บทที่35 ตระกูลซาง
หลังจากที่เฉินหนานสลบไป ภายในคฤหาสน์สีขาวที่ตอนนี้วุ่นวายเป็นอย่างมาก พวกเขาเตรียมหยิบอาวุธปืนเต็มรูปแบบ เตรียมความพร้อม ราวกับว่าพวกเขากำลังจะไปออกรบ สิหน้าของผู้นำตระกูลมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างมาก เขากำลังจะไปบุกตระกูลเหลียน ทว่าเขากับต้องเปลี่ยนความคิดทันที
“ท่านจะไปไหนหรือท่านเทียนถงใยต้องรีบร้อนเช่นนี้”ชายอายุดห้าสิบปีเอ่ยถามด้วยความกังวล
“หึๆ…ฉันต้องรีบกลับนิกายโดยด่วน”ชายคนนี้ก็คือคนที่สู้กับเฉินหนานเมื่อชั่วโมงที่แล้ว ตอนนี้เขามีผ้าพันแผลทั้งตัวใบหน้าซีดเซียวลงไปมาก
“ท่านจะกลับไปนิกาย”หน้าของซางกัวหยวนซีดลงทันที
“แต่…แต่ว่าตระกูลเหลียน”เทียนถงยงมือขึ้น
“แกไม่เห็นสภาพฉันหรือไงรู้ไหมว่าข้าเจอกับอะไร”เมื่อเทียนถงมองไปที่ร่างของเทียนถงก็ต้องตกใจเขามีเลือดซึมออกมาตลอดเวลา
“หึๆฉันโดนคำสาปย้อนเกล็ดถ้าไม่รีบกลับสำนักไปรักษาแล้วจะให้ฉันนอนรอความตายที่นี่งั้นหรือ”เทียนถงพูดออกมาอย่างขมขื่น
“แล้วท่านโดนมันได้ยังไง”เทียนถงฝืนยิ้มถามออกไป
“หึๆ…ก็ตอนที่ฉันกำลังจะฆ่ายายแก่นั่นไง”ซางกัวหยวนประหลาดใจ
“ไม่ใช่ท่านบอกว่าเป็นเรื่องง่ายๆหรอกหรือ”
“หึๆข้าก็คิดแบบนั้นแหละจนกระทั่ง ข้าได้เจอกับศาสตร์ลับของวิชานักพรตปราบมารเข้าน่ะสิ”ในตอนนี้ซางกังหยวนรู้สึกถึงอะไรแปลๆได้รางๆ
“อย่าบอกนะว่าแผนที่วางมาหลายปีต้องมาพังทลายลง”มันคิดในใจ
“แล้วเกี่ยวกันยังไงหรือกับยายแก่คนนั้น”
“มันมีนักพรตมาช่วยไว้น่ะสิแถมมันเก่งมากด้วย ขนาดข้าใช้วิชาสามยันต์ตัดนรกได้ ฉันตอนนี้ยังไม่ใช่คู่มือเขา”ใจของซางกัวหยวนหล่นวูบ
“แล้วเรื่องที่จะล้างตระกูลเหลียนจะทำอย่างไร”
“เลิกคิดไปเลยตราบใดที่มันยังมีนักพรตนั่น”ทุกคนจิตใจสั่นไหวทันที
“แล้วแบบนี้พวกเราจะทำยังไงหากมันรู้ว่าเป็นฝีมือเรา”ซางกัวหยวนร้อนใจมาก
“เหอะ…พวกเจ้าทุกคนย้ายออกจากจงซานด่วนๆเลย ได้ยินมาว่าผู้นำมันเป็นถึงจอมยุทธ์ระดับสี่ไม่ใช่หรือ”เทียนถงกล่าว
“ได้ยินมาว่าหลายวันก่อนเธอโดนโจมตีที่ต่างประเทศจนตอนนี้ยังหาตัวไม่เจอเราถึงให้ท่านรีบลงมือไงล่ะ แต่ถึงตอนอย่างนั้นท่านอยู่ถึงระดับหกใยต้องกลัว”
“เหอะๆสภาพข้าตอนนี้สามารถต่อสู้ได้งั้นหรือแค่เอาตัวรอดได้ก็ดีถมไปแล้ว”เทียนถงไม่วางใจ
