ทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 33 ความเย็นชาของเขา

            มู่จื่อหลิงคร้านที่จะอธิบายกับเขาอีกจึงส่งสายตาเจ้าจะเชื่อหรือไม่ก็เรื่องของเจ้าให้กับเขา

            จากนั้นจึงขึ้นรถม้าหาที่นั่งสบายๆ แล้วปรือตาลง ออกคำสั่งกับสารถีว่าไปได้

            หลงเซี่ยวเจ๋อเห็นมู่จื่อหลิงไม่สนใจเขาเขาก็มิกล้าไปตอแยพี่สะใภ้สามที่กำลังหลับ

            ตนเองคิดอย่างโง่งมอยู่ด้านข้างว่าพี่สะใภ้สามใช้วิธีการใดมาทำให้เถ้าแก่เย่ผู้นั้นขายร้านค้าให้

            ทันใดนั้นหลงเซี่ยวเจ๋อก็ร้องออกมาเสียงดัง “ซวยล่ะ พี่สะใภ้สามท่านใช้แผนสาวงามกับเถ้าแก่เย่ใช่หรือไม่เช่นนั้นไม่ได้นะ”

            หากพี่สะใภ้สามใช้แผนสาวงามจริงๆจะทำอย่างไรดี พี่สะใภ้สามงดงามขนาดนี้ เถ้าแก่ผู้นั้นต้องถูกดึงดูดแน่ๆ

            ฟ้าดินรับรู้ หลงเซี่ยวเจ๋อมิได้ตั้งใจตะโกนเสียงดังเช่นนี้เขาเพียงครุ่นคิดไปมาแล้วเผลอร้องขึ้นมาอย่างอดไม่ไหว ทว่ารอจนเขาได้สติกลับมาก็สายไปเสียแล้ว

            มู่จื่อหลิงที่หลับตาพักผ่อนอยู่นั้นจึงถูกทำให้ตกใจอย่างฉับพลัน

            นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆชั่วพริบตาเดียวก็มีโทสะจนยากระงับ เส้นเลือดแทบจะระเบิดออกรวบรวมแรงทั้งร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าไว้ที่ขา

            ถีบหลงเซี่ยวเจ๋อออกไปจากรถอย่างรวดเร็วและไร้ซึ่งความปรานีจากนั้นก็ก่นด่า “ไสหัวไปตามแผนคนงามของเจ้าซะ!”

            หลงเซี่ยวเจ๋อผู้น่าสงสารถูกถีบจนลอยละลิ่วออกจากรถม้าร้องออกมาอย่างน่าสังเวชใจเป็นที่สุด “อ๊าก”

            สารถีที่กำลังขับรถม้าเช่นฝูหลินจู่ๆก็ถูกร่างคนที่ลอยออกมาทำให้ตกใจยกใหญ่ จึงหยุดรถลงทันที จะไปก็มิใช่ จะไม่ไปก็ไม่ใช่ที่ถามอย่างขลาดกลัว “หวางเฟย ต้องรอองค์ชายหกหรือไม่ขอรับ”

            “ไม่ต้องไปสนใจเขาไปต่อเถิด” มู่จื่อหลิงตอบด้วยโทสะที่ยากจะมอดลง

            หลงเซี่ยวเจ๋อสมควรตายผู้นี้ช่างเลือกเวลาเก่งเสียจริง วันๆ หนึ่งจะตะโกนจนนางตกใจกี่รอบกันแล้วยังไม่ยอมเลิกรา นางสงสัยเหลือเกินว่าหลงเซี่ยวเจ๋อผู้นี้คันเนื้อคันตัวใช่หรือไม่จึงได้มองหาแต่การทุบตี

            ฝูหลินเห็นหวางเฟยมีพละกำลังถึงเพียงนี้ก็มิกล้าต่อต้านเหลือบไปมองหลงเซี่ยวเจ๋อที่แขนขาชี้ขึ้นไปบนฟ้าด้วยความเห็นใจ สะบัดแส้ใส่หลังม้าจากไปโดยไม่เห็นฝุ่น

