ฟานอวี้จึงได้สติรีบหันกลับมาตอบคำถามมารดา
" ลูกก็ต้องอยากรู้เป็ธรรมดาว่าฮูหยินเคยอยู่กินกับผู้ใดมา แต่ตอนนี้ก็ไม่ได้คิดว่ามันจะสำคัญอะไรอีกต่อไปแล้วขอรับ "
ฟานอวี้เอ่ยขึ้นก่อนที่จะหันไปหาคนตัวเล็กอีกครั้ง พร้อมกับเอ่ยคำพูดที่ทำให้คนตัวเล็กน้ำตาคลอ
" เพราะพี่จะไม่ให้เ้าไปไหนทั้งนั้น จากนี้ไปเ้าคือฮูหยินของพี่และก็จะเป็ภรรยาคนเดียวของพี่ พี่รักเ้านะฝูหรง "
ฟานอวี้บอกรักคนตัวเล็กโดยไม่นึกอายคนที่อยู่ด้วยภายในห้องเลยแม้แต่น้อย ฝูหรงที่น้ำตาคลอ ก็ถูกมือเรียวของคนตัวโตเกลี่ยออกให้
ภาพตรงหน้าทำให้ผู้เป็ตาและพ่อแม่ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
" เช่นนี้แล้วข้าก็สบายใจ "
" ท่านราชครูอยู่ทานอาหารเสียก่อนแล้วค่อยกลับนะ ป่านนี้คงตั้งโต๊ะเสร็จแล้ว "
" อืม ข้าก็หิวพอดี แต่คนแถวนี้คงไม่หิวแล้วมั้ง คงอิ่มอกอิ่มใจจนทานอะไรไม่ลงแล้วล่ะ "
ราชครูเอ่ยเย้าหลานสาวตน ฝูหรงอายจนหน้าแดงขึ้นเรื่อยๆ
" ไปเถอะพี่รู้ว่าเ้าหิวแล้ว แต่ถ้าไม่ทานอาหารจะกินพี่ก็ได้นะ พี่ไม่ขัดเ้าหรอก "
" อื้อ ใครเขาจะไปกินคนกันเ้าค่ะ "
ฟานอวี้ยิ้มให้กับคนตัวเล็กที่ทั้งเก่งและฉลาด แต่พอเป็เื่นี้กลับไม่ประสาตามตนไม่ทันเลยแม้แต่น้อย
เมื่อถึงห้องทานอาหาร อาหารก็ถูกวางบนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว
" นายท่านอาหารเรียบร้อยแล้วเ้าค่ะ "
พ่อบ้านเอ่ยบอกกับผู้เป็นาย
" เชิญท่านราชครู "
วันนี้จวนของแม่ทัพหยางดูครึกครื้นเป็อย่างมาก พร้อมกับเสียงหัวเราะที่มีความสุข จวบจนราชครูได้ลากลับจวนของตนไป
" ไม่คิดว่าฝููหรงจะกลายเป็องค์หญิงไปได้นะท่านพี่ "
ฮูหยินเฉียวเอ่ยกับสามีของตน
" นั้นสิ พี่เองรู้ว่าราชองค์การแต่งงานนี้เป็แผนของฝ่าาที่อยากแยกฟานอวี้ออกจากตระกูลเสี่ยว เพื่อไม่ให้มีอำนาจมากกว่านี้ แต่ไม่คิดว่าจะทรงมอบธิดาให้มาเป็สะใภ้เราเช่นนี้ "
" หมายความว่าท่านพี่รู้เื่แต่งงาน 3 เดือนนี้ั้แ่แรกหรือเ้าค่ะ เหตุใดจึงไม่บอกน้องเลย "
" ความลับของราชสำนักจะบอกเ้าได้อย่างไร และนี่ก็เป็ความลับมาก พี่เองยังพึ่งรู้ว่าฝูหรงคือองค์หญิง คงมีแค่ท่านราชครู ฝ่าาและคนในครอบครัวตระกูลหลานเท่านนั้นจะรู้ "
" นั้นสินะ รู้มากก็จะเป็ภัยได้ มหาเสนาคงไม่ปล่อยฝูหรงเอาไว้แน่ หากรู้ว่าหนามยอกอกของฮองเฮายังอยู่ "
สองสามีภรรยาพูดคุยกันหลังจากส่งราชครูเรียบร้อยแล้ว ส่วนฟานอวี้ก็นั่งเล่นอยู่ในสวนกับฮูหยินของตน