“ถึงอย่างไรฉันก็ต้องกลับก่อนไม่งั้นฉันอาจตายได้”เทียนถงสะพายกระเป๋าแล้วลุกออกไปทันที”ปัง!!!ซางกัวหยวนตบโต๊ะ
“คุณพ่อครับพวกมันยังไม่รู้ใช่ไหมว่าเป็นฝีมือเรา”ซางตงเจี่ยลูกชายคนโต อายุสามสิบสองปีถามความเห็น
“เรื่องนี้พ่อเองก็ไม่แน่ใจส่งคนไปสืบมา แล้วสั่งให้เด็กๆเตรียมความพร้อมเอาไว้”ซางตงเจี่ยรีบทำตาม
“ไอ้พวกหมอผีจะทิ้งกันเลยงั้นหรือ พวกแกเป็นคนยื่นข้อเสนอมาแท้ๆ”ฉับพลันมันก็คิดอะไรออกแล้วโทรศัพท์ออกไปไม่นานก็มีคนรับสาย
“นั่นใคร”
“ผมซางกัวหยวนครับ ขอสายเจ้าสำนักจูหน่อย”ปลายสายเงียบไปสักพัก
“…………”
“ฮาโหลยังอยู่ไหมครับ”สักพังมีเสียชายชราแหบแห้งดังออกมา
“ฉันฉีเซาเฉียนร้องเจ้าสำนักมีอะไรสำคัญหรือเปล่าถึงอยากโทรหาเจ้าสำนักจู”แค่กๆระหว่างพูดเขาไอเป็นระยะๆ นั่นแปลว่าเขากำลังป่วย
“ผมอยากจะจ้างสำนักกิเลนขาวคุ้มกันตระกูลสักเดือนหนึ่ง”ปลายสายเงียบไปอีกครั้งแต่เพียงสิบลมหายใจแล้วกล่าวอย่างเนิบช้า
“ตอนนี้สำนักและศิษย์ฝีมือดีหลายคนบาดเจ็บหนักไม่สามารถรับงานได้ในตอนนี้อีกหกเดือนติดต่อมาใหม่ภายหลัง”ตู๊ด………สายถูกตัดไปทันที
“บัดซบเจ้าสำนักเนี่ยนะบาดเจ็บ”ซางกัวหยวนรู้สึกไร้หนทาง เขายังไม่รู้ข่าวของสำนักกิเลนขาว
ทางด้านตระกูลอู๋รู้สึกดีในในความทุกของคนอื่นไม่ว่าตระกูลไหนจะถูกทำลายยังไงมันก็ได้รับผลประโยชน์ก็คือพวกเขา อู๋อันตันหัวหน้าตระกูลมีนิสัยโผงผางรูปร่างอ้วนหน้าตาพอใช้ ยินดีมากที่มันได้ยินข่าวว่ามีคนเล่นงานตระกูลเหลียนและในเมื่อมันไม่ได้ลงมือก็เหลือแต่คนเดียวคือซางกัวหยวน
“ฮ่าๆซางกัวหยวนมันบ้าไปแล้วที่ไปหลงเชื่อนิกายนอกรีตนั่น”
“คุณพ่อคะแล้วแบบนี้เราจะได้ส่วนแบ่งอะไร”อู๋เหยียนลูกสาวคนเล็กเธอมีน่าตาน่ารักพอใช้ไม่จัดว่าเป็นสาวงามแต่ก็ไม่ไม่ได้แย่นักอายุเพียงยี่สิบสองปีเพิ่งเรียนจบสาขาบริหารมาเธอถามออกมา มันยิ้มออกมา
“แน่นอนว่าเราจะรอว่าใครชนะหากว่าตระกูลเหลียงชนะเราจะรอว่าเขาต้องการอะไรที่เหลือเขาค่อยตกลงส่วนแบ่งกับอีกสามตระกูล”
“งั้นถ้าตระกูลซางชนะล่ะพ่อ”อู๋เฉาเหว่ยลูกชายคนโตมีหน้าตาชั่วร้ายรูปร่างผอมสูงถาม
“แกเป็นถึงลูกคนโตแค่นี้คิดไม่ได้งั้นหรือ หึ”มันทำหน้าสลดเล็กน้อย
