อันนา เดินมาหยุดอยู่หน้าหอพัก ลมเย็นพัดผ่านเบา ๆ
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาแม่
“แม่คะ พ่อเป็นยังไงบ้างคะ รู้สึกตัวรึยังคะ?”
เสียงตอบที่คุ้นเคยดังขึ้นจากปลายสาย อ่อนโยนและเปราะบางในเวลาเดียวกัน
“อันนา ลูก…พ่อยังไม่รู้สึกตัว ยังอยู่ในห้องไอซียูเหมือนเดิม”
หัวใจของ อันนา บีบรัดแน่น เธอเงยหน้าขึ้นกลั้นน้ำตาที่เอ่อคลอ พยายามทำเสียงให้มั่นคงแม้ในใจสั่นไหว
“แม่คะ…เดี๋ยวหนูสอบเสร็จ หนูจะรีบกลับไปหาพ่อ แม่ แล้วก็น้องนะคะ”
ปลายสายเงียบไปเล็กน้อย ก่อนเสียงแม่จะตอบกลับมา แผ่วเบาแต่เปี่ยมด้วยพลังใจ
“ตั้งใจสอบนะลูก... ทุกคน เป็นกำลังใจให้อันนา เสมอ”
“ค่ะ แม่ …เดี๋ยวเจอกันนะคะ หนูรัก พ่อ แม่ และน้องมากนะคะ” อันนา หลับตาลงช้า ๆ พยายามกลั้นเสียงสะอื้นไว้ในลำคอ
เมื่อวางสาย เธอถอนหายใจเบา ๆ เก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋า แต่แววตากลับหม่นลง เหมือนพยายามกลืนอะไรบางอย่างไว้ในอก
พีท ได้ยินทุกคำพูดของเธอ เขาเเดินอ้อมมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ
“อันนา…” เขาเรียกชื่อเธอเสียงเรียบ แต่น้ำเสียงนั้นอ่อนโยนจนเธอต้องเงยหน้าขึ้นสบตาเขา
เขาเอื้อมมือมาลูบศีรษะเธอเบา ๆ ด้วยความห่วงใย
“เรื่องค่ารักษาพยาบาลพ่อของเธอ… ฉันจะดูแลเอง และจะออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ เธอไม่ต้องห่วงอะไร”
เธอเบิกตากว้างเล็กน้อย “พีท… นายไม่จำเป็นต้องทำขนาดนั้นก็ได้ ฉัน…”
เธอเองไม่ได้อยากจะต้องรบกวนหรือเรียกร้องอะไรจากเขาเลย สิ่งที่สำคัญของเธอที่ให้เขา ในใจลึกๆ ของเธอนั้น เธอมอบให้เขาด้วยความเต็มใจเองต่างหาก
“ไม่ต้องพูดแล้วอันนา…แค่เธอทำตามสัญญา ตกลงไหม?” เขาขัดเบา ๆ ดวงตาจริงจังขึ้น แต่ริมฝีปากยังมีรอยยิ้มจาง ๆ
อันนา ชะงัก หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่ได้
พีท ยื่นหน้าเข้าใกล้กระซิบช้า ๆ ข้างใบหูเธอ เสียงต่ำและชัดเจน
“สัญญา..คือ แค่ เธอต้องนอนกับฉัน...คนเดียว” เสียงเขานุ่มแต่หนักแน่น แฝงความเอาแต่ใจไว้จาง ๆ จนหัวใจของ หญิงสาว เต้นผิดจังหวะ
แก้มของเธอร้อนวาบขึ้นมาทันที ความร้อนระอุไล่ขึ้นถึงใบหู ดวงตากลมโตสั่นไหว ริมฝีปากเม้มแน่นอย่างลังเล แต่เธอก็ยังไม่สามารถละสายตาจากเขาได้
“แค่...นายคนเดียว?” เธอถามเสียงแผ่ว ราวกระซิบลม
เขาขมวดคิ้ว ทำท่าจะโวยวายทันที
“ก็ใช่น่ะสิ ยัยแว่น! แล้วเธอจะไปนอนกับใครอีกเล่า...ฉันไม่ได้ทำสัญญาให้เธอไปนอนกับคนอื่นนะ!”
