แกนกลืนวิญญาณต้องห้าม

    ตอนที่ 54 วันที่โลกบังคับให้เขาเป็นปีศาจ

    ราตรีของเมืองเถ้าทมิฬ…ไม่เคยเงียบจริง ๆ


    แม้ยามดึกที่สุด


    ก็ยังมีเสียงคนถูกฆ่า


    เสียงหญิงหัวเราะ


    เสียงเหล็กปะทะกัน


    และเสียงร้องขอชีวิตดังอยู่ตามตรอกมืด


    เมืองนี้เหมือนสัตว์ร้ายขนาดมหึมา


    ที่กำลังกินผู้คนอยู่ตลอดเวลา


    ภายในโรงเตี๊ยมอีกาดำ


    เสี่ยวชวนนั่งเงียบอยู่ในห้องชั้นสอง


    แสงตะเกียงสลัวสะท้อนดวงตานิ่งเย็นของเขา


    กระบี่คราสฟ้าวางอยู่ข้างโต๊ะ


    มีคราบเลือดเก่าแห้งติดอยู่บางส่วน


    ตั้งแต่เข้ามาเมืองนี้


    เขาฆ่าคนไปแล้วสามคน


    และน่ากลัวตรงที่—


    เขาเริ่ม “ชิน”


    ก๊อก…


    ก๊อก…


    เสียงเคาะประตูดังขึ้นช้า ๆ


    “เข้ามา”


    ประตูเปิดออก


    ชายหน้าแผลเป็นเจ้าของโรงเตี๊ยมเดินเข้ามา


    คืนนี้เขาไม่ได้ยิ้ม


    สีหน้ากลับเคร่งขรึมกว่าปกติ


    “นายท่านเรียกพบ”


    เสี่ยวชวนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย


    “ราชาเถ้าทมิฬ?”


    ชายหน้าแผลพยักหน้า


    ก่อนลดเสียงลง


    “ปกติแล้ว…”


    “คนที่นายท่านเรียกพบด้วยตัวเอง”


    “มีอยู่สองแบบ”


    “แบบแรก…”


    “คนที่เขาสนใจ”


    “อีกแบบ…”


    “ศพ”


    เสี่ยวชวนลุกขึ้นทันที


    ไม่มีคำถาม


    ไม่มีลังเล


    เพราะเขารู้—


    คนระดับนั้น


    ถ้าคิดฆ่าเขาจริง


    คงไม่ต้องเล่นลูกไม้มากนัก


    ทางเดินใต้ดินลึกลงไปใต้โรงเตี๊ยม


    มืด


    เย็น


    และเงียบจนน่าหายใจไม่ออก


    ผนังหินเต็มไปด้วยรอยดาบ


    รอยเลือด


    รวมถึงโครงกระดูกบางส่วนที่ถูกแขวนไว้เหมือนของตกแต่ง


    ยิ่งเดินลึก


    แรงกดดันยิ่งหนัก


    เสี่ยวชวนเริ่มรู้สึกว่า—


    ลมหายใจตัวเองช้าลง


    “หลอมรวมวิญญาณ…”


    เซวียนซาพึมพำในหัว


    “ไม่สิ…”


    “คนนี้ไม่ธรรมดา”


    สุดปลายทางเดิน—


    มีประตูหินขนาดมหึมาตั้งอยู่


    ชายหน้าแผลคุกเข่าลงทันที


    ไม่กล้าแม้แต่เงยหน้า


    “นายท่าน”


    “ข้าพาคนมาแล้ว”


    เงียบ


    จากนั้น—


    เสียงแหบต่ำจึงดังขึ้นจากอีกฝั่งประตู


    “เข้ามา”


