ปรมาจารย์พัด ออกแรงสะบัดพัดเหล็กออกไป มีแสงวาบออกมาจากพัด เป็นมีดบินเล่มเล็ก พุ่งออกไปเป็นจำนวนมากหลายพัน ตรงเข้าใส่ร่างของนักพรตทงที
ปรมาจารย์ขลุ่ยที่เป็นหญิงสาว ก็ยังคงยืนอยู่บนหัวงูจงอางยักษ์ มีงูพิษจำนวนมาก เคลื่อนตัวผุดขึ้นจากผืนดินเข้าหาร่างนักพรตทงทีด้วยเช่นกัน
ปรมาจารย์ฆ้อนคู่ ก็ควงกระบองยักษ์สองท่อน เหวี่ยงออกไปพร้อมกันมันพุ่งตรงไปเข้าปะทะกับร่างของนักพรตทงที ที่ยืนนิ่งสงบ มือขวาถือแส้หางม้าสีดำ ส่วนมือซ้ายยังคงอยู่ในแขนเสื้อ แล้วหยิบยันต์หลายสีออกมาปึกใหญ่ แล้วเหวี่ยงออกไป
ยันต์สีแดงพุ่งออกไปรวมตัวกันเป็นชั้นๆ กระจายตัวออกไปทำลายมีดบินนับร้อยนับพันระเบิดกลายเป็นผุยผง ยันต์สีแดงยังกลายเป็นระเบิดเพลิงฆ่างูพิษที่มีเป็นกองทัพตายกันเกลื่อน ส่วนฆ้อนคู่ที่เหวี่ยงมา ยันต์สีขาวก็กลายเป็นกำแพงหนาขนาดใหญ่คอยป้องกันเอาไว้ ทำให้ฆ้อนยักษ์คู่ถึงกับหยุดกลางอากาศไม่อาจเคลื่อนไหวได้
จากนั้นก็มียันต์ส่วนหนึ่งก็รวมตัวกลายเป็นมังกร เข้าฟาดหากงใส่ปรมาจารย์ทั้งสาม จงอางยักษ์ เสือเขี้ยวดาบ อินทรียักษ์ ปลิวกระเด็นไปไกล
“ ยันต์เทพจักรวาลรึ? ดี ข้าขอทดสอบกับพลังฝ่ามือโลกันต์ของข้าดูบ้าง”
ฮั่วเหยียน ลอยตัวขึ้นฟ้า แล้วหมุนตัวสะบัดมือปล่อยพลังฝ่ามือโลกันต์ออกมาทั้งสองข้าง มีเงาไฟพุ่งออกมาจากทั้งสองมือ เข้าใส่ร่างของนักพรตทงที แต่ว่า ยันต์สีขาวก็เคลื่อนตัวออกมาป้องกัน ฝ่ามือไฟโลกันต์เอาไว้
ซึ่งไม่อาจต้านทานได้ ถูกทำลายไปในกำแพงแรก ที่นักพรตทงทียังคงปล่อยยันต์เกราะสีขาวออกมาอีกสิบชั้น ทำให้ไฟโลกันต์ถึงกับไม่อาจทำอะไรได้
“ ย๊ากกกกกกก !!!!!”
ฮั่วเหยียนรีดพลังของตนเองออกมาอีก กำแพงยันต์สีขาว ถึงกับเกิดรอยแตกแยกใกล้จะถูกทำลาย นักพรตทงที จึงเหวี่ยงยันต์สีแดงออกไปเพิ่ม มันกลายเป็นรูปมังกรตัวใหญ่ อ้าปากกว้างจะกัดร่างของฮั่วเหยียน แต่ทว่า ช้างยักษ์สวมเสื้อเกราะ2 เชือก พุ่งเข้ามาช่วยกันเอางาชนใส่ มังกรยันต์จนแตกสลายไป นักพรตทงทีถึงกับ กระอักเลือด กำแพงยันต์สีขาวสิบชั้นพังทลาย ฝ่ามือไฟโลกันต์ของฮั่วเหยียน พุ่งเข้ามาได้ กระทบกับฝ่ามือของ นักพรตทงที ที่เก็บแส้ขนม้า แล้วใช้ฝ่ามือของตนประกบเข้ากับฮั่วเหยียนเอาไว้
ตูม ๆ ๆ ๆ !!!