" ก่อนนี้เ้าไปทำอะไรที่แคว้นซางไห่กัน "
ฟานอวี้นั่งจับมือฮูหยินไม่ปล่อย พร้อมกับคำถามที่ตนสงสัย
" ท่านแม่ทัพจำแผนที่แคว้นทั้งสองได้ใช่ไหมเ้าค่ะ "
" จำได้สิ แล้วเกี่ยวอะไรกับเื่นี้เช่นนั้นหรือ "
" ข้ากับพี่จื่อยวนไปเพื่อเขียนแผนที่นี่เ้าค่ะ เพราะก่อนนี้คนของเราที่อาศัยอยู่ที่แคว้น... บอกว่าทางนั้นกำลังมีการฝึก และคิดที่จะทำศึกกับแคว้นของเรา ข้ากับพี่จื่อยวนและสหายจึงอาสาไปที่นั้นกัน "
" จริงหรือ นี่เ้าเป็คนเขียนทั้งหมดหรือ แล้วกลยุทธ์การศึกเล่า อย่าบอกว่าเ้าเป็คนเขียนเช่นกันนะ "
" ไม่ใช่ข้าหรอกเ้าค่ะ แต่เป็พี่จื่อยวนต่างหาก "
" จื่อยวนเป็คนเขียนจริงๆนะหรือ นี่สหายพี่เขียนกลยุทธ์ได้เก่งถึงเพียงนี้เชียว "
ฟานอวี้เอ่ยชมสหายที่ไม่ได้พบเจอกันมานาน แต่ที่แปลกใจก็คือไม่รู้มาก่อนว่าจื่อยวนมีน้องสาว เพราะตนและจื่อยวนไม่ค่อยพบกันที่เมืองหลวงเท่าใดนัก อีกทั้งส่วนใหญ่แล้วฝูกรงจะอยู่บนสำนักหรือไม่ก็ไปทำงานให้ฮ่องเต้เสียมากกว่า
" เ้าคงลำบากมากสินะ ที่ต้องทำงานให้ฮ่องเต้เช่นนี้แทนที่จะได้อยู่ในวังเช่นองค์หญิงทั่วไป "
ฝููหรงยิ้มให้กับคนตัวโต
" ข้าไม่คิดเช่นนั้นหรอก ข้าเติบโตมาจากความรักของตระกูลหลานนั้นก็มากพอแล้ว "
ฟานอวี้ดึงคนตัวเล็กเข้ามากอด
" จากนี้เ้ามีพี่ มีตระกูลหยางเป็อีกหนึ่งครอบครัวให้เ้านะ มีอะไรก็บอกพี่อย่าเก็บไว้อีก "
ฝูหรงกอดคนตัวโตกลับเช่นกัน นึกถึงเมื่อคืนที่ตนเองเข้าเฝ้าฮ่องเต้ และเล่าเื่ราวทุกอย่างให้ฮ่องเต้ฟัง รวมถึงสิ่งที่แม่ทัพใหญ่ทำเพื่อให้ตนอภัยให้ นั้นก็คือแทงตัวเองจนได้รับาเ็
หลานจื่อยวนบุรุษหนุ่มรูปงามมัดผมขึ้นครึ่งหัวแล้วปล่อยยาวลงมา ในชุดสีขาวยืนอยู่ตรงเข้าเชิงเขา เพื่อที่จะเดินทางไปที่กระท่อมป่าไผ่บนหุบเขาที่พักของว่านชิง
" หึ วางกับดักมากมายถึงเพียงนี้ องค์ชายคงจะาเ็สินะ หวังว่าพี่คงจะไม่ได้มาช้าเกินไปนะว่านชิง "
จื่อยวนเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง แต่เพราะตนรู้จักกับวิธีการวางกับดักของคนตัวเล็กดี จึงพ้นจากกับดักมาอย่างง่ายดาย
" คุณชายจื่อยวน ท่านมาได้อย่างไรกัน "
จินหยางเอ่ยถามผู้ที่ยืนอยู่ที่หน้ากระท่อม
" ฝูหรงส่งข่าวว่าองค์ชายจะถูกลอบสังหาร ข้าเลยตามสืบดูจนรู้ว่าองค์ชายถููกลอบสังหารจริง แล้วนี้องค์ชายเป็อย่างไร "
" อยู่ในห้องว่านชิงกำลังใส่ยาและพันแผล "