“ฉันก็จะยืดห้างเหลียนตงมาน่ะสิ” สามพ่อลูกคุยกันอย่างสนุกสนาน
เฉินหนานอยู่ภายในอ้อมแขนของสาวใหญ่เหลียนเฟ่ยเธอสวมเสื้อก้ามแบบทหารและสวมกางเกงยีน เธอเดือดดาลมากที่เห็นน้องชายอยู่ในสภาพน่าอนาถเช่นนี้
“ยืนทำบ้าอะไรไปตามหมอมาซะ”!!!!ทุกคนวงแตกทันทีวิ่งกันวุ่น
“ครับนายหญิง”ทุกคนรับคำ
“มู่หวานรายงานฉันมาให้หมด”มู่หวานถอนใจตอบเพียนสั่นๆ
“อืม”
“พี่ปล่อยให้ไอ้พวกตระกูลซางทำกับคุณแม่แบบนี้ได้ยังไง ดีนะที่ฉันบอกให้ไปรับเฉินหนานมาด้วยความบังเอิญที่เขาสามารถรู้ถึงอันตรายได้ไม่งั้นตระกูลเราไม่รอดไปแล้ว”จิตสังหารของเธอพุ่งสูงขึ้นมาทันที
“นี่เธอระดับห้าแล้วงั้นหรือ”เธอยิ้มออกมา
“ใช่อีกนิดเดียวฉันก็จะไประดับหกแล้ว อย่าสนใจเรื่องนี้เลยทุกคนไปประชุม”หลังจากพาเฉินหนานไปนอนด้านในแล้วเธอก็โทรไปหาหมิงกวง
“ว่าไงสาวใหญ่”หมิงกวงตอบมาแบบกวนๆ
“ฉันมีเรื่องให้ช่วยหน่อย”จากนั้นหมิงกวงก็เลิกล้อเล่นน้อยครั้งมากที่เหลียนเฟ่ยจะขอความช่วยเหลือ หมิงกวงรู้ถึงตัวตนของเธอดี
“ว่ามาเลย”
“ฉันอยากให้นายจัดเรื่องบินรอบเที่ยงจากจงซานไปวันเดอร์เล่ล์ให้ฉันหน่อย”
“ตกลง”เมื่อเรื่องเรียบร้อยเธอก็เดินไปห้องประชุมตระกูลทันที ไม่นานหมอก็มาตรวจอาการเฉินหนานและเจียวเชิง เขาประหลาดใจมากเขาเห็นเลือดท่วมร่างเฉินหนานแต่กับพบเพียงว่าพักผ่อนไม่เพียงพอ เขางงเป็นไก่ตาแตกจากข้อมูลที่ได้รับมาเฉินหนานกระอักเลือดมาสองครั้ง ภายใจน่าจะได้รับบาดเจ็บบ้างแต่ผลตรวจกับสวนทางกันกับสิ่งที่เขาเห็น
“เขาเป็นอย่างไรบ้างคะ”มู่หวานถามด้วยความร้อนใจ หลังจากที่เธอรายงานทุกอย่างให้เหลียนเฟ่ยเธอก็มาคอยดูอาการเฉินหนานทันที ทุกคนในตระกูลต่างเกรงกลัวเหลียนเฟ่ยกันทั้งนั้นเธอโหดและเด็จขาดมาก แต่ในบางครั้งเธอก็แลอ่อนโยนแต่นั้นมันก่อนที่พ่อเธอตาย จนมาได้พบน้องชายเฉินหนานทำให้เธอรู้สึกถึงมันอีกครั้งแน่นอนว่านี่เป็นเพียงความเลื่อมใสศรัทธาผู้บ่มเพราะเหมือนกับพ่อของเธอที่เธอศรัทธา เธอจึงคิดว่าเฉินหนานเป็นพี่น้องในเส้นทางเดียวกัน
“ทั้งคู่ปลอดภัยดีครับ”
ในห้องประชุม เหลียนเฟ่ยนั่งไขว่ห้างกอดอกหลับตาอย่างเงียบสงบ เธอกำลังนั่งฟังขอโต้แย้งของคนในตระกูล
“เราจะล้างตระกูลมันไม่ได้หรอกไม่งั้นสมดุลของตระกูลใหญ่จะเสียไปธุรกิจในจงซานต้องปั่นป่วนเป็นแน่”