            มู่จื่อหลิงในรถม้าคลึงเท้าข้างที่ถีบจนเจ็บส่งเสียงพูด “ตอนนี้สงบลงเสียที” สองมือกอดอกงีบหลับต่ออย่างสบายอกสบายใจ

            หลงเซี่ยวเจ๋อเห็นรถม้าวิ่งออกไปจากตรงหน้าตนแถมตัวเองยังกินฝุ่นเข้าไปอีกคำหนึ่ง เขารู้สึกเสียใจภายหลังยิ่งนัก ทั้งที่ไม่มีเรื่องใดแต่เหตุใดต้องไปทะเลาะกับพี่สะใภ้สามด้วยเล่า ช่างน่าสงสารตนเองจริงๆ

            “ถุย ถุย!”เมื่อเขาพ่นเศษดินออกมาจนหมด ก็ตะเกียกตะกายขึ้นมาอย่างทุลักทุเล

            วิ่งตามรถม้าไปพลางร้องไปด้วยว่า“พี่สะใภ้สามอย่าทิ้งข้า ข้าไม่อยากเดินกลับไป รอข้าด้วย ข้าผิดไปแล้ว...ข้าผิดไปแล้ว”

            สิ่งที่ตอบเขากลับเป็นเพียงภาพเลือนรางของด้านหลังรถม้าที่จากไปแบบไม่เห็นฝุ่น

            -

            เมื่อมาถึงจวนอ๋องเพิ่งจะลงจากรถม้าก็พบกับพวกเสี่ยวหานที่เพิ่งกลับมาจากสวนจิ้งซินพอดี

            “นายน้อยบ่าวนำยาไปส่งที่สวนจิ้งซินเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ หรูอี้คอยช่วยอยู่ทางนั้นและเรื่องที่คุณหนูมอบหมายบ่าวก็พูดกับท่านแม่ทัพหมดแล้วเจ้าค่ะ”

            เสี่ยวหานเดินมาด้านหน้ามู่จื่อหลิงรายงานเรื่องที่สวนจิ้งซินในวันนี้ออกมาทีละเรื่อง

            “อืมท่านยังกล่าวสิ่งใดอีกหรือไม่” มู่จื่อหลิงถามเสียงแผ่วเบา

            “ท่านแม่ทัพให้ท่านดูแลตนเองมีเรื่องอันใดให้ไปพบเขาเพคะ” เสี่ยวหานพูดอย่างปลื้มปีติ

            ก่อนหน้านี้ท่านแม่ทัพปฏิบัติกับนายน้อยอย่างไม่เย็นชาทว่าก็ไม่ใกล้ชิดยามนี้เมื่อหันมาห่วงใยนายน้อย นางก็ยินดีนัก

            มู่จื่อหลิงยิ้มออกมาอย่างรู้ทันดูท่าบิดาผู้นี้ก็มิใช่ไม่รักบุตรสาวเช่นนางไม่รู้ว่าเป็นเพราะนางสามารถรักษาหลี่เอินได้ หรือเป็นเพราะสาเหตุอื่น ถึงได้จู่ๆ ก็ห่วงใยนางเช่นนี้

            แต่ก็อาจจะเพราะเมื่อก่อนนี้ได้พูดคุยกันน้อยเกินไประหว่างกันจึงมักมีช่องว่างเสมอ ดังนั้นจึงได้ปฏิบัติกับนางอย่างเฉยชาเช่นนั้นนางเชื่อว่าต่อไปจะค่อยๆ ดีขึ้นอย่างช้าๆ

            มู่จื่อหลิงนึกถึงเรื่องที่ต้องการซื้อร้านยาขึ้นมาจึงถามว่า “เสี่ยวหาน สินเดิมของข้ารวมทั้งหมดแล้วมีกี่ตำลึงทอง”

