ยากูซ่าพลังผู้กล้า

    เหมันต์ที่ 5 : เขตแดนมังกร

            หญิงสาวผมสีน้ำเงินสวมหน้ากากอนามัยสีดำยืนมองต้นซากุระใหญ่ยักษ์ตรงกลางลานทางเดินของมหาวิทยาลัยเฮียวงะด้วยท่าทีเหม่อลอยเธอหวนคิดถึงเด็กหนุ่มผู้หนึ่งด้วยความสงสัยตัวตนของเขาเป็นปริศนาไม่ต่างจากสัญลักษณ์แห่งสถานที่แห่งนี้ตรงหน้า

     

            ถัดออกไปไม่ไกลจะเห็นได้ว่ามีอาคารเรียนมากมายอยู่หลากรูปทรงอีกทั้งยังมีอุโมงค์บันไดขนาดใหญ่ถูกสร้างเป็นทางเชื่อมไปยังที่ต่างๆของมหาวิทยาลัย แน่นอนว่าสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟร้านทำผม ร้านอาหาร ร้านหนังสือ หรือร้านคาราโอเกะก็มีด้วยเช่นกัน

     

            หมับ! จู่ๆก็มีมือใครคนหนึ่งมาจับที่ไหล่ของเธอ

     

            “โอ้ย!!! ฉันเองๆ”สาวผมน้ำตาลตบมือของเธอยอมแพ้พร้อมโวยวายเสียงดังกับแขนที่ถูกบิดไปข้างหลัง

     

            “ซายะเองเหรอ ขอโทษที!”พอเห็นว่าเป็นเพื่อนตัวเองเธอจึงรีบปล่อยมือแล้วสำรวจความเสียหาย

     

            “จะช้ำไหมเนี้ย! ไอริส!ฉันเรียกเธอตั้งนานไม่ได้ยินหรือไง!” ซายะลูบมือตัวเองน้ำตาเล็ด

     

            “เบาๆ สิ! เรียกฉันเหรอ?ตอนไหน?” ไอริสรีบเอามือปิดปากซายะพลางมองไปรอบข้างที่เริ่มมีคนหันมามองด้วยความสงสัย

     

            “เรียกตั้งนานแล้วยะ หลายครั้งด้วย!หรือว่า... กำลังคิดถึงใครอยู่จ้ะ”ซายะขยิบตาให้ไอริสไปทีหนึ่งแล้วส่งรอยยิ้มกรุ้มกริ่มให้อีกด้วย

     

            “พูดอะไรของเธอไปกันเถอะ”ไอริสเดินนำไปยังอาคารเรียนทรงสามเหลี่ยม

     

            “ลงทุนย้อมผมกับใส่คอนแทคเลนส์เลยเหรอยุ่งยากไปไหมอะ”

     

            พอสังเกตเพื่อนเธอดีๆแล้ววันนี้ไอริสย้อมผมจากสีดำเป็นสีน้ำเงินเสริมด้วยเปลี่ยนสีตาจากสีเทาเป็นสีน้ำตาลเหมือนเธอ

     

            “ฉันก็ทำออกบ่อย เธอยังแปลกใจอีกเหรอ?”

     

            “ไม่รู้จะเปลี่ยนไปมาทำไมคราวก่อนสีผมชมพูกับตาสีส้ม แต่ทุกคนก็ยังจำเธอได้อยู่ดี”

     

            “เฮ้อ... นั่นสิ”มันค่อนข้างวุ่นวายหากมีใครรู้ตัวตนของเธอ

     

            “เพราะว่าถึงจะเปลี่ยนไปยังไงเธอก็สวยหมดฉันยังอิจฉาเลย... แบ่งความสวยมาให้ฉันบ้างก็ได้”ซายะควงแขนไอริสแล้วเอาหน้าถูไปมาออดอ้อน

     

            “แหมๆ ปากหวานจริงนะเรา ขอชิมได้ไหมจ้ะ”เธอจับคางเพื่อนให้เงยขึ้นแล้วก้มหน้าลงไปใกล้จนลมหายใจชนกัน

     

            “ชิ! ไม่ต้องเลยยัยคนสวย ออกไป!”ซายะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป

     

            “โอ้ๆ เดี๋ยวพี่เลี้ยงกาแฟให้นะจ๊ะ”เธออดหมั่นไส้ไม่ไหวจึงขยี้ผมเพื่อนจนฟู

     

            “จริงเหรอ!ขอลาเต้เย็นหวานน้อยแก้วหนึ่ง!”

