Sea xx La-ongfong 15
่เทศกาลสอบเป็อะไรที่ฉันเกลียดมากที่สุดเลย ฉันอ่านหนังสือทบทวนบทเรียนเพื่อไปสอบ กลับมาก็ต้องอ่านอีกวิชาเพื่อที่จะไปสอบในวันถัดไป เป็แบบนี้อยู่เกือบหนึ่งสัปดาห์ และวันนี้เป็วันที่ฉันสอบวันสุดท้าย พี่ซีมาส่งก่อนที่เขาจะนั่งรอที่ร้านกาแฟข้าง ๆ คณะ เขาตื่นเช้าพามาส่งและรับกลับตลอดั้แ่เริ่มสอบ เพื่อนฉันก็คงอยากแซวแต่ดูสภาพแต่ละคนเอาเวลาแซวไปนอนดีกว่า ทุกคนเหมือนพร้อมจะหลับตลอดเวลา
ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน ๆ ในกลุ่มก็ยังคงเป็เหมือนเดิม รักกันเหมือนเดิมเพิ่มเติมซีมีสติมากขึ้น ส่วนแก้ว เธอนั่งเรียนคนเดียวตลอดเลย เพื่อนกลุ่มใหม่ที่เธอเข้าไปนั่งด้วยตอนที่เลิกกับซีบอกว่าเธอตั้งใจจะอ่อยแฟนพวกเธอเหมือนกัน ตอนนี้กลายเป็ว่าแก้วไม่มีเพื่อนคบสักคนซึ่งทุกอย่างเกิดจากการกระทำของเธอทั้งนั้น พี่ตั้งโอ๋กับแฟนก็ยังเหมือนเดิม พี่ตั้งโอ๋โกรธจนบอกเลิกแฟนั้แ่รู้ว่าแฟนไปมีอะไรกับแก้วแล้วยังพูดแบบนั้น แต่เหมือนแฟนเก่าพี่ตั้งโอ๋จะไม่ยอม เพราะเห็นตามง้อตามดูแลตลอด แต่พี่ตั้งโอ๋ก็ใจแข็งไม่น้อยที่สำคัญพี่เขาคงเจ็บมากจนไม่อยากกลับไปแล้วล่ะ
“ทำได้ไหม” ซีที่ออกจากคนแรกของกลุ่มเอ่ยถามฉัน
“ไม่มั่นใจเลยอะ ไม่ตรงกับที่อ่านเลย” ฉันบ่นอย่างไม่เข้าใจ
“เหมือนกัน ออกข้อสอบเหมือนกลัวทำได้” ซีบ่นทั้งยังหัวเราะ เรายืนรอเพื่อนกันสักพัก เพื่อนก็ออกมากันจนครบ จากนั้นเราก็เดินลงไปร้านกาแฟพร้อมกัน เย็นนี้เรามีนัดกันที่ร้านหมูกระทะด้วย เพราะเดี๋ยวเปิดเทอมแล้วทุกคนก็ออกฝึกงาน ซึ่งเราจะฝึกตอนปีสี่เทอมหนึ่ง จากนั้นเทอมสองก็กลับมาเรียนอีกหนึ่งวิชา งงดีใช่ไหม ฉันเองก็งงเหมือนกัน
“เป็ไงบ้างครับ” พี่ซีเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อฉันเดินเข้าไปใกล้
“งง ๆ ค่ะ เดี๋ยวหนูสั่งเครื่องดื่มก่อนนะ” บอกพี่ซีมือก็วางกระเป๋าไว้ที่โต๊ะ ฉันเดินไปที่เคาน์เตอร์สั่งช็อกโกแลตเย็นมาหนึ่งแก้ว เพื่อนฉันสั่งกาแฟและชาเขียว เพราะพวกเราสั่งไปเยอะพนักงานเลยบอกจะเอามาเสิร์ฟให้ ฉันจ่ายค่าเครื่องดื่มเสร็จก็เดินกลับมาที่โต๊ะที่ตอนนี้มีทั้งเพื่อนและพี่ซีนั่งอยู่
“เื่ฝึกงานได้ที่ไหนกัน” พี่ซีเอ่ยถามเพื่อนฉันอย่างเป็กันเอง พอเดินเข้าไปใกล้ก็นั่งลงที่เก้าอี้ที่ว่างข้างร่างสูง