    ครืดดด…


    ประตูหินเปิดออกช้า ๆ


    กลิ่นคาวเลือดพุ่งออกมาทันที


    เบื้องในคือโถงกว้างมหึมา


    กลางห้องมีทะเลสาบสีดำสนิท


    และบนบัลลังก์หินเหนือทะเลสาบ—


    ชายชราชุดดำกำลังนั่งอยู่


    คนเดียว


    แต่แรงกดดันของเขา…


    กลับเหมือนสัตว์อสูรทั้งกองทัพ


    เปลวไฟวิญญาณสีเทาลอยวนรอบตัวช้า ๆ


    ดวงตาข้างหนึ่งบอดสนิท


    อีกข้างกลับลึกเหมือนเหวไร้ก้น


    ราชาเถ้าทมิฬ


    ผู้แข็งแกร่งที่สุดของเมืองนี้


    ผู้ฝึกตนระดับ—


    หลอมรวมวิญญาณขั้นกลาง


    “เข้ามาใกล้ ๆ”


    เสียงของเขาไม่ได้ดัง


    แต่ทั้งห้องกลับสั่นสะเทือนเบา ๆ


    เสี่ยวชวนเดินเข้าไปช้า ๆ


    ราชาเถ้าทมิฬมองเขาเงียบ ๆ อยู่นาน


    นานจนเหมือนกำลังมองทะลุเข้าไปถึงวิญญาณ


    จากนั้น—


    เขากลับหัวเราะ


    “ฮ่า…”


    “น่าสนใจจริง ๆ”


    “ในตัวเจ้ามีทั้งคน”


    “ทั้งปีศาจ”


    ดวงตาของเสี่ยวชวนหรี่ลงเล็กน้อย


    “ท่านรู้?”


    ราชาเถ้าทมิฬยิ้มบาง


    “เด็กน้อย…”


    “ข้าอยู่มาเกือบสามร้อยปี”


    “เคยเห็นคนคลั่งอำนาจ”


    “เคยเห็นสัตว์ประหลาด”


    “เคยเห็นอัจฉริยะล่มสลาย”


    “แต่คนแบบเจ้า…”


    “หาได้ยากมาก”


    เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นจากบัลลังก์


    วินาทีนั้น—


    แรงกดดันมหาศาลกดลงมาทั่วห้องทันที!


    พื้นเริ่มแตกร้าว


    น้ำในทะเลสาบสีดำสั่นสะเทือนรุนแรง


    เสี่ยวชวนกัดฟันแน่น


    นี่คือแรงกดดันจากผู้ฝึกตนระดับสูงกว่าเขาหลายชั้น


    หากเป็นคนทั่วไป


    คงคุกเข่าลงไปแล้ว


    แต่เขายังยืน


    แม้เลือดจะเริ่มไหลจากมุมปาก


    ราชาเถ้าทมิฬมองภาพนั้นเงียบ ๆ


    ก่อนถอนแรงกดดันทันที


    ทุกอย่างกลับสู่ความเงียบ


    “ดี”


    เขาพยักหน้าช้า ๆ


    “อย่างน้อย…”


    “เจ้าก็ยังไม่หัก”


    ราชาเถ้าทมิฬเดินไปยังริมทะเลสาบ


    ก่อนกล่าวเรียบ ๆ


    “รู้ไหม…”


    “ทำไมเมืองนี้ถึงอยู่รอดมาได้”


    เสี่ยวชวนไม่ตอบ


    “เพราะที่นี่…”


    “ไม่มีคำว่า ‘ถูกผิด’”


    “มีแค่…”


    “ใครแข็งแกร่งกว่า”


    เขาหันกลับมามองเสี่ยวชวน


    “แต่เจ้าไม่เหมาะกับที่นี่”


    เสี่ยวชวนชะงักเล็กน้อย


    ราชาเถ้าทมิฬหัวเราะต่ำ


    “อย่าทำหน้าแบบนั้น”


    “ข้าไม่ได้ดูถูกเจ้า”


    “ตรงกันข้าม…”


    “เมืองเถ้าทมิฬเล็กเกินไปสำหรับเจ้า”