รัศมีรอบๆ ถูกพลังของทั้งคู่ ปะทะกับทำให้เกิดเป็นแรงระเบิดกระจายไปทั่ว ฝุ่นควันฟุ้งกระจายออกไป
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า นึกไม่ถึงเจ้าฝึกฝนได้ถึงขั้นราชันขั้นต้นได้แล้ว” ฮั่วเหยียนถึงกับหัวเราะออกมา คล้ายไม่ใส่ใจระดับ ราชันปราณยุทธ์เลยแม้แต่น้อย
“ เจ้าก็ไม่เลวนี่ สามารถฝึกฝนได้ถึงขั้นราชันปราณยุทธ์ แล้วเช่นกัน”
“ เฮอะ แต่วันนี้ข้าไม่ได้มาเล่นๆ หากเจ้าไม่สยบก็ต้องตายสถานเดียว”
ฮั่วเหยียนเอ่ยจบ ก็หัวเราะออกไปเสียงดัง
ทันใดนั้นเอง ก็มีมือผุดขึ้นมาจากพื้นดิน จับเส้นเอ็นเท้าของนักพรตทงทีเอาไว้
แล้วกระชากออกทันที
แคว๊ก !!
เส้นเอ็นร้อยหวาย ถูกมือที่ผุดขึ้นมาจากพื้นดิน กระชากจนขาด นักพรตทงทีกัดฟันใช้พลังปราณยุทธ์ทั้งหมด กระแทกใส่ร่างของฮั่วเหยียนนจนต้องกระเด็นถอยกลับไปหลายก้าว
แล้วใช้ยันต์ระเบิดตบลงไปที่พื้นดิน
ตูม ตูม !!!
ร่างทีโจมตีอยู่ใต้ดินโผล่ขึ้นมาตัวดำปี๊ แม้ไม่ตายแต่ก็บาดเจ็บไม่น้อย
แต่ทว่าการโจมตียังไม่จบ มีใครบางคน พุ่งเข้ามาด้านหลัง แล้วแทงทวนสีทองขนาดใหญ่ปักเข้าหลังทะลุกลางอก ปลายทวนปักเข้าที่พื้นดินด้านหน้า ตรึงร่างของนักพรตทงทีเอาไว้แน่น ไม่อาจขยับตัวได้
“ เจ้าสำนัก”
“ อาจารย์” ราเชนมองด้วยความตกใจไม่คิดว่า พวกมันจะเล่นหมาหมู่รุมอาจารย์เพียงคนเดียว ราเชนมองเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่เป็นคนขว้างทวนออกไปรู้สึกคุ้นๆ
ว่าเคยเห็นมันที่ไหนมาก่อน จนมาคิดได้
“ อาเหลียง เป็นเจ้าหรือนี่?” ราเชนจำหน้าของอาเหลียงได้ ที่แท้แล้วมันคือ นักฆ่าสำนักเทวาลัยเร้นลับ ที่เคยรับงานฆ่าคนเช่นเดียวกับเขา มันคือ อันดับ 8 อยู่เหนือเขาระดับหนึ่ง ไม่รู้ว่ามันมาปรากฏอยู่บนโลกใบนี้ได้อย่างไร
ราเชนได้แต่ยืนกำหมัดแน่น เตรียมคิดจะดื่มเลือดศัตรู แล้วกลายเป็นมารโลหิต แล้วฆ่าพวกมันเหี้ยนี่ให้แม่งหมดไปเลยจะดีไหม แต่มาคิดอีกที อาจารย์ก็แค่สอนวิชาให้เขาเล็กน้อย ยังไม่เห็นควรเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อเขา
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ทวนมังกรฟ้า ขององค์ชายมู่ฉินนี่สุดยอดจริงๆ นับถือ ๆ”
“ หากไม่ได่ท่านหนูขาวดำดิน กับ ฝ่ามือไฟโลกันต์ของท่าน คงยากที่จะหยุดนักพรตเฒ่าผู้นี้” ที่แท้ ชายชุดขาวนี้องค์ชายมู่ฉินในโลกใบนี้นี่เอง
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ทุกคนจงฟัง นักพรตทงทีพ่ายแพ้แล้ว พวกเจ้ามีทางเลือกสองทางคือ
ยอมสวามิภักดิ์ต่อ จักรพรรดิฮั่นตี้ หรือ ไม่ก็ตายสถานเดียว” ฮั่วเหยียนประกาศออกไป