“รออาจารย์แจ้งเย็นนี้ค่ะพี่”
“งั้นเหรอ”
“น่าจะได้ในกรุงเทพเหมือนกันล่ะมั้งพี่ว่า”
“ผมปลิวไกลเลยขึ้นเชียงใหม่” กระวานบอก
“หือ? รู้แล้วเหรอ” พลิ้วหันไปถามกระวาน
“ในกลุ่มที่ปรึกษาส่งมาละพร้อมเอกสารอย่างอื่น” ฉันหันไปแบมือขอกระเป๋าจากพี่ซี เขาส่งมาให้อย่างว่าง่าย ฉันล้วงโทรศัพท์ออกมาดูก็พบว่าในไลน์กลุ่มที่ปรึกษาก็มีไฟล์เอกสารฝึกงานแล้วด้วย บริษัทอะไรกันนะ
“หนูได้ที่ไหนครับ” พี่ซีขยับเข้ามาดูด้วย ฉันจึงยื่นให้เขาดู พี่ซีรับไปดูนิ่ง ๆ แต่ทำไมถึงรู้สึกว่าเขากำลังพอใจกันนะที่ฉันได้ที่นี่
“ไปกันแก แยกกัน เจอกันเย็นนี้” เรานั่งคุยกันสักพักก็แยกย้ายกันกลับ และนัดเจอกันอีกทีตอนเย็นนี้ พี่ซีอารมณ์ดีอย่างปิดไม่มิดั้แ่ที่ร้านกาแฟแล้วไม่รู้เป็อะไรของเขา
“มะรืนพี่จะไปส่งนะครับ”
“ขอบคุณนะคะ”
“ไม่ต้องขอบคุณเลย พี่ทำเพราะพี่เป็ห่วง”
“เดี๋ยวขอโทรบอกพ่อก่อนนะคะว่ามีพี่ไปส่ง”
“ได้ครับ”
“ฝากบอกพ่อตาด้วยนะครับ ว่าลูกเขยจะไปหา” พี่ซีกระซิบบอกอย่างอารมณ์ดี แค่เขาอารมณ์ดีขึ้นฉันก็มีความสุขแล้วก่อนหน้านี้เขาเอาแต่คิดอะไรไม่รู้แล้วทำหน้ากังวลตลอดเลย แบบนี้ดีแล้วล่ะ ฉันมองอีกฝ่ายยิ้ม ๆ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาพ่อทันที แล้วเจอกันโคราชบ้านเอ็ง!
“ฟอง! คิดถึงจังเลย” พี่ดาว วิ่งเข้ามากอดฉันทันทีที่ก้าวลงจากรถ เรากอดกันฟัดไปมาอยู่นาน พ่อกับแม่ก็เดินตามออกมาด้วย พี่ซีและน้อง ๆ ของเขาก็เดินตามลงมาด้วย
“พ่อแม่สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีลูก เป็ไงเหนื่อยไหม” พ่อถาม
“หนูไม่เหนื่อยค่ะ หลับตลอดทาง อ้อ พ่อคะนี่พี่ซีค่ะ แล้วก็นี่ ซีนกับซอล น้องพี่ซี ทุกคนนี่พ่อกับแม่ฟองเอง แล้วก็พี่ดาวพี่สาวฟอง” สามพี่น้องตัวเอสยกมือไหว้ทั้งพ่อและแม่ฉัน ท่านทั้งสองรับไหว้พร้อมกับรอยยิ้มทันทีเช่นเดียวกัน
“เหนื่อยไหมลูก บ้านพ่อไกลไหม” พ่อเดินเข้าไปตบไหล่ถามพี่ซียิ้มๆ
“ไม่ครับพ่อ ขอโทษที่มาเยี่ยมช้านะครับ” พี่ซีเอ่ยบอกพ่อ
“ไม่เป็ไร ๆ พ่อไม่ถือ ไป ๆ เข้าบ้านกันเถอะ แม่บอกให้คนงานเตรียมห้องนอนไว้แล้วล่ะ...” ท้ายประโยคพ่อกระซิบถามอะไรพี่ซีต่อกันแน่ ทำไมถึงทำหน้าตาเ้าเล่ห์ทั้งคู่แบบนั้น
“อย่างหลังได้ไหมครับ”