“รู้แล้ว นายพูดเบา ๆ หน่อยสิ...” เธอกระซิบเร็ว ๆ พร้อมดึงแขนเสื้อเขาเบา ๆ
“นายพูดแบบนั้น เดี๋ยวคนอื่นก็ได้ยินหมดหรอก”
ใบหน้าภายใต้แว่นตาของเธอแดงจัดยิ่งกว่าเดิม จนเขาเผลอยิ้มมุมปากออกมาอย่างอดไม่ได้
“ดีมาก ต้องให้ดุรึไงยัยบ๊อง!!!”
เขายิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วเดินกลับไปนั่งคร่อมมอเตอร์ไซค์ของตัวเอง
มือหนึ่งตบเบาะหลังเบา ๆ
“ขึ้นมาได้แล้ว เดี๋ยวฉันไปส่งที่คณะ จะได้ทันเวลาสอบ”
พร้อมกับส่งหมวกกันน๊อคให้เธอสวม และเขาก็สวมมันเรียบร้อย
เธอรับหมวกกันน๊อคมาสวม จากนั้นก็ก้าวขึ้นนั่งเงียบ ๆ ซ้อนหลังเขา แขนโอบรอบเอวหนาของเขา แบบที่เคยทำมาก่อนหน้านี้
แต่วันนี้ มันแน่นขึ้น… และอบอุ่นกว่าที่เคย
ณ คณะวิทยาศาสตร์
เสียงครางต่ำของรถมอเตอร์ไซค์คันงามจอดสนิทที่หน้าทางขึ้นตึก อันนา รีบถอดหมวกกันน็อคออกแทบจะทันทีที่รถหยุดสนิท แล้วหันไปส่งคืนให้พีท
เธอกวาดตามองรอบตัวไว ๆ แล้วขยับเข้ามาใกล้เขานิดหน่อย ลดเสียงลงจนแทบเป็นกระซิบ
“นายไปรอที่ร้านกาแฟก็ได้นะ พี่ลินกับนิดหน่อยน่าจะอยู่ จะได้ไม่ต้องนั่งรอนาน”
แม้จะยังไม่มีใครเดินผ่านก็ตาม ความเขินพุ่งพล่านอยู่ใต้ท่าทีพยายามวางตัวนิ่ง
แต่ พีท กลับไม่ตอบทันที เขารับหมวกกันน็อคจากมือเธอ ช้า ๆ และมั่นคง แล้วมองหน้าเธออย่างตรงไปตรงมา ดวงตานิ่งลึก ริมฝีปากยกยิ้มบาง ๆ แบบที่อันนารู้ดีว่ามันแปลว่าอะไรบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น
“ไม่เอา” เขาตอบสั้น ๆ น้ำเสียงเรียบแต่ชัดเจน
“หะ—อะไรนะ?” เธอเงยหน้าขึ้นทันที
“ฉันจะหาที่นั่งรอที่นี่” เสียงเข้มเอ่ยขึ้น แล้วหันมาสบตาเธออีกครั้ง
“พีท...” เธอกัดริมฝีปากตัวเองเบา ๆ มองซ้ายขวาอีกครั้งเหมือนลูกแมวที่ตกใจง่าย
“เดี๋ยวคนอื่นจะเข้าใจผิดเอาได้นะ”
“เข้าใจอะไรผิด??....ไม่ทราบยัยแว่นตาโต”
“เธอกับฉัน…เราก็นอนด้วยกัน…ก็ถูกแล้วนี่นา”
เขายักไหล่เบา ๆ
“ก็ให้เข้าใจไป…ฉันก็แค่มารอรับเธอ”
อันนา เม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง หันหน้าหนีแทบจะทันทีเพื่อซ่อนใบหน้าที่ร้อนผ่าว ริมฝีปากขบเข้าหากันราวกับพยายามไม่ให้เสียงในใจเล็ดลอดออกมา
“ตาคนดื้อ…” เธอบ่นกับตัวเองเสียงเบาแทบจะไม่ได้ยิน แล้วรีบหันหลังเดินขึ้นตึกไปโดยไม่กล้าหันกลับมามองเขาอีก