“ถึงอย่างนั้นเราก็ต้องให้พวกมันชกใช้พวกทำเกินไปคิดล้มล้างตระกูลเรา”
“ใช่แล้วมันต้องชดใช้หากวันนี้แผนการมันสำเร็จจะเกิดอะไรขึ้นกับคนตระกูลเหลียน”เหลียนซูขมวดคิ้ว
“ผมคิดว่าการปล่อยมันไปไม่ใช่ทางเลือกทีดีเราไม่อาจนอนหลับได้เต็มตาหากพวกมันยังอยู่”
“แต่เราก็ต้องสูญเสียเช่นกันหากเปิดสงคราม”ทุกคนสงบลงทันทีเมื่อพูดถึงสองคราม ไม่ใช่ว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแต่ว่ามันเป็นอะไรที่น่าอนาถมาก ทั้งสองฝ่ายเสียคนพอๆกัน แน่นอนว่ารัฐบาลไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องตระกูลแน่นอนเพราะตระกูลใหญ่ๆได้ให้ผลประโยชน์พวกมันไม่น้อยดังทันทางที่ดีที่สุดคือการอยู่เฉยๆ
“พอได้แล้ว”!!!!เสียงเหลียนเฟ่ยดังขึ้นเธอกวาดสายตามองไปรอบๆไม่มีใครกล้าหายใจ
“พี่กับมู่หวานไปกับฉันที่ตระกูลซางเตรียมเอกสารโอนสิทธิไปด้วย”ทุกคนมองไปที่เธอ
“อาเฟ่ยหนูจะไปแค่สามคนงั้นหรือ”
“ใช่ค่ะปู่สามทำไมหรือคะ”
“พวกมันมีผู้เชี่ยวชาญไม่น้อยเลยนะ”เธอแสยะยิ้ม เหลียนเฟ่ยตอนนี้ต่างกับตอนที่อยู่กับพวกหมิงกวงหรือเฉินหนานราวฟ้ากับเหว ความเย็นชาและเย่อหยิ่งนี้ทำให้ทุกคนไม่กล้าสบตาเธอ
“ก็แค่ขยะหนูไม่สนใจ”ทุกคนแข็งค้างไป ปัง!!!เธอตบโต๊ะยาวตรงกลางที่พวกเขานั่งกันอยู่
“ไม่ต้องพูดอะไรแล้วตกลงตามนี้” ครืน!!!โต๊แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ทุกคนสูดหายใจเข้าลึก
หลังจากที่หมอตรวจร่างกายของเฉินหนานและเจียงเชิงแล้วเขาก็กลับไป เหลียนเฟ่ยเขาไปดูอาการแม่ของเธอเมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วเธอก็โลงใจ จากนั้นเธอก็ไปดูเฉินหนานที่หลับอยู่เธอก็รู้สึกขอบคุณเขา
“คุณน้ารู้จักเขาด้วยหรือคะ”เหลียนชิงถาม
“อารู้จักกับเขามานานพอสมควร”
“แล้วเธอได้คุยกับเขาบ้างหรือยัง”เหลียนชิงพยักหน้า
“งั้นหรือเป็นไงบ้างเขาดีไหมล่ะ”เหลียนชิงทำตาปริบๆ
“ก็โอเคนี่คะไม่ได้มีอะไร”เหลียนเฟ่ยผิดหวังนิดหน่อย
“เขาไม่ชอบหลานหรอ”แค่กๆหน้าเหลียนชิงแดงขึ้นมา
“คุณน้าคะเขาเกลียดขี้หน้าหนูจะตาย”เหลียนเฟ่ยยิ้ม
“งั้นหรอดีๆ”ไม่มีใครรู้ความคิดของเหลียนเฟ่ยว่าคิดอะไรอยู่ถึงดูพอใจแบบนั้น