“วุ๊ ว่าที่ลูกเขยคนนี้มันได้เว้ย พ่อจัดให้ตามคำขอเลย ไปเข้าบ้านกันลูก” พ่อเดินนำเข้าบ้าน กระเป๋าที่เอาลงจากรถมีพี่คนงานมาช่วยถือเข้าไปแล้ว ซีนกับซอลมองรอบ ๆ อย่างตื่นเต้น จนคนเป็พี่ชายต้องดึงมือให้เดินเข้าบ้าน เรานั่งคุยกันไม่นานพ่อก็บอกให้ทุกคนไปพักได้ เดี๋ยวเย็นนี้มีงานเลี้ยงต้อนรับที่สวนหลังบ้าน เล่นใหญ่ไม่มีใครเกินเลยล่ะพ่อฉันน่ะ
“พี่ดาว หลานหนูล่ะ”
“ไปโรงเรียน พ่อเขาไปรับอยู่”
“งานที่นี่เป็ไงบ้าง หนักไหม?” ฉันถามผู้เป็พี่สาวไม่ลืมเข้าไปกอดอ้อน ไม่ได้เจอกันนานก็คิดถึงเป็ธรรมดานั่นแหละ อีกอย่างเหลือกันอยู่สองคนต้องรักกันมาก ๆ สิ
“ไม่เท่าไหร่ พี่เขยเราช่วยได้เยอะอยู่พวกดูคนงานกับงานในไร่น่ะ”
“กลับมาแล้วจะมาช่วยนะคะ”
“ที่จริง...พี่อยากให้เราไปประจำที่บริษัทดิลลูกค้า เพราะที่นั่นไม่มีใครเลยนอกจากผู้จัดการแล้วก็ผู้ช่วยพ่อ” ระหว่างคุยกันเราก็เดินขึ้นไปที่ชั้นสอง
“ถ้าไม่มีใครดูตรงนั้นเดี๋ยวหนูเข้าไปดูเองค่ะ แต่ขอผู้ช่วยพ่อให้อยู่ด้วยนะ”
“ได้ เดี๋ยวเรามาคุยกันอีกทีหลังเราฝึกงานเสร็จ” พี่ดาวบอก
“ได้ค่ะ”
“ไปพักไป เย็นนี้งานเลี้ยง” พี่ดาวมาส่งหน้าห้อง ฉันพยักหน้ารับก่อนจะเปิดประตูห้องนอนตัวเองที่แสนคิดถึง แต่พอเปิดเข้าห้องไป ร่างสูงที่เปลือยท่อนบนอยู่นี่คืออะไร! เขามาอยู่ที่ห้องนี้ได้ยังไง
“อยู่นี่ได้ไงคะ” ฉันถามอย่างไม่เข้าใจ ทั้งยังหรี่ตายังจับผิดอีกด้วย
“นอนกับหนูไงครับ พ่ออนุญาตแล้ว” พี่ซียิ้มกริ่มเ้าเล่ห์ เดินเข้ามาจูบที่ริมปากแรง ๆ แล้วขึ้นเตียงนอน ฉันมองอีกฝ่ายงอน ๆ แต่ก็ยอมเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด ก่อนเข้ามาที่นี่เราแวะทานมื้อเที่ยงกันแล้วเรียบร้อย พอแต่งตัวเสร็จก็ออกจากห้องน้ำเดินนั่งที่โซฟามุมห้อง นอนสักพักก็เลื้อยนอนไปตามความยาวของโซฟา เล่นโทรศัพท์ไปสักพักก็เผลอหลับไป ทั้งที่ก็นอนมาแทบจะตลอดทางแต่ฉันก็ยังสามารถนอนได้เนอะ
“ครับ เขาไม่รู้หรอก เราแอบคุยอยู่นี่นา” ฉันรู้สึกตัวตื่นเพราะได้ยินเสียงทุ้มกระซิบคุยเบา ๆ รู้สึกตัวตื่นได้แต่หลับตานิ่งไม่กล้าลืมตาขึ้นมองเพราะประโยคนั้นที่ได้ยิน
“ครับ คิดถึง เมื่อไหร่จะกลับมา”
