Ep.19
ั้แ่วันนั้นที่ฉันได้คุยกับเขา นี่ก็ผ่านมาสองอาทิตย์แล้ว อยู่ๆเขาก็หายไป ฉันทักเขาไปทุกช่องทางแต่เขาไม่แม้แต่จะเปิดอ่าน เขาทำงานจนไม่ว่างพอที่จะตอบข้อความฉันหรอ ไม่ต้องโทรคุยกันทุกวันก็ได้ แค่ตอบแชทฉันบ้าง เท่านั้นที่ฉัน้า แต่นี่เขาหายไปเลยแม้แต่แค่เพียงจะเปิดอ่านก็ไม่มี บางครั้งฉันก็รู้สึกโกรธเขา แต่บางทีอยู่ๆก็นึกเป็ห่วงเขาขึ้นมา เกิดอะไรขึ้นกับเขาหรือเปล่านะ ฉันไม่ได้บอกเพื่อนเื่นี้ จะมีก็แต่ยัยพริ้มที่สังเกตได้ว่าฉันเปลี่ยนไป ตอนแรกฉันไม่ยอมเล่า เพราะกลัวว่ามันจะยิ่งไม่ชอบคุณสิงห์เข้าไปใหญ่ แต่มีคำหนึ่งที่มันพูดออกมาแล้วมันก็ทำให้เขื่อนน้ำตาที่ฉันพยายามกลั้นอยู่พังทลายลง ' มึงยังเห็นกูเป็เพื่อนอยู่มั๊ย มึงคิดว่ากูจะไม่รู้หรอว่าเวลาที่มึงที่มึงเสียใจ ดีใจ เศร้าหรือมีความสุข แววตามึงแสดงออกมาชัดแค่ไหน แล้วมึงอย่าบอกว่าไม่มีอะไร เล่ามาเถอะ กูเป็เพื่อนมึงนะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกูจะอยู่ข้างมึง' ฉันตัดสินใจเล่าให้ยัยพริ้มฟังทุกอย่างในวันนั้นที่ฉันไปหามันที่ห้อง
อาทิตย์กว่าๆที่เขาหายไป เหมือนไม่เคยมีตัวตน เหมือนคนที่ไม่เคยเข้ามาในชีวิตและทำให้หัวใจของฉันเต้นแรง เหมือนกับว่าเื่ทั้งหมดมันไม่เคยเกิดขึ้นจริง เหมือนที่ผ่านมาเป็แค่ความฝัน แต่ฉันรู้ดีว่ามันไม่ใช่ เขาหายไปไหน หรือเขาแค่จะมาหลอกฉันเหมือนอย่างที่คนอื่นว่าจริงๆน่ะหรือ แต่ไม่รู้ทำไมฉันยังมีความเชื่อมั่นในตัวเขาอยู่ ถึงแม้ตอนนี้มันจะเหลือเพียงแค่เศษเสี้ยว ไม่รู้เหมือนกันว่าที่จริงแล้วมันคือความเชื่อใจในเขาหรือว่าฉันแค่หลอกตัวเองไปวันๆ ตอนแรกฉันคิดว่าจะไม่เสียใจถ้ามันจะเกิดขึ้น แต่พอมาถึงตอนนี้จริงๆ ฉันทำไม่ได้ ฉันห้ามตัวเองที่จะไม่ให้เสียใจไม่ได้ ยิ่งคิดถึง่เวลาที่ได้อยู่กับเขา การกระของเขา ความใส่ใจของเขาถึงแม้เขาจะไม่เคยพูดจาหวานๆแต่การกระทำของเขามันช่างตัดกันกับคำพูดคำจาที่ห้วนๆของเขา รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเขา แค่คิดถึงน้ำตามันก็ไหลไม่ยอมหยุด ไม่รู้ว่าเขาจะคิดถึงฉันบ้างมั๊ย
ฉันยังคงทักเขาไปอยู่ทุกวัน ถึงแม้จะรู้ดีว่าเขาคงไม่เปิดอ่านเหมือนเดิม แต่มันก็ยังหวังอยู่ดี...