    สายตาของเขาคมขึ้นช้า ๆ


    “ที่นี่มีแค่พวกหมาป่าข้างถนน”


    “แต่โลกข้างนอก…”


    “กำลังมีมังกรกินกันเอง”


    เสี่ยวชวนเงียบอยู่ครู่หนึ่ง


    ก่อนถามขึ้น


    “ท่านต้องการอะไรกันแน่”


    ราชาเถ้าทมิฬยิ้ม


    “ข้าชอบคำถามนี้”


    เขายกมือขึ้นเบา ๆ


    แผนที่ขนาดใหญ่ลอยขึ้นกลางอากาศ


    บนแผนที่มีหลายแคว้น


    หลายเมือง


    รวมถึงจุดสีแดงเข้มแห่งหนึ่ง


    “นครรัตติกาลโลหิต”


    เพียงชื่อ—


    บรรยากาศทั้งห้องก็เย็นลง


    “ที่นั่นคือศูนย์กลางของโลกใต้ดินฝั่งตะวันตก”


    “นักฆ่า”


    “องค์กรลับ”


    “ตลาดค้าทาส”


    “การประมูลวิชาต้องห้าม”


    “ทุกสิ่งที่โลกสว่างไม่กล้ามอง…”


    “อยู่ที่นั่นทั้งหมด”


    เสี่ยวชวนหรี่ตา


    ราชาเถ้าทมิฬกล่าวต่อ


    “ที่นั่นแข็งแกร่งกว่าที่นี่สิบเท่า”


    “และอันตรายกว่าร้อยเท่า”


    “แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับหลอมรวมวิญญาณ…”


    “ยังตายได้ทุกคืน”


    เงียบไปพักหนึ่ง


    จากนั้น—


    ราชาเถ้าทมิฬจึงถามคำถามหนึ่ง


    “เด็กน้อย”


    “เจ้าคิดว่าตัวเองกำลังหนีอะไรอยู่?”


    เสี่ยวชวนนิ่ง


    “ผู้พิพากษาสวรรค์?”


    ชายชราส่ายหน้า


    “ไม่…”


    เขาชี้ไปที่หน้าอกของเสี่ยวชวน


    “เจ้ากำลังหนี ‘ตัวเอง’”


    วินาทีนั้น—


    ดวงตาของเสี่ยวชวนสั่นไหวเล็กน้อย



    ราชาเถ้าทมิฬหัวเราะต่ำ


    “เจ้ากลัววันหนึ่ง…”


    “จะกลายเป็นสัตว์ประหลาดจริง ๆ”


    “ใช่ไหม?”


    ในหัว—


    เสียงเซวียนซาเงียบลงทันที


    แม้แต่นักพรตไร้หน้า…


    ก็ยังไม่พูดอะไร


    เพราะประโยคนั้น…


    แทงตรงเกินไป


    ราชาเถ้าทมิฬเดินกลับไปนั่งบนบัลลังก์


    “ฟังข้าให้ดี”


    “คนที่กลัวว่าตัวเองจะกลายเป็นปีศาจ…”


    “ส่วนใหญ่ยังไม่ใช่ปีศาจ”


    “แต่คนที่เริ่มสนุกกับเลือดเมื่อไร…”


    “เมื่อนั้นแหละ”


    “ถึงจะสายเกินไป”


    เสี่ยวชวนเงียบอยู่นานมาก


    ก่อนถามช้า ๆ


    “แล้วท่านล่ะ”


    “ตอนนี้ท่านยังเป็นคนอยู่ไหม”


    ทั้งห้องเงียบสนิท


    ชายหน้าแผลด้านนอกถึงกับหน้าซีด


    เพราะไม่เคยมีใครกล้าถามแบบนี้


    แต่ราชาเถ้าทมิฬกลับหัวเราะ


    หัวเราะดังขึ้นเรื่อย ๆ


    ก่อนตอบเบา ๆ


    “ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”