ในใจกลับเต็มไปด้วยเสียงเต้นของหัวใจที่ไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงง่าย ๆ
แม้เธอจะเดินห่างออกมาแล้ว แต่เงาของเขายังตามหลังอยู่ในความรู้สึกของเธอทุกก้าว
ในขณะที่ อันนา เดินขึ้นตึกไปอย่างรวดเร็ว หัวใจยังเต้นแรงอยู่ในอก
พีท หาที่จอดรถมอเตอร์ไซด์คันเก่งของเขา และหาที่นั่งพักคอย ใต้ต้นไม้ใหญ่ครึ้มร่มรื่น สายลมพัดเย็นเอื่อย
เขานั่งด้วยท่าทางสบาย ๆ ราวกับไม่แคร์อะไรเลยแม้แต่น้อย
กลุ่มนักศึกษาที่กำลังเดินมาสอบ
เมื่อได้พบกับร่างสูง และใบหน้าหล่อเหลาก็หันมองเขาอย่างตกใจ
บ้างก็หยุดเดินเล็กน้อย
บ้างก็พึมพำเบา ๆ กันด้วยความสงสัย ตามประสาคนไม่ค่อยเห็นเดือนมหาวิทยาลัยสุดหล่ออย่างเขาจะมานั่งคอยใครอยู่ที่นี่
แต่ พีท กลับไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย เขาส่งยิ้มละลายใจให้กับทุกคนที่มองมาที่เขาอย่างมั่นใจ
ยิ้มหล่อๆ ที่ไม่เคยจางหายจากใบหน้าของเขาทำให้บรรยากาศรอบตัวเริ่มอุ่นขึ้น แม้ว่าแต่ละคนจะยังคงเดินผ่านไปด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่อาจละสายตาจากเขาได้
“อ้าว…พีท มารอใครหรือเปล่า?” เสียงโชติดังขึ้นขณะที่เขาเดินเร็วเข้ามาทางพีท ดวงตาเขามองเห็นอีกฝ่ายนั่งทอดกายอย่างสบาย ๆ อยู่หน้าตึกคณะ
“สวัสดีโชติ มารออันนา คร้าบ” พีทตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ แต่ไม่คิดจะปิดบังอะไร และหันหน้าหล่อมายิ้มให้โชติอย่างเป็นกันเอง
แค่เห็นภาพนั้น โชติก็นึก ‘อ๋อ’ ขึ้นมาในใจทันที เขาแค่ถามไปแบบนั้นแหละ แต่ในใจรู้คำตอบของชายหนุ่มหน้าหล่อคนนี้ดี
เขาไม่แปลกใจเลย—ตั้งแต่วันนั้น วันที่พวกเขานัดกันไปนั่งกินชาบูด้วยกัน เขาก็จับได้แล้วแหละ...สายตาแบบนั้น ท่าทางที่จ้องมาเวลาอันนาเผลอยิ้ม ท่าทีจริงจังแต่แอบอ่อนโยนเวลาเธอพูดอะไรเพี้ยน ๆ
ตั้งแต่แรกเห็นเขารู้ทันทีว่า พีท…ชอบอันนา และอันนาเองก็ชอบชายหนุ่มหน้าตาหล่อคนนี้
โชติ เลยพูดให้อันนา ทำในสิ่งที่อันนารู้สึกอยู่ในใจไม่อยากให้เสียโอกาสที่จะได้เรียนรู้คำว่า “ความรัก”
เพียงแค่คำตอบสั้น ๆ แต่ตรงไปตรงมาแบบนั้น โชติก็หัวเราะในลำคอเบา ๆ
“ก็ว่างั้นแหละ” เขาพูดกับตัวเอง แล้วมองอีกฝ่ายอย่างเข้าใจ
“หนุ่มหล่อ คนนี้ใจกล้านะเนี่ย มานั่งรอ อันนา กลางคณะเลย คนมองความหล่อกันทั้งตึกแล้วมั้ง??” โชติแอบแซว
