“เ้าหญิงซินอาร์ มาถึงแล้ว” เสียงร้องของยามดังขึ้น บางคนวิ่งถลันออกมาต้อนรับและโห่ร้องอย่างยินดี
ซินอาร์ควบม้าผ่านประตูที่เปิดกว้าง เข้าสู่ตัวปราสาทด้านใน คนของชานันออกมาเข้าแถวยืนต้อนรับนาง คำนับและคุกเข่าลง นางผ่านคนเ่าั้และกล่าวทักทาย บางคนเป็สาวใช้ที่เคยทำงานรับใช้นางยามอยู่ที่นี่ บางคนเป็พ่อครัว บางคนก็เป็เด็กเลี้ยงม้าที่เริ่มโตเป็หนุ่ม ซินอาร์ยิ้มและทักทายพวกเขา
“สวัสดีพวกเ้าสบายดีกันนะ”
“พวกเราสบายดีขอรับ ยินดีต้อนรับท่านกลับมา” พ่อครัวเป็ตัวแทนกล่าว ยิ้มจนตาหยี่
“อืม” เสียงสดใสกล่าวตอบ ที่จริงนางก็คือเด็กสาวซุกซนคนหนึ่ง ดวงตาสุกใสมองตรงไปที่ลานกว้างด้านหน้า
ฐานล่างของตัวปราสาท คืออาคารขนาดใหญ่ชั้นนอกทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีสองชั้น ยอลโลสังเกตว่าผังของตัวปราสาทค่อนข้างโปร่งโล่งแต่เมื่อทุกคนผ่านเข้าสู่ชั้นในหัวหน้าองครักษ์หนุ่มอดทึ่งเสียไม่ได้ เมื่อพบบริเวณลานกว้างที่สามารถจุคนได้นับพันคนทั้งชั้นที่สองยังแบ่งหอออกอย่างชัดเจนซ้ายขวาทั้งหมดหันหน้าเข้าสู่ตัวปราสาทที่เป็สถานที่รับรองแขกทั้งยังอาจเป็ที่บัญชาการของประมุขเผ่า มีกำแพงก่อสูงและมีป้อมยามคอยเฝ้าระวังมีธงตรานกกระเรียนสีขาวพืนธงสีน้ำเงินอันเป็ตราประจำเผ่าของชานัน
ซินอาร์ทรงลงจากหลังม้า เด็กหนุ่มเยาเวเข้ามาคำนับและรับม้าเพื่อนำมันออกไปให้หญ้าและน้ำยังคอกด้านนอก ผู้ที่ติดตามอื่นๆ ได้แยกตัวออกไปปฎิบัติหน้าที่ของตน
นี่เป็ครั้งแรกจริงๆ ที่ยอลโลมีโอกาสมาเยือนเผ่าชานันที่ใครๆ ต่างล่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ เขายังรู้มาอีกว่าในปราสาทชานันนี้นอกจากประมุขซาโต อันเป็ประมุขสูงสุดของเผ่าชานันแล้ว ยังมีสภาาุโที่เป็ผู้ดูแลรองลงมามีอำนาจสั่งการรองจากประมุขและหากประมุขเผ่าไม่อยู่สภาาุโจะเป็ผู้ดำเนินกิจการทุกอย่างแทน
เขายังรู้มาว่าผู้าุโคนหนึ่งของปราสาทชานันเคยเป็ถึงแม่ทัพใหญ่ของนครเฟรา เคยเป็ครูฝึกสอนเพลงดาบให้แก่เ้าชายเรอาร์และเ้าชายมินอาร์มาก่อน แต่เขายังไม่มีโอกาสได้เห็นหน้า บางทีครั้งนี้เขาอาจจะได้พบเหล่าผู้าุโที่ใครๆต่างกล่าวขานถึงความฉลาด ชำนาญและเก่งกาจในสายวิชาต่างๆ ก็เป็ได้