Rainy : ' เรนนี่คิดถึงคุณนะคะ'
Rainy : ' อย่าเอาแต่ทำงานหนัก เหนื่อยก็พักบ้างนะคะ '
Rainy : ' ที่รักของเรนนี่ ' แค่นั้นน้ำตามันก็ไหลออกมาไม่หยุด ฉันคิดถึงเขามากจริงๆ อยากรู้ว่าเขาสบายดีมั๊ย ถ้าเขาจะไปจริงๆฉันก็พร้อมที่จะปล่อย แต่...ฉันแค่อยากคุยกับเขา อยากได้ยินเสียงเขาอีกสักครั้ง ฉันปาดน้ำตาไม่หยุดไม่รู้ว่ามันไหลออกมาจากไหนเยอะแยะ ร้องไห้จนรู้สึกจุกที่อก ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีโมเม้นต์แบบนี้ในชีวิต ทุกคืนฉันรอข้อความตอบกลับจากเขาทั้งคืนจนกระทั่งหลับไป เป็แบบนี้อยู่ซ้ำๆ
" เรนนี่! เรนนี่!! "
" ห่ะ...หา? "
" เหม่ออีกแล้วนะ มึงโอเครึเปล่า " ฉันมองหน้ายัยพริ้มหลังจากที่เมษาถาม กำลังคิดว่าจะเล่าดีมั๊ย ฉันเบี่ยงสายตากลับมามองที่ยัยเมษาแล้วก็ลมหนาว
" คือฉัน.......... " ฉันเล่าเื่ทั้งหมดให้พวกมันฟังระหว่างที่เล่าก็พยายามกลั้นน้ำตาอย่างที่สุด แต่มันกลั้นไม่อยู่จริงๆ ฉันอยากจะโกรธเขา แต่ก็โกรธไม่ลง อยากจะเกลียด แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะคำว่ารักคำเดียว
" ผู้ชายเฮงซวย! "
" ผู้ชายแม่งก็เxี้ยเหมือนกันหมด " ฉันไม่ได้อยากให้เพื่อนฉันทุกคนเกลียดเขา ฉันไม่อยากเล่าก็เพราะอย่างนี้
" มึง ใจเย็นก่อน เื่ผู้ชายคนนั้นเขาจะเป็ยังไงก็ช่างก่อน ตอนนี้หัวใจและความรู้สึกของเรนนี่สำคัญที่สุด " ยัยพริ้มที่ดูเหมือนจะสงบกว่าใครพูดเตือนขึ้น ก็เพราะวันนั้นหลังจากฟังที่ฉันเล่า มันทั้งด่า ทั้งแช่ง สารพัด จนทำให้ฉันร้องไห้หนักกว่าเดิมเพราะหัวใจฉันยังรักเขาอยู่ พอเห็นอย่างนั้นมันก็ยอมสงบลง ฉันได้แต่ยิ้มกับตัวเองถึงจะโดนผู้ชายทิ้ง แต่ก็ยังมีเพื่อน เพื่อนที่เข้าใจฉันและคอยอยู่เคียงข้าง
" ไม่เป็ไรนะเรนนี่ อย่าไปใส่ใจเลยแค่ผู้ชายห่วยๆ "
" ใช่ ถึงยังไงมึงก็ยังมีพวกกู " ยัยเมษากับยัยลมหนาวช่วยกันปลอบใจฉันใหญ่
ตอนนี้พวกเราทุกคนยังอยู่ที่เชียงใหม่ ทำเื่จบยื่นเอกสารทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว แต่ฉันยังไม่พร้อมที่จะกลับกรุงเทพฯ ก็เลยอยากอยู่ที่นี่ต่ออีกสักพัก จนกว่าจะพร้อมซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่
" พอๆๆๆ อย่าเศร้าไปเลย หยุดร้อง แล้วฟังนะเรนนี่ ไป กิน หมู กะ ทะ กัน!! หมูกะทะจะเยียวยาทุกสิ่ง!" แล้วพวกเราทุกคนก็พากันหัวเราะออกมาหลังจากที่ยัยเมษาพูด รวมถึงฉันด้วยที่หัวเราะออกมาทั้งน้ำตาเหมือนกัน ฉันเข้าใจแหละว่ามันคงไม่อยากให้ฉันเศร้า
2 ชั่วโมงต่อมาที่ 'ร้านหมูกะทะ'
" ลมหนาว มึงตักอันนี้มา กินให้หมดเลย กูไม่ช่วยแล้วนะ ไม่ไหวแล้ว "
" ไม่ต้องมามองกูด้วยสายตาแบบนั้น กูก็ไม่ช่วยค่ะ กูกินส่วนของกูหมดแล้ว " ฉันมองพวกมันแล้วอมยิ้มนิดๆ ที่ตอนนี้เกี่ยงกันกินทั้งหมู ทั้งกุ้ง แล้วก็หอย เพราะยัยลมหนาวตักมาเยอะแล้วกินไม่หมด
" ไปตักไอติมดีกว่า เรนนี่เอามั๊ย? "
" มีรสอะไรบ้างอ่ะ "
" ยังไม่รู้เหมือนกัน "
" ถ้ามีช็อคโกแลต เอามาเผื่อด้วยนะ "
..............................................................................