พีท ยิ้มบาง ๆ เหมือนมันไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยแม้แต่น้อย
“ก็มารอจริง ๆ นี่ครับโชติ” เขาว่าเรียบ ๆ สายตาแน่วแน่เหมือนเดิม
โชติ พยักหน้าเบา ๆ แอบอมยิ้มในใจ
“โอเค เดี๋ยวโชติขึ้นไปสอบก่อนนะ แล้วเจอกันหลังสอบนะ พีท”
โชติว่าพลางรีบเดินขึ้นตึกไปเพื่อให้เข้าห้องสอบทันเวลา
แต่แล้ว...คนที่ พีท เคยปฏิเสธไป ก็ปรากฏตัวขึ้นในสายตา
ยี่หวา—หญิงสาวผู้เต็มไปด้วยความมั่นใจ—กำลังเดินขึ้นตึกมาพอดี เธอชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นเขายืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาคู่นั้นสบกับเขาแค่ชั่ววินาที ก่อนจะเบือนหน้าหลบอย่างรวดเร็ว
เธอรู้ได้ทันทีว่าเขามารอใคร และแน่นอนว่าไม่ใช่เธอ
ความทรงจำวันนั้นผุดขึ้นมาในหัว—วันที่เธอพยายามยั่วยวนเขาอย่างที่สุด หวังจะทำให้เขาหวั่นไหวและคล้อยตามเธอ แต่เธอกลับถูกเขาปฏิเสธอย่างเฉยเมย
มันน่าอาย...น่าอับอายเกินกว่าจะยืนอยู่ตรงนั้นนาน ๆ หัวใจของเธอยังเต้นแรงไม่หาย ทั้งจากความอึดอัดและความรู้สึกผิด
ยี่หวา รีบก้าวเท้าขึ้นไปยังห้องสอบทันที โดยไม่ทักทายอะไรกับ พีท ไม่แม้แต่จะสบตาเขา
พีท เอง เมื่อสายตาคู่เข้มของเขาสบกับเธอ ก็ไม่ได้แสดงท่าทีแปลกใจหรือกระวนกระวาย
เขายังคงนั่งที่ม้านั่งที่เดิม สีหน้าปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีคำทักทาย ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีแม้แต่ท่าทีจะเดินเข้าไปใกล้
เขารู้ดีว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่ควรพูดอะไรอีกแล้ว เรื่องระหว่างเขากับยี่หวามันจบไปตั้งแต่วันนั้น
ในใจเขา...มีแค่คนเดียวที่เขารออยู่
“อันนา”
ณ ห้องสอบ….
โชติ เข้ามาในห้องสอบ มองหา อันนา เขายิ้มกว้างเมื่อเห็นเธอกำลังขีดโน้ตลงบนกระดาษด้วยหน้าตาจริงจัง
“อันนา~” เขาเดินเข้าไปใกล้และเรียกเบาๆ
“สอบอีกวันเดียว? ใกล้จบแล้วนะ!”
อันนา เงยหน้าขึ้นมายิ้มบางๆ แววตาเหนื่อยแต่ยังสู้
“อืม เหลือสอบวิชาเดียวเอง...เนอะโชติ สู้ๆ นะ”
แต่แล้วสายตาของโชติก็พลันเหลือบไปเห็นบางอย่างตรงลำคอเธอ
แม้จะมีคอนซีลเลอร์กลบไว้บ้าง แต่รอยแดงจางๆ ที่เหมือนรอยจูบก็ยังพอเห็นได้ถ้าสังเกตดีๆ
โชติทำตาโตทันที แล้วเอียงตัวเข้ามาใกล้กระซิบ
“อันนา... เธอ... ทำไมคอเธอแดงๆ เหมือน... เหมือนรอยจูบน่ะ...?”