“งั้นเหรอ เขาอยู่นี่นานเลย เราค่อยเจอกันที่ห้องดีไหม” คิดถึงใคร? แล้วจะเจอใครที่ห้อง ฉันเก็บความสงสัยนี้ไว้อย่างไม่เข้าใจ กระทั่งมีเสียงเปิดปิดประตูห้องฉันถึงได้ลืมตาตื่น นั่งอยู่สักพักก็เดินออกจากห้องไปข้างล่างแต่เสียงคุยกันของสามพี่น้องทำให้เท้าที่กำลังชะงักไปทันที
“พี่ซี เมื่อไหร่พี่จะบอกพี่ฟอง”
“ยังหาจังหวะไม่ได้” พี่ซีตอบน้องเขาเสียงกังวล
“มันจะยากอะไร พี่ก็เข้าไปบอกเลยสิว่าพี่มีแฟนอยู่แล้ว แค่ถูกใจพี่ฟองมานานมีโอกาสเลยอยากลองคบ” ซอลเล่าอย่างไม่รู้สึกอะไร แต่หัวใจฉันตอนนี้มันเจ็บจนชาไปหมดเมื่อได้ยินแบบนั้น เขามีแฟนอยู่แล้วอย่างนั้นเหรอ แล้วที่บอกว่าชอบมาั้แ่ฉันเข้าปีหนึ่ง เื่นั้นมันคืออะไร เื่โกหกเหรอ
“ง่ายแบบนั้นก็ดีสิ”
“พี่ก็เคยบอกไม่ใช่เหรอว่าแฟนพี่จะกลับมาแล้ว พี่จะเลิกกับพี่ฟองเลยไหม เื่มันจะได้จบ”
“พี่ขอคิดดูก่อน” พี่ซี เื่ระหว่างเรามันคืออะไรกันแน่ มันคือเื่หลอกลวงั้แ่ต้นเลยอย่างนั้นเหรอ เพราะทนไม่ไหวเลยเดินถอยหายจากอีกฝ่าย เดินกลับขึ้นห้องนอน ฉันนั่งบนโซฟานิ่ง ๆ ปล่อยความคิดล่องลอยไปหมด พอคิดว่าเขาไม่ได้รักฉันจริง ๆ จู่ ๆ น้ำตาก็ไหลลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงเปิดประตูเข้าห้องมาทำให้ฉันยกหลังมือปาดน้ำตาออกทันที อยากจะรู้เหมือนกันว่าเขาจะทำยังไงต่อ แฟนเขาคนที่เขารักจริง ๆ กำลังจะกลับมา คนที่เขาหลอกว่ารักแบบฉัน เขาจะจัดการยังไงกันนะ
“ตื่นนานแล้วเหรอ” เขาเดินเข้ามาใกล้ นั่งลงข้าง ๆ
“เพิ่งตื่นค่ะ”
“งั้นเหรอ อยากไปเดินเล่นไหม” เขาชวน ฉันไม่อยากไปเลย ไม่อยากเห็นหน้าเขาด้วยซ้ำ แต่ถ้าทำแบบนั้นฉันเองก็ยังจะไม่รู้ความจริงว่าเขาจะบอกเลิกฉันด้วยวิธีไหน แต่ไม่ว่ายังไงฉันก็ยังคงเป็ฝ่ายเ็ปคนเดียวสินะ โง่ให้เขาหลอกเองนี่นา หลงเชื่อใจเขาเอง คงไม่ต้องโทษคนอื่นหรอก คนโง่มันคือฉันเอง
“พี่มีอะไรจะบอกหนูไหม?” ฉันหยั่งเชิงถามระหว่างที่เรานั่งจับมือกันนิ่ง ๆ เพราะฉันบอกว่าไม่อยากไปเดินเล่นเขาเลยไม่ได้เซ้าซี้อะไรมาก
“หือ? บอกอะไรครับ” เขาทวนถามอย่างไม่เข้าใจ แต่แววตาที่มองมาเหมือนกำลังชั่งใจอะไรบางอย่างอยู่
“มีอะไรจะบอกไหม?” ฉันถามอีกครั้ง มือข้างที่จับกันอยู่บีบแน่น ฉันก้มหน้าปล่อยให้น้ำตาไหลอย่างไม่คิดอาย ฉันไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย ไม่ชอบเลยจริง ๆ มันเจ็บเหมือนใจจะขาดเลย
“พี่...”