" มึงไม่ให้พวกกูนอนเป็เพื่อนแน่นะ " ยัยพริ้มถาม หลังจากที่พวกมันขึ้นมาส่งฉันที่ห้อง
" ไม่เป็ไร จริงๆ กูอยู่ได้มาตั้งนานแล้ว "
" อย่าคิดมากรู้มั๊ย แล้วก็เลิกคิดถึงเขาได้แล้ว "
" เออ กูว่า...ว่างๆเราไปเที่ยวกันมั๊ย ให้ธรรมชาติบำบัด แบบตั้งแคมป์ หรือขึ้นเขา เดินป่า อะไรแบบเนี้ย" ยัยลมหนาวเอ่ยขึ้น ก็น่าสนใจเหมือนกันนะ ่นี้ก็ปลายฝนต้นหนาวซะด้วย บรรยากาศกำลังดี ต้นไม้ ูเากำลังเขียวขจี ไปพักใจสักอาทิตย์คงจะดี
" เออ ก็ดีนะ เมษามึงมีที่แนะนำบ้างมั๊ย เ้าถิ่นนิ " ยัยเมษาเป็สาวเหนือด้วยหล่ะ ไม่รู้ฉันเคยยอกไปยัง บ้านมันอยู่เชียงใหม่นี่แหละ
" มันก็มีนะ เยอะด้วย เดี๋ยวขอเวลาคิดก่อน "
" โอเค บอกในแชทนะ ตอนนี้เรากลับกันก่อนเถอะให้เรนนี่มันพักผ่อน "
" ไปแล้วนะ/ อย่าคิดมาก/ พักผ่อนเยอะๆและเลิกคิดถึงเื่ของเขา "
" จะพยายาม... รักพวกมึงนะ "
เวลา 22.00 น.
ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นดูอีกครั้งหลังที่อาบน้ำเสร็จทั้งที่ก่อนจะอาบน้ำก็เปิดดูไปรอบหนึ่งแล้ว ว่ามีข้อความอะไรของเขาตอบกลับบ้างมั๊ย ทั้งที่ในใจจะรู้คำตอบอยู่แล้วแต่ก็ยังอยากเปิดดูอยู่ดี แล้วมันก็เหมือนเดิมทุกครั้ง คือข้อความของฉันที่ส่งไปเป็สิบๆข้อความยังไม่ได้ถูกเปิดอ่าน ฉันวางโทรศัพท์ไว้บนเตียงแล้วเดินไปหยิบกีตาร์ที่วางอยู่ข้างตู้เสื้อผ้า ขึ้นมานั่งบนเตียงแล้วเปิดกล้องโทรศัพท์เพื่อบันทึกเป็วิดีโอ ฉันอยากร้องเพลงที่บอกความรู้สึกของฉันตอนนี้ได้ดีที่สุด ฉันกดบันทึกแล้วเริ่มดีดกีตาร์ช้าๆ
ใครคนที่เคยรู้ใจ
รอยยิ้มที่เคยรู้จัก
กำลังจะหายลับไปทุกที
คำพูดที่ซึ้งใจ
ที่เคยว่ารักมากมาย
ไม่มีอีกแล้วนับจากนี้
แต่คนจะไปก็ต้องไป
รักเท่าไรแต่ฉันคงทำได้เท่านี้
ได้แต่ยินยอมรับความเ็ป
และฉันจะอดทน
แม้แทบขาดใจ
ไม่อาจจะวิ่งหนีความจริง
ที่มันโหดร้าย
จะพร้อมจะยอมเข้าใจความเปลี่ยนแปลง
จะอยู่เพื่อเรียนรู้ความเ็ป
จะฝืนเดินต่อไป
แม้ไร้เรี่ยวแรง
และคงมีที่สักวันหนึ่ง
ฉันจะเข้มแข็ง
ถึงแม้ไม่รู้ต้องนานสักเท่าไร...