“นี่คือหอประชุม บางครั้งเป็สถานที่ทดสอบฝีมือ ที่ผ่านมาเป็ลานฝึก” เกมลินเด็กสาวกล่าวอย่างเป็มิตรแก่ยอลโล เมื่อเห็นเขามีทีท่าสนอกสนใจสิ่งต่างๆ ในปราสาท น้ำเสียงของเด็กสาวบ่งบอกถึงความภูมิใจ หัวหน้าองครักษ์หนุ่มผงกศรีษะว่าเข้าใจ
“นั่นเป็ที่พักของพวกเรา” นางชี้มือให้เขาดูหลังคาของหอนอนที่อยู่ชั้นในสุด
“เ้าพาเขาไปที่พักเถอะ” นิชิต้าหันมาหาคนทั้งสองและสั่ง เกมลิน
“ เ้าค่ะ” เด็กสาวรับคำ
ยอลโลเหลือบมองเ้าหญิงซินอาร์ นางพยักหน้าให้เขา เขาจึงก้มศรีษะคำนับและยืนนิ่ง จนเมื่อเ้าหญิงเดินหายเข้าสู่ตัวปราสาทด้านในสุดไปโดยมีนิชิต้าเป็คนนำทาง เขาชำเลืองมอง ประตูเปิดรับคนทั้งสองและปิดลง
ยอลโลจึงเงยขึ้นและพบว่าเขายืนอยู่กับเด็กสาวเกิมลินอยู่ตรงทางเดินเพียงสองคน ตัวปราสาทแห่งนี้ช่างกว้างและเงียบ เข้มขลังและศักดิ์สิทธิ์ อาจเพราะมีอายุมาอย่างยาวนาน พื้นและเสาเป็สีดำเงา เขาเห็นสวนที่มีน้ำตกจำลองและต้นไม้ และเขายังเห็นสระบัวขนาดใหญ่มีบัวสีขาวเต็มสระ ภายหลังเขาจึงทราบว่าสถานที่แห่งนั้นเรียกหอบัวขาว
“ท่านเพิ่งเคยมาครั้งแรกสินะ" นางกล่าวดวงตาใสกระจ่าง "อย่าห่วงไปเลยท่านยอลโล เ้าหญิงทรงคุ้นเคยกับพวกเราเป็อย่างดี “เกมลินบอกเมื่อเห็นท่าทีระวังเกินไปของเขา
“ทางลับในปราสาทแห่งนี้นางก็รู้มากกว่าพวกเราเป็ไหนๆ” เด็กสาวกระซิบขบขัน
ยอลโลทำหน้าแปลกพิลึก เขานึกได้ว่าเ้าหญิงซินอาร์เคยมาพำนักที่นี่นานถึงสิบปี และคำพูดของเกมลินนี่เองที่ทำให้เขาผ่อนคลายความตึงเครียดลง ปราสาทชานันนั้นมีทางลับอยู่จริงๆ อย่างที่คนภายนอกกล่าวกัน เขามองหน้าเด็กสาวราวกับว่านางนั้นเป็ใครอีกคนที่น่ากลัว
ฝีมือของนางคงร้ายกาจพอตัวผิดกับหน้าตาและท่าทางที่แสดงออก ในสายตาเขาคนของเผ่าชานันดูลึกลับเหมือนไม่ใช่คนปกติ
บรรยากาศภายในเงียบ และศักดิ์สิทธิ์ มีแต่เสียงฝีเท้าของซินอาร์กับนิชิต้าที่ย่ำลงบนพื้นไม้ขัดเงาสีดำ นอนทอดตัวยาวไปสู่ห้องๆ หนึ่ง ที่นางคุ้นเคยห้องของท่านตาซาโต ประมุขเผ่าชานัน ท่านพำนักอยู่ในหออุษา ที่ซึ่งคนเป็ประมุขเผ่าเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ และที่นี่ก็เป็ที่อันตรายที่สุดสำหรับผู้คิดลักลอบเข้ามา ตามผนังมีห้องลับและที่หลบซ่อนของผู้ดูแลความปลอดภัยหากคาดคะเนตามทางที่นิชิต้าพาเข้ามาคงมีไม่ต่ำกว่ายี่สิบคนพวกเขาจะอยู่อย่างเงียบเชียบไร้ตัวตน