เหล่าศิษย์และ อาจารย์สำนักเมฆาม่วงต่างโกรธแค้น ที่พวกมันทำเช่นนี้ หลายคนเห็นเจ้าสำนักพ่ายแพ้ ก็กลัวตายคุกเข่ายอมแพ้ ส่วนต้าเฉิงนั้นจะลุกขึ้นไม่ยอมแพ้ แต่ถูกอาจารย์ถงเหล่าตบเข้าที่ท้ายทอยจนสลบไป อาจารย์ซ่งหลิง และ อาจารย์ชิงอี้ ก็สั่งให้ทุกคนยอมคุกเข่า
เพราะตอนนี้องค์ชายมู่ฉินไม่ได้มาแค่เพียงคนเดียว กลับนำกำลังทหารบุกเข้ามาในสำนักเมฆาม่วงนับพันๆ คน
“ ดีมาก พวกเจ้าทุกๆ คนล้วนแต่เลือกทางที่ถูกเพื่อเอาตัวรอด แต่ข้าอยากให้แน่ใจว่าพวกเจ้าตั้งใจสวามิภักดิ์อย่างแท้จริง พวกเจ้าต้องถ่มน้ำลายใส่ นักพรตทงทีผู้นี้ ใครไม่ทำ แสดงว่ามีเจตนาซ่อนเร้น”
ฮั่วเหยียนประกาศออกมา ทุกๆ คน ถึงกับอึ้งไป เพราะว่าในอนาคตพวกเขาต้องจะกลายเป็นคนที่ถูกกล่าวหาว่าทรยศ เนรคุณต่อสำนัก ไม่มีทางย้ายไปที่สำนักใหญ่เมฆาม่วงได้อย่างแน่นอน
แต่ทว่ามีหลายคน กลับไม่สนใจเรื่องนี้ ลุกขึ้นยืน เพื่อที่จะเดินเข้าไปถ่มน้ำลายใส่ ร่างของนักพรตทงที ที่หายใจรวยริน แม้ไม่ตายแต่ก็หายใจลำบากยิ่ง ได่แต่ฝืนยิ้มออกมาไม่อาจพูดอะไรออกมาได้ และแล้วก็มีเสียงของนักพรตทงทีเข้ามาในหัวของราเชน
“ หยางเฟยหลง สังหารข้าเดี๋ยวนี้”
ราเชนแม้นยังยืนอยู่ไม่คุกเข่า แต่ก็ถึงกับสะดุ้งโหยง
“ หา อะไรนะ จะให้ข้าเป็นลงมือฆ่าอาจารย์ ไม่ได้ ข้าทำไม่ได้”
“ หากเจ้ายังเห็นข้าเป็นอาจารย์ ก็รีบทำตามคำสั่งของข้าซะ”
ราเชนได้แต่กัดฟัน มองหน้านักพรตทงที ที่หลับตาลงอย่างอ่อนแรง
“ หยุดก่อน ข้าคือศิษย์เพียงคนเดียวของเขา ข้าขอใช้สิทธิ์นี้ก่อน”
ราเชนก้าวออกมานำหน้า คนอื่นๆ ที่จะเข้าไปถ่มน้ำลายนักพรตทงที ท่ามกลางสายตาศิษย์ทุกคนที่มองอย่างเหยียดหยาม เชียนเชียนถึงกับกัดฟัน หลั่งน้ำตา อาจารย์ถงเหล่า อาจารย์ชิงอี้ อาจารย์ซ่งหลิง ก็มองหน้าเขาด้วยความรู้สึกที่ผิดหวัง
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าใช่ไหม หยางเฟยหลง ศิษย์คนเดียวของ นักพรตทงที” ฮั่วเหยียนเอ่ยอย่างอารมณ์ดี แล้วสั่งให้ทุกคนหลีกทางให้ เพื่อให้หยางเฟยหลงเข้ามา ทำลายศักดิ์ศรีของ นักพรตทงทีก่อน
“ อาจารย์”
“ จำเอาไว้ ที่นี่ไม่ใช่ที่อยู่ของเจ้าอีกแล้ว ไปหานักพรตทงเทียน ที่สำนักเมฆาม่วงเมืองหลวง เขาคือศิษย์พี่ของข้า เขาจะช่วยดูแลเจ้าเป็นอย่างดี ไม่ต้องกังวล เขาจะเข้าใจเจ้าเรื่องนี้”
หยางเฟยหลงเดินเข้าไปใกล้ร่างของนักพรตทงที แต่ว่าเขาหาได้ถ่มน้ำลายไม่ เขาส่งกระแสจิตสื่อสารกับนักพรตทงทีว่า
“ หลับให้สบายนะอาจารย์ สักวันหนึ่งข้าจะแก้แค้นแทนท่านเอง”
ราเชนพูดจบ ก็ใช้มีดนิรนามแปะยันต์สีแดง จ้วงแทงเข้าไปที่หัวใจของนักพรตทงทีสุดแรง
ฉึก !!