อันนา สะดุ้ง รีบเอามือปิดคอทันที ใบหน้าแดงก่ำ หูแดงจัดเหมือนถูกพ่นด้วยสี
โชติ หัวเราะเบาๆ เหมือนรู้ทัน
“อย่าบอกนะ... ว่าเธอกับพีท... เอ่อ... อย่างว่ากันแล้ว... จริงเหรอ อันนา?”เขาแอบกระซิบถามใกล้ๆ ใบหูอันร้อนผ่าวของเธอเพื่อไม่ให้ใครได้ยิน แต่น้ำเสียงและรอยยิ้มเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
อันนา ไม่ตอบได้แต่หลบตา และแทบจะก้มหน้ามุดใต้โต๊ะ หน้าแดงเหมือนลูกมะเขือเทศสุกจนโชติแอบกลั้นหัวเราะไม่ไหว
โชติ รู้ได้ทันที จากปฏิกิริยาของเธอที่ไม่ได้ปฏิเสธอะไรออกมา
“อันนา~ เขินซะน่ารักเลย”
โชติ พูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
“ฉันบอกแล้วไง ว่าชีวิตเธอ เธอเลือกเองได้ แล้วฉันดีใจนะ...ที่เธอเปิดใจให้ พีท”
อันนา เงยหน้าขึ้น ยิ้มเขินๆ แต่ในดวงตามีแววซาบซึ้ง
“ขอบใจนะ โชติ... ที่อยู่ข้างๆ อันนา เสมอ”
“เตรียมสอบกันเถอะ ขอให้เราทั้งคู่โชคดี สอบได้ แล้วก็จบไปพร้อมกันนะ!”
อันนา ยิ้มกว้าง หัวใจพองโต เธอรู้สึกโชคดีที่มี “โชติ” เพื่อนที่คอยอยู่เคียงข้าง และพร้อมจะยิ้มให้เธอเสมอ
เมื่อการสอบดำเนินไป….
และแล้ว
เสียงอาจารย์ ก็แจ้งนักศึกษาว่าหมดเวลาสอบแล้ว
อันนา วางกระดาษคำตอบคว่ำหน้า ไว้พร้อมกระดาษคำถาม ที่โต๊ะสอบ ตามที่อาจารย์แจ้งไว้ก่อนเริ่มสอบ
และเดินออกมาจากห้องสอบพร้อมกับลมหายใจโล่งเบาๆ บนใบหน้า ก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินตามมาติดๆ
"นี่ อันนา..." โชติ เรียกพลางยิ้มน้อยๆ "ว่างๆ อย่าลืมนัดกินชาบูกันนะ โชติยังคิดถึงบรรยากาศเดิมๆ อยู่นะ"
อันนา เหลือบตามองเขา ยิ้มบางอย่างมีไมตรี
"แน่นอน โชติ อันนา เองก็คิดถึงช่วงเวลาที่มีความสุขเหมือนกัน"
ทั้งสองเดินลงมาด้วยกัน พูดคุยเบาๆ ท่ามกลางผู้คนที่เริ่มทยอยออกจากห้องสอบ กระทั่งก้าวถึงบันไดด้านล่าง สายตาของ โชติ ก็ปะทะเข้ากับร่างของใครบางคนที่นั่งรออยู่ตรงม้านั่งไม้ริมสนาม
และ ชายหนุ่มหน้าคมคายยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม สายตาจับจ้องมาทางพวกเขาอย่างแน่วแน่ ไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อยล้าแม้แต่น้อย
โชติ หยุดชะงักเล็กน้อยก่อนแอบยิ้ม
“เจ้าของรอยจูบจางๆ ตรงลำคอของอันนา”
เขาพยายามเก็บซ่อนความรู้สึกไว้หลังท่าทางปกติ ก่อนจะส่งเสียงทักทาย พีท ด้วยน้ำเสียงเป็นกันเองเหมือนทุกครั้ง
"ไง พีท รอนานมั้ย?"