ตอนที่นางมาพำนักที่ชานัน นางพำนักยังหอกลีบเมฆเหนือสุดอันเป็ที่ของชนชั้นสูงฝ่ายหญิง เมื่อก่อนท่านยายเคยพำนักที่นั่นแต่ท่านก็จากไปั้แ่ยังสาว ภายหลังแม่ของนางก็ได้เข้าไปอาศัยอยู่ต่อมานางก็ได้พำนักอยู่ที่แห่งนั้น ตอนเป็เด็กซินอาร์ฝันถึงเทพธิดาบ่อยครั้งตอนแรกนางรู้สึกกลัวแต่เมื่อฝันเห็นจนชินนางก็ไม่กลัวอีกต่อไป นั่นอาจเป็ิญญาของท่านยายหรือของท่านแม่ที่จากไป ยามพำนักอยู่ที่นี่ซินอาร์มีนิชิต้าคอยดูแล นิชิต้ามีอายุห่างจากนางห้าปี ภายนอกนางวางตัวเ็าแต่ความจริงนางเป็คนอ่อนโยนมาก
“เ้าหญิงเสด็จมาถึงแล้ว” นิชิต้าส่งเสียงบอกไม่ดังและไม่เบา ขณะที่ประตูก็เลื่อนเปิด “ค ครึ่ด!” บานประตูถูกเลื่อนออกจนส่งเสียงดัง
เผยให้เห็นบรรยากาศภายในห้องสลัว เนื่องเพราะช่องหน้าต่างถูกบิดสนิทเพื่อมิให้ลมหนาวพัดเข้าสู่ภายใน
นิชิต้าคุกเข่าคำนับขณะที่ซินอาร์ก้าวเข้ามาภายในห้อง นิชิต้าลุกขึ้นและเดินไปที่ประตูอีกชั้นหนึ่งนางนั่งคุกเขาลงและประตูก็เลื่อนออกเผยให้เห็นห้องประมุขเผ่าแห่งชานัน ห้องนั้นกว้างและมืดสลัว
ซินอาร์เห็นชุดนักรบและเสื้อเกราะสีดำทะมื่น ดาบห้าเล่มถูกวางอยู่บนแท่นป้ายบูชา กลิ่นกำญาณหอมอบอวน แสงสว่างจากภายนอกจึงส่องเพียงมองเห็นรำไร นางเห็นเงาร่างบุคคลอันเป็ที่เคารพรักนอนทอดกายหลับสนิทเสียจนไม่ได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจที่แ่เบา นางรู้สึกใจหายวาบทันที
ซินอาร์ขยับเข้าไปนั่งลงก้มศรีษะคารวะข้างร่างที่ห่มผ้าไว้เหนืออก ผ้าห่มผืนหนาสีขาวสะอาด ซินอาร์มองผู้เป็ถึงประมุขแห่งเผ่าชานันอย่างอาดูร นิ้วเรียวเล็กของนางกอบกุมมือใหญ่ยาว แข็งกระด้าง อันเป็เอกลักลักษณ์ทางสายเืมือที่เหี่ยวย่นตามกาลเวลาเ็นจนน่ากลัว ใบหน้าที่มีเค้าโครงค่อนข้างยาวฉายแววฉลาดล้ำ ยามนี้ซีดลงจนน่าใจหาย เห็นชัดว่าคิ้วและผมขาวโพนถูกจัดแต่งอย่างเป็ระเบียบดวงตาหลับสนิท ซินอาร์ใจหายวาบ นางรู้สึกว่านี่คือการบอกลา ครั้งสุดท้าย
“ซะซิน...อาร์รึ” เสียงแหบแห้งพล่าเบาหวิวยิ่งกว่าเสียงลมพัดใบไม้ล่วง ผ่านริมฝีปากที่ยกขึ้นเพียงเล็กน้อยรับรู้ถึงการมาของหลานสาว
“เ้าค่ะท่านตา” ซินอาร์จิตใจม่นเศร้าตอบเสียงเบา ราวกับว่าหากส่งเสียงดังิญญาของท่านจะใหนีหายไป
“อืมห์.ตารอเ้าอยู่...” เสียงแหบพร่าอย่างคนที่ไม่ได้ใช้เสียงมานานกล่าว ซินอาร์รับรู้ถึงแรงบีบจากมือเหี่ยวที่นางเกาะกุมไว้ ” แม่เ้า มารับตาแล้ว ฝากเ้าดูแลเผ่าของเรา...”