    จากนั้น—



    เขาโยนแผ่นเหล็กสีดำให้เสี่ยวชวน


    บนแผ่นเหล็กมีสัญลักษณ์ “อีกาดำโลหิต”


    “ถือสิ่งนี้ไป”


    “เมื่อถึงนครรัตติกาลโลหิต…”


    “จะมีคนรับเจ้าเข้าเมือง”


    เสี่ยวชวนรับมันไว้เงียบ ๆ


    “ทำไมถึงช่วยข้า”


    ราชาเถ้าทมิฬหรี่ตา


    ก่อนตอบด้วยรอยยิ้มประหลาด


    “เพราะข้าอยากเห็น”


    “สุดท้ายแล้ว…”


    “เจ้าจะกลายเป็นวีรบุรุษ”


    “หรือสัตว์ประหลาด”


    ลมสีเทาพัดผ่านโถงใต้ดินช้า ๆ


    เปลวไฟวิญญาณรอบห้องสั่นไหว


    ขณะที่เสี่ยวชวนหันหลังเดินออกไป


    ราชาเถ้าทมิฬมองแผ่นหลังนั้นเงียบ ๆ


    ก่อนพึมพำเบา ๆ คนเดียว


    “สายเลือดนั่น…”


    “ในที่สุดก็เริ่มเดินแล้วจริง ๆ”


    ด้านนอกเมืองเถ้าทมิฬ


    ฝนเริ่มตก


    เสี่ยวชวนยืนอยู่บนกำแพงเมืองสูง


    มองเส้นทางมืดไกลสุดสายตา


    นครรัตติกาลโลหิต


    เมืองที่แม้แต่ผู้คนในโลกใต้ดิน…


    ยังเรียกว่า “นรก”


    เขากำแผ่นเหล็กอีกาดำแน่นขึ้นช้า ๆ


    ในดวงตา…


    ไม่มีความหวาดกลัว


    มีเพียงความเงียบ



    ความเงียบก่อนพายุครั้งใหญ่กว่าเดิมหลายเท่า


    และเขาไม่รู้เลยว่า—


    ตั้งแต่วินาทีที่ก้าวออกจากเมืองเถ้าทมิฬ


    ชะตาของเขา…


    กำลังจะถูกลากเข้าสู่โลกที่โหดร้ายยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า


    สายลมสีดำพัดผ่านทวีปยามราตรี


    เมฆเหนือฟ้าถูกฉีกออกช้า ๆ


    เหมือนมีบางสิ่งกำลังเคลื่อนผ่านท้องนภา


    รวดเร็ว


    เงียบงัน


    และเต็มไปด้วยกลิ่นอายอันตราย


    บนทะเลทรายรกร้างนอกเมืองเถ้าทมิฬ


    ร่างของหลินเสี่ยวชวนยืนอยู่บนโขดหินสูง


    ผ้าคลุมสีดำสะบัดตามแรงลม


    ดวงตาคู่นั้นเย็นลงกว่าเดิมมาก


    ตั้งแต่ออกจากเทียนหลิง


    เขาแทบไม่ได้หลับจริง ๆ เลยสักคืน


    โลกภายนอก…


    โหดร้ายกว่าในเมืองเล็กนั้นมาก


    ทุกที่มีแต่คนอยากฆ่า


    ทุกที่มีแต่คนอยากแย่ง


    ทุกที่มีแต่คนที่พร้อมหักหลังเจ้า


    ตราบใดที่ผลประโยชน์มากพอ


    แต่ถึงอย่างนั้น—


    ในดวงตาของเสี่ยวชวน


    กลับเริ่มมีบางอย่างเปลี่ยนไป


    ไม่ใช่ความอ่อนโยนอีกแล้ว


    แต่เป็น “ความเงียบ”