“ดีหรือคะหนูไม่เข้าใจ”เหลียนเฟ่ยยิ้ม
“ก็แสดงว่าเขามีความรู้สึกต่อหนูไงล่ะ”เหลียนชิงหน้าบึ้ง
“แต่เขาเกลียดนะคะมันดียังไง”เหลียนเฟ่ยหัวเราอย่างเจ้าเล่ล์
“นี่หลายสนใจด้วยงั้นหรือว่าเขาจะรู้สึกยังไง”เธอยืนนิ่งแล้วรับรู้ได้ว่าเธอโดนกับดักให้แล้ว
“ฮ่าๆเรื่องในอนาคตไม่มีใครรู้หรอก”เหลียนชิงงุนงง
“เอาเถอะถ้าเขาตื่นโทรบอกอาด้วย จากนั้นมู่หวานก็เดินเข้ามา
“เราพร้อมแล้วอาเฟ่ย”ฉับพลันหน้าของเหลียนเฟ่ยก็ดูจริงจังและเย็นชาขึ้นมา
ทั้งสามขึ้นรถออกจากตระกูลเหลียนด้วยรถหรู เหลียนซูและมู่หวานนั่งหน้าส่วนเหลียนเฟ่ยนั่งหลังตรวจเอกสารจำนวนมากอยู่ในรถ
“ดูเหมือนทรัพย์สินมันมีไม่น้อยเลยนี่”เธอพูดออกมา
“ใช่แล้วรวมทรัพย์สินทั้งหมดของมันก็เกือบๆหมื่นล้านได้”เหลียนซูพูด
“พี่ใหญ่แล้วเหลียนชิงจะเข้าเรียนต่อที่ไหน”เหลียนซูประหลาดใจที่น้องสาวพูดเรื่องนี้ออกมา
“ฉันว่าเธอน่าจะเลือกไปปักกิ่งนะ”
“ไม่ฉันอยากให้เธอไปเรียนเซี่ยงไฮ้”เหลียนเฟ่ยพูดออกมาอย่างเอาแต่ใจ
“อาเฟ่ยมีอะไรที่นั่นงั้นหรือ”มู่หวานอดไม่ได้ที่จะถาม”
“เชื่อฉันเถอะน่ามันดีต่อเธอ”สองคนประหลาดใจ
“แล้วเธอห่วงเรื่องเรียนหลานตั้งแต่เมื่อไรกัน”เหลียนซูพูด
“เอาน่าตกลงตามนี้พี่ทั้งสองต้องทำตามฉันเพราะฉันเป็นผู้นำตระกูล”ทั้งสองอ่อนใจจากนั้นเธอก็กลับกลายมาเป็นเย็นชาอีกครั้ง
ซางกัวหยวนกำลังร้อนใจมากแต่เขาทำได้แต่รอเท่านั้น สายลับที่เขาส่งไปสืบตอนนี้ยังไม่กลับออกมานั่นยิ่งทำให้เขาร้อนใจ
“บ้าเอ้ยฉันไม่น่าเชื่อใจพวกมันเลย”ซางกัวหยวนคิดถึงเมื่อพลปีที่แล้ว ในระหว่างที่เขาไปที่เขตชาดแดนเขาก็พบกับเจ้านิกายหมอผี มันบอกว่าจะช่วยเขากำจัดตระกูลเหลียวให้แน่นอนว่ามันเป็นคำอ้างของเทียนถงเขาเป็นศิษย์หลักของนิกายแล้วใช้ชื่อเสียงนี้หาเงินมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว มีหลายตระกูลที่เขาสังหารแล้วได้รับเงินมาไม่น้อย ตอนนั้นซางกัวหยวนลังเลแต่เทียนถงแสดงเทคนิคสาปคนให้เขาดูเป็นตัวอย่างเขาจึงเชื่อว่าเทียนถึงสามารถทำได้ แต่ว่าสิ่งที่คาดไม่ถึงเทียนถงจะเจอคู่ต่อสู่ที่มีฝีมือพอๆกับเขาเลยบางทีอาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ เมื่อแผนการผิดพลาดเขาจึงต้องยอมรับชะตากรรมของตัวเอง…