรถเวทย์ยิ้ม
เฉินรุ่ยฟางพบว่าตัวเองมีเงินไม่พอ
ก่อนมาหาท่านปรมาจารย์นางก็ใช้เงินทั้งหมดไปกับรถเวทย์ขนส่ง
ตอนนี้นางเขินอายมากที่ไม่มีเงินจ่ายค่าโดยสาร
เฉินรุ่ยฟางหันมองหลี่เค่อและคนขับ ตอนนี้มุมปากคนขับรถเวทย์กระตุกรัวๆ เขาคิดจะพูดอะไรบางอย่าง
แต่เมื่อหลี่เค่อดึงเงินบึกใหญ่ออกมาจากแหวนมิติ จากนั้นกำเงินจำนวนหนึ่งจากบึกเงินหนาๆ ออกมาโดยไม่นับให้คนขับรถเวทย์ จากใบหน้าดุดันร้อนฉ่าพร้อมระเบิดอารมณ์ คนขับพุ่งตัวพรวดลงจากรถและรีบเปิดประตูให้หลี่เค่อ เขาโค้งกายต่ำทำราวกับหลี่เค่อคืออ๋องเจ้าดินแดนแห่งนี้
จากนั้นมองไปทางโรงแรมเขาคล้ายเข้าใจอะไรบางอย่าง
"ขอนายท่านมีความสุขตลอดค่ำคืนขอรับ"
เฉินรุ่ยฟางลงรถเวทย์ใบหน้าแดงก่ำ คนขับรถเวทย์กำลังคิดอะไรของเขา
แต่นางพบว่าการช่วยคนไม่อาจจะรอช้า นางจึงจับมือหลี่เค่อพร้อมวิ่งไปทางโรงแรมยิ่งใหญ่ตระกูลจ้าว
หลี่เค่อตามนางอย่างไม่ขัดขืน
แต่ดูเหมือนว่าวันนี้จะไม่มีคนตายเพราะมือของเขานั่นเพราะ...
"ซนจริงๆ นะยัยตัวเล็กของอาจารย์ ไปไหนมากัน" หม่าอิ๋งอิ๋งยืนอยู่หน้าโรงแรมยิ่งใหญ่ตระกูลจ้าว นางอ้าแขนกว้าง เฉินรุ่ยฟางพุ่งตัวเข้าอ้อมกอดของนาง
"หนู... หนูคิดว่าอาจารย์จะถูกคนไม่ดีรังแก หนู... หนูก็เลยไปขอร้องท่านปรมาจารย์มาช่วยอาจารย์"
หม่าอิ๋งอิ๋งได้ยินแบบนี้นางอดจ้องมองหลี่เค่อไม่ได้
เพราะคำว่าปรมาจารย์ของโลกใบนี้ย่อมหมายถึงผู้บ่มเพาะตั้งแต่ระดับห้าขึ้นไป
แต่เมื่อสายตาของหม่าอิ๋งอิ๋งพินิจ นางพบว่าร่างของหลี่เค่อแปลกประหลาด นางคล้ายไม่อาจจะมองตื้นลึกใดๆ ได้ ราวกับว่าร่างนี้คือร่างกายของปุถุชน
แน่นอนว่าหลี่เค่อตอนนี้มีร่างของปุถุชนจริงๆ ซึ่งนางไม่ได้มองผิดแม้แต่น้อย
แต่ความนัยของหลี่เค่อนางกลับมองอย่างผิดเพี้ยน
หม่าอิ๋งอิ๋งภายนอกที่ทุกคนรู้เกี่ยวกับนางคือผู้บ่มเพาะที่อยู่ในระดับ [3] ผู้สร้างวิญญาณแห่งวิถีผู้ฝึกเวทย์
แต่ความจริงไม่ใช่ แท้จริงหม่าอิ๋งอิ๋งคือผู้หลอมกายฝึกปราณระดับ [5] รวมจิตวิญญาณขั้นต้น [1] แต่นางแสร้งทำเป็นอ่อนแอและใช้ชีวิตในฐานะอาจารย์สาวที่ไร้รากฐานภูมิหลังอยู่ ณ ที่แห่งนี้โดยตัวตนของผู้ใช้เวทย์ ปกปิดฐานะผู้บ่มเพาะหลอมกายของนาง ดังนั้นไม่แปลก หากนางจะมองระดับการฝึกตนบ่มเพาะของคนอื่นออก... นั่นเพราะนางคือปรมาจารย์ที่แท้จริง