     

            “ทีงี้ละหายโกรธไวเลยนะ”

     

            “พูดแล้วห้ามคืนคำด้วย!” ซายะทำแก้มป่อง

     

            หากไม่นับไอริสซายะนับว่าเป็นหญิงงามเป็นที่หมายปองของเหล่าชายหนุ่มเป็นอย่างมากรูปร่างตัวเล็กอันน่าทะนุถนอมผสมกับท่าทางแสนน่ารักราวกับเด็กสาวไร้เดียงสานั่นยิ่งทำให้หลายคนแทบอยากเข้าไปถวายตัวดูแลเธอกันเป็นแถว

     

            “เรื่องรายงานไปถึงไหนแล้ว”

     

            “เรียบร้อยแล้วจ้า ไอริสล่ะ”ซายะยิงฟันเท้าเอวชูสองนิ้วให้ไอริส

     

            “เรียบร้อยเหมือนกัน พร้อมสอบแล้วด้วย”

     

            “นั่นสินะ ใกล้จะสอบไฟนอลแล้วสิเวลาผ่านไปไวมากเลย ไม่ทันไรก็จะจบปี 1”สายตาของซายะก้มต่ำลงด้วยอาการใจหาย

     

            “ใกล้เป็นพี่ปี 2 แล้วสิเนอะ”

     

            “จะมีน้องปีหนึ่งหล่อๆเข้ามาเรียนคณะสาขาเดียวกับพวกเราบ้างไหมน้า...”

     

            คำพูดของซายะเล่นเอาไอริสคิดถึงใครบางคนฉับพลันแล้วเธอก็ต้องสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นออกไป

     

            “หนุ่มๆ ในสต๊อกยังไม่พออีกเหรอจ้ะ”แก้มของซายะถูกไอริสดึงเล่นเป็นที่เรียบร้อย

     

            “โอ๊ย! เจ็บนะไอริส!ทำไมชอบทำร้ายร่างกายฉันเนี้ย!" เธอลูบแก้มที่กลมแดง

     

            “ก็ชอบทำตัวน่าแกล้งนี่ไปกันเถอะเดี๋ยวเข้าเรียนสายอาจารย์บ่นหูชาอีก”ไอริสหอมแก้มเธอเป็นการขอโทษแล้วลากไปยังห้องเรียน

     

            “เบาๆ สิไอริส! ฉันขาสั้นกว่าเธอนะ”

     

            ทำไมตาบ้านั่นชอบโผล่มาในความคิดอยู่เรื่อย

     

            …

     

            ห้องประชุมของแก๊งมังกรคำรามถูกสร้างขึ้นใหม่บนดาดฟ้าของคฤหาสน์ด้วยโทนสีดำน้ำตาลตรงกลางห้องถูกวางไว้ด้วยโต๊ะกว้างตัวยูที่สามารถจุดคนได้เกือบ 20 คน มีเพียงตรงหน้าที่มีผนังและจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ติดตั้งไว้ด้านที่เหลือถูกติดฟิล์มกระจกสามารถมองออกไปข้างนอกได้รวมถึงด้านบนด้วย

     

            ขณะนี้มีผู้คนจำนวนเกือบสิบคนจับจองที่นั่งไว้เรียบร้อยพวกเขากำลังรอการมาเยือนของใครบางคนอยู่ด้วยใบหน้าจริงจัง

     

            “เรียกประชุมด่วนแบบนี้วางแผนอะไรไว้อีกมาร์ค” ชาโต้นั่งด้านขวาเก้าอี้ผู้นำพูดขึ้นด้วยความสงสัย

     

            “เดี๋ยวรอท่านหัวหน้ามาถึงคุณชาโต้ก็จะรู้เองครับ” มาร์คตอบกลับน้ำเสียงราบเรียบ

     

            “อย่าให้มันเกินเลยไปนะมาร์คข้าเห็นแก่พ่อเจ้าที่เป็นเพื่อนสนิทของข้าหรอกนะ”

     

            ดวงตาของชายชราเล่นเอามาร์คถึงกับสะอึกกลืนน้ำลายเหนียวข้นลงคอด้วยความยากลำบากแต่เขายังคงใจกล้าสู้เสือไม่หวาดหวั่น

     

            “ไม่ต้องกังวลหรอกครับ คุณชาโต้มาร์คเขาทำเพื่อแก๊งของเราทั้งนั้นแหละ”ชายหนุ่มผมแดงกล่าวด้วยน้ำเสียงร่าเริงทำลายบรรยากาศอันชวนอึดอัดให้หายไป

     

            “เจ้าก็เอากับเขาด้วยงั้นเหรอ เอย์จิ”ชาโต้หันไปมองชายผมแดงที่อยู่ในชุดสูทสีแดงราวกับสีเลือด