    ความเงียบของคนที่เริ่มเข้าใจว่า—


    โลกนี้ไม่ได้ให้เวลาคนอ่อนแอ


    “อีกสามวันจะถึงนครรัตติกาลโลหิต”


    เสียงของราชาเถ้าทมิฬดังขึ้นด้านหลัง


    ชายร่างใหญ่ในชุดคลุมเข้มยืนพิงต้นไม้


    กระบองเหล็กสีดำสะพายอยู่ข้างหลัง


    สายตาของเขามองเสี่ยวชวนเงียบ ๆ


    “ที่นั่นต่างจากเทียนหลิง”


    “ต่างจากเมืองเถ้าทมิฬด้วย”


    “ถ้าเทียนหลิงคือบ่อน้ำ…”


    “รัตติกาลโลหิตก็คือทะเลเลือด”


    เสี่ยวชวนเงียบ


    ราชาเถ้าทมิฬหัวเราะต่ำ


    “ที่นั่นไม่มีเด็ก”


    “ไม่มีคนดี”


    “ไม่มีคำว่าเมตตา”



    เขาหรี่ตาเล็กน้อย


    “แต่สำหรับคนแบบเจ้า…”


    “มันอาจเป็นสถานที่ที่เหมาะที่สุด”


    ลมเย็นพัดผ่านอีกครั้ง


    เสี่ยวชวนมองไปยังเส้นขอบฟ้า


    ก่อนกล่าวเรียบ ๆ


    “มีคนตามมา”


    ราชาเถ้าทมิฬเงียบไปชั่วครู่


    ก่อนหัวเราะเบา ๆ


    “สัมผัสไวดีนี่”


    ทันใดนั้นเอง—


    ตูม!!!


    แรงกดดันมหาศาลกดลงมาจากท้องฟ้า


    เมฆสีดำแตกออกทันที


    เงาร่างหนึ่งค่อย ๆ ร่อนลงมาจากฟากฟ้า


    ชุดคลุมสีขาวเงิน


    หน้ากากครึ่งหน้า


    ตราสัญลักษณ์รูปดวงตาสีทองบนอกเสื้อ


    ผู้พิพากษาสวรรค์


    และไม่ใช่ระดับธรรมดา


    หลอมรวมวิญญาณขั้นต้น


    ทันทีที่เขาปรากฏตัว


    พื้นดินรอบด้านเริ่มแตกร้าวช้า ๆ


    สายลมเงียบลง


    สัตว์อสูรในป่ารอบด้านต่างแตกตื่นหนีหมด


    ราชาเถ้าทมิฬหรี่ตา


    “มาถึงเร็วเกินคาด…”


    ชายชุดขาวมองเสี่ยวชวนเงียบ ๆ


    ก่อนเสียงเย็นชาจะดังขึ้น


    “หลินเสี่ยวชวน”


    “ผู้ครอบครองพลังกลืนวิญญาณต้องห้าม”


    “ตามกฎแห่งสวรรค์…”


    เขาค่อย ๆ ยกมือขึ้น


    “เจ้าต้องถูกกำจัด”


    ตูม—!


    แรงกดดันระเบิดออกทันที


    เสี่ยวชวนรู้สึกเหมือนภูเขาทั้งลูกกดลงมาบนไหล่


    นี่คือพลังของระดับหลอมรวมวิญญาณ


    เหนือกว่าสร้างแกนพลังหลายสิบเท่า


    แต่ดวงตาของเขา…


    กลับยังนิ่ง


    ผู้พิพากษาสวรรค์มองเขาอยู่ครู่หนึ่ง


    ก่อนกล่าวเรียบ ๆ


    “คุกเข่า”


    “แล้วข้าจะให้เจ้าตายเร็วหน่อย”


    ราชาเถ้าทมิฬหัวเราะเสียงต่ำทันที


    “พูดเหมือนตัวเองเป็นพระเจ้า”


    ผู้พิพากษาหันมองเขาเพียงครั้งเดียว


    แรงกดดันมหาศาลพลันพุ่งเข้าใส่ทันที!