แต่นางกลับพบว่านางมองหลี่เค่อไม่ออกเลยสักนิด ซึ่งมันมีเพียงความเป็นไปได้สองอย่าง
หนึ่งหลี่เค่อมีสมบัติวิเศษประเภทปกปิดปราณพลังในร่างเช่นนาง
สองหลี่เค่อแข็งแกร่งกว่านางมากจนเกินไป
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร
ตอนนี้สายตาหม่าอิ๋งอิ๋งจ้องมองลึกไปในดวงตาหลี่เค่อและในไม่ช้านางก็รู้สึกหนาวสั่น กองซากศพนางแทบมองเห็นได้เป็นภูเขาในห้วงมโนสำนึก หม่าอิ๋งอิ๋งไม่สั่นไหวอย่างคนขลาด หรือผู้คนที่แล้วๆ มาอย่งาที่หลี่เค่อเคยสังหาร
นางรับรู้อะไรได้บางอย่าง
แม้นางจะไม่รู้ระดับตื้นลึกของหลี่เค่อ แต่นางก็รู้ได้ว่าหลี่เค่อนั้นได้ฆ่าคนมามากมายจนสามารถกองได้เป็นภูเขา
คนแบบนี้ไม่ธรรมดา
หม่าอิ๋งอิ๋งแสร้งยิ้มหวานให้หลี่เค่อ
ส่วนเฉินรุ่ยฟางตอนนี้หันซ้ายหันขวา ก่อนนางจะถามหาเพื่อนสาวของนาง
"อาจารย์และสือมานละคะเธอไปไหนแล้ว หนูบอกให้สือมานรอหนูที่นี่เราจะได้ไปช่วยอาจารย์พร้อมกัน"
หม่าอิ๋งอิ๋งลูบใบหน้าเฉินรุ่ยฟางเบาๆ ก่อนทำจมูกบี้ย่นจากนั้นเอาหน้าผากของเธอชนกับหน้าผากของเฉินรุ่ยฟาง
"ยัยเด็กโง่อาจารย์บอกให้สือมานกลับบ้านไปแล้ว จริงๆ อาจารย์ให้สือมานโทรหาเธอเพื่อจะบอกว่าอาจารย์ไม่เป็นอะไรแล้ว แต่สือมานโทรเท่าไหร่ก็ไม่ติด อาจารย์เลยต้องยืนรอเธอที่นี่ เพราะสือมานรู้ว่าอาจารย์ไม่ได้เป็นอะไร เธอก็รีบไปทำงานของเธอต่อ นอกจากนั้นสิ่งที่อาจารย์อยากจะบอกเธอคือ วันนี้เรื่องทั้งหมดก็แค่เรื่องเข้าใจผิดกัน เรื่องของคุณจ้าวมู่อาจารย์สาวของเธอแก้ปัญหาด้วยวิธีพูดคุยกับเขาแล้ว"
"เป็นไปได้ไงคะ ตอนนั้น... ตอนนั้นหนูยังเห็นเขามอมยาอาจารย์ จากนั้นก็พาตัวอาจารย์ไป ตอนนั้นหนูกลัวมาก กลัวเขาจะทำไม่ดีกับอาจารย์"
"เด็กโง่หนูไม่คิดว่าอาจารย์สาวแสนดีและสวยงามคนนี้จะมีเพื่อนบ้างเหรอ เพื่อนของอาจารย์มาช่วยอาจารย์ไว้ และพวกเราก็ได้พูดคุยตกลงกันไม่ให้ปัญหาบานปลายแล้ว เด็กโง่ของอาจารย์ไม่ต้องเป็นห่วง"
"จริงนะคะอาจารย์"
"จริงสิ"
สองหญิงงามกอดกันกลม
ไม่นานนักหม่าอิ๋งอิ๋งก็หันมองหลี่เค่อ ก่อนเธอจะยิ้ม