     

            “น่าเสียดายจัง วันก่อนผมไม่ได้มาอดเห็นหน้าท่านผู้นำคนใหม่พร้อมคนอื่น ได้ข่าวว่าหล่อระเบิดเลยนี่ครับ”เอย์จิเดินสำรวจทั่วห้อง

     

            ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูห้องประชุมดังขึ้นขัดจังหวะพร้อมกับร่างของชายในสูทสีดำเรียบหรูเดินเข้ามา

     

            พึ่บ!ทุกคนต่างยืนขึ้นเมื่อเห็นการมาถึงของผู้นำแก๊ง ไม่เว้นแม้แต่ชาโต้

     

            “นั่งกันเถอะครับ”จินรู้สึกแปลกทุกครั้ง เมื่อคนมีอายุมากกว่าคอยให้ความเคารพแบบนี้เขารู้สึกยังคงทำตัวให้ชินไม่ได้ในเร็ววันนี้แน่

     

            จินเดินไปนั่งเก้าอี้ที่เหลือโดยด้านขวามือเป็นชาโต้และด้านซ้ายเป็นเอย์จิซึ่งกำลังยิ้มให้เขาอยู่มุมปากสวนทางกับสายตาที่แข็งกระด้าง

     

            “นั่นเอย์จิ คราวก่อนไม่ได้พบกันสินะเขาเป็นพี่ชายของมิคัง ลูกของราล์ฟกับโรส” ชาโต้คาดเดาจากสีหน้าของหลานชาย

     

            “ผมจิน ยินดีได้รู้จักนะครับ”จินกับเอย์จิจับมือกันทักทาย

     

            “เช่นกันครับมีอะไรให้ผมรับใช้บอกได้เลยนะครับ”

     

            สายตามันหลอกกันไม่ได้หรอกครับ

     

            ภายในห้องประชุมตอนนี้ต่างเต็มไปด้วยเหล่าลูกชายและลูกสาวของผู้อาวุโสทั้งสิ้น

     

            มาร์คเป็นลูกชายของมาคัสอดีตหัวหน้าผู้อาวุโสที่เก่งกาจของแก๊งมังกรคำราม

     

            มิคังและเอย์จิเป็นลูกสาวและลูกชายของราล์ฟกับโรส

     

            อาริมะชายหน้าหวานตัวเล็กเป็นลูกชายของอิกิ

     

            ริโตะหนุ่มสำอางเป็นลูกชายของผู้อาวุโสอีกท่าน

     

            คนสุดท้ายโซอึนที่แสนสวยรุ่นราวคราวเดียวกับจินซึ่งเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นเกาหลีก็เป็นลูกสาวของผู้อาวุโสอีกท่าน

     

            “งั้นเรามาเริ่มการประชุมกันเลยดีกว่า”สิ้นประโยคของมาร์ค ทำให้ทุกคนเริ่มชักนำบรรยากาศตึงเครียดเข้ามาในที่ประชุมทันที

     

            “เชิญเลยครับ”จินกล่าวเชิงอนุญาตเมื่อเห็นมาร์คหันมาขอสัญญาณ

     

            “เป็นที่รู้กันว่าการจะขึ้นมาเป็นผู้นำของแก๊งได้นั้นต้องผ่านการยอมรับและการเห็นชอบจากผู้อาวุโสเสียก่อนจำเป็นต้องมีผลงานเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของเหล่าสมาชิกในแก๊งให้ทราบกันทั่วถึงไม่งั้นอาจจะเกิดเป็นข้อครหาได้ในภายหลัง” มาร์คพูดชัดถ้อยชัดคำเป็นประโยคยาว

     

            “คืออะไรที่คุณต้องการสื่อ”จินจับใจความได้ว่าชายตรงหน้าต้องการให้เขาทำอะไรบางอย่าง

     

            “ในส่วนของการเห็นชอบของผู้อาวุโสคงตกไปดังนั้นคุณจินต้องทำผลงานให้ทุกคนยอมรับเสียก่อน”

     

            “ผมกำลังรอฟัง”

     

            แสดงว่านัดประชุมกันมาก่อนแล้วสินะจินลอบสังเกตพฤติกรรมของทุกคนที่นิ่งเงียบ

     

            “ผมขอเสนอให้คุณจินเข้าทดสอบเขตแดนแห่งมังกร ครับ”

     

            ปัง! ชาโต้ทุบโต๊ะประชุมเสียงดังทำเอาเหล่าทายาทของผู้อาวุโสทำหน้าตกใจกันทันที

     