    ตูม!!!


    พื้นดินระเบิด


    ราชาเถ้าทมิฬถอยหลังไปครึ่งก้าว


    สีหน้าของเขาเริ่มจริงจัง


    “สมแล้วที่เป็นสุนัขล่าเนื้อของพวกนั้น…”


    เสี่ยวชวนค่อย ๆ ชักกระบี่คราสฟ้าออกช้า ๆ


    เคร้ง—


    เสียงกระบี่ดังเบาราวมังกรคำราม


    ผู้พิพากษาหรี่ตา


    “เจ้าจะสู้?”


    เสี่ยวชวนตอบเพียงสั้น ๆ


    “ถ้าอยากเอาชีวิตข้า…”


    “ก็เข้ามาเอาเอง”


    เงียบ


    จากนั้น—


    ตูม!!!


    ผู้พิพากษาหายไปจากจุดเดิมทันที


    เร็วเกินไป!


    เสี่ยวชวนแทบมองไม่ทัน


    หมัดหนึ่งพุ่งเข้ามาตรงหน้าเหมือนอุกกาบาต


    ฉัวะ—!


    เสี่ยวชวนรีบยกกระบี่ขึ้นรับ


    แรงปะทะส่งร่างเขากระเด็นทะลุโขดหินทันที!


    ตูมมม!!!


    ฝุ่นระเบิดทั่วพื้นที่


    เลือดไหลออกจากมุมปากเสี่ยวชวนช้า ๆ


    ต่างชั้นเกินไป


    หลอมรวมวิญญาณ…


    ไม่ใช่ระดับที่สร้างแกนพลังจะรับมือได้ตรง ๆ


    ผู้พิพากษาเดินเข้ามาช้า ๆ


    “ข้าไม่เข้าใจ”


    “เหตุใดพวกเจ้าจึงดิ้นรน”


    “สัตว์ประหลาดอย่างเจ้า…”


    “ควรถูกกำจัดตั้งแต่แรก”


    พรึ่บ—!


    ลมปราณสีทองระเบิดออกจากร่างเขา


    ตราสวรรค์เริ่มหมุนอยู่กลางอากาศ


    แรงกดดันกดลงมาจนพื้นทรายยุบตัว


    เสี่ยวชวนกัดฟันแน่น


    ในหัว—


    เสียงเซวียนซาดังขึ้นช้า ๆ


    “เด็กน้อย…”


    “อยากรอดไหม”


    “ปล่อยข้าออกมา”


    “แล้วข้าจะฆ่ามันให้เอง”


    เสี่ยวชวนเงียบ


    มือที่ถือกระบี่เริ่มสั่นเล็กน้อย


    ราชาเถ้าทมิฬตะโกนทันที



    “อย่าฟังมัน!”


    แต่ช้าไปแล้ว


    ผู้พิพากษาพุ่งเข้ามาอีกครั้ง


    ตูม—!!!


    หมัดสีทองกระแทกเข้าหน้าอกเสี่ยวชวนตรง ๆ


    กระดูกหลายส่วนแตกทันที


    เลือดพุ่งออกจากปาก


    ร่างของเขากระเด็นกลิ้งไปกับพื้นหลายสิบเมตร


    ผู้พิพากษาเดินเข้ามาเงียบ ๆ


    “อ่อนแอ”


    “นี่หรือคนที่ทั้งเทียนหลิงยอมปกป้อง”


    เสี่ยวชวนพยายามลุกขึ้น


    เลือดไหลลงจากปลายนิ้ว


    สายตาเริ่มพร่า


    ในหัวมีแต่เสียงหัวเราะของเซวียนซา


    “เห็นหรือยัง…”


    “โลกนี้ไม่มีใครช่วยเจ้าได้”


    “ฆ่ามันสิ…”


    “กลืนมัน…”


    “แล้วเจ้าจะมีชีวิตรอด”