นักพรตทงทีสะดุ้งเฮือก แล้วมองหน้าราเชนด้วยรอยยิ้ม ยันต์สีแดงเปลี่ยนเป็นไฟลุกพรึบไปทั่วร่างของนักพรตทงที สายตาของนักพรตทงทีคล้ายกลับว่า การตายคือหนทางแห่งการพ้นทุกข์
ตอนนี้ทหารนับร้อยเข้ามาควบคุมราเชนเอาไว้ ราเชนคิดว่า หากพวกมันไม่ปล่อยเขาไป เขาต้องใช้วิธีสุดท้าย คือกินเลือดของพวกมันและกลายเป็นมารโลหิต แล้วหนีไปจากที่นี่
“ หยางเฟยหลง เจ้าทำข้าเสียแผนหมด คงไม่อาจใช้ร่างของนักพรตทงทีมาเป็นประโยชน์ได้อีกแล้ว” องค์ชายมู่ฉินเอ่ยด้วยความเสียดาย
“ จัดการกับมันอย่างไรดี ฆ่ามันทิ้งเลยไหม?” ฮั่วเหยียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาๆ
“ ไม่ เรารุกรานเมืองเจียง เพื่อต้องการใช้คนและเสบียงในการสู้รบระยะยาวกับอาณาจักรประจิม ไม่อยากสร้างความแค้นต่อชาวเมือง จะทำให้งานใหญ่ไม่สำเร็จ”
“ องค์ชายสายตากว้างไกล ต่อไปต้องได้ครองอาณาจักรทั้งห้าแน่ๆ”
“ เจ้าให้คนของเราควบคุมสำนักเมฆาม่วงแทน ส่วนหยางเฟยหลงก็ทำลายพลังยุทธ์มัน แล้วขับไล่ออกจากสำนัก ห้ามฆ่ามันเป็นอันขาด”
“ แต่ว่า มันทำแผนองค์ชายเสีย?”
“ ไม่หรอก คนทั่วไปรู้ข่าวว่า มันเป็นคนสังหารอาจารย์ตัวเอง จะคิดแค้นเราที่บุกสำนัก หรือ แค้นคนที่สังหารนักพรตทงที?”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า มันก็กลายเป็นแพะรับบาปไปแทนพวกเรา”
ทั้งสองหัวเราะร่วน
“ ทุกคนจงฟัง ตอนนี้เจ้าสำนักถูกศิษย์ทรยศ หยางเฟยหลงฆ่าตาย พวกเรารู้สึกผิดเป็นอย่างยิ่ง ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ แต่ตอนนี้ข้าจะรักษาการตำแหน่งเจ้าสำนักเอาไว้แทน พวกเจ้ายังคงใช้ชีวิตได้อย่างปกติ แต่หยางเฟยหลงศิษย์ทรยศต้องถูกทำลายพลังยุทธ์ และ ถูกขับจากสำนักเมฆาม่วงไป หยูซวง เจ้าไปจัดการเรื่องนี้”
หยูซวง คือ สตรีที่ใช้ขลุ่ยเป็นอาวุธ นางรับคำสั่งแล้วเดินไปหาหยางเฟยหลงทันที
“ เอาละ พวกเจ้าเห็นทหารของอาณาจักรฮานแล้วใช่ไหม ตอนนี้ทหารของอาณาจักรฮาน ได้เข้ายึดเมืองเจียงเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ทุกๆ คน จงใช้ชีวิตอย่างปกติ ไม่ต้องกังวลไป ศัตรูของเราหาใช่พวกท่านไม่ องค์ชายฮั่นมู่ฉิน มีเมตตาปราณีไม่ได้อยากทำร้ายประชาชนที่บริสุทธิ์ ตอนนี้ท่านคือแม่ทัพคุมกองกำลังหลักของเรา จะใช้เมืองเจียงเป็นฐานทัพ เป็นศูนย์กลางการต่อสู้กับ อาณาจักรปัจจิมของ จักรพรรดิหลี่เอี้ยนเท่านั้น ขอให้ทุกๆ คนทำตัวกันตามปกติ