“ข้าจะดูแลให้เอง ท่านปู่มิต้องเป็ห่วง” นางกล่าว
“ ดี ...” สิ้นเสียงแหบพล่า ทุกอย่างดูเงียบสงบลงและเรื่อเื่ นางรู้สึกได้ถึงดวงิญญาของท่านที่หลุดลอยออกจากร่าง วาระสุดท้ายของผู้ยิ่งใหญ่แห่งเผ่าชานัน
“ท่านตา! ท่านตาเ้าค่ะ” ซินอาร์กระซิบ หยาดน้ำตารินไหล มองร่างที่ยังอุ่นอยู่มือทั้งสองจับร่างนั่นเขย่าจนนิชิต้าต้องร้องห้าม น้ำตาแห่งความสูญเสียไหลพราก ความตายช่างเรียบง่ายเหลือเกิน ท่านจากไปอย่างไร้กังวล ไร้ความทุกข์ทรมาน ท่านจากไปซะแล้ว.......นางซบกอดลงบนร่างไร้ิญญาอย่าง้าซึมซับไออุ่นสุดท้ายแห่งชีวิตเอาไว้ เสียงสะอื้นไห้แ่เบา นิชิต้ายกมือปาดน้ำตาทิ้งเสียด้วยดวงหน้าแดงก่ำ เวลาผ่านไปเนิ่นนาน.......เสียงเปิดและปิดประตู เสียงเดินซอยเท้าถี่ๆ เสียงกระซิบกระซาบ เสียงตีอกชกตัวร้ำไห้เซ็งแซ่ไปหมด
บัดนี้ข่าวการสิ้นชีวิตของประมุขเผ่าชานันแพร่กระจายไปทั่วทุกหนแห่งของปราสาทแห่งนี้ จากเสียงกระซิบบอกต่อของผู้คนไปจนถึงสายลม ใบไม้ นกและ ม้าที่ส่งเสียงร้องลั่นคอกสบัดห่างไปมาไปจนถึงทะเลสาปไทอัน ทวยเทพยดาแห่งขุนเขายังรับรู้ถึงความโศกเศร้า พิธีฝังศพของท่านถูกจัดขึ้นภายในปราสาทและศพถูกฝังไว้ยังสุสานประมุข
เมื่อผ่าน่เวลาโศกเศร้าไปยามนี้ซินอาร์จึงถูกพามายังภายในห้องลับห้องหนึ่งที่อยู่ภายในหอประมุขนางนั่งอยู่ท่ามกลางเหล่าผู้าุโแห่งชานันทั้งแปด ซินอาร์ได้พบท่านเหล่านี้มาแล้วใน่เช้าตอนทำพิธีฝั่งศพท่านตาและเคยพบพวกท่านมาก่อนหน้านี้ตอนที่นางอยู่ที่นี่ เมื่อนางมาถึงและนั่งลงตรงหน้าพวกเขา นางก้มคารวะพวกท่านอย่างเป็พิธีการ เหล่าผู้าุโทั้งแปดผงกศรีษะลงเป็การคารวะตอบเช่นกัน
ในการลำดับความสำคัญของเผ่าชานัน ประมุขเผ่ามีอำนาจสูงสุดรองลงมาเป็สภาผู้าุโที่มีอยู่ทั้งหมดแปดท่านแยกออกเป็สองฝ่ายคือขวาซ้ายข้างละสี่ มีผู้าุโสูงสุดเป็หัวหน้าในที่นี้คือผู้าุโเกรย์ นิชิต้าเป็คนนำน้ำชามาเสริฟและวางลงตรงหน้าทุกคนและถอยออกไปนั่งก้มหน้าอยู่ที่ประตู