            “นี่เจ้า!!! มันชักจะเกินเลยไปแล้วนะ”จินมองอาการโมโหของปู่ตัวเองด้วยความไม่เข้าใจเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามาร์คกำลังพูดถึงอะไร

     

            “มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นแหละครับคุณชาโต้บุคคลใดต้องการสวมมงกุฎ บุคคลนั้นต้องแบกรับน้ำหนักมันให้ได้หากไม่ใช้วิธีนี้แล้วใครจะนับถือเขาให้เป็นหัวหน้า” เอย์จิกล่าวหน้าตาจนชาโต้ได้แต่ส่งเสียงภายในลำคอ

     

            “ใจเย็นก่อนครับคุณปู่มีใครบอกได้ไหมว่าเขตแดนมังกรคืออะไร”

     

            “ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่ามันคืออะไรพวกเรารู้เพียงว่าเป็นสถานที่เข้าทดสอบบางอย่างโดยใช้สมบัติของผู้นำเป็นกุญแจเปิดเข้าไป”อาริมะเป็นคนอธิบายให้จินฟัง

     

            “หมายถึง ใช้สิ่งนี้งั้นเหรอ”ชายหนุ่มโชว์สร้อยคอจี้รูปมังกรคำราม

     

            “ใช่ครับ” อาริมะพยักหน้า

     

            “แล้วมีใครบอกได้อีกไหมครับว่ามันจะทดสอบเกี่ยวกับอะไร”

     

            “การทดสอบของแต่ละท่านไม่เหมือนกันครับ”ริโตะหนุ่มสำอางที่สุดในกลุ่มพูดขึ้น

     

            “แล้วคุณปู่พอบอกผมได้ไหม”

     

            “ปู่ก็ไม่รู้หรอกว่าของหลานจะเจออะไรแต่ของปู่มันช่างโหดร้ายเสียเหลือเกิน แน่นอนว่าปู่ไม่ผ่านการทดสอบ”ชาโต้พูดด้วยใบหน้าแสนเศร้า

     

            “งั้นเหรอครับ”จินไม่ถามต่อเมื่อเห็นใบหน้านั้นของชายชรา

     

            หากผ่านทุกคนคงยอมรับ หากไม่ผ่านก็จบกันสินะ...

     

            “แล้วทำไมทุกคนถึงทำหน้าตึงเครียดแบบนั้น”

     

            “เอ่อ...ทุกคนที่เข้าไปไม่มีใครทำสำเร็จเลยสักคนเดียว ยกเว้นท่านรุ่นที่ 1 ค่ะ” โซอึนหญิงสาวหน้าตางดงามกล่าวด้วยอาการอย่างหนักใจ

     

            “หากคุณจินไม่อยากเข้ารับก็ไม่เป็นไรนะคะพวกเราไม่ได้บังคับ” มิคังพูดแทรกคั่นก่อนมาร์คจะพูด

     

            “นายก็ไม่น่าคิดเรื่องแบบนี้ออกมานะมาร์คให้คุณจินเขาทำอย่างอื่นก็ได้นี่” พอบอกกับจินเสร็จมิคังก็หันไปต่อว่ามาร์คจนมาร์คทำหน้าสำนึกผิดขึ้นมาทันที

     

            “คุณจะไม่เข้ารับการทดสอบก็ได้นะครับหากคุณกลัว” เอย์จิมองด้วยสายตาดูถูก

     

            คำพูดของเอย์จิเหมือนเอาน้ำมันลาดบนกองไฟเล่นเอาชาโต้ส่งเสียงคำรามในลำคอ

     

            “ได้สิครับ ผมจะเข้ารับการทดสอบ”คำตอบของจินเล่นเอาหลายคนแสดงอาการแตกต่างกันไป

     

            “หลานคิดดีแล้วงั้นเหรอ”ชาโต้กล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ถึงการทดสอบจะไม่พรากชีวิตเขาไปแต่มันเล่นกับจิตใจเป็นอย่างมาก

     

            “ครับ แต่ว่าผมมีข้อแม้อยู่ 1 ข้อ” ชายหนุ่มพยักหน้าให้คนด้านข้างแล้วมองไปยังคนที่เหลือ

     

            ทุกคนต่างนิ่งเงียบรอฟังข้อแม้ของจินกันอย่างลุ้นๆ

     

            “ขอผมสอบปลายภาคเสร็จก่อนได้ไหม”

     

            ประโยคข้างต้นของจินดังก้องเข้าไปยังสมองของทุกคนเกิดเป็นการสะท้อนครั้งแล้วครั้งเล่า

     

            “...”