“บอกมาเถอะ พูดมาเถอะค่ะ” ถ้าฉันต้องเจ็บ ขอเจ็บแค่วันนี้และพรุ่งนี้ฉันจะไม่ร้องไห้
“เราเลิกกันเถอะ” นั่นสิ เขาต้องเลิกกับฉันอยู่แล้ว เพราะแฟนตัวจริงเขากำลังจะกลับมา กลับมายืนข้าง ๆ เขา ที่ตรงนั้นมันไม่ใช่ของฉันั้แ่แรก ไม่เคยใช่เลย
“พี่ขอโทษ”
“ฮึก” ฉันสะอื้นดึงมือออกจากการเกาะกุมของเขา
“บอกได้ไหมทำไม บอกมาเถอะ” ฉันกลั้นใจถามเขาไป
“พี่ พี่มีแฟนอยู่แล้วเธอไปเรียนที่ต่างประเทศและกำลังจะกลับมา”
“ตลอดเวลาพี่คุยกับแฟนพี่ตลอดใช่ไหม ที่พี่คบหนูแฟนพี่ก็รู้ใช่ไหม” ฉันถามเสียงสั่น
“ครับ”
“แล้วที่บอกว่าชอบ...”
“พี่ชอบหนูจริง ๆ มันชอบพอแฟนพี่รู้ก็บอกว่าคบกับหนูได้แต่ถ้าเธอกลับมาต้องเลิก พี่ขอโทษที่ทำแบบนี้”
“...” ยิ่งได้ฟังเหตุผลฉันยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม พวกเขาเห็นความรู้สึกคนอื่นเป็ของเล่นเหรอ คิดจะทำอะไรแบบนี้โดยที่ไม่นึกถึงความรู้สึกคนอื่นเลยสักนิด ไม่คิดบ้างเหรอว่าคนที่ถูกหลอกให้รักมันจะเ็ปมากขนาดไหน ฮึก บ้าเอ๊ย ฉันไม่น่าโง่หลงรักเขาแบบนี้เลย
“เก็บของแล้วออกไป”
“ฟอง...”
“ออกไป!!” ฉันตวาดเสียงดัง อีกฝ่ายมองอย่างลังเลแต่ก็ยอมเดินไปเก็บของ ระหว่างที่อีกฝ่ายเก้บของออกจากห้องฉันไม่ชายตาแลเขาเลยสักวิ
“สิ่งที่พี่ไม่เคยโกหกหนูเลย คือพี่รักหนู” ประโยคนี้ยังลอยก้องอยู่ในหัว รักเหรอ รักฉันเหรอ ฮา ๆ ๆ ๆ เอาไปหลอกเด็กเถอะ
“ไอ้สารเลวเอ๊ย!!”
====
น้อมรับร้องเท้าและคบเพลิงที่คนอ่านจะโยนมาให้ แงงงง เค้าขอโทษษษ