            เสี่ยวหานครุ่นคิดพลางตอบว่า“นายน้อย มีประมาณสามแสนห้าหมื่นตำลึงทองเจ้าค่ะ”

            สามแสนห้าหมื่นตำลึงเช่นนั้นก็ยังขาดอีกหนึ่งแสน ภายหลังยังต้องมีเงินตกแต่งซ่อมแซมร้านเงินค่าจ้างพนักงาน เรื่องไหนๆ ล้วนต้องใช้เงิน

            ไปหาเงินมาจากไหนดียามนี้นางถึงตระหนักได้ว่าตั้งแต่นางมาที่แห่งนี้ยกเว้นคุ้นเคยกับหลงเซี่ยวเจ๋ออยู่เล็กน้อยแล้ว ก็มิได้รู้จักผู้ใดเพิ่มเลย

            นางไม่อยากไปหาหลงเซี่ยวเจ๋ออีกก่อนหน้านี้ก็ขูดรีดเขาไปเสียขนาดนั้น แม้หลงเซี่ยวเจ๋อจะจ่ายให้อย่างสบายใจแต่นางก็ยังคงไม่สบายใจ

            “เสี่ยวหาน พรุ่งนี้เจ้าไปจัดการสินเดิมเสียหน่อยจากนั้นนำสินเดิมไปขายทั้งหมด แล้วไปแลกเป็นตั๋วทองคำ” มู่จื่อหลิงสั่งเสี่ยวหาน

            ส่วนเงินที่ยังขาดไปนางคิดวิธีการออกแล้วไม่รู้ว่าหลงเซี่ยวอวี่ หมอนั่นจะกลับมาหรือไม่

            “นายน้อยเหตุใดต้องไปเปลี่ยนเป็นตั๋วทองคำเจ้าคะ” เสี่ยวหานถามอย่างไม่เข้าใจสินเดิมเหล่านั้นมีเครื่องประดับล้ำค่าอยู่จำนวนมาก ขายไปหมดแล้วต่อไปนายน้อยจะสวมใส่สิ่งใดเล่า

            “วันนี้ข้าหาร้านค้าได้แล้วเตรียมจะซื้อมันมาเปิดร้านยา วางใจ ภายหน้าต้องหาเงินกลับคืนมาได้แน่”

            มู่จื่อหลิงมิได้กล่าวไปว่าเป็นร้านค้าด้านข้างหอสุราเยวี่ยอวี่ป้องกันมิให้เสี่ยวหานส่งเสียงซักไซร้ไล่เรียงจนวุ่นวายเช่นหลงเซี่ยวเจ๋อ

            สาวใช้ผู้นี้แม้จะเป็นสาวใช้ประจำตัวตนเองยามปกติก็ควบคุมนางเข้มงวดนัก ทุกครั้งยังยกหลงเซี่ยวอวี่ออกมาพูดถึงกล่าวว่าตัวนางเป็นหวางเฟย สิ่งนี้จะกระทำไม่ได้ สิ่งนั้นจะกระทำไม่ได้

            ที่จริงแล้วนางอยากบอกมากนางจะทำอะไรไม่เกี่ยวกับหลงเซี่ยวอวี่แม้สักนิดเดียวนางแค่เป็นหวางเฟยแต่ในนามเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นนางเป็นคนในยุคปัจจุบันผู้หนึ่งไม่ว่าเรื่องใดก็ล้วนถูกมัดไว้ ยากที่จะแก้ออกยิ่งนัก

            เปิดร้านยา? ยามนี้นายน้อยมิต้องกังวลเรื่องกินอยู่เหตุใดยังต้องการเปิดร้านยา

            แม้ในใจเสี่ยวหานจะไม่เข้าใจแต่นางก็มิได้ถามมากความ นายน้อยทำเช่นนี้ย่อมต้องมีความคิดของตนเองแน่ขอแค่นายน้อยมิได้กระทำเรื่องสะเทือนฟ้าสะท้านดินก็เพียงพอแล้ว