    ทันใดนั้นเอง—


    ภาพหนึ่งปรากฏขึ้นในหัวเสี่ยวชวน


    บ้านไม้หลังเล็ก


    โต๊ะอาหารเก่า ๆ


    หลินเยว่กำลังยิ้มให้เขา


    “พี่ชวน…”


    “กลับบ้านเร็ว ๆ นะ”


    มือของเสี่ยวชวนหยุดสั่นทันที


    ดวงตาค่อย ๆ เย็นลง


    จากนั้น—


    เขาจึงลุกขึ้นช้า ๆ


    ผู้พิพากษาหรี่ตา


    “ยังลุกได้อีก?”


    เสี่ยวชวนเช็ดเลือดมุมปาก


    ก่อนกล่าวเรียบ ๆ


    “ข้ายังมีคนที่ต้องกลับไปหา”


    พรึ่บ—!


    ดวงตาไร้หน้าถูกเปิดออกทันที


    โลกทั้งใบพลันเงียบลง


    เสียงลมหายไป


    เสียงหัวใจหายไป


    เหลือเพียง—


    จังหวะ


    จังหวะของทุกการเคลื่อนไหว


    ผู้พิพากษาขมวดคิ้วทันที


    เพราะเขารู้สึกได้ว่า—


    บรรยากาศเปลี่ยนไปแล้ว


    ฟึ่บ—!


    เสี่ยวชวนหายไปจากจุดเดิม


    เร็วกว่าเดิมหลายเท่า!


    ฉัวะ—!


    กระบี่คราสฟ้าฟันผ่านไหล่ผู้พิพากษาทันที


    เลือดสาดขึ้นกลางอากาศ


    ผู้พิพากษาเบิกตากว้าง


    “เป็นไปไม่ได้!”


    แต่เสี่ยวชวนไม่หยุด


    เงาที่หนึ่ง


    เงาที่สอง


    เงาที่สาม


    “เงาที่แปด — สะท้อนฟ้า”


    พรึ่บ—!


    กระบี่แปดสายปรากฏพร้อมกันกลางราตรี


    ผู้พิพากษารีบสร้างม่านพลังขึ้นรับ


    ตูม!!!


    แรงระเบิดสะเทือนทะเลทรายทั้งผืน


    แต่ในวินาทีนั้นเอง—


    เสี่ยวชวนพลันหายไปอีกครั้ง


    ด้านหลัง!


    ฉัวะ—!


    กระบี่แทงทะลุหลังผู้พิพากษาตรง ๆ


    เลือดกระเซ็นเต็มพื้นทราย


    ผู้พิพากษากระอักเลือด


    ก่อนคำรามลั่น


    “ไอ้ปีศาจ!”


    ลมปราณสีทองระเบิดออกอย่างบ้าคลั่ง


    ตูม!!!


    เสี่ยวชวนถูกซัดกระเด็นอีกครั้ง


    ร่างกระแทกพื้นจนเกิดหลุมยักษ์


    แต่ครั้งนี้—


    เขากลับหัวเราะเบา ๆ


    ผู้พิพากษาชะงัก


    เพราะดวงตาของเสี่ยวชวน…


    เริ่มเปลี่ยนไป


    มืดลง


    เย็นลง


    และเต็มไปด้วยกลิ่นอายบางอย่างที่แม้แต่เขายังรู้สึกหนาว


    เซวียนซาหัวเราะในจิต


    “ใช่…”


    “แบบนั้นแหละ…”


    พรึ่บ—!


    เงาสีดำเริ่มไหลออกจากร่างเสี่ยวชวน


    โซ่กระดูกสีดำหลายสายพุ่งออกมาจากพื้น!


    ฉัวะ!


    ฉัวะ!


    ฉัวะ!