ตอนนี้ขอเชิญเหล่าอาจารย์ทั้งหลาย เพื่อประชุมเรื่อง แต่งตั้งเจ้าสำนักคนต่อไป”
ศิษย์ทั้งหลายตอนนี้กลับโกรธแค้น หยางเฟยหลงจริงๆ ตามที่องค์ชายมู่ฉินว่าเอาไว้ แต่ละคนก็ต่างคิดเอาตัวรอด ไม่ได้ยึดติดกับเจ้าสำนักจริงๆ ส่วนราเชนตอนนี้มายืนอยู่ต่อหน้าของ แม่นางหยูซวง ที่ใช้ฝ่ามือสัมผัสกับพลังปราณยุทธ์ในร่างของเขา
“ ไร้พลังปราณยุทธ์”
“ ฆ่ามันเลยดีไหมขอรับ” ลูกน้องคนหนึ่งมองหยางเฟยหลง แล้วชักดาบออกมารอคำสั่ง
“ ในเมื่อมันไร้พลังปราณยุทธ์อยู่แล้ว ก็ตีตราศิษย์ทรยศนาบไปที่หน้าอกของมันก็พอ เสร็จแล้วก็โยนมันออกไปซะ”
ชายร่างยักษ์สองคน จับแขนของราเชนแน่น อีกคนนำเหล็กที่สลักคำว่า ทรยศเอาไว้ มาจุดไฟเผา ในขณะที่ไฟยังไม่ร้อนต่างก็มองหน้า ราเชนแล้วหัวเราะออกมา แต่สายตาของราเชนกับมองไปที่หยูซวง นิ่ง
“ เจ้าปล่อยข้าไปเสียแต่ตอนนี้จะดีกว่า” ราเชนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ไม่ได้กลัวเลยแม้แต่น้อย
“ เจ้าอ้วน เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถพูดต่อรองกับข้าได้รึ?” หยูซวงเอ่ยด้วยรอยยิ้มเหยียดหยาม
“ ข้าเตือนเจ้าแล้ว”
ราเชนไม่สนใจอีก จากนั้นหลับตา ปรมาจารย์หยูซวงเห็นแล้วหมั่นไส้นัก เลยปราดเข้ามา แล้วตบไปที่ใบหน้าของ ราเชนจนเป็นรอยแดงรูปฝ่ามือ เลือดกลบปาก
ราเชนลืมตาขึ้นแล้วยังคงยิ้มให้ ไม่เอ่ยตอบโต้อะไร
“ เสร็จหรือยัง” ปรมาจารย์หยูซวงสั่งไปที่ลูกน้องที่กำลังเผาเหล็กร้อนๆ อยู่
ไม่นานก็นำมาให้นางที่มือ
“ ความจริงข้าควรจะนาบคำว่าทรยศ ไว้ที่หน้าอกของเจ้า แต่ทว่าตอนนี้ข้าจะนาบไปที่หน้าผากของเจ้าแทน”
หยูซวงนำเหล็กที่เผาไฟจนร้อนได้ที่ กำลังยื่นจ่อมาที่หน้าผากของราเชน แต่ว่า ราเชนกลับลืมตาตื่นขึ้น แล้วเอ่ยออกไปว่า
“ พวกเจ้าเล่นผิดคนแล้ว” ราเชนสะบัดบางอย่างออกจากมือของเขา มีผงสีขาวปลิวกระจายไปทั่วห้อง............