            “บ่าวทราบแล้ว” เสี่ยวหานตอบรับ

            -

            มู่จื่อหลิงมาถึงตำหนักอวี่หานเห็นเงาคนผู้หนึ่งอยู่บนยอดหลังคา นางก็รู้ว่าคนผู้นั้นคือหลงเซี่ยวอวี่

            ยามนี้เขากำลังนอนอยู่บนชายคาตำหนักอย่างอิสระมือข้างหนึ่งหนุนศีรษะ รอบกายล้อมรอบไปด้วยกลิ่นอายอันเย็นชา เสมือนว่าทุกสรรพสิ่งในจักรวาลนี้หยุดหมุนเพราะการมีอยู่ของเขา

            เวลานี้ท้องฟ้ายามราตรีมืดสนิทและเงียบสงัดนักราวกับว่าทั้งใต้หล้านี้มีแค่เขาเพียงคนเดียวที่ทั้งสูงศักดิ์เยือกเย็นมิอาจดูหมิ่นได้

            มู่จื่อหลิงเห็นหลงเซี่ยวอวี่ก็ดีใจเรื่องเงินมีหวังแล้ว

            แม้ฉากนี้จะทำให้คนไม่อาจละสายตาได้แต่นางก็มิกล้าอ้อยอิ่งนานนัก

            นางทำท่าทางห้ามส่งเสียงกับเสี่ยวหานที่อยู่ด้านข้างอยากเข้าไปอย่างไร้สุ้มเสียงเพื่อเปลี่ยนเป็นเครื่องแต่งกายสตรีออกมาทว่าไม่คิดเลยว่าจะถูกหลงเซี่ยวอวี่พบเข้าจนได้

            เหมือนหลงเซี่ยวอวี่จะรับรู้ถึงคนด้านล่างเข้าจนหันศีรษะมาน้อยๆ

            ดวงตาเย็นเยียบจดจ้องไปที่สตรีที่สวมใส่อาภรณ์ของบุรุษกำลังย่องเข้าไปที่ประตูตำหนักอย่างไม่มีเสียงดวงตาก็เจือโทสะ ทว่ามิได้กล่าววาจา

            เพียงครู่เดียวมู่จื่อหลิงก็ถูกสายตาเย็นเยียบของหลงเซี่ยวอวี่แช่แข็งไว้

            นางขุ่นเคืองเล็กน้อยเหตุใดก่อนหน้านี้จึงไม่ไปซื้อหวยนะ ต้องถูกรางวัลเป็นแน่ทุกครั้งที่กลับมาจากข้างนอกในสภาพพิเศษ เป็นอันต้องถูกรางวัลได้พบหลงเซี่ยวอวี่ร่ำไป

            ครั้งนี้นางมีธุระกับหลงเซี่ยวอวี่ได้พบก็รู้สึกดีใจยิ่งนัก แต่ก็คิดจะเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเงียบๆปิดบังความผิดเสียหน่อย แต่กลับถูกพบเข้าเสียก่อน

            นางยังคงคิดจะทำเป็นมองไม่เห็นแล้วเดินต่อไปทว่าจะทำอย่างไรก็ก้าวเท้าไม่ออก

            เมื่อมองเสี่ยวหานที่อยู่ด้านข้างก็พบว่าน่าเวทนายิ่งกว่านางเสียอีก ใบหน้าตกใจจนซีดขาวเหมือนกระดาษศีรษะก้มงุดเสียจนจะมองไม่เห็นอยู่แล้ว จู่ๆ นางก็รู้สึกขอโทษเสี่ยวหานขึ้นมา

            มู่จื่อหลิงจนปัญญาถอนสายบัวน้อยๆ “หม่อมฉันคารวะท่านอ๋อง”