“เ้าหญิงน้อย พวกเราทั้งแปดมีเื่สำคัญที่จะต้องเรียนให้ทราบหลังการจากไปของท่านประมุขแม้พวกเราจะเตรียมใจไว้บ้างแต่ก็เสียใจนัก ทว่าเื่สำคัญที่ต้องเรียนให้ท่านรับรู้ คือพิธิการคารวะดวงิญญาท่านประมุขที่จะมีขึ้นเราส่งเทียบเชิญไปยังสี่สิบแปดชนเผ่าทั้งในและนอกอาณาจักรเฟราในไม่ช้าประมุขเผ่าต่างๆ รวมทั้งผู้ติดตามจะเดินทางมาถึงชานันก่อนสิ้นฤดูหนาว เื่นี้สำคัญตรงที่ไม่ใช่แค่ชนเผ่าต่างๆ ในเฟราเท่านั้น แต่ยังมีชนเผ่าต่างๆ จากโฟอูลที่อาศัยอยู่แถบเทือกเขากูริด้วย พวกเราจึงเห็นชอบที่จะแต่งตั้งท่านขึ้นดำรงตำแหน่งประมุขเผ่าชานัน”
ผู้อวุโสสูงสุดนามว่าเกรย์กล่าวขึ้นท่ามกลางความเงียบด้วยน้ำเสียงกังวาลเนิบนาบ
เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้น
“ชนเผ่าัจากเทือกเขากูริด้วยหรือ” ผู้าุโที่นั่งขวามือสุดมีนามว่า ฮอร์น ร้องขึ้น ท่านมีใบหน้าและผิวขาวคล้ายชนเผ่าทางตะวันตก
ซินอาร์รู้จักเหล่าผู้าุโเป็อย่างดีบางคนเป็ครูฝึกสอนวิชาต่างๆ แก่นางยามที่มาพำนักที่ปราสาทแห่งนี้ ทั้งหมดล้วนมีจิตภักดีต่อท่านตาซาโตและให้ความเคารพต่อนางผู้ที่จะสืบทอดตำแหน่งและทรัพย์สมบัติของปราสาทชานันตามสายเื
“คิดว่าน่าจะส่งตัวแทนมามากกว่า” ผู้าุโทางซ้ายมือกล่าวงึมงำในลำคออย่างครุ่นคิด นามว่าโทรุ แสดงความเห็น ท่านเปรียบเสมือนพ่อบ้านของปราสาทแห่งนี้ ท่านเปรียบเสมือนเทพเ้าแห่งการเพาะปลูก
“ชนเผ่าัแห่งกูริไม่เคยเผยตัวต่อสาธารณะมานานแล้วถ้าเป็เผ่าจากสรวง์ก็ว่าไปอย่าง” ผู้าุโเพียวอิน ผู้มีรูปร่างผอมบางภายใต้เสื้อคลุมสีดำตัวใหญ่กล่าวขึ้น ท่านมักเป็บุคคลเดียวที่พูดจาโผ่งผ่างที่สุดในบรรดาผู้าุโทั้งหมด ท่านผู้นี้มีวิชาไม้พองที่เก่งกาจ
“เ้าผู้โง่งมงาย หาเป็เช่นนั้นไม่ ข้าเคยได้ยินมาว่ามีการตั้งผู้สืบทอดตำแหน่งประมุขคนใหม่แล้ว” ผู้าุโฮอร์นแย้ง
*** เอ่อท่านทั้งหลายข้าน้อยมึน แฮะๆ ฝากกดหัวใจ และกดติดตามด้วยนะค๊าาา