    ผู้พิพากษารีบหลบ แต่ช้าไป


    โซ่หนึ่งพันรอบแขนเขา


    อีกเส้นทะลุไหล่


    ดวงตาของผู้พิพากษาเริ่มเปลี่ยนไป


    “พลังนี่…”


    “กลืนวิญญาณจริง ๆ!”


    เขาคำรามลั่นทันที


    “เจ้าต้องตาย!”


    ตูม—!!!


    ลมปราณทั้งหมดระเบิดออก


    โซ่กระดูกแตกกระจาย


    แต่ในวินาทีนั้น—


    เสี่ยวชวนก็อยู่ตรงหน้าเขาแล้ว


    ดวงตาสีดำสนิท


    กระบี่คราสฟ้าแทงตรงกลางหน้าอกผู้พิพากษาสวรรค์


    ฉัวะ—!


    เลือดพุ่งออกมาราวน้ำพุ


    ผู้พิพากษาเบิกตาค้าง


    มือของเขาคว้าคอเสี่ยวชวนแน่น


    แต่แรงเริ่มหายไปช้า ๆ


    เสี่ยวชวนกระซิบเบา ๆ


    “ข้าไม่ได้อยากเป็นปีศาจ…”


    “แต่พวกเจ้าบังคับข้าเอง”


    พรึ่บ—!


    พลังสีดำเริ่มไหลออกจากกระบี่


    เข้าสู่ร่างของผู้พิพากษา


    เสียงกรีดร้องดังขึ้นทันที


    “อ๊ากกกกกก—!!!”


    วิญญาณของผู้พิพากษาถูกดึงออกมาทีละส่วน


    ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว


    “ไม่…หยุด…หยุดมัน…”


    แต่สายเกินไปแล้ว


    พลังหลอมรวมวิญญาณขั้นต้น…


    กำลังถูกกลืนกิน


    ลมปราณรอบตัวเสี่ยวชวนเริ่มปั่นป่วน


    พื้นดินแตกร้าวหนักขึ้น


    ราชาเถ้าทมิฬสีหน้าเปลี่ยนทันที


    “บัดซบ…”


    “ไอ้เด็กนี่…”


    ตูม—!!!


    ในที่สุด—


    ร่างของผู้พิพากษาก็ระเบิดเป็นเถ้าถ่าน


    เหลือเพียงหน้ากากสีทองแตกครึ่งตกลงบนพื้น


    เงียบ


    ทั้งทะเลทรายเงียบงัน


    เสี่ยวชวนยืนอยู่กลางสายลม


    เลือดไหลลงจากปลายนิ้ว


    ดวงตายังคงมืดสนิท


    ก่อนจะค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติช้า ๆ


    เขาหอบเบา ๆ


    แล้วมองมือของตัวเองเงียบ ๆ


    ราชาเถ้าทมิฬเดินเข้ามาช้า ๆ


    สายตาที่มองเสี่ยวชวน…


    เปลี่ยนไปแล้ว


    ไม่ใช่มองเด็กหนุ่มธรรมดาอีก


    แต่กำลังมอง—


    สัตว์ประหลาดที่กำลังเติบโต


    “เจ้าเริ่มเหมือนพวกมันมากขึ้นทุกที…”


    เสี่ยวชวนเงียบ


    สายลมราตรีพัดผ่านอีกครั้ง


    ไกลออกไป—


    กำแพงสีดำขนาดมหึมาค่อย ๆ ปรากฏขึ้นตรงเส้นขอบฟ้า


    นครรัตติกาลโลหิต


    เมืองของคนบาป


    เมืองของปีศาจ


    เมืองที่แม้แต่กฎสวรรค์ยังเอื้อมไม่ถึง


    และนับจากคืนนี้—


    ชื่อของหลินเสี่ยวชวน


    กำลังจะเริ่มดังขึ้น…


    ในโลกมืดของทั้งทวีปแล้วจริง ๆ

    คล้ายกับเรื่องแกนกลืนวิญญาณต้องห้าม ที่คุณอ่าน