# ความเ็ป ปาล์มมี่
ฉันร้องเพลงจนจบโดยที่ไม่รู้เลยว่าน้ำตาไหลออกมาั้แ่ตอนไหน มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่น้ำตาหยดลงบนหลังมือตัวเอง ฉันรีบปาดน้ำตาออกแล้วกดสิ้นสุดการบันทึก ก่อนที่จะอัพโหลดคลิปลงในอินสตาแกรมเพื่อเป็การย้ำเตือนฉันว่าครั้งหนึ่งเคยเกิดความรู้สึกนี้ในใจของฉัน
.....................................................................................
เช้าวันต่อมา
เวลา 07:15 น.
ไลน์กลุ่ม ' ลูกหมูอู๊ดอู๊ด '
April : ' พวกมึง ตื่นกันยังๆ'
April : ' ตื่นๆๆๆ '
พริ้มเพรา : ' อะไรของมึงแต่เช้าเนี่ย '
April : sent a picture

April : ' นี่ ได้มาแล้ววว '
April : ' ไปที่นี่กัน!! '
พริ้มเพรา : ' ว้าววว คือที่ไหนอ่ะมึง? '
April : ' Rainy เรนนี่ ชอบมั๊ย? '
April : ' มันคือ สวนป่าดอยบ่อหลวง เป็ไง..สวยใช่มั๊ยล้า ที่นี่น่ะบรรยากาศดีมาก ยิ่ง่นี้คนยิ่งมาเที่ยวเยอะ ที่พักเต็มทุกปีแต่กูรู้จักกับพี่คนหนึ่งที่ทำงานอยู่ที่นั่น ก็เลยได้สิทธิพิเศษ '
April : ' เพราะงั้นพวกมึงรีบเก็บกระเป๋า เตรียมของกันตอนนี้เลย เพราะเราจะไปกันเช้านี้ '
พริ้มเพรา : ' ห๊าา?!!?! '
ลมหนาว : ' 0_0 '
Rainy : ' 0_0 '
................................................................................
นั่นแหละค่ะทุกคน พวกเรามากันแบบงงๆเพราะมันกะทันหันมาก ซึ่งตอนนี้ก็มาอยู่ที่ ' สวนป่าดอยบ่อหลวง ' เรียบร้อยแล้ว ฉันชอบบรรยากาศแบบนี้มาก มันสดชื่นจริงๆ ดูสิสายขนาดนี้แล้วยังมีหมอกอยู่เลย ฉันและเพื่อนๆต่างหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกภาพ ทั้งภาพเซลฟี่ ภาพถ่ายหมู่ ภาพคู่ แล้วก็ภาพธรรมชาติ


" อ้าว เมษา นี่มาถึงกันนานแล้วยัง? "
" พี่กล้าสวัสดีค่ะ มาถึงสักพักแล้วค่ะ "
" ทำไมไม่โทรหาพี่ล่ะ แล้วนี่...... "
" อ้อ นี่เพื่อนเมเองค่ะ นี่ลมหนาว คนนี้พริ้มเพรา
ส่วนคนนี้เรนนี่ ค่ะ "
" สวัสดีค่ะ / หวัดดีครับ " พวกฉันทั้งสามคนไหว้พี่ที่เมษารู้จัก เมื่อกี๊ได้ยินยัยเมษาเรียกว่าพี่กล้า
" แฮ่ะๆ ขอโทษนะคะ เมไม่ได้โทรหาเพราะว่าพอมาถึงก็มัวแต่ถ่ายรูปกันอยู่ ที่นี่บรรยากาศดีทุกปีเลยนะคะ "
" ใช่ ชอบล่ะสิ ป่ะ เอาของไปเก็บที่พักกัน "
พวกเราหิ้วกระเป๋าคนละใบสองใบ ทั้งของใช้ต่างๆเดินตามพี่กล้าไปที่ห้องพักที่จองไว้....
********** To be continued
ติดตามอ่านตอนต่อไปกันด้วยนะคะ
เอ๊ะ ว่าแต่คุณสิงห์เนี่ย เขาหายไปไหนนะ ทิ้งน้องเรนนี่ให้ร้องไห้อยู่อย่างนี้ได้ไง น่าตีจริงๆเลย