"ทำให้ท่านปรมาจารย์ต้องมาช่วยลำบากใจจริงๆ ค่ะ จะเป็นไปได้ไหมคะถ้าฉันจะขอเลี้ยงมื้อค่ำเป็นการขอบคุณท่านปรมาจารย์"
หลี่เค่อจ้องมองหม่าอิ๋งอิ๋งครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหลังกลับและเดินจากไปโดยไม่พูดอะไร
หลี่เค่อเชื่อในความรู้สึกของตัวเอง และเขารับรู้ว่าหม่าอิ๋งอิ๋งเป็นคนประเภทเดียวกับตัวเอง เธออันตรายและน่ากลัว
หลี่เค่อไม่ได้หวาดกลัวเธอ แต่หากไม่จำเป็นหลี่เค่อไม่ต้องการยุ่งกับคนประเภทนี้โดยเฉพาะหญิงสาว
เพราะหากเราไม่ได้เป็นมิตรกันสุดท้ายคำตอบเดียวที่ได้อาจจะเป็นคนหนึ่งมีชีวิต อีกคนหนึ่งต้องตาย
นอกจากนั้นในห้วงความทรงจำของป่าดำที่ไม่สมบูรณ์ หลี่เค่อพบว่ามีผู้หญิงคนนี้อยู่
เพียงแต่ว่า... นางและป่าดำมีความสัมพันธ์อะไรกัน?
"ท่านปรมาจารย์คะ" เสียงของเฉินรุ่ยฟางเรียกหลี่เค่อด้วยความอาลัย เธอโค้งตัวขอโทษอาจารย์ของเธอที่หลี่เค่อทำตัวเย็นชาแบบนี้ แต่ในฐานะปรมาจารย์ของหลี่เค่อที่เฉินรุ่ยฟางคิด
เธอรู้ว่าผู้เป็นปรมาจารย์ย่อมมีสิทธิ์ที่จะเย่อหยิ่ง
หม่าอิ๋งอิ๋งมองหลี่เค่อจากไป ครู่หนึ่งนางมีความคิดสังหาร
แต่นางก็หยุดไป เพราะนางรู้สึกแปลกๆ นางรู้สึกถึงกลิ่นอายที่แสนคุ้นเคยสายหนึ่งบนร่างของหลี่เค่อ
และด้วยกลิ่นอายสายนี้นางจึงพินิจหลี่เค่อมากนัก
...
ไม่ช้าหม่าอิ๋งอิ๋งก็ชวนเฉินรุ่ยฟางกลับบ้าน
และเธอก็ต้องพบเจอเรื่องตลก เมื่อพบว่าเฉินรุ่ยฟางใช้เงินของตัวเองจนหมดเพื่อนั่งรถเวทย์ขนส่งไปหาปรมาจารย์ และขากลับมาที่นี่เธอให้ปรมาจารย์จ่ายเงินแทนเธอ
หม่าอิ๋งอิ๋งถามเรื่องราวของหลี่เค่อ
เฉินรุ่ยฟางด้วยความไม่รู้เธอจึงเล่าทุกอย่างเกี่ยวกับหลี่เค่อจนหมดนับตั้งแต่เธอเจอหลี่เค่อครั้งแรกและเขาแกล้งเป็นชายแก่อ่อนแอธรรมดา ก่อนจะฆ่าเหล่าอสุราสามเศียรด้วยทีท่าแสนสามัญแต่สง่างามเกินคนธรรมดาไปมาก
จนมาถึงเรื่องล่าสุดที่หลี่เค่อมีเงินจำนวนมากหนาเป็นบึกๆ เขาจ่ายค่ารถเวทย์ขนส่งโดยไม่นับจำนวน แต่ใช้วิธีกะกะเอาจะบึกเงินหนา
"ชายแบบนี้ต้องร่ำรวยขนาดไหนกัน แต่ก็ช่างสมกับเป็นปรมาจารย์ผู้ลึกลับ อาจารย์ค่ะวันหนึ่งหนูจะเป็นปรมาจารย์ได้ไหมคะ"
"..." หม่าอิ๋งอิ๋งนิ่งเงียบเธอขบคิดอะไรบางอย่าง