            นางก็ไม่รู้เช่นกันว่าเหตุใดตนเองต้องใจฝ่อเช่นนี้มิได้ทำเรื่องใดผิดเสียหน่อย ทว่าถูกหลงเซี่ยวอวี่มองเช่นนี้ใจนางก็หวาดกลัวเหลือเกิน สายตาของเขาเหมือนจะกินคนอย่างไรอย่างนั้น

            “บ่าว...บ่าวคารวะฉีอ๋อง”เสี่ยวหานทำความเคารพอย่างสั่นเทา

            ตั้งแต่เริ่มจนจบมิกล้าเงยหน้านายน้อยเหตุใดไม่ทำความเคารพท่านอ๋องทันที จากนั้นค่อยเดินเข้าไปอย่างผ่าเผย

            ยามนี้ถูกพบเข้าถึงทำความเคารพท่านอ๋องจะโกรธเคืองนายน้อยหรือไม่ โกรธที่นางไม่ทำความเคารพในทันที

            หลงเซี่ยวอวี่ไม่ได้มีปฏิกิริยาอันใดยังคงจ้องมู่จื่อหลิงด้วยสายตาเย็นเยียบไม่ขยับไปไหนราวกับต้องการมองนางจนทะลุอย่างไรอย่างนั้น

            มู่จื่อหลิงก้มหัวน้อยๆกัดฟัน ปลุกปลอบตนเองในใจเงียบๆ อย่างไรเสียก็ถูกพบเข้าแล้วไม่มีอันใดปิดบังได้แล้ว

            แม้จะยังอยู่ในชุดของบุรุษแต่ยังดีที่เครื่องแต่งกายเป็นระเบียบเรียบร้อย มิได้อเนจอนาถแม้วันนี้จะกลับมาตอนฟ้ามืดแล้วก็ตาม

            แต่ก็มิได้ดึกถึงขนาดนั้นเวลานี้เพิ่งเป็นเวลากินข้าวเย็น อีกอย่างเขาคงไม่มาควบคุมกำกับถ้าต้องการควบคุมคงควบคุมไปนานแล้ว ไม่รอจนถึงบัดนี้หรอก

            หมอนี่เพียงทำท่าทางเย็นชามิให้คนเข้าใกล้ท่าทางในยามนี้ก็เหมือนกับยามปกติไม่ผิดเพี้ยน ไม่มีอันใดต้องหวาดกลัว

            ใช้โอกาสที่เขายังไม่ไปพูดเรื่องสำคัญเสีย มิงั้นรอเขาไปแล้วนางจะไปหาเขาที่ใดเล่าซ้ำยังไม่รู้ว่าต้องรอไปกี่วัน

            “หม่อมฉันมีเรื่องอยากหารือกับท่านอ๋องเพคะ”
    แม้มู่จื่อหลิงจะบอกตนเองในใจว่าไม่ต้องหวาดกลัว แต่เสียงที่พูดออกไปก็ยังเบาลงอยู่หลายส่วนประหนึ่งพูดให้ตนเองฟังอย่างไรอย่างนั้น

            มู่จื่อหลิงเห็นหลงเซี่ยวอวี่ยังไม่มีปฏิกิริยาใดๆก็นึกว่าเขาไม่ได้ยิน จึงปลุกความกล้าหาญในตนเอง กล่าวด้วยเสียงอันดัง “ท่านอ๋อง หม่อมฉันมีธุระกับพระองค์”

            ......

            ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองมู่จื่อหลิงทนไม่ไหวแล้ว เป็นตนเองพูดเบาจนเกินไปหรือเป็นหลงเซี่ยวอวี่ทำเป็นไม่ได้ยิน หรือไม่สนใจนางมาตั้งแต่แรกแต่ว่าทำไมเขาต้องแกล้งนางตลอดเยี่ยงนี้

            “ท่านอ๋องที่หม่อมฉันรักษาองค์ชายห้าในวันนี้ ฝ่าบาทยังไม่จ่ายค่ารักษาเลยเพคะ”

            มู่จื่อหลิงเพิ่มระดับเสียงไปอีกเท่าหนึ่งพูดเรื่องราวออกมาในทันที ยามพูดนั้นหน้าไม่แดง บรรยากาศไม่ขัดเขิน

            ใช่สิวันนี้นางรักษาหลงเซี่ยวหนาน ออกแรงไปไม่น้อยทั้งยังบุ่มบ่ามเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงอันตรายแล้วหลงเซี่ยวอวี่เป็นฝ่ายเข้าหานางก่อน มิใช่นางเต็มใจไปเอง

            คราวก่อนที่ช่วยกุ่ยหยิ่งกุ่ยเม่ยนางก็ควรมาคิดเงินที่เขาเพียงแต่คราวก่อนเป็นนางที่สมัครใจ อีกทั้งก็ยังนานถึงขนาดนี้แล้วเช่นนั้นครั้งก่อนก็ช่างมันแล้วกัน

            ครั้งนี้นางร้อนเงินนักมาคิดเงินค่ารักษากับหลงเซี่ยวอวี่ก็ไม่ผิดอันใด น้องชายเจ้ายังไม่ชำระเงินเลย

            ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาสองคนนอกจากมีความสัมพันธ์เป็นสามีภรรยาแต่ในนามนี้แล้วสิ่งอื่นๆ ก็เหมือนกับเป็นคนแปลกหน้า ต่างคนต่างทำเรื่องของตนเองมิได้ยุ่งเกี่ยวกัน นางไม่รู้เรื่องเขา เขาก็ไม่รู้เรื่องของนาง

            อีกอย่างยายเฒ่าไทเฮาผู้นั้นกล่าวว่าชีวิตของหลงเซี่ยวหนานล้ำค่ามิใช่หรือค่ารักษาต้องไม่น้อยแน่ มีค่ารักษานี้แล้ว เรื่องร้านค้าคงสามารถแก้ไขไปได้เช่นกัน

            เพียงแต่ดูเหมือนว่านางจะคิดอย่างไร้เดียงสาไปเสียแล้ว

            ไม่รู้ว่าหลงเซี่ยวอวี่ยืนขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใดยามนี้จึงสามารถมองเห็นดวงตาล้ำลึกราวบึงน้ำที่ไร้จุดสิ้นสุดได้อย่างเลือนราง

            หลังจากหลงเซี่ยวอวี่ลุกขึ้นมาก็มิได้กล่าวสิ่งใดไม่ได้มองมู่จื่อหลิงอีก เพียงแค่ทอดมองไปยังความมืดมิดที่อยู่ไกลๆมิอาจทราบได้ว่าคิดสิ่งใดอยู่

            มู่จื่อหลิงเห็นหลงเซี่ยวอวี่เมินเฉยต่อตนเองก็ประหนึ่งถูกน้ำเย็นๆ สาดใส่ตนเองอย่างหมดสภาพแช่แข็งทั้งความรู้สึกหวาดกลัวและยินดีไปจนหมดสิ้นและในใจยังปรากฏความเสียใจสายหนึ่ง

            นางหัวเราะเยาะเย้ยตนเองช่างเถิด บุรุษผู้ไม่เคยเห็นตนเองในสายตามาแต่ไหนแต่ไร เจ้ายังรั้นจะเอาหน้าร้อนๆ เข้าไปแนบ

            ศักดิ์ศรีของนางไม่อนุญาตให้นางถูกเหยียบย่ำเช่นนี้นางมิอาจมองเขาอีก เพียงแค่ในเวลาที่เขาต้องการนาง ถึงจะสนใจนางเล็กน้อย

            เขาต้องการนางอย่างกำเริบเสิบสานแต่นางกลับไม่สามารถเข้าไปขอค่าตอบแทนโดยปราศจากความกังวลได้เลยแม้แต่น้อย

            เพียงแต่เหตุใดนางยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจกัน

    นิยายแนะนำ

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592