พีท เพียงพยักหน้าเบาๆ สายตาไม่ละจากอันนา
อันนา แอบเบือนหน้าหลบ ดวงตาเลื่อนไปทางอื่นเล็กน้อย แววตาฉายความเขินอายที่ไม่อาจปิดซ่อนได้หมด
“โชติคงรู้ว่าเธอกับพีท...มีอะไรกันแล้ว” อันนา คิดในใจ พลางหลุบตามองพื้น หัวใจเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่ ความร้อนแผ่ซ่านขึ้นมาที่ใบหน้าแดงจัดจนแทบจะซ่อนจากใครไม่พ้น
“อันนา...โชติไปก่อนนะ นัดพี่หมอธีร์ไว้ จะไปฉลองกันหลังสอบเสร็จ แล้วค่อยเจอกันนะ”
“ได้ โชติ แล้วค่อยนัดเจอกันนะ”
อันนา พยักหน้ารับ พยายามไม่ให้เสียงสั่น
“ไปก่อนนะ พีท วันนี้ฉลองกับอันนาละกันนะ”
โชติพูดพลางยิ้มบาง รอยยิ้มนั้น...เหมือนรู้ทันทุกอย่าง
“แน่นอน โชติ วันนี้ผมกับอันนา คงต้องไปฉลองกันต่อ…” เขามีแผนการที่พิเศษ มากๆ อยู่ในใจอยู่แล้ว
พีท ตอบกลับด้วยน้ำเสียงกึ่งหยอกเย้า แววตาเจ้าเล่ห์หันไปสบกับใบหน้าหวานของอันนา
"ให้สมกับที่ผ่านอะไรด้วยกันมาตั้งเยอะ"
อันนา ยิ่งรู้ในความหมายของคำพูดแฝงความยั่วยวนของเขา
ประโยคนั้นที่ พีท พูดทิ้งท้ายไว้ ทำให้เธอหน้าแดงขึ้นอีกครั้ง
เธอหันไปมองเขา ตาค้อนโตใส่ทันที อย่างไม่สามารถปิดบังความเขินได้เลย
“นี่เขาจะวางแผนทำอะไรเธอตอนกลับไปถึงห้องอีกใช่ไหมนะ หรือเขามีแผนอะไรอีกนะ คนเจ้าเลห์”
อันนา นึกในใจ มือที่กอดหนังสือแน่นเริ่มสั่นเล็กน้อย
โชติมองทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มแบบคนที่รู้ทันทุกอย่าง เขาหัวเราะเบา ๆ
“โอเค...โชติไปละนะ..แล้วค่อยนัดเจอกันนะ”
พูดจบเขาก็เดินจากไปอย่างไม่รีบร้อน ทิ้งทั้งสองไว้ท่ามกลางสายตาของนักศึกษาที่ผ่านไปมา
“นี่พีท...เอ่อ” อันนาเอ่ยเสียงเบา พลางเดินช้า ๆ ข้างเขา
“นายต้องกลับบ้านตอนเย็น คงไม่สะดวกฉลองกันหรอกใช่ไหม?”
พีท หันมามองเธอทันที รอยยิ้มมุมปากแบบเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นมา
“ยังไง วันนี้ ฉันก็จะฉลองกับเธอ”
น้ำเสียงนั้น…เล่นเอาหัวใจเธอเต้นแรงอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่
ก่อนที่เธอจะได้พูดอะไรตอบกลับ เขาก็พูดขึ้นอีก
“แต่ก่อนอื่น...”
พีทโน้มหน้าลงเล็กน้อย กระซิบข้างหูเธอ
“ไปร้านแว่น เพื่อตัดแว่นใหม่เดี๋ยวนี้เลย ยัยแว่น”
อันนา ยังไม่ทันตั้งตัว มือของเธอก็ถูกเขาคว้าไปจับแน่น
“พีท!” เธอร้องเสียงเบา แต่ยอมให้เขาจูงมือเธอเดินไปที่รถมอเตอร์ไซด์คันงาม อย่างไม่มีแรงต่อต้าน
ท่ามกลางสายตาของเพื่อนในคณะหลายคนที่เห็นเหตุการณ์ ต่างหันมากระซิบกระซาบกันเบา ๆ
พีท...เดือนมหาวิทยาลัย หน้านิ่ง ขรึม ขวัญใจสาว ๆ คนนั้น กำลังจีบ อันนา แบบเปิดเผยสุด ๆ แล้วตอนนี้