" อืม ถ้าเช่นนั้นข้าจะเข้าไปตรวจดูเสียหน่อย "
จื่อยวนเปิดประตูเข้าไปก็พบว่านชิงที่กำลังพันแผลให้กับองค์ชายอยู่
" ว่านชิงอย่าพึ่งพันแผล ให้พี่ตรวจดูก่อน "
" คุณชายจื่อยวน มาแล้วหรือเ้าค่ะ "
ว่านชิงดีใจที่ได้พบคนตัวโตอีกครั้ง
" ถวายพระพรองค์ชายพะยะค่ะ "
" อืม ไม่ต้องมากพิธีหรอก เ้ามาได้ยังไงกัน "
" ฝูหรงส่งข่าวถึงหม่อมฉันพะยะค่ะ"
ว่านชิงยืนมองคนตัวโตที่พึ่งมาถึง ภายในใจก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้ว่าเหตุใดถึงได้ตามมาเช่นนี้ เพราะปกติแล้วจื่อยวนเองไม่ได้สนใจที่จะตามอารักขาองค์ชายเลย
แต่ครั้งนี้ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจึงได้ตามมาเช่นนี้
" ว่านชิงพี่เดินทางมายังไม่ได้ทานอะไรเลย เ้าหาอะไรให้พี่ทานสักหน่อยได้หรือไม่ "
" อืมได้สิ เดียวข้าจะไปทำให้ "
ว่านชิงเดินออกไปแล้ว องค์ชายจึงเอ่ยถามอีกคนทันที
" ถ้าว่านชิงต้องดูแลผู้อื่นเ้าคงจะไม่ตามมาสินะ"
" องค์ชายรู้แล้วว่าเหตุใดหม่อมฉันจึงมา ถ้าเช่นนั้นแล้วก็คงรู้ว่าหม่อมฉันจะไม่ยอมปล่อยให้ว่านชิงติดตามองค์ชายไปลำพังเป็แน่ "
" หึ เ้าแน่ใจแล้วใช่หรือไม่ ก่อนหน้านี้เ้าไม่เคยจะสนใจว่านชิงเลยสักนิด "
" ก่อนนี้องค์ชายก็ไม่ได้สนใจว่านชิงเช่นกัน "
จื่อยวนเองก็ตอบออกไปอย่างไม่ยอมแพ้ หากเป็เื่ของคนตัวเล็ก เพราะอันที่จริงแล้วจื่อยวนคอยตามดูแลว่านชิงมาั้แ่เล็ก จนคราแรกคิดว่าตนเองนั้นคิดกับว่านชิงเป็เพียงน้องสาว เชกเช่นเดียวกันกับฝูหรง
แต่เมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงขององค์ชายที่มีต่อคนตัวเล็กสนิทสนมกันเกินไป จึงทำให้รู้ใจตนเองขึ้นมา
องค์ชายเมื่อได้ฟังคำพูดของคนตรงหน้า ในใจก็รู้สึกหวั่นไม่น้อย เพราะความสนิทสนมของทั้งคู่นั้นมีมากกว่าตน
" เสร็จแล้วพะยะค่ะ จากนี้หม่อมฉันจะเป็คนดูแลาแขององค์ชายเอง "
ซีกวนไม่เอ่ยอะไรออกมา ก่อนที่จะนอนลงอีกครั้ง จื่อยวนเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงเดินออกจากห้องไป
" คุณชายข้าทำอาหารเสร็จพอดี มานั่งสิ "
ว่านชิงเตรียมตระเกียบให้กับจื่อยวนเช่นทุกครั้ง จื่อยวนนั่งลงทานอาหารที่คนตัวเล็กทำให้ จู่ๆก็เอามือลูบที่ใบหน้าของคนตัวเล็ก
" เ้าดูซูบผอมลงนะ นอนไม่เต็มที่สินะ "
ว่านชิงรู้สึกใกับการกระทำของคนตัวโต เพราะ
จื่อยวนไม่เคยทำเช่นนี้เลยไม่ว่ากับใครทั้งนั้น